- หน้าแรก
- คุณแม่ซอมบี้กับลูกเลี้ยงตัวร้าย
- บทที่ 204 ท่านหญิงชิงอวิ๋น
บทที่ 204 ท่านหญิงชิงอวิ๋น
บทที่ 204 ท่านหญิงชิงอวิ๋น
บทที่ 204 ท่านหญิงชิงอวิ๋น
สถานที่แห่งนี้คือร้านเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง อาคารสูงสามชั้นถูกออกแบบและก่อสร้างอย่างโอ่อ่าตระการตา และแน่นอนว่าหอหลิวหลีแห่งนี้ย่อมต้องขายเครื่องประดับแก้วหลิวหลีตามชื่อเรียกขาน
ปิ่นปักผม แหวน และเครื่องประดับอื่นๆ อีกมากมายล้วนประดับประดาไปด้วยอัญมณีระยิบระยับบาดตา ยามต้องแสงไฟก็ส่องประกายวาววับจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ณ ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
"พี่ฉู่ ท่านชอบเครื่องประดับหลิวหลีพวกนี้หรือไม่"
วันนี้จ้าวจิ่วเหนียงพกถุงเงินมาเต็มกระเป๋า เป้าหมายหลักของนางคือการตามใจผู้มีพระคุณ อยากได้สิ่งใดนางก็พร้อมจะทุ่มเงินซื้อให้ทั้งหมด
อนิจจา วิธีแสดงความขอบคุณของคนมีเงินช่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเสียจริง
ฉู่ฉือกัดถังหูลู่ในมือไปหนึ่งคำ นัยน์ตาจดจ้องไปยังถาดใส่เครื่องประดับทอประกายระยิบระยับตรงหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองผ่านๆ อย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่และไม่ต้องกินของแข็งๆ กรุบกรอบพวกนั้นเพื่อประทังชีวิต นางก็สูญเสียความกระตือรือร้นที่มีต่อของวิบวับพวกนี้ไปจนหมดสิ้น
ของกรุบกรอบที่กินไม่ได้ จะมีประโยชน์อันใดกันเล่า
ต้องขอบอกเลยว่า เด็กบ้านนอกอย่างฉู่ฉือที่ยังแปลงค่าเงินไม่เป็นนั้นช่างมีวิสัยทัศน์คับแคบนัก นางหารู้ไม่ว่าของเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าอีแปะทองแดงเสียอีก!
เมื่อเห็นท่าทีไม่ยินดียินร้ายของนาง จ้าวจิ่วเหนียงก็คิดเอาเองว่าอีกฝ่ายคงยังไม่เจอของที่ถูกใจ นางจึงวางแหวนกลับลงบนถาด เงยหน้ามองหลงจู๊ แล้วเอ่ยด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับคุณหนูผู้โง่เขลาของเศรษฐีที่ดิน
"ยังมีของที่ดีกว่านี้อีกหรือไม่ หากมีก็ยกมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นหยก อัญมณีล้ำค่า ไข่มุก หรือหินโมรา หากมีสินค้าใหม่ๆ ก็จงนำมาให้พวกเราเลือกชมเสีย"
"คุณหนูอย่างข้ามีเงินทองเหลือเฟือ ข้าไม่สนหรอกนะกับเงินเพียงเล็กน้อยแค่นี้ ซื้อของทั้งที มันก็ต้องซื้อเพื่อความสำราญใจสิ"
เจียงเฉิงเทาที่ยืนติดตามอยู่เงียบๆ ลูบคลำถุงเงินของตนเองด้วยความรันทด พลางบ่นพึมพำในใจว่าจบเห่แน่แล้ว เขาพกเงินมาไม่พอ
หากเขาถูกคุณหนูจ้าวแย่งจ่ายหน้าตาเฉยเช่นนี้จะใช้ได้ที่ไหนกัน หากเจ้านายของเขาสะสางธุระเสร็จแล้วยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ก็ผีหลอกแล้ว!
ถึงกระนั้น เขาก็ตัดสินใจปั้นหน้าขรึมและหันไปมองหลงจู๊ ก่อนจะเอ่ยเร่งสำทับ "นำของดีทั้งหมดในร้านออกมาให้คุณหนูของพวกเราเลือกเถิด หากนางถูกใจชิ้นไหน เจ้าก็จัดส่งไปที่จวนแม่ทัพเพียวฉีได้เลย"
"ได้ขอรับ ได้ขอรับ!"
หลงจู๊ของหอหลิวหลียิ้มกว้างจนแทบไม่เห็นตา ดูท่าทางวันนี้พวกเขาคงจะขายของได้กำไรก้อนโตเป็นแน่
"พูดถึงเรื่องนี้ก็บังเอิญยิ่งนักขอรับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ทางร้านเพิ่งจะได้รับทับทิมหายากมาล็อตหนึ่ง สีสันงดงามจับตา เป็นสีแดงสดใสแวววาวและโปร่งแสง
ช่างยอดฝีมือของทางร้านเพิ่งจะรังสรรค์เครื่องประดับศีรษะชุดหนึ่งเสร็จพอดี ให้ข้าน้อยนำมาให้คุณหนูทั้งสองชมดูดีหรือไม่ขอรับ
แน่นอนว่าหากคุณหนูไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร ทางร้านของเราสามารถออกแบบและสั่งทำชุดเครื่องประดับที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกให้ได้เช่นกัน
เพราะล้วนเป็นฝีมือของช่างเก่าแก่ผู้มากประสบการณ์ที่สืบทอดเทคนิคโบราณ จึงใช้เวลาไม่นานนัก ขอเพียงคุณหนูรอรับความประทับใจก็พอขอรับ"
หลงจู๊ผู้นี้ช่างมีวาทศิลป์ล้ำเลิศนัก เขานำเสนอสินค้าไปพร้อมกับชวนคุยอย่างไหลลื่น ครั้นลูกน้องยกชุดเครื่องประดับศีรษะทับทิมเข้ามา เขาก็ยิ่งพรรณนาด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ยกยอสินค้าของตนราวกับว่ามันเป็นของวิเศษที่ไร้คู่เปรียบในใต้หล้า
ทว่าแน่นอน ของชิ้นนั้นย่อมงดงามไร้ที่ติจริงๆ
อย่าว่าแต่จ้าวจิ่วเหนียงเลย แม้แต่ฉู่ฉือก็ยังถูกดึงดูดความสนใจ ของวิบวับสีแดงสดราวกับหยาดโลหิตพวกนี้ช่างงดงามจับตาเสียนี่กระไร!
นางวางถังหูลู่ในมือลง หยิบเครื่องประดับขึ้นมาจากถาดทีละชิ้น แล้วนำมาทาบกับศีรษะตนเองพลางเปรียบเทียบด้วยความสนใจใคร่รู้
"พี่ฉู่ ทับทิมพวกนี้ช่างเหมาะกับท่านยิ่งนัก! เอาชุดนี้เถิด งดงามจริงๆ"
"อืม งดงาม!"
ฉู่ฉือเห็นด้วยกับรสนิยมของเสี่ยวจิ่วเป็นอย่างยิ่ง
ในเมื่อแม่นางฉู่ถูกใจของชิ้นนี้และพยักหน้าตกลงแล้ว เจียงเฉิงเทาก็รีบชิงพูดขึ้นมาทันที
"พวกเราเอาชุดนี้ ห่อให้เรียบร้อยแล้วส่งไปที่จวนแม่ทัพเพียวฉีในภายหลังก็แล้วกัน"
"ได้ขอรับ! ข้าน้อยจะให้คนไปเดี๋ยวนี้เพื่อ..."
"เดี๋ยวก่อน!"
หลงจู๊ยังไม่ทันพยักหน้าจบคำก็ถูกพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"เครื่องประดับศีรษะทับทิมชุดนี้ ท่านหญิงอย่างข้าเห็นก่อน! ผู้ใดกล้าแย่งชิงไปจากข้า!"
น้ำเสียงแง่งอนเจือความเอาแต่ใจดังขึ้นจากนอกประตู
ฉู่ฉือและคนอื่นๆ หันไปมอง ก็เห็นเพียงเด็กสาวสวมเสื้อคลุมสีแดงเดินขมวดคิ้วหน้ามุ่ยเข้ามา ด้านหลังของนางมีสตรีสูงศักดิ์อีกหลายคนที่แต่งกายเยี่ยงคุณหนูตระกูลขุนนางเดินตามมาด้วย
"ถวายบังคมท่านหญิงชิงอวิ๋น!"
เมื่อจดจำตัวตนของผู้มาเยือนได้ เจียงเฉิงเทาก็รีบประสานมือคารวะเสียงดัง เพื่อเป็นการบอกใบ้เตือนคนฝั่งตนเองอย่างแนบเนียน
จ้าวจิ่วเหนียงเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน นางจึงยังไม่คุ้นเคยกับแวดวงสตรีชั้นสูงของที่นี่นัก ทว่าในเมื่อองครักษ์เจียงส่งสัญญาณเตือน นางก็ทำได้เพียงรีบย่อกายคารวะอย่างรวดเร็ว
"คารวะท่านหญิงชิงอวิ๋นเพคะ"
เผยอวิ๋นซิ่วเมินเฉยต่อนาง ทำเพียงขมวดคิ้วจ้องมองสตรีที่ยังคงนั่งถือปิ่นทับทิมอยู่ที่เดิม น้ำเสียงของนางเจือความขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน
"ข้าเห็นเครื่องประดับศีรษะชุดนี้ตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว และข้าก็ชอบมันมากๆ ด้วย!"
"อืม"
ฉู่ฉือพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"ข้าก็ชอบมันมากๆ เช่นกัน"
"เจ้าห้ามชอบนะ! ข้าเห็นก่อน ข้าเห็นมันตั้งหลายวันแล้ว! มันเป็นของข้า เจ้าห้ามซื้อเด็ดขาด!"
เผยอวิ๋นซิ่วกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ใบหน้างดงามหมดจดราวกับดอกบัวพ้นน้ำของนางแดงก่ำด้วยความอารมณ์เสีย ทว่ากลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนมองขึ้นอีกสามส่วน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายงดงามถึงเพียงนั้น ฉู่ฉือก็คิดเอาเองว่าสิ่งที่นางพูดคงจะถูกต้อง อีกทั้งยังว่านอนสอนง่ายอย่างน่าประหลาด นางจึงพยักหน้ารับ พร้อมกับวางของในมือลงแล้วดันออกไปข้างหน้าเล็กน้อย
"เช่นนั้นเจ้าก็ซื้อไปสิ"
"..."
เผยอวิ๋นซิ่วถึงกับสะอึก
หากข้ามีปัญญาซื้อ ข้าจะไม่ซื้อไปตั้งนานแล้วหรือไง? (╥﹏╥)
เครื่องประดับศีรษะชุดนี้งดงามก็จริง ทว่าราคากลับงดงามยิ่งกว่า! นางอ้อนวอนคนในจวนมาหลายวันแล้ว แต่มู่เฟยของนางก็ดึงดันไม่ยอมจ่ายเงินให้เด็ดขาด
นั่นบีบบังคับให้นางต้องมาเฝ้าของชิ้นนี้อยู่ทุกวันด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจะมีผู้ตาถึงคนใดมาฉกฉวยของล้ำค่าของนางไป!
ใครจะไปคิดว่าท่านหญิงผู้สูงศักดิ์เช่นนางจะต้องตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาถึงเพียงนี้? ฮือๆๆ... แล้วสตรีนางนี้ เป็นคนคุยง่ายถึงปานนี้เชียวหรือ?
เจ้าช่วยโต้เถียงกับข้าสักหน่อยไม่ได้หรือไง?
มันจะได้ช่วยปลอบใจตัวข้าเองว่า ที่ข้าต้องสูญเสียของรักไปเป็นเพราะข้าสู้เจ้าไม่ได้ ไม่ใช่เป็นเพราะข้าไม่มีเงิน!
ดวงตากลมโตของเด็กสาวเอ่อล้นไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งน่าประหลาดที่มันช่างดูคล้ายคลึงกับท่าทีของฉู่ฉือผู้แสนซื่อเสียเหลือเกิน ทั้งสองจ้องตากันปริบๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกคนเอ่ยปากพูด
"เจ้ามองอันใด"
"มองเจ้าแล้วจะทำไม"
"เปล่า ข้าก็แค่ถามดู"
"ถามอันใด"
"เจ้ามองอันใด"
"มองเจ้าแล้วจะทำไม"
...บทสนทนาโต้ตอบระหว่างคนทั้งสองทำเอาผู้คนที่อยู่ด้านข้างถึงกับพูดไม่ออก จ้าวจิ่วเหนียงช้อนตาขึ้นมองและประเมินอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
ดูเหมือนท่านหญิงผู้นี้... อืม สติปัญญาก็คงไม่ได้ปราดเปรื่องไปกว่ากันสักเท่าใดนัก?
ท่ามกลางหมู่ดรุณีที่เดินตามท่านหญิงชิงอวิ๋นเข้ามา สตรีร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อบุนวมและกระโปรงสีขาวนวลดุจแสงจันทร์ก้าวออกมาเบื้องหน้า บนใบหน้าของนางปรากฏร่องรอยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
"ชิงอวิ๋น เจ้าจะมัวเสียเวลาเสวนากับคนไร้ค่าพวกนี้ไปไย หากเจ้าชอบเครื่องประดับศีรษะชุดนี้ ข้าจะซื้อมันให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่จำเป็น!"
เผยอวิ๋นซิ่วที่กำลังอยู่ในระหว่างสงครามจ้องตากับฉู่ฉือยังคงเพ่งสายตาแน่วแน่ และในระหว่างนั้นก็ยังอุตส่าห์หาจังหวะตอบลูกพี่ลูกน้องของนางได้
"มู่เฟยของข้าบอกว่า ข้าห้ามรับของขวัญจากผู้อื่นโดยไร้เหตุผล มิเช่นนั้น พระมารดาจะตีข้า!"
เผยจื่ออวี้ลอบเบะปาก ลูกพี่ลูกน้องผู้โง่เขลาคนนี้ยังคงน่ารำคาญไม่เปลี่ยน นางก็แค่มีชะตาชีวิตที่ดีกว่าตนที่ได้เกิดมาเป็นบุตรสาวสายตรงก็เท่านั้น ช่างน่าเจ็บใจเสียจริง!