เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 72 ญาณทิพย์มองทะลุ

ตอนที่ 72 ญาณทิพย์มองทะลุ

ตอนที่ 72 ญาณทิพย์มองทะลุ


"พวกเจ้าควรหาสัตว์อสูรดีๆ ให้ได้ก่อน"”

เพียงคำพูดไม่กี่คำของ'อี้หนาน'ทำให้ทุกคนรีบเร่งมาถึงร้านขายสัตว์อสูร

'เย่คง'ไม่มีสัตว์อสูร และสัตว์อสูรของพี่น้องสกุลหลี่ก็แค่สวะ ถ้าพวกเขาไม่ได้สัตว์อสูรดีๆ ก็ไม่ต้องพูดถึงภารกิจต่อเนื่อง แม้แต่บททดสอบหัวใจต้นโอ๊คแห่งวงกตศิลาดำยังลำบากจนยากจะทนทาน

เดิมที'เย่ว์หยาง'จ้างพวกเขาให้ตามหา'เย่ว์ปิง'  เนื่องจากภารกิจสำเร็จแล้ว  ถ้าเป็นคนอื่นที่จ้างพวกเขา บางทีพวกเขาอาจจ่ายค่านายหน้าแล้วจากนั้นค่อยร่ำลาแยกย้ายกันไปก็ได้

อย่างไรก็ตาม'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่า แม้เย่คงและคนอื่นๆ จะช่วยในเรื่องต่อสู้ไม่ค่อยได้  แต่ประสบการณ์ในการเอาตัวรอดในหอทงเทียนของพวกเขาเหนือกว่า'เย่ว์ปิง'และ'อี้หนาน' ด้วยการมีส่วนร่วมของพวกเขา ภารกิจต่อเนื่องจะเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

แน่นอนว่า 'เย่ว์หยาง'ตัดสินใจใช้'เย่คง'และคนอื่นๆ อีกต่อไป ในกรณี'เย่คง' เขายังคงเป็นอัจฉริยะที่มีอดีตน่าภูมิใจ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเขาสูญเสียอสูรของเขาไป  เขาจะกลายเป็นคนตกยากได้อย่างไร?

สัตว์อสูรของพี่น้องสกุลหลี่ก็ยังเป็นระดับต่ำ และมีขีดจำกัดที่พลังที่มีจำกัดหลังจากรวมพลังกับสัตว์อสูรของเขา  อย่างไรก็ตาม วิทยายุทธของพี่น้องสกุลหลี่เองก็ยังนับว่าไม่เลว และพวกเขายังมีความยืดหยุ่น

พวกเขายังเทียบได้กับ'ฮุยไท่หลาง'ในเรื่องพลังชีวิตที่คล้ายกับแมลงสาบ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในแนวหน้าได้  แต่พวกงานใช้แรงงานพวกเขาก็ยังช่วยได้ แต่กับ'เจ้าอ้วนไห่'ที่มีคัมภีร์อัญเชิญอยู่เล่มหนึ่ง

'เย่ว์หยาง'คิดว่าเขาแย่ที่สุด เขาไม่มีประสบการณ์อะไรเลย เป็นได้แต่ตัวถ่วง ข้อได้เปรียบของเขาเพียงอย่างเดียวก็คือ เขาอาจเป็นโล่ห์มนุษย์ได้ ถ้า'เย่ว์หยาง'ต้องการช่วยคน

'เจ้าอ้วนไห่'เหมาะที่จะเป็นโล่ห์มนุษย์ได้ดีที่สุด หลังจากได้รับทอง 100 เหรียญในฐานะเป็นรางวัลบุกแดนปีศาจ  'เย่ว์หยาง'พา'เย่ว์ปิง', 'อี้หนาน' 'เย่คง' 'เจ้าอ้วนไห่'และคนอื่นๆ  ไปที่ร้าน “ร้อยอสูรคำราม”

ขณะที่พวกเขาเข้าไปในร้าน 'ฮุยไท่หลาง'อสูรชั้นทองแดงระดับ 5 ถึงกับเป็นต้นเหตุให้สัตว์อสูรเต็มวัยในร้านตกใจจนพวกมันหมอบลงกับพื้น และอยู่อย่างนิ่งสงบ จนถึงตอนนี้'เย่ว์หยาง'ถึงได้ตระหนักว่า  ความสำเร็จที่จะหาสัตว์อสูรชั้นทองแดงระดับ 5  สำหรับนักรบธรรมดานั้น ยากเย็นขนาดไหน

“วางเงินไว้กับเรา 500 เหรียญทองก่อน  ถ้าท่านยอมรับ ท่านและสหายจะได้เป็นลูกค้าชั้นพิเศษของร้านเราตลอดชีวิต ได้รับส่วนลดร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เราจะส่งไข่สัตว์อสูรชั้นทองแดงระดับ 4 ให้ท่านเป็นของขวัญหากท่านมีการสูญเสีย  สหายของท่านแต่ละคนสามารถจะรับสัตว์อสูรได้ฟรี  และตราบใดที่คนของเราทำสัญญากับหมาปีศาจ 2 หัวนี้ได้สำเร็จ เรายินดีจะจ่ายให้ท่านเพิ่มอีก 500 เหรียญทอง”

ผู้ดูแลร้านร่างอ้วนขาวพยายามโน้มน้าวให้'เย่ว์หยาง'ขาย'ฮุยไท่หลาง'ให้พวกเขา พนักงานของร้านฉลาดและเขี้ยวไม่เบา

พอเห็น'ฮุยไท่หลาง'เป็นสัตว์อสูรคุณภาพดีที่สุดระดับ 5 ดาวหรือมากกว่า ถึงกับตาม'เย่ว์หยาง'แจพยายามจะตื๊อขอ'ซื้อฮุยไท่หลาง'ให้ได้  พวกเขายินดีจะทำมากถึงขนาดพูดได้ว่าพวกเขาไม่สนถ้าต้องตายในการทำหน้าที่ของเขา

“ผู้จัดการ เจ้าคิดไร้เดียงสาเกินไปแล้ว  เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าจะรับหมาป่าปีศาจ 2 หัวกายสิทธิ์ด้วยทองแค่พันเดียว?”

'อี้หนาน'ยิ้มเยาะ

“คงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เจรจากับพวกท่านเรื่องราคา เรานั่งคุยกันได้แล้วค่อยปรึกษากันดีกว่า”

ผู้จัดการพูดไปยิ้มไป

“เราไม่ขาย ไม่ว่าท่านจะเสนอราคาเรามากแค่ไหนก็ตาม”

'เย่ว์ปิง'ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ท่านต้องเข้าใจให้ชัดว่า เรามาที่นี่เพื่อซื้อสัตว์อสูร  ไม่ได้มาขายพวกมัน  ถ้าท่านไม่ต้องการทำธุรกิจ  เราจะได้ไปร้านอื่น”

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะไม่ได้ทำสัญญากับ'ฮุยไท่หลาง' แต่มันก็อยู่ร่วมกับเขามานาน เขารู้สึกว่าเจ้าหมาน้อยตัวนี้ถึงจะตะกละแต่ก็ฉลาด  มีมันอยู่ข้างๆ ตัวเขาทำให้ชีวิตเขาน่าสนใจขึ้นมาบ้าง หากปราศจากกระสอบทรายไว้ระบายอารมณ์โกรธบ้าง  ในอนาคตเขาจะทำยังไง?

นอกจากนี้ นี่เป็นสัตว์อสูรที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาด้วยมือตนเอง  เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะขายมันให้คนอื่น  ถึง'เย่ว์หยาง'ไม่เอ่ยปาก เขาก็ไม่มีทางขาย'ฮุยไท่หลาง'แน่ เนื่องจากผู้จัดการทำอะไรไม่ได้แล้ว

เขาได้แต่คอยกระตุ้นเป็นระยะ ว่า'เย่ว์หยาง'ต้องการขาย'ฮุยไท่หลาง'ในเวลาใดเวลาหนึ่ง ให้ติดต่อผู้จัดการเมื่อไรก็ได้  เขายืนยันว่าจะไม่รบกวนเวลาเขา แม้ว่าเขาจะนอนอยู่กับผู้หญิงในตอนกลางคืน

ภายในร้านร้อยอสูรคำราม สัตว์อสูรทั้งหมดที่มีอยู่เป็นอสูรสามัญระดับ 3 หรือต่ำกว่า มีสัตว์อสูรระดับ 4 อยู่เพียงหยิบมือ  ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรดีๆ ชั้นทองแดงเลย หลังจากมองดูสัตว์อสูรเป็นเวลานาน  'อี้หนาน'และ'เย่ว์ปิง' ก็ไม่มีความคิดใดๆ กับพวกมันเลย ในใจ'เย่คง'และคนอื่นๆ พวกเขารู้สึกเช่นกันว่า แถวนี้ไม่มีสัตว์อสูรดีๆ  แต่นับดูจากสถานการณ์ที่เป็นจริง  พวกเขาไม่กล้าตั้งความหวังสูงเกินไป

“มีบาบูนยักษ์ระดับ 3 ก็ไม่เลวนะ  ยิ่งไปกว่านั้น  มันยังเป็นประเภทเสริมพลัง เหมือนจ้าววานรทองแขนยาวที่ข้าเคยมีมาก่อน”

ขณะที่พูดเรื่องนี้'เย่คง'รู้สึกสะท้อนใจ

ถ้าเพียงแต่เจ้าวานรทองของเขายังคงอยู่ด้วย เขาจะต้องการบาบูนยักษ์ระดับ 3 นี้ไปทำไมกัน?  บาบูนยักษ์ตัวนี้โตเต็มวัยแล้ว และมันไม่สามารถจะเพิ่มระดับได้ตลอดชีวิตมัน  แม้ว่าระดับ 3 จะไม่นับว่าต่ำ แต่ก็ไม่มีความหวังว่าจะเพิ่มระดับได้ มันมีแต่จะทำให้คนสิ้นหวัง  เขาคงถูกกำหนดให้เป็นคนนำทางผู้ใช้แรงงานที่ไม่มีโอกาสได้พักตลอดชีวิตจริงๆ หรือ? ในเมื่อเขายังหนุ่ม  เขามีความฝันของตัวเองที่จะประสบความสำเร็จ และพ่อแม่เขาก็คาดหวังกับเขาจริงจัง

“เราต้องการหมาป่า 2 ตัวนั้น เรามีหนูวายุหางเคียวที่เป็นสัตว์เสริมพลังของเราเอง  เพิ่มหมาป่าวายุ 2 ตัวมาเป็นผู้ช่วยมัน  พลังของเราก็จะเพิ่มขึ้นอีกมาก”

ความปรารถนาของ'หลี่เชีย'และ'หลี่เกอ'เป็นจริงมากยิ่งขึ้น

พวกเขารู้สึกว่าหมาป่าเหล่านั้นเป็นจังหวะโชคที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขารู้จักกับ'เย่ว์หยาง'  พวกเขาคงไม่มีอะไรตั้งแต่แรก ตอนนี้ พวกเขาอย่างน้อยก็เป็นนักรบที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมบุกแดนปีศาจ

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ฆ่าปีศาจเลยแม้แต่ตนเดียว  อย่างน้อยพวกเขาก็ได้ย่ำแดนปีศาจมาแล้ว จะมีทหารรับจ้างในโลกสักกี่คนที่ได้รับโอกาสให้สู้ตอบโต้แดนปีศาจ?

พี่น้องสกุลหลี่รู้สึกว่า พวกเขาคงไม่สามารถหาประโยชน์ดีๆ ได้ในชีวิตของพวกเขาอีกแล้ว และจะได้เลิกเป็นคนงานต่ำต้อยอย่างทหารรับจ้างเพื่อเงินค่าจ้างเสียที  นั่นคือรูปแบบชีวิตที่มั่นคงที่พวกเขาทำให้เกิดได้

'เย่ว์หยาง'ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งที่'เย่คง'และพี่น้องตระกูลหลี่พูด เขาตรงไปหาผู้จัดการแล้วถามว่า

“ที่นี่มีไข่สัตว์อสูรคุณภาพดีกว่านี้อีกไหม?”

ผู้จัดการยังคงจับตา'ฮุยไท่หลาง' เมื่อเขาได้ยิน'เย่ว์หยาง' เขาจึงวางแผนในใจ

“อย่างนั้น เชิญไปดูไข่สัตว์อสูรทั้งหมดเราได้  ท่านต้องการจะทำอะไรก็เชิญเลย”

“โปรดอย่าลืมสิ่งที่ท่านเพิ่งพูดนะ เราแค่ต้องการไข่สัตว์อสูร  ท่านเข้าใจไหม?  ขอบคุณ”

'อี้หนาน'ไม่สามารถพูดเรื่องที่ผู้จัดการดำเนินการด้วยตัวเขาเอง

“ตกลง”

ผู้จัดการเสียดายอย่างมาก  ความเสียใจของเขาเปรียบเหมือนกับภรรยาของเขาขนทรัพย์สินของเขาหนีตามชายอื่นไป แม้ว่าไข่สัตว์อสูรจะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรเต็มวัย  ราคายังสูงกว่า 10 เท่า

พอมองดูไข่เหล่านั้น  'เย่คง'รู้สึกยินดีขึ้นมาบ้าง เขาพบไข่อสูรที่มีศักยภาพมาก  หลังจากฟักตัวแล้ว  การเติบโตของมันไม่แตกต่างกันมากจากการเติบโตของจ้าววานรทอง  เขาประเมินว่ามันน่าจะเป็นอสูรระดับ 4 เหนือกว่าวานรปีศาจแขนเหล็ก

ขณะที่ไข่อสูรชั้นทองแดง 2 ใบที่สามารถฟักเป็นพยัคฆ์วายุคำรามและหมาป่าเงา  ราคาทั้งหมด 100 เหรียญทอง นี่เป็นราคาที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขา รางวัลที่ได้รับในการบุกแดนปีศาจ ก็ได้มาเพียง 100 เหรียญทอง ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขาและพี่น้องตระกูลหลี่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย

พวกเขาได้แต่ติดตามไปดูเท่านั้น ได้รับวานรปีศาจแขนเหล็กเป็นความต้องการที่มากที่สุดเท่าที่เขาสามารถทำได้ 'เย่ว์หยาง'ยังคงส่ายศีรษะ

“มีแต่สวะทั้งนั้น ท่านไม่มีไข่อสูรอื่นๆ อีกหรือ?”

ผู้จัดการแทบสำลัก  เขาคิดว่า เจ้าไม่โดนคำพูดย้อนเจ็บๆ ก็เลยทำหยิ่งอย่างนี้ใช่ไหม?  เจ้ามีหมาป่าปีศาจ 2 หัวชั้นทองแดงระดับ 5   แน่นอนเจ้าก็เลยคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นสวะ  แต่ถ้านักรบคนอื่นเห็นหมาป่าเงาและพยัคฆ์วายุคำรามชั้นทองแดง ไม่ว่าพวกเขาต้องการมันมากแค่ไหน ไม่ว่าพวกเขาจะน้ำลายสอมากเพียงใด  พวกเขาก็ไม่มีทางเอามันไปได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้เป็นลูกค้าชั้นพิเศษที่มาที่นี่  ผู้จัดการยังคงให้การบริการอย่างสุดฝีมือ สมบัติของร้านพวกเขามีมูลค่าถึง 500 เหรียญทอง มันคือไข่สัตว์อสูรชั้นทองแดงเสือดำปีศาจสายฟ้า

หลังจากทดสอบมาถึง 20 ครั้ง  ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม ประเมินผลเป็น 4 ดาว ผู้เชี่ยวชาญประเมินสัตว์อสูร  เจ้าหน้าที่ในพื้นที่แถวนี้เชื่อว่า ระดับพัฒนาการสุดท้ายของเสือดำปีศาจสายฟ้าก็คือชั้นทองแดงระดับ 4  และเหนือกว่านั้น ถ้ามันกินผลึกเวทไฟฟ้ามากพอ มันอาจยกระดับขึ้นไปเป็นอสูรชั้นทองแดงระดับ 5 ได้

ข้อเสียเปรียบเพียงอย่างเดียวก็คือ กว่าเวลาจะครบกำหนดได้ต้องใช้เวลานานมาก คาดกันว่าใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีและการเติบโตของมันจะเป็นไปได้ไกลและมั่นคง โอกาสที่มันจะวิวัฒนาการไปเป็นชั้นเงินเป็นศูนย์ แม้นี่จะไม่มากถึงกับต้องเอาโซ่มาล่ามร้านร้อยอสูรคำรามก็จริง  แต่ภายในร้านในชั้นระดับนี้ มันคืออัญมณีประจำร้าน

“ข้าไม่ต้องการเจ้านี่  มันก็แค่สวะ”

พอใช้พลังญาณทิพย์  'เย่ว์หยาง'ก็มองทะลุไข่อสูรนี้

ไม่ใช่แค่'ฮุยไท่หลาง'เท่านั้น แม้แต่ไข่อสูรที่เขาได้รับมาจากหม้อพลังงานในวิหารราศีเมษก็ยังดีกว่าไข่ใบนี้อย่างเเทียบไม่ติด ราวกับมนุษย์กับเทพ ไข่อสูรที่เขาได้รับมาจากที่นั่น ประเมินค่าได้ถึง 5 ดาว ส่วนเสือดำปีศาจสายฟ้านี้ที่อ้างกันว่าได้ถึง 4 ดาว ความจริงแล้วได้แค่ 3 ดาวครึ่ง

มันล้มเหลวในการตอบสนองมาตรฐาน 4 ดาว สาเหตุเดียวที่มันได้รับการตีตราเป็น 4 ดาวก็เพราะไม่มีการกำหนดมาตรฐาน 3 ดาวครึ่ง  ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเสือดำปีศาจสายฟ้า 4 ดาวตัวนี้ ห่วยที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรมาตรฐาน 4 ดาวที่ได้รับการประเมินแล้วนี้ ผู้จัดการร้านแทบกระอักเลือดเมื่อได้ฟังเช่นนี้

“คุณชาย!  ท่านบอกว่ามันเป็นสวะอย่างนั้นหรือ?  นั่นมัน 4 ดาวเชียวนะ  ท่านบอกว่า 5 ดาวใช่ไหม?  ใครกันที่จะขายไข่อสูรมาตรฐาน 5 ดาวในร้านขายสัตว์อสูรกันเล่า?  ความจริงแล้วทางอาณาจักรจะจัดลำดับความสำคัญของพวกมันแล้วก็ซื้อมันไป  ตระกูลชั้นสูงก็ซื้อพวกมันไปด้วยจำนวนทองมหาศาล  ถ้าท่านต้องการไข่อสูรมาตรฐาน 5 ดาว อย่างน้อยท่านต้องไปให้ถึงชั้น 3 หรือสูงกว่านั้น ในหอทงเทียน  อสูรที่ท่านครอบครองอยู่มีกี่ดาวกัน? ข้าจะใช้แก้วผลึกประเมินดู มัน.. โอว..ตายแล้ว 5 ดาวเชียวหรือ? ข้าจะเป็นลม..”

ความตั้งใจเดิมของ'เย่ว์หยาง'แค่ต้องการหาสัตว์อสูรดีๆ ให้'เย่ว์ปิง'

แต่พอมองดูทั้งหมดแล้ว เขาพบว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นมีแต่สวะทั้งนั้น  เขาตกใจและส่งไข่ใบเล็กมาตรฐาน 5 ดาวซึ่งเป็นคุณภาพดีที่สุดในอ้อมกอดเขาให้'เย่ว์ปิง'หลังจากประเมินไข่อย่างกระตือรือร้น ผู้จัดการร้านร้อยอสูรคำรามก็เป็นลมอยู่

ณ ตรงนั้นนั่นเอง เจ้าหนุ่มคนนี้พาหมาป่าปีศาจ 2 หัว ชั้นทองแดงระดับ 5 มาเดินเล่นและยังเลือกไข่อสูรมาตรฐาน 5 ดาวออกมาได้อย่างไร? หรือจะเป็นเจ้าชายของแดนดินมาทำเรื่องอย่างนี้ได้? เขาเป็นใครกันแน่?

“พี่สาม, เดี๋ยวก่อนนะ   ข้าไม่ค่อยถนัดกับการใช้อสูรที่ไม่ใช่สายพฤกษา  ข้าไม่ต้องการมัน โปรด..เก็บไว้เถอะ”

'เย่ว์ปิง'รีบเอาไข่คืนไว้ในอ้อมกอดของ'เย่ว์หยาง'

“ข้าก็จะเป็นลมเหมือนกัน”

'เจ้าอ้วนไห่'พูดทั้งที่น้ำลายยังยืดอยู่

“มาเสี่ยงโชคของพวกเจ้าดูเป็นไง? เย่คงกับคนอื่นๆ เลือกไข่อสูรและไข่อลเวง แล้วมาดูกันว่าจะมีผลตอบรับกับพวกเจ้าอย่างไรเวลาที่พวกมันหลอมรวมกัน   ถ้ามันไม่ดี  อย่างนั้นก็แย่เหน่อยนะสำหรับพวกเจ้า”

สิ่งที่'อี้หนาน'พูดถึงก็คือเกมพนันที่น่ากลัว

ทหารรับจ้างทั่วๆ ไปจะไม่กล้าทำอย่างนี้ ปกติ การพนันแบบนี้พวกทหารระดับสูงในกองทัพชอบทำกัน  พวกเขาปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะใช้วิธีการที่รุนแรงแบบนี้เดิมพันด้วยชีวิตของพวกเขาเอง

ไข่อลเวงเป็นกลุ่มไข่อสูรที่ไม่มีตัวอ่อน ไม่มีใครรู้ว่าเป็นอสูรชนิดไหน และปฏิกิริยาตอบรับหลังจากสัตว์อสูรผสมผสานกับมัน โอกาส 50/50  ที่ไข่ทั้งสองจะปฏิเสธกันและกัน จนทำให้การหลอมรวมกันล้มเหลวและสัตว์อสูรก็จะตายทันที...

มีโอกาส 30% ที่ความสามารถของสัตว์อสูรอาจได้รับผลกระทบจากไข่อลเวง และจากที่มันแข็งแกร่งก็จะกลายเป็นอ่อนแอ, โอกาส 15% ที่สัตว์อสูรจะไม่เปลี่ยนแปลง  และไข่อลเวงจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อสัตว์อสูร มีโอกาสเพียง 5% ที่ไข่อลเวงจะหลอมรวมกับอสูรได้สำเร็จ จนมันเพิ่มความแข็งแกร่งหรือสร้างวิวัฒนาการให้สัตว์อสูรได้ ยังมีรายงานว่ามีโอกาส 0.01% ที่ไข่อลเวงจะเข้ากันได้ดีมากกับสัตว์อสูร ทำให้เปลี่ยนแปลงเพิ่มระดับของมันได้ทันทีหลังจากมีการหลอมรวมกัน

หลังจากที่ระดับของมันเพิ่มขึ้น  เป็นไปได้ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงชั้นจากชั้นสามัญไปเป็นชั้นทองแดง เป็นเวลา 2-3 พันปีแล้ว คนนับไม่ถ้วนพยายามหลอมรวมด้วยวิธีนี้นับครั้งไม่ถ้วน

นอกจากผู้โชคดีไม่กี่คน  เกือบทั้งหมดจบลงด้วยโศกนาฏกรรม โอกาส 0.01% ก็เหมือนทำให้คนหมดหวัง ยกตัวอย่าง  ไม่มีใครประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนแปลงเพิ่มวิวัฒนาการในร้านร้อยมังกรคำรามมานานเกินกว่า 50 ปีแล้ว   ผู้โชคดีที่ได้รับการจารึกไว้บนกำแพง ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานาน 50 ปีที่แล้ว

“งั้นมาเดิมพันกัน”

'เย่คง'มือสั่น  แต่เขาผงกหัวให้'อี้หนาน'อย่างมุ่งมั่น นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะพลิกโชคของเขาขึ้นมา

เมื่อมีทองไม่พอ เขาทำได้แต่เพียงพนันเสี่ยงโชค  ยังไงๆ เขาก็เป็นคนไร้ประโยชน์อยู่แล้ว  ตราบใดที่แม้มีเพียงโอกาสริบหรี่ เขาก็จะเดิมพันดู   เขาพนันด้วยวานรปีศาจแขนเหล็กเพื่อยกระดับให้มันเป็นอสูรชั้นทองแดง

จากนั้นเขาก็จะฟื้นทุกอย่าง  ความฝันเมื่อยามเยาว์วัย ความคาดหวังของพ่อแม่เขา ทั้งหมดอาจกลายเป็นจริงได้  ตราบใดที่ฟ้าไม่ทอดทิ้งเขา ก็จะประทานโชคที่เหมาะสมให้เขาแน่

'เย่ว์หยาง'สงสัย มีการพนันแบบนี้ด้วยหรือ? ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ อย่างนั้น ใช้ตาทิพย์ของขวัญของตัวเขาเองก็จะไม่ดีกว่าหรือ? พอเห็นท่าทีนับถือที่ผู้จัดการร้านแสดงออกมาแบบผิวเผินแแต่ค่อนข้างไปทางเยาะเย้ย

'เย่ว์หยาง'ถึงกับโกรธ  เขาต้องการให้เราพลาดท่าหรือ?  ข้าจะหาวิธีที่เหมาะระบายโกรธกับเจ้า 'เย่คง'กังวลมากจนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เขาถือไข่วานรปีศาจแขนเหล็กไว้ในมือ

ขณะที่มองดูแถวของไข่อลเวงโดยไม่รู้ว่าจะเลือกใบไหนดี สำหรับเขา มีโอกาสเพียงหนึ่งเดียว พนันครั้งนี้ แม้ว่าสัตว์อสูรตายไป  เขาจะต้องสูญเสียโควตาอัญเชิญของเขา 2 ที่ ถ้าเขาเลือกผิด อย่างนั้นชีวิตของเขาก็หมดโอกาสโดยสิ้นเชิง

“มันเลือกยากขนาดนั้นจริงๆ หรือ? ใบนี้สิ ดูเหมือนว่าดีนะ!”

'เย่ว์หยาง'คว้าไข่อลเวงมาใบหนึ่งมาอย่างสบายๆ แล้วโยนมันให้'เย่คง'  ความคิดมักง่ายของเขาทำให้คิดเหมือนว่าหยิบถั่วจากพื้นแล้วโยนให้  ผู้คนพากันประหลาดใจกับการกระทำของเขา นี่ นี่ไม่เรื่องล้อกันเล่นได้  เขาจะต้องระมัดระวังให้มาก!

ทันทีที่ไข่อลเวงหลอมรวมกับสัตว์อสูร จะไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะกลับคืนมาเหมือนเดิม  ไม่ว่าสัตว์อสูรจะเป็นหรือตาย  ไม่ว่าจะดีหรือเลว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเดิมพันครั้งเดียว

ใครจะไปรู้ว่า'เย่ว์หยาง'ได้รับพลังญาณทิพย์ระดับ 2 มาแล้ว  ความจริงก่อนที่ทุกคนจะเลือกไข่ของพวกเขาไว้  เขาก็พบไข่อลเวงที่เข้ากันได้ในกองเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะดูเหมือนมีนิสัยเลินเล่อ  แต่ความจริง เขาแค่หลอกตาผู้จัดการผู้มีไหวพริบเท่านั้น ถ้าเขาปล่อยให้เจ้านี่รู้ว่าไข่อลเวงกองนี้เข้ากันได้ทั้งหมด เขาคงจะไม่ลังเลที่จะเอา'ฮุยไท่หลาง'มาเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนหรือไม่ก็ขึ้นราคาไข่อีกร้อยเท่า

“คุณชายสาม, ข้า...ข้าเชื่อท่าน”

พอเห็น'เย่ว์หยาง'ยิ้มสดใส  'เย่คง'รู้สึกโชคดีและโล่งอก

เขากัดฟัน ตัดสินใจยอมเชื่อ'เย่ว์หยาง' เขาใช้แรงกัดนิ้วและใช้นิ้วที่สั่นวาดรูปแบบสัญญาที่เหมือนกันบนไข่ทั้งสองใบ  ในที่สุด เพื่อลดความหวาดหวั่นในใจเขาหลับตาและทำสัญญากับไข่อสูรทั้งสองใบ ผลลัพธ์ออกมาภายในวินาทีเดียว ไม่ว่าการหลอมรวมจะเข้ากันได้หรือไม่  ไม่ว่าสัตว์อสูรจะตายหรือกลายเป็นสวะ  ไม่ว่ามันจะเป็นสายเสริมพลังหรือได้รับวิวัฒนาการ ผลจะปรากฏต่อหน้าต่อตาของเขาทันที

ลำแสงสีทองปรากฏที่ระหว่างนิ้วของ'เย่คง'  ขากรรไกรของผู้จัดการอ้าค้างจนสามารถยัดอสูรรบเข้าไปได้ทั้งตัว  ปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเห็นมานานเกินกว่า 50 ปี วันนี้ เขาได้เห็นปาฏิหาริย์ปรากฏต่อหน้าต่อตาของเขาเอง

“วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงสำเร็จ มันคือคิงคองปีศาจชั้นทองแดง  คุณชายสาม! ชีวิตของข้า เย่คงได้กลับคืนมาด้วยน้ำมือของท่านแล้ว”

ปฏิกิริยาแรกที่'เย่คง'ทำก็คือคุกเข่าแทบเท้า'เย่ว์หยาง'และกอดขาเขาไว้

เขาเต็มไปด้วยอารมณ์จนไม่อาจควบคุมตัวเองได้และเริ่มร้องออกมาเสียงดัง เสี่ยงพนันได้สำเร็จ  นับจากนี้ไป  'เย่คง'ผู้ล้มเหลวได้รับชีวิตใหม่แล้ว ฝันที่เขามี ความคาดหวังของพ่อแม่ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกรื้อฟื้นใหม่อีกครั้ง

ตอนนี้ เขามีศักดิ์ศรีพอที่จะกลับไปหาพ่อแม่ได้แล้ว  ในที่สุดเขาไม่ต้องเผชิญกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง  ตอนนี้ เขาได้รับชีวิตใหม่แล้ว มันเท่ากับที่เขาได้รับครั้งแรก

'เย่ว์หยาง'ฝืนยิ้ม นี่เป็นแค่เพียงเริ่มต้น  เขาจะใช้ญาณทิพย์ดูให้มากยิ่งขึ้น  แม้ว่าไข่อลเวงที่เข้ากันได้จะหาได้ยากมาก  ไข่อลเวงของเย่คงก็เพิ่งจะเข้ากันได้ อย่างไรก็ตาม  ด้วยการใช้ญาณทิพย์มองดูไข่ทั้งหมด  ยังจะมีความกลัวว่าจะไม่เจอไข่ที่เหมาะสมหรือ ถ้าลองใช้เวลาค้นหาอย่างต่อเนื่อง?

น้องสาวของเขา'เย่ว์ปิง' รวมทั้ง'อี้หนาน'ต้องการอสูรที่แข็งแกร่ง ทำไมไม่ใช้การพนันนี้เลือกไข่ที่ดีที่สุดให้พวกนางเล่า? พอกำหนดในใจแล้ว

'เย่ว์หยาง'ประคอง'เย่คง'ขึ้นและเตรียมคำพูดไว้ปลอบโยนเขา อย่างไรก็ตาม  เขามองเห็นไข่อลเวงในมือของ'เจ้าอ้วนไห่'มีการตอบสนองที่ผิดปกติ  นี่,  ไข่อลเวงใบนี้แปลก  มันแตกต่างจากไข่อลเวงใบอื่น นั่น.. นั่นเป็นไข่ของสัตว์อสูรชนิดไหน? และจะมีผลตอบสนองเช่นไร?

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=72

จบบทที่ ตอนที่ 72 ญาณทิพย์มองทะลุ

คัดลอกลิงก์แล้ว