- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1447 เส้นทางทำเงินสายใหม่
ตอนที่ 1447 เส้นทางทำเงินสายใหม่
ตอนที่ 1447 เส้นทางทำเงินสายใหม่
เนินสูง ภายในห้องทำงานของตำหนัก
มู่เหลียง ท่องเงียบๆ ในใจ
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
ผู้ฝึกฝน: มู่เหลียง
พละกำลัง: 4832.2 ความเร็ว: 4844.0 ถึกทน: 4847.9 ปราณ: 4835.5
อายุขัย: 24 ปี / 43,820 ปี
แต้มฝึกฝน: 4,862 แต้มวิวัฒนาการ: 23,822,350,330
ความสามารถ: จิตสำนึกก่อรูป (ระดับแปด), สะกดฟ้าดิน (ระดับแปด), สดับสรรพสิ่ง (ระดับแปด), ควบคุมธาตุมืด (ระดับแปด)
...ซ่อน...
สัตว์อสูรฝึกฝน:
อสูรพิทักษ์บรรพต พลัง สะกดฟ้าดิน (ระดับแปด)
อสูรเงา พลัง ควบคุมธาตุมืด (ระดับแปด)
อสูรโอวชิว พลัง สดับสรรพสิ่ง/สัตว์ (ระดับแปด)
……ซ่อน……
ต้นหญ้านักล่า ·พลัง องครักษ์หุ่นเชิด (ระดับเจ็ด)
……ซ่อน……
"สองหมื่นสามพันแปดร้อยล้านแต้มแล้วสินะ"
มู่เหลียงสายตาเป็นประกายแวบหนึ่ง เป้าหมายหนึ่งแสนล้านแต้มใกล้เข้ามา
แต้มวิวัฒนาการสองหมื่นสามพันแปดร้อยล้านแต้มนี้ ได้มาจากการแปลงผลึกอสูรและสัตว์อสูรที่หามาได้จากงานประมูล เมืองซ่อนเมือง และคลังกลาง ทั้งสี่แห่งของทวีปเก่า
"ความเร็วในการหาผลึกยังช้าเกินไป"
มู่เหลียงไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน เขาอยากจะหาผลึกให้ได้มากกว่านี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ ในหัวมีความคิดมากมาย แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้น ยังต้องประเมินและลงมือทำจริงเสียก่อน
อย่างแรก การอยู่ที่เมืองซาลุนเอ๋อ ต่อไปไม่สามารถหาผลึกอสูรได้อย่างรวดเร็วอีกแล้ว จำเป็นต้องไปยังเมืองใหญ่ของอาณาจักรต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงของเมืองเต่าทมิฬ ให้โด่งดังออกไป
อย่างที่สอง ร้านค้าในถนนการค้ายังมีน้อยเกินไป จำเป็นต้องเพิ่มประเภทของร้านค้าให้หลากหลายขึ้น
"เมืองต่อไป ไปที่อีหลีก็แล้วกัน"
มู่เหลียงหันไปมองเอกสารใกล้มือ นั่นคือข้อมูลที่ลี่เยว่ รวบรวมมา เป็นข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเมืองชายฝั่งของทวีปใหม่
เมืองอีหลี เป็นเมืองชายฝั่งที่มีขนาดไม่เล็กไปกว่าเมืองซาลุนเอ๋อ มันคือ เมืองหลวงของอาณาจักรหลานหลูโป
อาณาจักรหลานหลูโป มีอาณาเขตติดกับอาณาจักรไห่ถิง แต่เมืองอีหลีกับเมืองซาลุนเอ๋อนั้นอยู่ห่างไกลกันมาก
หากนั่งรถเทียมอสูร จากเมืองซาลุนเอ๋อไปยังเมืองอีหลี ต้องใช้เวลาถึงสองเดือนเต็ม ต่อให้เดินทางโดยเรือทางน้ำ ก็ยังต้องใช้เวลายี่สิบวัน
มู่เหลียงเล็งเห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองอีหลี ที่นั่นเขาสามารถหาผลึกสัตว์อสูรได้มากขึ้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด คงไม่แย่ไปกว่าเมืองซาลุนเอ๋อแน่นอน
"อืม อีกแปดวันก็จะออกเดินทางแล้ว"
มู่เหลียงคำนวณเวลา ระยะเวลาที่กำหนดไว้ตอนแรกผ่านไปกว่าครึ่งแล้ว
"เปิดร้านอะไรเพิ่มอีกดีนะ?"
เขาหยิบดินสอขึ้นมาควงเล่นในมือ พลางคิดว่าจะเปิดร้านใหม่อะไรดี
ฮู่เตียน ดูแลเรื่องการค้า แต่ความรู้ของเธอก็ยังไม่กว้างไกลเท่ามู่เหลียง ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เคยมีชีวิตมาถึงสองโลก ในโลกเดิมมีสิ่งต่างๆ มากมายที่สามารถนำมาปรับใช้ได้
นิ้วของมู่เหลียงชะงักลง เขากำดินสอในมือ และเขียนคำสองสามคำลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ร้านหม้อไฟ ร้านคาราโอเกะ ร้านทำผม ร้านทำเล็บ
"อืม เปิดร้านพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน"
เขาวางดินสอลงอย่างพึงพอใจ
เขาครุ่นคิดว่าการเปิดร้านหม้อไฟต้องเตรียมอะไรบ้าง หม้อที่ใช้งานง่าย วัตถุดิบหลากหลายชนิด และน้ำจิ้ม
วัตถุดิบและน้ำจิ้มนั้นแก้ปัญหาได้ง่าย ส่วนหม้อที่ใช้งานง่ายต้องศึกษากันสักหน่อย ต้องเป็นเหมือนเตาแม่เหล็กไฟฟ้าในชาติก่อน ที่เปิดปุ๊บก็ใช้ได้ปั๊บ ไม่ใช่ต้องมายุ่งยากก่อไฟเผาถ่าน
"แค่เอาดัดแปลงกาต้มน้ำสักหน่อยก็น่าจะได้แล้ว"
ดวงตาสีดำของมู่เหลียงเป็นประกาย เขาคิดวิธีแก้ปัญหาออกแล้ว
เขาลุกขึ้นยืน แล้วเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องทดลอง
การทำกาต้มน้ำนั้นง่ายมาก แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สองพี่น้องอาหลี่ย่า คิดค้นขึ้นมา แต่เขาดูแค่ไม่กี่ครั้งก็เข้าใจหลักการแล้ว
มู่เหลียงมาถึงห้องทดลอง เขาหาชิ้นส่วนสัตว์ร้ายที่เหมาะสม เริ่มจัดการกับมัน แล้วสร้างเส้นเลือดขึ้นมา
กาต้มน้ำประกอบด้วยฐานและตัวกา ตัวกาทำจากแก้วผลึก ส่วนที่สำคัญที่สุดคือฐานซึ่งทำหน้าที่ให้ความร้อน
แนวคิดของมู่เหลียงคือ การขยายฐานให้ใหญ่ขึ้น จากนั้นก็ใช้แก้วผลึกทำตัวหม้อในลักษณะเดียวกัน เพียงเท่านี้หม้อไฟอเนกประสงค์แบบทำความร้อนในตัวก็เสร็จสมบูรณ์
การทำฐานนั้นไม่ยาก แค่สร้างเส้นชีพจรที่แตกต่างกันสี่เส้นลงในชิ้นส่วนสัตว์ร้ายธาตุไฟ จากนั้นฝังผลึกสัตว์ร้ายลงไปก็เป็นอันเสร็จสิ้น
มู่เหลียงลงมือทำทันที เขาใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็สร้างหม้อไฟทำความร้อนในตัวใบแรกขึ้นมาได้สำเร็จ
หม้อไฟทำความร้อนในตัวมีความกว้างสี่สิบเซนติเมตร สูงสามสิบเซนติเมตร ความจุเพียงพอสำหรับให้คนหกคนกินพร้อมกันได้สบายๆ
"ลองดูหน่อยก็แล้วกัน"
มู่เหลียงยกมือขึ้นควบแน่นน้ำสะอาด เติมลงไปในหม้อจนเต็ม จากนั้นก็กดผลึกสัตว์ที่ฝังอยู่ด้านบน
วืด
เพียงไม่กี่วินาที มู่เหลียงก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากฐาน
ตึก ตึก ตึก
มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้
หยู่ฉินหลาน เดินเข้ามาในห้องทดลอง เธอเท้าสะเอวแล้วพูดขึ้น
"อยู่ในห้องทดลองจริงๆ ด้วย กำลังวิจัยอะไรอยู่อีกเนี่ย?"
"ทำหม้อไฟทำความร้อนในตัวน่ะ"
มู่เหลียงตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
“จะเอาไว้ทำอะไรละ?”
หยู่ฉินหลานเดินเข้าไปใกล้ แล้วพิจารณาหม้อไฟใบนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ไว้เปิดร้านหม้อไฟน่ะ"
มู่เหลียงอธิบาย
"เอ๋ เปิดร้านหม้อไฟเหรอ?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยความประหลาดใจ
"อืม คิดว่าไงล่ะ?"
มู่เหลียงยิ้มพลางถาม
"ด้วยความอร่อยของหม้อไฟ ธุรกิจจะต้องไปได้สวยแน่ๆ อันนี้รับประกันเลย"
หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถึงได้อยากเปิดร้านหม้อไฟไง แถมหน้าร้านยังต้องใหญ่ด้วยนะ"
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส
"อืม ยังไงซะถนนกับย่านการค้าก็สามารถขยายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่หรอก"
หยู่ฉินหลานยิ้มแย้มดั่งดอกไม้บาน
"เพราะงั้นเธอต้องช่วยรวบรวมข้อมูลหน่อยนะ ว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่เหมาะจะเอามาลวกในหม้อไฟ แล้วก็ช่วยคิดค้นน้ำจิ้มออกมาสักสองสามแบบด้วย"
มู่เหลียงพยักหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"เรื่องเล็กน้อย ให้พวกสาวใช้จัดการก็สิ้นเรื่อง พวกน้องศึกษาเรื่องของกินกันทุกวัน จัดการได้สบายมาก"
หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างสง่างาม
"อืม ฝากเธอหน่อยแล้วกัน"
มู่เหลียงตอบรับ
หม้อตรงหน้าเขาเดือดปุดๆ แล้ว ไอน้ำจำนวนมากลอยพวยพุ่งขึ้นมา อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 100 องศาเซลเซียส
มู่เหลียงกดผลึกสัตว์ร้ายอีกลูกหนึ่ง อุณหภูมิก็ค่อยๆ คงที่และไม่เพิ่มขึ้นอีก อุณหภูมินี้เหมาะสำหรับต้มหม้อไฟพอดี
"ถ้ามีสไบนางกับเนื้อติดมันก็คงดีสินะ"
คอของเขาขยับขึ้นลง นึกถึงของที่มักจะกินตอนกินหม้อไฟในชาติก่อน
นอกจากสไบนางและเนื้อติดมันแล้ว ก็ยังมีลูกชิ้นเนื้อตีมือ หลอดลมหมู เลือดก้อน ไส้เป็ด และลูกชิ้นสารพัดชนิด
"เนื้อติดมันกับลูกชิ้นเนื้อไม่มี เลือดก้อนกับไส้เป็ดยังพอหาของมาแทนได้"
มู่เหลียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เขานึกถึงเป็ดขนทองขึ้นมาได้ จำนวนที่เลี้ยงไว้ก็เริ่มมีมากพอสมควรแล้ว สามารถแบ่งส่วนหนึ่งออกมาเป็นอาหารได้
"ส่วนลูกชิ้น วิธีทำก็คล้ายๆ กัน ใช้เนื้อสัตว์อสูรก็น่าจะทำลูกชิ้นอร่อยๆ ได้เหมือนกัน ลองดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย..."
หยู่ฉินหลานกะพริบตาสีฟ้าน้ำทะเล ฟังมู่เหลียงบ่นพึมพำอยู่คนเดียวอย่างนึกสนุก
มู่เหลียงปิดหม้อไฟทำความร้อนในตัว หยิบกระดาษกับดินสอออกมา เขียนวิธีทำลูกชิ้นลงไป แล้วยังเขียนวิธีทำไส้กรอกเนื้อ ไส้กรอกรมควัน เนื้อรมควัน และไส้กรอกเลือด ออกมาทีละอย่าง
"เอาไปให้พวกน้องหลันลองศึกษากันดูนะ ว่าจะทำออกมาได้สำเร็จหรือเปล่า"
เขายื่นกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วให้หยู่ฉินหลาน
"ตกลง..."
หยู่ฉินหลานหลุบตาลงกวาดสายตาอ่านรอบหนึ่ง
ห้านาทีต่อมา เธอมองมู่เหลียงด้วยความตกตะลึง สงสัยเหลือเกินว่าสมองของเขาประกอบขึ้นมาจากอะไร ทำไมถึงสามารถคิดอะไรได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น?