เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 445 - สหายจากลา

บทที่ 445 - สหายจากลา

บทที่ 445 - สหายจากลา


บทที่ 445 - สหายจากลา

"วันนี้ ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะลากแกไปลงนรกด้วยกัน!"

ความเคียดแค้นของเถี่ยขวงถูพุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ก่อนจะพุ่งเข้ากอดรัดอีกฝ่ายไว้แน่น

เมื่อเฉินเสี่ยวเทียนคิดจะเข้าไปห้ามปราม มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

คลื่นกระแทกทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีหลายสิบลี้

ภูเขาทั้งลูก ถูกแรงระเบิดทำให้ราบเป็นหน้ากลองในพริบตา

เมื่อทุกอย่างสงบลง ก็ปรากฏหลุมลึกขนาดร้อยเมตรทิ้งไว้เบื้องหลัง

เฉินเสี่ยวเทียนขมวดคิ้วแน่น เขาแผ่ขยายสัมผัสเทวะออกไป เพื่อค้นหาในบริเวณนั้น

ไม่นานนัก เขาก็พบเถี่ยขวงถูที่นอนรวยรินอยู่ใต้ซากหิน

ร่างเนื้อของเถี่ยขวงถูแหลกสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงวิญญาณดั้งเดิมที่ฉีกขาดวิ่น

เฉินเสี่ยวเทียนใช้อาวุธเซียนปกป้องวิญญาณดั้งเดิมของอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมกับกล่าวว่า "ข้าจะหาวิธีชุบชีวิตเจ้าให้ได้"

"ไม่ต้องหรอก" เถี่ยขวงถูเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ข้าแก้แค้นสำเร็จแล้ว ความยึดติดในใจก็มลายหายไปแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ"

ในตอนนี้ เฉินเสี่ยวเทียนถึงได้เข้าใจว่า คนผู้นั้น แท้จริงแล้วก็คือศัตรูคู่แค้นของอีกฝ่ายนี่เอง

ศัตรูที่สังหารภรรยาและลูกของเขานั่นเอง

เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยเสียงขรึม "ในเมื่อศัตรูตายไปแล้ว เจ้าก็ควรจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีสิ"

"ไม่จำเป็นหรอก..." เถี่ยขวงถูปฏิเสธคำขอของเขาอีกครั้ง พลางกล่าวอย่างจนใจ "ตอนที่ภรรยาและลูกของข้าจากไป หัวใจของข้ามันก็แตกสลายไปแล้ว"

"ข้าบุกตะลุยเมืองนรกานต์ เพื่อหวังจะชุบชีวิตพวกเขา แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว"

"หลังจากนั้น ข้าก็มีชีวิตอยู่เพื่อรอวันแก้แค้นเพียงอย่างเดียว"

"ในที่สุดข้าก็ได้ล้างแค้นแล้ว ข้าก็ไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วล่ะ"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เฉินเสี่ยวเทียนก็กำหมัดแน่น กัดฟันกรอดพลางเอ่ยว่า "เจ้ายังมีข้าที่เป็นพี่น้อง เป็นสหายที่ดีของเจ้าอยู่ แล้วเจ้าก็ยังเป็นพ่อทูนหัวของลูกๆ ข้าอีกนะ..."

เถี่ยขวงถูยิ้มแห้งๆ เอ่ยต่อว่า "หัวใจข้ามันตายไปแล้ว ต่อให้เจ้าชุบชีวิตข้าขึ้นมา ข้าก็เป็นเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณที่ไร้ความรู้สึก ทรมานเปล่าๆ "

"ปล่อยข้าไปเถอะ ให้ข้าไปเกิดใหม่ เผื่อว่าชาติหน้าข้าจะได้เกิดเป็นคนธรรมดา และได้พบกับความสุขที่เป็นของข้าจริงๆ "

"พี่น้อง ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะต้องสมปรารถนาอย่างแน่นอน ขอให้เจ้าได้เป็นจักรพรรดิเซียนโดยเร็ว และชุบชีวิตครอบครัวของเจ้าได้สำเร็จ..."

เมื่อพูดจบ วิญญาณดั้งเดิมของอีกฝ่ายก็เริ่มแตกซ่าน สุดท้ายก็กลายเป็นละอองแสง ลอยลับหายไปต่อหน้าต่อตา

เฉินเสี่ยวเทียนยืนอึ้งอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูก

เขาต้องทนดูสหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้งแล้ว

หรือว่ามันจะเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ

ทุกคน ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเราไปได้ตลอดชีวิต ทำได้เพียงแค่เดินร่วมทางกันไปช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นหรือ?

...

หลังจากที่เฉินเสี่ยวเทียนกลับมา เขาก็ดูเหม่อลอย ราวกับคนไร้วิญญาณ

ชิงหูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางสัมผัสได้ว่า อารมณ์ของเฉินเสี่ยวเทียน ไม่เคยดิ่งลงขนาดนี้มาก่อน

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"

"พี่ขวงถูล่ะ เขาไม่ได้กลับมาด้วยหรือ?" ชิงหูเอ่ยถาม

"เขาจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว" เฉินเสี่ยวเทียนถอนหายใจยาว "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าคิดมาตลอดว่าเขาปล่อยวางทุกอย่างได้แล้ว ไม่คิดเลยว่าเขาแค่เสแสร้งแกล้งทำเพื่อหลอกพวกเรา"

"หลังจากที่เขาสังหารศัตรูคู่แค้นได้สำเร็จ เขาก็เลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง โดยไม่ยอมให้ข้าช่วยชีวิตเขา"

"เจ้าว่า... ถ้าตอนนั้นข้าเด็ดขาดกว่านี้ บังคับช่วยชีวิตเขามา มันจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะเกลียดข้าไหม"

เมื่อพูดจบ เฉินเสี่ยวเทียนก็หวนนึกถึงลูกศิษย์ของเขาอีกครั้ง

ในตอนนั้น นางก็ตายในอ้อมกอดของเขาเช่นกัน

หากตอนนั้นเขาเด็ดขาดกว่านี้ และทุ่มเททุกวิถีทาง ก็คงสามารถช่วยชีวิตนางไว้ได้

แต่เขาก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น

ชิงหูสวมกอดเฉินเสี่ยวเทียนไว้ พลางปลอบประโลม "ท่านพี่ ข้าไม่เข้าใจเรื่องของผู้ฝึกยุทธ์วิถีเซียนหรอกนะ แต่ข้าเข้าใจท่าน"

"ท่านเป็นคนมีจิตใจเมตตา ท่านเคารพการตัดสินใจของทุกคน และรับฟังคำแนะนำของเพื่อนเสมอ"

"เพื่อนไม่ยอมให้ท่านช่วย หากท่านดึงดันจะช่วย พวกเขาก็คงจะโกรธเคืองท่านแน่ๆ "

"นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านเลย... มันเป็นการตัดสินใจของพวกเขาเองต่างหาก จริงไหม"

"ดังนั้น ท่านพี่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเลย"

เฉินเสี่ยวเทียนยิ้มขื่น จะมีสักกี่คนกัน ที่ทนดูเพื่อนรักตายไปต่อหน้าต่อตาได้โดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย?

เขาหันหลังเดินจากไป กลับไปยังสถานที่ปิดด่านบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง แล้วนั่งขัดสมาธิลง

เฉินเสี่ยวเทียนหลับตาลง เริ่มทบทวนเส้นทางที่ผ่านมาตลอดหลายปี

ไม่นานนัก ทัณฑ์ในใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เฉินเสี่ยวเทียนใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็ม ในการขจัดทัณฑ์ในใจครั้งนี้

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภายนอกก็มีหิมะตกหนัก

สีหน้าของเฉินเสี่ยวเทียนดูสงบเยือกเย็นขึ้นมาก ความโศกเศร้าในใจก็จางหายไปไม่น้อย

"ฝึกวิถีเซียนเนี่ย มันฝึกเพื่ออะไรกันแน่นะ"

"ครอบครัวก็ไม่อยู่แล้ว เพื่อนฝูงก็ทยอยจากไปทีละคน"

"แม่งเอ๊ย..." เฉินเสี่ยวเทียนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

"ช่างเถอะ ปล่อยมันไป"

"ข้ายังมีหนทางอีกยาวไกลที่ต้องเดิน ข้าจะต้องเป็นจักรพรรดิเซียนให้ได้"

"ข้าจะต้องชุบชีวิตโลกของข้า ทำให้ครอบครัว เพื่อนพ้อง พ่อแม่ของข้า กลับมามีชีวิตอีกครั้ง"

นี่แหละคือจุดมุ่งหมาย ที่ทำให้เขาเดินทางมายังแดนเซียน

เขาจะยึดมั่นในเป้าหมายนี้ และก้าวเดินต่อไป

ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งก้าวเดินของเขาได้

...

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป เผลอแปบเดียวก็ผ่านไปสามปีแล้ว

ลูกๆ ของเขาก็อายุสี่ขวบแล้ว

แม้จะเป็นเพียงเด็กวัยสี่ขวบ แต่คนพี่กลับสูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ส่วนคนน้องก็สูงถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร

หากเดินตามท้องถนน ใครจะไปเชื่อว่าพวกเขายังเป็นแค่เด็กสี่ขวบ?

ช่วงหลายปีมานี้ เฉินเสี่ยวเทียนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก เขาละทิ้งความทุกข์ใจอื่นๆ ไปชั่วคราว และดื่มด่ำไปกับความสุขในการเลี้ยงดูลูกๆ ในทุกๆ วัน

เวลาไม่กี่ปี สำหรับผู้ฝึกยุทธ์วิถีเซียนอย่างเขา มันไม่มีความหมายอะไรเลย ราวกับเป็นเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น

แต่ทว่า เวลาไม่กี่ปี สำหรับปุถุชนคนธรรมดา กลับยาวนานเท่ากับหนึ่งในสิบของชีวิตเลยทีเดียว

ชิงหูดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก หลังจากได้รับการอบรมสั่งสอนมาหลายปี นางก็มีกิริยาท่าทางที่สง่างาม สมกับเป็นนายหญิงของบ้าน

นางยังคงเลือกที่จะไม่บำเพ็ญเพียร

เฉินเสี่ยวเทียนเคยถามเรื่องนี้กับนางหลายครั้ง

แต่ชิงหูก็ยังคงยืนกราน ที่จะแก่เฒ่าไปตามธรรมชาติเหมือนกับปุถุชนคนธรรมดา ไม่ต้องการบำเพ็ญเพียร

เฉินเสี่ยวเทียนเคารพความต้องการของนาง แต่ครั้งนี้ เขาไม่อยากจะมานั่งเสียใจภายหลังอีกแล้ว

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในราชสำนักก็เกิดเรื่องราวมากมายเช่นกัน

ฮ่องเต้สวรรคตอย่างกะทันหัน องค์รัชทายาทยังทรงพระเยาว์ ทำให้บรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เริ่มแย่งชิงอำนาจกัน จนเกิดการกบฏขึ้นภายใน เกิดเพลิงไหม้ในพระราชวังนานถึงสามวันสามคืน

มีผู้คนล้มตายไปกว่าสามหมื่นคน ในที่สุดเหตุการณ์ก็สงบลง

ฮ่องเต้องค์ใหม่ที่ขึ้นครองราชย์ ไม่เพียงแต่จะไม่ดีเท่าฮ่องเต้องค์ก่อน แต่กลับเพิ่มภาษีจนราษฎรเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ซ้ำร้ายยังเกิดภัยแล้งจนเก็บเกี่ยวพืชผลไม่ได้เลย

เพียงแค่ไม่กี่ปี ความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์ก็ลดลงไปกว่าครึ่ง จนถึงขั้นมีวี่แววว่าจะล่มสลาย

เฉินเสี่ยวเทียนฟันธงได้เลยว่า อย่างมากที่สุดอีกแค่สองปี สถานที่แห่งนี้ก็คงจะถึงกาลอวสาน

ทว่า เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้

การเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมถอยของราชวงศ์ ล้วนมีวาระของมัน เมื่อรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก็ย่อมต้องเสื่อมถอยลงเป็นธรรมดา

ผู้ฝึกยุทธ์วิถีเซียนอย่างเขา ไม่อยากจะไปก้าวก่ายเรื่องพวกนี้หรอก

"ท่านพ่อ ข้าอยากพาน้องสาวออกไปเที่ยวเล่น"

"ได้สิ จะไปที่ไหนล่ะ" เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

"พวกเราอยากไปที่ ต้าซีเทียน"

คำตอบของลูกชาย ทำเอาเฉินเสี่ยวเทียนถึงกับชะงักไป

ต้าซีเทียน?

นี่มันที่ไหนกัน ดูเหมือนเขาจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยนะ

เขารีบกางแผนที่ออกดูทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 445 - สหายจากลา

คัดลอกลิงก์แล้ว