- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1449 อยากบินก็บิน
ตอนที่ 1449 อยากบินก็บิน
ตอนที่ 1449 อยากบินก็บิน
ภายในห้องทำงาน หยู่ฉินหลานกำลังช่วยจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะและแยกประเภทให้เรียบร้อย เอกสารที่ใช้บ่อยถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ส่วนที่เหลือถูกนำไปวางไว้บนชั้นหนังสือด้านหลัง
เธอเอียงศีรษะมองมู่เหลียงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลัก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยท่าทีสง่างามว่า
"มู่เหลียง วันนี้จะไปถนนการค้าเหรอ?"
"อืม"
มู่เหลียงหลุบตาลงพร้อมกับพยักหน้า
เขาต้องการไปสร้างร้านหม้อไฟด้วยตัวเอง เพื่อให้ร้านเปิดกิจการได้เร็วที่สุด
ช่วงสองวันนี้เขาขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทดลอง แถมยังเรียกจาลั่ว อาหลี่ย่า และอาหลี่เช่อมาช่วยกันเร่งมือผลิตหม้อไฟแบบทำความร้อนในตัวจำนวนยี่สิบเตาตลอดทั้งคืน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ร้านหม้อไฟเปิดบริการได้เร็วที่สุด
หยู่ฉินหลานพยักหน้าและกล่าวว่า
"วันนี้ฮู่เตียนยุ่งมาก ฉันไปเป็นเพื่อนคุณแล้วกันนะ"
"ตกลง"
มู่เหลียงยิ้มออกมาเล็กน้อย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็ออกเดินทาง
ครั้งนี้มู่เหลียงไม่ได้พาหน่วยพิทักษ์เนินสูงไปด้วย เขาใช้ความสามารถพรสวรรค์พาหยู่ฉินหลานบินตรงไปยังย่านการค้าเลย
ตอนนี้เป็นเวลาสิบนาฬิกา ถนนการค้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เมื่อมองลงมาจากบนฟ้า นอกจากสิ่งปลูกสร้างแล้วก็เห็นแต่หัวคนเดินเบียดเสียดกันหนาแน่น
"ถนนการค้ายังเล็กไปจริงๆ แฮะ"
มู่เหลียงทอดถอนใจ
เขากำลังคิดว่าควรจะสร้างห้างสรรพสินค้าในย่านการค้าดีไหม ให้เหมือนกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในโลกเดิม
อันที่จริงถ้าจะพูดให้ถูก ภัตตาคารเต่าทมิฬก็คือศูนย์การค้านั่นแหละ แถมยังเป็นศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ที่รวมทั้งแหล่งชอปปิงและที่พักอาศัยไว้ด้วยกัน
"ไว้คราวหน้าค่อยลองดูแล้วกัน"
มู่เหลียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
หยู่ฉินหลานควงแขนมู่เหลียงแล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
"คุณจะสร้างร้านหม้อไฟไว้ตรงไหนล่ะ?"
"สร้างไว้ข้างภัตตาคารเต่าทมิฬก็แล้วกัน ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างอยู่"
มู่เหลียงก้มมองลงไปเบื้องล่าง
ทางด้านซ้ายของภัตตาคารเต่าทมิฬมีพื้นที่ว่างขนาดห้าร้อยตารางเมตร ซึ่งเดิมทีก็ถูกกันไว้สำหรับสร้างร้านใหม่อยู่แล้ว
"คนเยอะแบบนั้น ต้องกันพวกเขาออกไปก่อนนะ"
หยู่ฉินหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"เรื่องแค่นี้กล้วยๆ"
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เขาพาหยู่ฉินหลานร่อนลงมาจากท้องฟ้า และลงจอดตรงกลางพื้นที่ว่างผืนนั้น
การปรากฏตัวของทั้งสองดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างทันที
"ไหนบอกว่าถนนการค้าห้ามบินไง แล้วพวกเขาบินได้ยังไงกัน?"
มีคนตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
"ชู่ว อยากตายหรือไง นั่นน่ะท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬเชียวนะ!"
"อ้อ ท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬนี่เอง ถ้างั้นอยู่ในบ้านตัวเอง อยากจะบินก็บินได้สิ"
"..."
เสียงเอะอะโวยวายเบาลงไปมาก ประชาชนต่างพากันมองสำรวจหยู่ฉินหลานและมู่เหลียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ทุกท่าน ที่ตรงนี้กำลังจะถูกปรับปรุงก่อสร้าง ขอความกรุณารีบออกจากพื้นที่ด้วยครับ"
เสียงเรียบนิ่งของมู่เหลียงดังก้องอยู่ในหูของประชาชนโดยรอบ
วูบ
ไร้ซุ่มเสียงใดๆ โดยมีมู่เหลียงเป็นศูนย์กลาง พื้นที่ห้าร้อยตารางเมตรโดยรอบก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงบาดตา ก่อตัวเป็นลวดลายสี่เหลี่ยมจัตุรัส
นี่คือสิ่งที่มู่เหลียงใช้พลังควบคุมธาตุแสงควบแน่นขึ้นมา มันจะไม่ทำอันตรายใคร แต่ก็ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนได้เป็นอย่างดี
ฝูงชนส่งเสียงฮือฮาและพากันถอยออกจากรัศมีของวงแหวนแสง ก่อนจะยืนดูเหตุการณ์ต่ออยู่ไม่ไกล
"เอาล่ะ จะเริ่มแล้วนะ"
มู่เหลียงกล่าวด้วยความพึงพอใจ
"อื้ม"
หยู่ฉินหลานเข้าใจเจตนา เธอจึงก้าวเดินออกไปด้านนอก
มู่เหลียงรอจนหยู่ฉินหลานเดินออกพ้นระยะวงแหวนแสง แล้วจึงเริ่มงานก่อสร้างร้านหม้อไฟ
"ขึ้นมา!"
แค่เขาขยับความคิด ผลึกก็ปรากฏขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า แผ่ขยายปกคลุมพื้นที่ว่างทั้งหมดราวกับสายน้ำไหล ในขณะเดียวกัน ส่วนฐานก็ควบแน่นกลายเป็นเสาเข็มยาวห้าเมตรหลายต้น พวกมันปักลึกลงไปในดิน ทำให้รากฐานมั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น
งานก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป ผลึกซ้อนทับและควบแน่นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนประกอบตัวขึ้นเป็นอาคารสูงห้าเมตร
พื้นผิวของผลึกเกิดการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยเรียบเนียนราวกับกระจกก็กลายเป็นพื้นผิวขรุขระแบบด้าน ซึ่งสามารถบดบังการมองเห็นจากภายนอกและลดผลกระทบจากการสะท้อนของแสงได้
รูปทรงภายนอกของอาคารเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นอกจากหน้าต่างระบายอากาศสองสามแถวและวัสดุที่ทำจากผลึกแล้ว ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
"ดูธรรมดากว่าที่ฉันคิดไว้แฮะ"
หยู่ฉินหลานพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ทว่า การก่อสร้างเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น อาคารร้านหม้อไฟย่อมไม่มีทางเป็นแค่ตึกธรรมดาๆ แน่นอน
เมื่อมู่เหลียงลงมือต่อ ส่วนบนสุดของอาคารก็แปรสภาพกลายเป็นหลังคาทรงจั่ว กระเบื้องผลึกวางซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความอลังการ
"ถึงตอนนั้นค่อยแขวนโคมแดงไว้ใต้ชายคาสักแถว กลิ่นอายความเป็นจีนก็มาเต็มแล้ว"
มู่เหลียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ชาติก่อนเขาเคยไปเยือนเมืองภูเขา เคยเห็นวิวกลางคืนของหงหยาต้งและชื่นชอบสถาปัตยกรรมของที่นั่น ดังนั้นอาคารร้านหม้อไฟจึงถูกสร้างขึ้นโดยใช้ที่นั่นเป็นต้นแบบ แต่ถึงแม้จะดูคล้ายคลึงกัน กลับมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป
มู่เหลียงไม่หยุดมือ เขายังคงใช้ผลึกตกแต่งรายละเอียดภายนอกของอาคารต่อไป เพื่อให้มันดูหรูหราโอ่อ่ายิ่งขึ้น
"นี่มันเวทมนตร์อะไรกัน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
"สุดยอดไปเลย ถึงจะดูไม่ออกว่าคืออะไรก็เถอะ แต่มันน่าทึ่งจริงๆ"
"ร้านใหม่อีกแล้วเหรอ จะขายอะไรล่ะเนี่ย?"
"......"
ผู้คนที่ยืนมุงดูต่างส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาประหลาดใจในความสามารถของมู่เหลียง และอยากรู้ว่านี่คือเวทมนตร์ชนิดใด แต่ด้วยความรู้ที่พวกเขามี ย่อมไม่มีทางคิดหาคำตอบได้เลย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา มู่เหลียงก็ตกแต่งภายนอกร้านหม้อไฟเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการตกแต่งภายใน
เขาเดินเข้าไปในอาคารผลึก เริ่มแรกเขาใช้ความสามารถแบ่งตัวอาคารออกเป็นห้าชั้น โดยให้ชั้นที่สามซึ่งอยู่ตรงกลางเป็นห้องครัวและพื้นที่เตรียมอาหาร
การให้ชั้นสามเป็นห้องครัว ก็เพื่อร่นระยะทางในการเดินส่งอาหาร
เมื่อนำวัตถุดิบออกมาจากครัว ระยะทางในการส่งไปยังชั้นหนึ่งและชั้นห้าจะเท่ากันพอดี
มู่เหลียงใช้ผลึกสร้างโต๊ะสี่เหลี่ยมและเก้าอี้กินข้าวขึ้นมาทีละชุด แถมยังสร้างห้องส่วนตัวแยกไว้ในทุกชั้น ซึ่งกว้างขวางพอให้คนยี่สิบคนเข้าไปนั่งกินหม้อไฟด้วยกันได้สบายๆ
เขาศึกษาวิธีการจัดวางตำแหน่งที่นั่ง เพื่อให้เส้นทางการเดินส่งอาหารเป็นไปอย่างเป็นระบบ
ร้านหม้อไฟมีขนาดใหญ่มาก มีถึงห้าชั้นเต็มนอกจากชั้นสามที่เป็นห้องครัวแล้ว อีกสี่ชั้นที่เหลือล้วนเป็นโซนรับประทานอาหาร มีพื้นที่กว้างขวางพอจะวางโต๊ะได้นับร้อยตัว
ด้วยเหตุนี้ มู่เหลียงจึงสร้างเคาน์เตอร์ชำระเงินไว้ทุกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลูกค้ากินแล้วชิ่งหนี
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาในร้านหม้อไฟ เธอมองสำรวจสภาพแวดล้อมภายในร้าน กวาดสายตามองโต๊ะสี่เหลี่ยมแต่ละตัวแล้วพึมพำว่า
"ใหญ่จริงๆ ด้วย หม้อไฟแบบทำความร้อนในตัวมีไม่พอแน่ๆ..."
"ให้คนจากโรงงานตกแต่งมาที่นี่สิ ให้พวกเขาเริ่มตกแต่งกันข้ามคืนไปเลย อีกสองวันร้านหม้อไฟจะต้องเปิดกิจการแล้ว"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"รีบร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ริมฝีปากแดงระเรื่อของหยู่ฉินหลานเผยอขึ้นเล็กน้อย
มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะต้องไปแล้วน่ะ ถือโอกาสเปิดทดลองให้บริการก่อนไป จะได้ดูว่าผลตอบรับเป็นยังไงบ้าง"
เขาเตรียมเผื่อความเป็นไปได้ในการต่อเติมร้านหม้อไฟเอาไว้แล้ว หากกิจการรุ่งเรืองเกินคาด เขาก็ไม่เกี่ยงที่จะดัดแปลงร้านหม้อไฟจากห้าชั้นให้กลายเป็นหกชั้น หรือแม้แต่เจ็ดชั้น แปดชั้น หรือสูงกว่านั้น
หยู่ฉินหลานไม่ได้สงสัยอะไร เธอรีบพยักหน้ารับแล้วกล่าวว่า
"ตกลง เดี๋ยวฉันไปจัดการให้"
"อืม ช่วงนี้ฮู่เตียนค่อนข้างยุ่ง เรื่องร้านหม้อไฟคุณก็หาคนมาช่วยดูแลหน่อยนะ รีบเตรียมพวกเมนูอาหาร ถ้วยชามตะเกียบช้อน แล้วก็วัตถุดิบต่างๆ ให้พร้อมโดยเร็วที่สุดล่ะ"
มู่เหลียงกำชับ
หลังจากบูเว่ยเอ๋อจากไป ฮู่เตียนไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลย่านการค้าเพียงอย่างเดียว บางครั้งเธอยังต้องไปลาดตระเวนที่เมืองซ่อนเมือง และในขณะเดียวกันก็ต้องคอยฝึกอบรมผู้ดูแลด้วย
นี่เป็นวิธีป้องกันไม่ให้การบริหารในเมืองซ่อนเมืองตกต่ำลงหลังจากที่เมืองเต่าทมิฬจากไป ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธออยากเห็น และยิ่งไม่ใช่สิ่งที่มู่เหลียงต้องการจะเห็นด้วย
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันให้น้องหลันมาช่วยก็แล้วกัน"
หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างสง่างาม
"อืม แบบนั้นก็ได้"
มู่เหลียงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน
เขาเดินจากไป แต่หยู่ฉินหลานกลับต้องเริ่มยุ่งวุ่นวาย
เธอเกณฑ์คนงานกลุ่มหนึ่งมาจากโรงงานตกแต่งให้มาที่ร้านหม้อไฟ แล้วเริ่มงานตกแต่งอย่างไม่หยุดหย่อน ในขณะเดียวกัน พนักงานของร้านหม้อไฟก็เริ่มเข้ารับการฝึกอบรมก่อนเริ่มงานเช่นกัน
......