เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 460 - จักรพรรดิเซียนมาเยือน

บทที่ 460 - จักรพรรดิเซียนมาเยือน

บทที่ 460 - จักรพรรดิเซียนมาเยือน


บทที่ 460 - จักรพรรดิเซียนมาเยือน

"เพื่อฉัน?"

เมื่อเฉินเสี่ยวเทียนได้ยินประโยคนี้ ปฏิกิริยาแรกในใจของเขาก็คือ เป็นไปได้ยังไง!

ดูเหมือนว่า เขาไม่เคยบอกเสวียนอ้าวเลยนะ ว่าเขามาจากที่ไหน

และอีกฝ่ายก็ไม่เคยถามด้วย

เสวียนอ้าวตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ไอ้หนูอาโม่ เป็นคนบอกฉันเอง"

"บวกกับเมื่อก่อนที่นายชอบพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็เลยเดาเอาว่า นายอาจจะไม่ได้เป็นคนที่นี่"

"หลายปีที่ผ่านมานี้ ฉันได้วิจัยเครื่องมือข้ามเวลามาโดยตลอด ก็ขาดแค่เศษวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายนี่แหละ"

"ถ้าร่วมมือกับพวกมัน พอได้วัตถุดิบมา การวิจัยก็สำเร็จแล้ว"

"ถึงตอนนั้น นายก็สามารถกลับไปอยู่ในโลกของนายได้แล้ว"

เฉินเสี่ยวเทียนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนของสำนักพั่วเฟิงมีเจตนาแอบแฝง ก็ยังเลือกที่จะร่วมมือด้วย

นี่ที่แท้ก็เพราะตัวเขาเองงั้นหรือ?

เฉินเสี่ยวเทียนไม่รู้ว่าตัวเองควรจะดีใจ หรือควรจะเศร้าใจดี

เมื่อกลับมานั่งที่บ้าน เฉินเสี่ยวเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยจ้องมองเพดาน

หัวของเขายุ่งเหยิงไปหมด

"โชคชะตา... มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ งั้นเหรอ"

ในตอนนี้ ภายในใจของเฉินเสี่ยวเทียนไม่ได้มีแค่ความสงสัย แต่เป็นการตั้งคำถามถึงเรื่องโชคชะตาอย่างหนักหน่วง

เขารู้ดีว่าสำนักเสวียนเจี่ยจะต้องถูกทำลาย

และก็รู้ด้วยว่า เป็นเพราะไปสร้างความโกรธแค้นให้ผู้คนในแดนเซียน จึงถูกรุมกำจัดจนสิ้นซาก

แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไปกระตุกหนวดเสือคนพวกนั้นเข้า

เมื่อก่อน เฉินเสี่ยวเทียนคิดว่าเป็นเพราะสำนักเสวียนเจี่ยเหิมเกริมเกินไป ใช้วิธีการที่โหดเหี้ยม จึงทำให้จักรพรรดิเซียนต้องร่วมมือกันกวาดล้าง

แต่พอมาลองคิดดูดีๆ ในตอนนี้... มันอาจจะเกี่ยวพันกับสำนักพั่วเฟิงนี่แหละ

เฉินเสี่ยวเทียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

โชคชะตา ล้วนกำลังดำเนินหน้าไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ต้นเหตุแห่งการล่มสลายของสำนักเสวียนเจี่ย จะมีต้นตอมาจากตัวเขาเอง

"ถ้าฉันสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ มันก็คงไม่เรียกว่าโชคชะตาแล้วล่ะ..."

เฉินเสี่ยวเทียนผ่านเรื่องราวมาอย่างโชกโชน และเขาก็เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตามานักต่อนัก

เขารู้ดีกว่าใครๆ ว่า คนที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตานั้น ล้วนอยู่ภายใต้การบงการของโชคชะตาทั้งสิ้น

นั่นก็หมายความว่า บทสรุปในท้ายที่สุดย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

...

ไม่กี่วันต่อมา คนของสำนักพั่วเฟิงก็กลับมาอีกครั้ง และในครั้งนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ยอมเปิดเผยแผนการของตัวเองออกมา

นับตั้งแต่ที่พันธมิตรเซียนพ่ายแพ้ไปในครั้งก่อน พวกเขาก็บาดเจ็บหนักจนสูญเสียกำลังสำคัญไปมาก ผู้บริหารระดับสูงหลายคนยังคงต้องเก็บตัวรักษาบาดแผลอยู่

สำนักพั่วเฟิงอยากจะบุกเข้าไปในพันธมิตรเซียน เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของพวกเขากลับคืนมา

แต่พละกำลังของพวกเขานั้นไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องขอให้สำนักเสวียนเจี่ยยื่นมือเข้าช่วย

เสวียนอ้าวตอบตกลงอย่างง่ายดาย พร้อมกับเตรียมจัดส่งหุ่นยนต์รบสามพันตัวไปช่วยเหลือ

เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยปากขึ้น "เจ้าสำนัก จะไม่ลองคิดดูให้ดีๆ ก่อนเหรอ"

"เดิมทีตอนนี้พวกเรากับพันธมิตรเซียน ก็อยู่ในสถานะที่ต่างคนต่างอยู่กันแล้ว"

"ถ้าหากพวกเราเป็นฝ่ายไปรุกรานพวกมันก่อนอีกล่ะก็ อาจจะทำให้พวกมันโกรธแค้นขึ้นมาได้นะ"

เสวียนอ้าวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก สำนักเสวียนเจี่ยในตอนนี้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แล้วเกราะศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราก็ใกล้จะวิจัยสำเร็จแล้วด้วย"

"ต่อให้ใครหน้าไหนมาบุก พวกเราก็ไม่กลัว"

เฉินเสี่ยวเทียนรู้ดีว่า เมื่อเสวียนอ้าวตกลงรับปากสำนักพั่วเฟิงไปแล้ว ย่อมต้องทำตามที่พูด

และอีกฝ่ายก็ทำไปเพื่อตัวเขา ถึงได้ยอมร่วมมือกับคนพวกนั้น

หลายวันต่อมา ทหารสวมเกราะทั้งสามพันนาย ก็เดินทางออกไปพร้อมกับคนของสำนักพั่วเฟิง

ภายในโถงใหญ่ เสวียนอ้าวและคนอื่นๆ นั่งจับตามองหน้าจอขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ จากมุมนี้ พวกเขาสามารถมองเห็นภาพจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง และยังสามารถสั่งการหรือควบคุมจากระยะไกลได้ด้วย

เฉินเสี่ยวเทียนยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม คนของสำนักพั่วเฟิงก็เริ่มเปิดฉากลอบโจมตี

เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็มีคนนับร้อยถูกระเบิดจนตาย

คนของพันธมิตรเซียน ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครกล้ามาหาเรื่องพวกเขาถึงที่ ดังนั้นจึงไม่ได้มีการป้องกันตัวใดๆ เลย

จากนั้น ผู้คนที่มีพลังระดับต่ำจำนวนมาก ก็ถูกสังหารตายไปอย่างงงๆ

"พวกเรากับสำนักเสวียนเจี่ย ขอประกาศเป็นศัตรูกันอย่างไม่เผาผี!"

มีเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นดังขึ้น ผู้อาวุโสบางคนยอมระเบิดตัวเอง เพื่อปกป้องศิษย์ให้ปลอดภัย แลกชีวิตไปพร้อมกับศัตรู

เฉินเสี่ยวเทียนหลับตาลง พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

เขารู้ดีว่า นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของความบาดหมาง

หลายชั่วยามต่อมา คนส่วนใหญ่ของพันธมิตรเซียนก็ถูกสังหาร แม้จะไม่ได้นับจำนวนที่แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็มีคนตายมากกว่าหมื่นคน

คนของสำนักพั่วเฟิงทำภารกิจสำเร็จ และสามารถทวงคืนของที่เคยเป็นของตัวเองกลับมาได้อย่างราบรื่น

เสวียนอ้าวเองก็รู้สึกดีใจ เพราะเขาก็ได้สิ่งที่ต้องการมาแล้วเหมือนกัน

"รองเจ้าสำนักเฉิน นายรอหน่อยนะ อีกไม่นาน ทางบริษัทก็จะวิจัยของสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว"

"ถึงตอนนั้น นายก็จะได้กลับบ้านซะที" เสวียนอ้าวหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

เฉินเสี่ยวเทียนพูดขึ้นว่า "ฉันไม่อยากให้เรื่องของฉัน ต้องเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนบริสุทธิ์อีกมากมายต้องเดือดร้อน..."

"ไอ้คนพวกนั้นมันไม่ได้บริสุทธิ์หรอกนะ พวกมันสมควรตายอยู่แล้ว" เสวียนอ้าวแค่นเสียงเย็น

คนที่เฉินเสี่ยวเทียนหมายถึง ย่อมไม่ใช่คนของพันธมิตรเซียนแน่นอน

เขาหมายถึงทุกคนในสำนักเสวียนเจี่ย และหมายถึงชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกนับแสนคนต่างหาก

ตลอดหลายปีที่พัฒนามา จำนวนประชากรของสำนักเสวียนเจี่ย ได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนคนแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่นและเด็กเล็ก

ในบรรดาเด็กพวกนี้ มีหลายคนที่เคยผ่านการฝึกฝนจากเขาโดยตรง และนับได้ว่าเป็นลูกศิษย์ของเขาด้วยซ้ำ

หากสำนักเสวียนเจี่ยถูกทำลายล้าง เด็กพวกนี้ก็ต้องตายกันหมด

เฉินเสี่ยวเทียนอยากจะกลับไป อยากจะกลับไปหาภรรยาและลูก

แต่เขาไม่อยากจะให้การเดินทางกลับบ้านของเขา ต้องแลกมากับชีวิตของคนบริสุทธิ์นับแสนคนที่ต้องตายไป

ทว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่โชคชะตาได้กำหนดเอาไว้หมดแล้ว

เฉินเสี่ยวเทียนเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด

เขาอยากจะหยุดยั้งมัน แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไร้ซึ่งพลังที่จะทำอะไรได้

"พี่น้อง ช่วงหลายวันนี้ฉันรู้สึกปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาเพียบเลยล่ะ"

"ฉันไปช่วยคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตั้งเยอะเลยนะ"

"ฉันนี่มันอัจฉริยะชัดๆ" โฮ่วเฉินเล่าถึงผลงานของตัวเองด้วยความตื่นเต้น

เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยถาม "นายเป็นอัจฉริยะจริงๆ เรื่องนี้ฉันไม่เถียงหรอก"

"แล้วเรื่องมนุษย์เหล็ก 'โม่เหริน' ที่นายกำลังวิจัยอยู่ล่ะ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?"

"นายรู้ได้ยังไง ว่าฉันกำลังวิจัยเรื่องโม่เหรินอยู่?" โฮ่วเฉินตกใจมาก สิ่งที่เขากำลังวิจัยอยู่นี้ ล้ำหน้ากว่าหุ่นยนต์รบรุ่นไหนๆ ในปัจจุบันเสียอีก

หากวิจัยได้สำเร็จ มันจะมีความเหมือนมนุษย์จริงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เศษเหล็กเย็นชาแบบที่อยู่ข้างนอกนั่นอีกต่อไป

เฉินเสี่ยวเทียนตบไหล่อีกฝ่าย โยนขวดเหล้าให้แล้วพูดว่า "มานั่งดื่มกับฉันสักหน่อยสิ"

"เอาสิ" โฮ่วเฉินนั่งลงบนม้านั่งข้างๆ แล้วยิ้มร่า "เล่อเล่อเหมือนจะท้องแล้ว น่าจะเป็นลูกชายนะ"

"ฉันเตรียมตัวจะเป็นพ่อคนแล้วล่ะ นายว่าลูกจะหน้าตาเหมือนฉันไหม?"

เฉินเสี่ยวเทียนพูดขึ้นว่า "ถ้าฉันบอกว่า ให้นายหนีไปจากที่นี่ พาเล่อเล่อไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุข นายจะยอมทำตามไหม?"

"หนีไป? ไปใช้ชีวิตสงบสุข?"

"ฉันไม่ยอมไปหรอก" โฮ่วเฉินปฏิเสธในทันที เขาส่ายหน้าและพูดว่า "เมื่อก่อนฉันเคยบอกไปแล้วไง ว่าฉันจะขออยู่ที่สำนักเสวียนเจี่ยตลอดไป ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ"

เฉินเสี่ยวเทียนกล่าวต่อ "ถึงนายจะรู้ว่าภรรยาและลูกของนายจะต้องตาย นายก็ยังไม่ยอมหนีไปอีกงั้นเหรอ?"

"ไม่ไปหรอก" โฮ่วเฉินตอบ "เล่อเล่อคิดอะไรได้ทะลุปรุโปร่งกว่าฉันเยอะ เธอเคยบอกว่า คนเราจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้แก่ตาย"

"ต่อให้พรุ่งนี้เราสองคนต้องตายพร้อมกัน มันก็เป็นแค่อุบัติเหตุ เหมือนอย่างที่นายเคยบอกนั่นแหละ ความตายคือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว"

"พี่น้อง นายไม่ต้องเกลี้ยกล่อมฉันแล้ว ฉันเข้าใจความหมายของนายดี พวกเราสองคนไม่มีทางหนีไปจากที่นี่หรอก"

"คนของสำนักเสวียนเจี่ยทั้งหมด ก็ไม่มีใครคิดจะหนีด้วย"

"นายวางใจเถอะ ฉันจะทุ่มเทวิจัยอย่างเต็มที่ จะทำให้นายได้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้กลับบ้านของนายไวๆ"

เฉินเสี่ยวเทียนอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรต่อ แต่อีกฝ่ายกลับหาวหวอดๆ แล้วหาข้ออ้างเดินหนีไปเสียดื้อๆ

ในวินาทีนี้ เฉินเสี่ยวเทียนก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไร อนาคตก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว

...

ไม่กี่วันต่อมา ข่าวเรื่องที่พันธมิตรเซียนถูกลอบโจมตี ก็แพร่สะพัดไปทั่วแดนเซียน

บรรดาเผ่าเซียนโบราณ และสำนักใหญ่หลายแห่ง ต่างก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหว

ในการลอบโจมตีครั้งนี้ ทุกคนต่างมองว่าสำนักเสวียนเจี่ยได้ใจจนเกินไป และไม่เห็นหัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น

ในที่สุด ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีจักรพรรดิเซียนออกโรง

พวกเขาประกาศกร้าวให้สำนักเสวียนเจี่ยส่งตัวฆาตกรออกมา เพื่อลบล้างหนี้แค้นเรื่องการลอบโจมตีในครั้งนี้

หากไม่ทำตาม จักรพรรดิเซียนจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง!

เมื่อสำนักเสวียนเจี่ยได้รับข่าวนี้ พวกเขากลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

เพราะอีกไม่นาน เกราะรบเสวียนเทียนของพวกเขาก็จะวิจัยสำเร็จแล้ว

ทันทีที่ของสิ่งนี้สร้างเสร็จ เสวียนอ้าวก็จะไม่เห็นจักรพรรดิเซียนอยู่ในสายตาอีกต่อไป

"สิ่งที่ควรจะเกิด มันก็ต้องเกิด"

เฉินเสี่ยวเทียนยืนอยู่บนหน้าผา ภายในใจของเขารู้ดีว่า ในท้ายที่สุด สำนักเสวียนเจี่ยจะต้องพินาศด้วยน้ำมือของสามจักรพรรดิเซียน

เสวียนอ้าวเป็นคนฉลาด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มีความหยิ่งผยองอยู่พอตัว

เขาหลงคิดว่า การพึ่งพาวิทยาการทางเทคโนโลยี จะทำให้เขาสามารถต่อกรกับคนทั้งโลกได้

สิ่งที่อีกฝ่ายคิดนั้นไม่ผิด เกราะรบเสวียนเทียนมีพลังมากพอที่จะต่อกรกับจักรพรรดิเซียนได้จริงๆ

แต่อีกฝ่ายประเมินจำนวนของจักรพรรดิเซียนต่ำเกินไป

ในยุคนี้ จำนวนจักรพรรดิเซียนในแดนเซียน น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสิบคนด้วยซ้ำ

หากมีจักรพรรดิเซียนร่วมมือกันเกินสองหรือสามคน สำนักเสวียนเจี่ยก็ไม่อาจจะต้านทานได้เลย

เมื่อกลับมายังโถงเทคโนโลยี เฉินเสี่ยวเทียนก็ไปหาเสวียนอ้าว พร้อมกับพูดขึ้นว่า "เจ้าสำนัก อีกนานแค่ไหนถึงจะสำเร็จ"

"ใกล้แล้วล่ะ พวกเรากำลังทำการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย น่าจะใช้เวลาอีกแค่วันสองวันนี่แหละ" เสวียนอ้าวตอบ "ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนหน้าไหนลงมือ ก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก แถมพวกเรายังจะทำให้ไอ้พวกบ้านนอกพวกนั้น ได้ประจักษ์ถึงพลังเทคโนโลยีของพวกเราด้วย!"

เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้น "เจ้าสำนัก ต่อให้วิจัยสำเร็จอย่างมากก็รับมือกับจักรพรรดิเซียนได้แค่คนเดียว หากศัตรูมากันมากกว่าสองคนล่ะก็..."

"ฮ่าฮ่า!" เสวียนอ้าวหัวเราะลั่น "พี่น้อง นายคงไม่ได้คิดว่า ฉันจะสร้างขึ้นมาแค่ตัวเดียวหรอกนะ?"

จากนั้น อีกฝ่ายก็เปิดหน้าจอขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าขึ้น พร้อมกับพูดว่า "เห็นไหมล่ะ พวกเราสร้างมันขึ้นมารวดเดียวถึง ยี่สิบห้าชุด!"

"ยี่สิบห้าชุดมันหมายความว่ายังไง นายลองไปถามพวกมันดูสิ ว่าจักรพรรดิเซียนรวมหัวกันทั้งหมด จะมีถึงยี่สิบห้าคนไหม?"

เฉินเสี่ยวเทียนถึงกับพูดไม่ออกไปในทันที เกราะรบเสวียนเทียนยี่สิบกว่าชุด?

ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขารับรู้มาเลยล่ะ

นี่อย่าบอกนะว่า ภายในเรื่องนี้ ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เขาไม่เคยรู้อยู่อีก?

ในตอนนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยของสำนักเสวียนเจี่ยก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ในเวลานี้ บริเวณด้านนอกของม่านพลังป้องกัน ได้ปรากฏร่างของคนหลายพันคนเหาะเหินเข้ามา

หลังจากที่คนเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงใดๆ แต่กลับลงมือบุกโจมตีในทันที

หลังจากการระดมยิงเวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง ม่านพลังป้องกันก็เริ่มปรากฏรอยร้าวให้เห็น

หุ่นยนต์รบของสำนักเสวียนเจี่ยรีบพุ่งตัวออกไปต้านทาน

"ไอ้เศษเหล็กพวกนี้โผล่หัวออกมาแล้ว"

"วันนี้พวกเราจะได้ให้พวกมันได้เห็นความร้ายกาจของท่านผู้อาวุโสจักรพรรดิเซียนบ้าง"

"ผู้อาวุโส ได้โปรดลงมือ กวาดล้างพวกมันด้วยเถิด!"

ชายชราผู้หนึ่งมีท่วงท่าสง่างามไม่ธรรมดา ภายในดวงตาของเขาราวกับมีทะเลดาวไหลเวียนอยู่

จากนั้น ชายชราผู้นี้ก็ยกแขนขึ้น และกดลงไปเบาๆ

ตูม!

พลังอันน่าสะพรึงกลัว บดขยี้หุ่นยนต์รบนับร้อยตัวจนกลายเป็นเศษเหล็กในชั่วพริบตา

ม่านพลังงาน ก็ระเบิดออกในวินาทีนี้เช่นกัน!

"จักรพรรดิเซียน!"

หลังจากที่เฉินเสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เขาก็พุ่งตัวออกมานอกห้องในพริบตา

เขามองไปยังชายชราที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยแววตาเคร่งเครียด จักรพรรดิเซียนมาเร็วขนาดนี้เลยงั้นหรือ?

"อย่าลนลานไปเลยพี่น้อง"

"ไพ่ตายของพวกเรา วิจัยสำเร็จแล้ว"

"วันนี้ในเมื่อเขากล้ามา ก็ทิ้งชีวิตน้อยๆ เอาไว้ที่นี่ซะเถอะ"

เสวียนอ้าวมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 460 - จักรพรรดิเซียนมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว