เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร

บทที่ 46 น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร

บทที่ 46 น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร


บทที่ 46 น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร

ซุนหยางถึงกับพูดไม่ออก ชายชราคนนี้เปลี่ยนหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหนังสือเสียอีก เมื่อครู่ยังบอกว่าเขาดูไม่น่าใช่คนดีอยู่เลย แต่พริบตาเดียวกลับชมเปาะไม่หยุดปาก

แต่เขาก็ได้แต่บ่นในใจเท่านั้น เก็บเอกสารใส่กระเป๋าอย่างดีแล้วขับรถมุ่งตรงไปยังสนามกีฬาประจำอำเภอ

ในอำเภอมีสนามกีฬาในร่มที่ดูดีอยู่เพียงแห่งเดียว ทั้งสนามบาสเกตบอล วอลเลย์บอล และแบดมินตัน ต่างอัดแน่นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เส้นที่ขีดไว้บนพื้นยังซับซ้อนกว่าเชือกพันมือของยายเสียอีก

เมื่อหาสำนักงานของสนามกีฬาเจอ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเท้าแขนฟุบหลับอยู่

ซุนหยางเดินเข้าไปเคาะโต๊ะ "สวัสดีครับ ผมต้องการเช่าสนาม"

ผู้ดูแลสูดน้ำลายที่ไหลย้อยกลับเข้าไป แล้วปรือตาขึ้นมองสำรวจซุนหยางอย่างเกียจคร้าน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เช่าสนามอะไร?"

ซุนหยางไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาตบแฟ้มเอกสารราชการหัวแดงฉานลงบนโต๊ะโดยตรง

ผู้ดูแลเหลือบมองอย่างไม่ใส่ใจ แต่เมื่อเห็นชื่อเรื่องและตราประทับสีแดงสดด้านล่างชัดเจน เขาก็สะดุ้งสุดตัวแล้วผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง ความง่วงงุนหายวับไปในทันที

"โอ้โฮ! ทางอำเภอจะจัดกิจกรรมนี่เอง สนามมีว่างครับ ท่านต้องการเช่าเท่าไหร่?"

นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนหยางได้สัมผัสกับความรู้สึกสะใจเช่นนี้ เขารู้สึกว่าแผ่นหลังของตัวเองเหยียดตรงขึ้นหลายส่วนโดยไม่รู้ตัว

"ผมเช่าทั้งสนามของคุณ ห้าวัน"

"ไม่มีปัญหา!" ผู้ดูแลหยิบเครื่องคิดเลขออกมากดอย่างคล่องแคล่ว "ปกติเราให้เช่าสนามละ 1,200 ต่อวัน แต่ในเมื่อท่านมาติดต่อราชการ ผมคิดให้ราคาพิเศษที่แปดร้อยก็แล้วกัน ทั้งหมดแปดสนาม เป็นเวลาห้าวัน รวมเป็นเงินสามหมื่นสองพันหยวน แต่ผมลดพิเศษให้เหลือสามหมื่นถ้วนไปเลยครับ"

ซุนหยางรู้ดีว่าราคานี้ไม่ต้องพูดถึงส่วนลดแล้ว ต่อให้บีบก็คงไม่มีน้ำออกมาสักหยด เขาจึงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ตกลงครับ ต้องวางมัดจำเท่าไหร่?"

"ตามกฎแล้ว ท่านจ่ายก่อนหกพันก็พอครับ" ผู้ดูแลยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ แล้วออกใบเสร็จให้อย่างชำนาญ

หลังจากซุนหยางจ่ายเงินเรียบร้อย ผู้ดูแลคนนั้นก็ยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนสองใบกลับมาให้

ซุนหยางรับมาอย่างรู้งาน เขาเก็บเงินใส่กระเป๋าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะถือใบเสร็จเดินจากไป

พอออกมาจากสนามกีฬา ฝนก็ยังไม่หยุดตก

เขาขับรถต่อไปยังตลาดแรงงาน

ใกล้เวลาห้าโมงครึ่ง ประกอบกับเป็นวันฝนตก ตลาดแรงงานจึงดูเงียบเหงาบางตา ใต้เพิงกันแดดเก่าๆ สองแถวว่างเปล่า มีเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังสาดซ่า

เขาเดินลึกเข้าไปจนถึงศูนย์ลงทะเบียนด้านในสุดของตลาด เห็นชายสามคนนั่งยองๆ อยู่ใต้กันสาดหน้าประตู กำลังมองม่านฝนพลางสูบบุหรี่อย่างเหม่อลอย

วันฝนตกงานก็น้อย คนจ้างงานก็น้อย ชายทั้งสามเหลือบมองซุนหยางแวบหนึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะเป็นนายจ้าง จึงก้มหน้ามองฟ้าอย่างเหม่อลอยต่อไป

ซุนหยางกวาดตามองป้ายที่วางอยู่ข้างเท้าของพวกเขา สองป้ายเขียนว่ารับฉาบปูน ขัดพื้น ราคาเริ่มต้นที่สี่ร้อยหยวน

ส่วนคนที่ก้มหน้าก้มตานั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ไม่มีป้ายอะไรวางอยู่ตรงหน้า ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกรับจ้างรายวันทั่วไป

ซุนหยางเมินช่างก่อสร้างสองคนนั้นไป เดินตรงไปหาชายที่ไม่มีป้าย "พรุ่งนี้เช้าสิบโมง ที่สนามกีฬา มีงานพับกระดาษกงเต็ก ทำต่อเนื่องห้าวัน ผมให้วันละสองร้อย มีอาหารให้สองมื้อ ทำไหม?"

ชายคนนั้นพอได้ยินว่าได้วันละสองร้อย แถมยังมีข้าวให้กิน ก็รีบลุกขึ้นพยักหน้าทันที "ทำครับ!"

ซุนหยางพยักหน้า แล้วยื่นบุหรี่ให้หนึ่งมวน

ชายคนนั้นรีบโบกมือปฏิเสธ ยิ้มอย่างซื่อๆ "ผมสูบไม่เป็นครับ"

"สูบไม่เป็นก็ดีแล้ว" ซุนหยางยิ้มแล้วเก็บซองบุหรี่พลางพูดว่า "งานพับกระดาษกงเต็กกลัวไฟที่สุด ไม่สูบบุหรี่น่ะดีแล้ว อีกอย่าง งานนี้ต้องการคนห้าสิบคน คุณพอจะมีเพื่อนร่วมงานหรือคนบ้านเดียวกันที่รู้จักบ้างไหม เรียกมาได้เลยนะ ขอคนที่ไม่สูบบุหรี่ ถ้าหามาได้ครบ 50 คน ผมให้ค่าเสียเวลา 100 หยวน"

ช่างก่อสร้างสองคนที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินก็รีบโยนก้นบุหรี่ทิ้งลงในแอ่งน้ำด้านนอก แล้วเดินเข้ามาถามพลางยิ้มแหยๆ "เถ้าแก่ครับ ดูพวกผมสองคนพอไหวไหม? เรื่องสูบบุหรี่พวกเราทนได้"

"ผมก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยสูบบุหรี่ ถ้าทนได้ก็ผีหลอกแล้ว" ซุนหยางปฏิเสธทันควัน แล้วหันกลับไปมองคนงานที่ไม่สูบบุหรี่อีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมขอพูดให้ชัดเจนก่อนนะ ผมต้องการหาคนที่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช่คนที่ทนไม่สูบได้ พรุ่งนี้ที่สนามกีฬา ถ้าผมได้กลิ่นบุหรี่แม้แต่นิดเดียว หรือเห็นก้นบุหรี่แม้แต่อันเดียว ค่าจ้างของทุกคนจะไม่ได้สักแดงเดียว นี่เรียกว่าความรับผิดชอบร่วมกัน คุณคิดให้ดีก่อนค่อยไปหาคนมา"

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ได้ครับ ผมจะหาแต่คนที่ไม่สูบบุหรี่มาให้ เอ่อ... ผมหาผู้หญิงมาได้ไหมครับ?"

"ได้ งานพับกระดาษกงเต็กชายหญิงทำได้หมด คุณหามาได้เลย"

"ได้เลยครับ!" ชายคนนั้นตอบรับอย่างตื่นเต้น แล้วเดินไปอีกด้านเพื่อเริ่มโทรศัพท์

เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก ทั้งพี่สะใภ้สาม ป้าสอง โดยพื้นฐานแล้วหาแต่ผู้หญิงทั้งนั้น

ซุนหยางยืนอยู่ข้างๆ คอยฟังและนับจำนวน

ปรากฏว่าหามาได้ถึงคนที่ 55 แล้ว เขาก็ยังจะโทรหาต่อ

เขาจึงรีบห้ามไว้ "พอแล้วๆ! ห้าสิบห้าคนก็น่าจะพอแล้ว"

"อ๋อ ผมกลัวว่าพรุ่งนี้เผื่อมีใครไม่มา เลยกะว่าจะเรียกมาเผื่อไว้น่ะครับ งั้นผมบอกให้สองสามคนพรุ่งนี้ไม่ต้องมาดีไหม?"

ซุนหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าคนเยอะย่อมดีกว่าคนขาด จึงโบกมือบอก "ไม่ต้องแล้ว เอา 55 คนนี่แหละ พรุ่งนี้นายพาพวกเขาไปที่สนามกีฬาด้วยกัน แต่งตัวให้สะอาดสะอ้านหน่อย อย่าให้มอมแมม เดี๋ยวจะทำกระดาษกงเต็กสกปรก งานของเราเป็นงานฝีมือนะ"

ชายคนนั้นยิ้มกว้างพยักหน้ารับ จากนั้นก็แลกเบอร์โทรศัพท์กับซุนหยาง แนะนำตัวเองว่าชื่อเฉียงจื่อ มาจากหมู่บ้านอู่เต้าโข่ว

เรื่องราวจัดการเรียบร้อย

ซุนหยางกลับมาที่รถ โทรหาอันหรานเพื่อรายงานความคืบหน้าโดยละเอียด รวมถึงเรื่องที่พรุ่งนี้คนอาจจะมาเกิน

เมื่อพูดจบ เขาก็ลังเลเล็กน้อย แต่ก็เสริมขึ้นมาว่า "จริงสิ ที่สนามกีฬาเขาคืนเงินให้ผมมาสองร้อย ถือเป็นธรรมเนียมที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรของที่อำเภอ ผมก็เลยรับไว้ แล้วก็เรื่องที่เฉียงจื่อหาคนมาให้ ผมให้ค่าเสียเวลาเขาไป 100 หยวน สรุปแล้วก็ช่วยนายประหยัดไป 100 หยวน เงินนี่... เดี๋ยวผมส่งให้ฝ่ายการเงินของคุณโดยตรงเลยดีไหม?"

ในโทรศัพท์มีเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของอันหรานดังมา "นี่นายกำลังแสดงความภักดีอยู่เหรอ?"

"แน่นอนสิครับ ผมไม่อยากเสียชื่อว่าเป็นเพื่อนที่โกงเงินเพื่อนหรอกนะ"

อันหรานหัวเราะเบาๆ แล้วตอบกลับ "ได้ งั้นเดี๋ยวนายติดต่อกับหวังชินเตี้ยนนะ แล้วก็ส่งเลขบัญชีธนาคารของนายให้เขาไว้ด้วย พอถึงสิ้นเดือนเขาจะได้โอนเงินเดือนให้ อีกอย่าง ตอนนี้ทางผมยังไม่มีสำนักงาน นายก็ทำงานอยู่ที่ร้านของนายไปก่อนแล้วกัน มีอะไรผมจะโทรติดต่อนายเอง นายช่วยจัดการเรื่องของผมเป็นอันดับแรกก็พอ"

"ได้เลย ขอบใจนะเพื่อนเก่า"

"เฮ้อ กับผมไม่ต้องมาแกล้งเกรงใจหรอกน่า วางล่ะ"

หลังจากวางโทรศัพท์ อันหรานก็รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างใจจดใจจ่อ

บนโต๊ะมีไก่บ้านตุ๋นวุ้นเส้นส่งไอร้อนกรุ่น ข้างๆ กันคือจานตี้ซานเซียนผัดน้ำมันเยิ้มส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย

"คุณหลี่ ฝีมือคุณนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ แค่ได้กลิ่นก็ทนไม่ไหวแล้ว"

หลี่เหว่ยเฟิงหัวเราะแหะๆ อย่างภูมิใจเล็กน้อย แล้วหยิบขวดเหล้าขาวขึ้นมาจะรินให้อันหราน

อันหรานโบกมือห้าม "เดี๋ยวต้องไปที่โรงประกอบพิธีศพ ไม่ดื่มแล้วครับ"

หลี่เหว่ยเฟิงพอได้ยินก็รีบวางขวดเหล้าลงทันที "งั้นผมก็ไม่ดื่มด้วย เดี๋ยวผมไปกับคุณด้วย ผมขับรถให้เอง"

อันหรานก็ไม่ได้ปฏิเสธ คีบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งใส่ในถ้วยแล้วก้มหน้าก้มตากิน

หลี่เหว่ยเฟิงพลางกินข้าวพลางถาม "เรื่องที่อำเภอจัดการเสร็จหมดแล้วเหรอครับ?"

"อืม" อันหรานพยักหน้า "สนามเรียบร้อยแล้ว คนก็หาครบแล้ว พรุ่งนี้อย่างน้อยก็มาหกสิบคน แถมทุกคนไม่สูบบุหรี่ด้วย"

หลี่เหว่ยเฟิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "ฝนตกหนักขนาดนี้ เขาไปกวาดคนมามากมายขนาดนี้จากไหนกัน? เพื่อนของคุณคนนี้เป็นคนมีความสามารถจริงๆ!"

อันหรานยิ้มแล้วพูดว่า "ตอนเรียนเขาก็หัวไวแบบนี้แหละ แค่ไม่ได้เอาไปใช้กับการเรียน"

พอพูดถึงเรื่องเรียน หลี่เหว่ยเฟิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างซาบซึ้ง "การเรียนนี่สำคัญจริงๆ นะครับ ดูอย่างผมสิ ตอนนั้นถ้าตั้งใจเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ป่านนี้ก็อาจจะได้นั่งทำงานในออฟฟิศในเมืองไปแล้ว"

พูดจบเขาก็หัวเราะแหะๆ กับตัวเอง

แต่พอหัวเราะไปสักพัก เขาก็ขมวดคิ้วแล้ววางตะเกียบลง

"คุณอันครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมจะพูด คุณอย่าคิดมากนะ"

อันหรานพยักหน้า เป็นเชิงบอกให้เขาพูดได้ตามสบาย

หลี่เหว่ยเฟิงกระแอมเบาๆ แล้วพูดเสียงต่ำ "ผมไม่ได้จะยุยงความสัมพันธ์ของเพื่อนคุณสองคนนะ แต่จากประสบการณ์ทำธุรกิจเล็กๆ ของผม คนที่หัวไวเกินไปน่ะ อย่าไว้วางใจให้ทำงานใหญ่เกินไปจะดีกว่า ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา รับรองว่าเรื่องใหญ่แน่นอน"

อันหรานเลิกคิ้วยิ้ม ไม่ได้รีบร้อนโต้แย้ง เขาพูดช้าๆ ว่า "ที่คุณพูดก็ถูก แต่ก็ไม่ถูกทั้งหมด มีสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร"

หลี่เหว่ยเฟิงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง "อะ... อะไรนะครับ มัจฉาอะไร?"

"ก็หมายความว่า น้ำที่สะอาดเกินไป ปลาจะอยู่ไม่ได้ คนที่เข้มงวดกับคนอื่นมากเกินไป ก็จะไม่มีใครอยากทำงานด้วย"

"อ๋อ~~~" หลี่เหว่ยเฟิงอุทานอย่างเข้าใจในทันที รีบหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า แล้วเขียนตัวหนังสือโย้เย้ลงไปว่า: น้ำใสไปไร้ปลา คนเถรตรงไปไร้สหาย

ขณะที่บันทึกข้อคิด เขาก็ถามอย่างจริงจัง "หมายความว่าการบริหารบริษัทก็คือทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ พอไปวัดไปวาได้ก็พอใช่ไหมครับ?"

แต่อันหรานกลับส่ายหน้า พูดอย่างจริงจังว่า "เขื่อนยาวพันลี้พังทลายได้เพราะรังมด บางครั้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้เหมือนกัน แต่ว่านะ คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่ต้องเติบโต เหมือนกับสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ในมือคุณนั่นแหละ ยิ่งจดมากเท่าไหร่ สักวันหนึ่งก็จะได้ใช้ประโยชน์"

หลี่เหว่ยเฟิงก้มลงมองข้อคิดที่จดไว้จนแน่นสมุดแล้วก็หัวเราะร่าออกมา เขาคีบน่องไก่ชิ้นใหญ่ยื่นให้ "มาครับคุณอัน ใช้ขาไก่แทนเหล้า ชนแก้วกันสักหน่อย?"

อันหรานก็ยิ้มแล้วคีบน่องไข้อีกข้างขึ้นมา ชนกับของเขาในอากาศ "ชน!"

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 46 น้ำใสเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา คนเข้มงวดเกินไปไร้ซึ่งบริวาร

คัดลอกลิงก์แล้ว