- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 13 - เขายังกล้าเสียสมาธิอีกหรือ?
บทที่ 13 - เขายังกล้าเสียสมาธิอีกหรือ?
บทที่ 13 - เขายังกล้าเสียสมาธิอีกหรือ?
เวลานี้เยี่ยอู๋โยวก็ยังคงถือกระบี่ด้วยมือขวา มือซ้ายกำหมัดแน่น และปะทะหมัดกับเสิ่นยวนอย่างจังอีกครั้ง
ปัง ...
เสียงดังทึบหนักหน่วงดังก้องขึ้นอีกระลอก
ร่างของเสิ่นยวนที่พุ่งเข้าโจมตีชะงักลง ส่วนร่างของเยี่ยอู๋โยวก็ถอยร่นไปอีกครั้ง
ทว่าในครั้งนี้
หลังจากเยี่ยอู๋โยวทรงตัวได้มั่นคง เขากลับกำด้ามกระบี่หักในมือแน่น เลือดจากฝ่ามือไหลซึมออกมาและอาบชโลมลงบนกระบี่หัก
จากนั้น
ภายในฝ่ามือของเยี่ยอู๋โยวก็มีลวดลายศัสตราอันเป็นเอกลักษณ์ก่อตัวขึ้นและครอบคลุมลงบนกระบี่หักที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
เสิ่นยวนมองเยี่ยอู๋โยวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเย่อหยิ่งจองหอง
จากการปะทะกันสองกระบวนท่า เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของเยี่ยอู๋โยว
มันแข็งแกร่งกว่าขั้นหลอมกายาระดับเจ็ดทั่วไปจริงๆ แทบจะเทียบเท่ากับขั้นหลอมกายาระดับเก้าแล้ว ทว่าเมื่อนำมาเทียบกับขั้นเบิกปราณ มันก็ยังห่างชั้นกันมากเกินไป
ขอเพียงออกหมัดอีกสามครั้ง
ไม่สิ
สองครั้ง!
สองหมัดก็เพียงพอที่จะสังหารเยี่ยอู๋โยวแล้ว
เสิ่นยวนมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เขาพุ่งทะยานเข้าสังหารอีกครั้ง
ปัง ... ปังปัง ...
คนทั้งสองในสนามปะทะหมัดกันอย่างดุเดือดครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกครั้งเยี่ยอู๋โยวล้วนตกเป็นรอง
แต่ทว่าในหมัดถัดไปเขากลับยังสามารถรับเอาไว้ได้
เป็นเช่นนี้สืบเนื่องไป
ทั้งสองปะทะหมัดกันอีกถึงสี่ครั้ง
แม้เยี่ยอู๋โยวจะเสียเปรียบมาโดยตลอดแต่เขาก็ยืนหยัดทนทานมาได้
กลับกลายเป็นเสิ่นยวนที่ดูเหมือนจะเริ่มหอบเหนื่อยขึ้นมาบ้างแล้ว
สิ่งที่เสิ่นยวนใช้คือเคล็ดวิชาระดับสองอันโด่งดังของตระกูลเสิ่นนั่นคือเคล็ดวิชาหมัดเก้าอัคคี
เพลงหมัดนี้มีอานุภาพร้ายกาจยิ่งนัก อีกทั้งหมัดที่ออกไปแต่ละครั้งยังดุดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าพลังปราณที่ถูกสูบกลืนไปในแต่ละหมัดก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
เสิ่นยวนในขั้นเบิกปราณระดับต้นออกหมัดไปถึงหกครั้ง พลังปราณในร่างถูกผลาญไปอย่างมหาศาล ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเยี่ยอู๋โยวจะรับไว้ได้ทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่า ... เขายังคงไร้รอยขีดข่วนเฉกเช่นตอนเริ่มต้นไม่มีผิด
ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก!
ในเวลาเดียวกัน
ณ บริเวณถนนฝั่งตรงข้ามจวนตระกูลซู ริมหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
เจียงอวิ๋นเสียนพาเจียงหนานหนิงมานั่งอยู่ตรงข้ามกันริมหน้าต่าง
"ท่านปู่ ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก!"
เจียงหนานหนิงเปลี่ยนมาสวมกระโปรงสีเหลืองอ่อน ช่วยขับผิวให้ดูขาวผุดผ่องดุจหิมะ งดงามสะกดสายตา ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคน
เวลานี้เจียงหนานหนิงใช้สองมือประคองใบหน้าอันจิ้มลิ้ม นางเอ่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ก่อนหน้านี้เห็นเยี่ยอู๋โยวทุบตีเสิ่นเหวินเซวียนได้อย่างง่ายดาย เหตุใดตอนนี้ถึงถูกเสิ่นยวนผู้นี้กดขี่เอาได้เล่า?"
เจียงอวิ๋นเสียนยกถ้วยชาขึ้นจิบ เขากล่าวกลั้วรอยยิ้ม "เจ้าหนูนี่ กำลังเสียสมาธิ"
"เสียสมาธิหรือ?"
เจียงหนานหนิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ "การประลองเป็นตายที่ผู้แข็งแกร่งกว่ารังแกผู้อ่อนแอกว่า เขายังกล้าเสียสมาธิอีกหรือ?"
"ไม่เพียงเท่านั้นนะ"
เจียงอวิ๋นเสียนยิ้มบาง "กระบี่หักเล่มนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด เจ้าหนูนี่มองออกได้อย่างไรกัน?"
"เขากำลังต่อสู้กับเสิ่นยวนไปพร้อมกับรวบรวมลวดลายศัสตรา เพื่อปลดผนึกอักขระสาปอันเป็นเอกลักษณ์ของกระบี่หักเล่มนั้น"
เจียงหนานหนิงตกตะลึง "เขายังเชี่ยวชาญวิชาหลอมสร้างด้วยหรือ?"
"น่าจะเป็นเช่นนั้น!" เจียงอวิ๋นเสียนกล่าวอีกครั้ง "ยิ่งไปกว่านั้น ข้าดูออกว่าที่เขาตกเป็นรองไม่ใช่เพราะเสียสมาธิหรอก เจ้าหนูนี่ ร้ายลึกนักเชียว ... "
เจียงหนานหนิงเต็มไปด้วยความสงสัย
นางมองออกว่าท่านปู่ให้ความสนใจเยี่ยอู๋โยวผู้นี้เป็นอย่างมาก
ทว่าสถานที่เล็กๆ อย่างเมืองไท่เสวียนนี้ จะสามารถฟูมฟักอัจฉริยะเหนือโลกขึ้นมาได้อย่างไร?
เพียงแต่
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นป้ายจวนตระกูลซู เจียงหนานหนิงก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
มันก็อาจจะไม่แน่เสมอไป
ซูชิงเหอแห่งตระกูลซู นับตั้งแต่เข้าไปฝึกฝนในสำนักศึกษาเทียนชิง นางก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง ถือเป็นหญิงสาวผู้เป็นที่รักของสวรรค์ที่หาได้ยากในจักรวรรดิเทียนเสวียนในช่วงสามปีที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังก้าวขึ้นสู่ทำเนียบอัจฉริยะแห่งสำนักศึกษาเทียนชิงได้อีกด้วย!
ใช้เวลาเพียงสามปีก็สามารถไล่ตามเหล่าสัตว์ประหลาดที่โด่งดังมาอย่างยาวนานในสำนักศึกษาเทียนชิงได้ทัน มันเป็นเรื่องที่เกินจริงไปมาก
ทว่าตอนนี้ เจียงหนานหนิงกลับรู้สึกสนใจในตัวเยี่ยอู๋โยวมากกว่า
ด้านนอกประตูจวนตระกูลซู
การประลองยังคงดำเนินต่อไป
เสิ่นยวนออกหมัดรวดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นทุกครั้ง เขากดขี่เยี่ยอู๋โยวมาโดยตลอด แต่กลับไม่สามารถเอาชนะเยี่ยอู๋โยวได้เสียที
"น่ารำคาญนัก!"
เขาคำรามเสียงต่ำในใจ
เสิ่นยวนกำหมัดแน่น บริเวณข้อมือมีพลังปราณสีแดงฉานไหลเวียน
"หมัดนี้ เจ้าต้องตาย!"
เสียงตวาดดังก้อง
เสิ่นยวนพุ่งทะยานขึ้นไปและปล่อยหมัดทั้งสองข้างออกมาพร้อมกัน
"เคล็ดวิชาหมัดเก้าอัคคี หมัดอัคคีสวรรค์!"
ชั่วพริบตาเดียว
บนหมัดทั้งสองของเสิ่นยวนก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณสีแดงฉาน คลื่นความร้อนแผดเผาพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ปะทุออกมาของเสิ่นยวน
ในเวลานี้แววตาของเยี่ยอู๋โยวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
"อักขระสาปกระบี่ ถูกทำลายแล้ว"
กระบี่หักในมือยังคงเต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง หากมองจากภายนอกมันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
ทว่าเยี่ยอู๋โยวกลับสัมผัสได้ว่ากระบี่เล่มนี้ได้เปลี่ยนจากสิ่งของไร้ชีวิตกลายเป็นสิ่งมีชีวิตไปแล้ว
เขาพลิกมือเก็บกระบี่หักเหน็บไว้ที่เอว เขามองเสิ่นยวนที่กำลังพุ่งเข้ามาสังหารพลางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เพลงหมัดช่างห่วยแตก ส่วนที่เจ้าฝึกฝนมา ... ก็ยิ่งห่วยแตกเข้าไปอีก ... "
เมื่อสิ้นคำพูด
เยี่ยอู๋โยวก็กำหมัดทั้งสองข้าง พลังปราณในร่างพลุ่งพล่าน
แม้ว่าระดับพลังของเขาจะแตกต่างจากเสิ่นยวนมาก ทว่าร่างกายนี้ผ่านการชำระล้างจากปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ เส้นเอ็น กระดูก เลือดเนื้อ และพลังปราณที่หลอมรวมกัน ล้วนก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ขั้นสูงสุดแล้ว
"หมัดนี้"
"จะส่งเจ้าไปลงนรก!"
เขาตวาดลั่นอยู่ในใจ
ร่างของเยี่ยอู๋โยวพุ่งทะยานขึ้นไปและเลือกที่จะปะทะกับเสิ่นยวนด้วยพละกำลังความแข็งแกร่งอีกครั้ง
ปัง ...
เงาร่างทั้งสองปะทะกันในชั่วพริบตา
ทุกคนต่างคิดว่าหมัดที่ดุดันที่สุดของเสิ่นยวนในครั้งนี้น่าจะปิดฉากการประลองลงได้แล้ว
ทว่าผลลัพธ์กลับ ...
เมื่อหมัดของคนทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน ในเสี้ยววินาทีนั้นท่อนแขนทั้งข้างของเสิ่นยวนก็ส่งเสียงกระดูกแตกหักดังก๊อบแก๊บรัวๆ
จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ท่อนแขนของเสิ่นยวนแหลกละเอียดในทันที
ร่างของเยี่ยอู๋โยวไม่หยุดชะงัก ในจังหวะนั้นมืออีกข้างของเขาก็ยกขึ้นและซัดหมัดเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของเสิ่นยวนอย่างจัง
ตุบ!!!
เสียงทึบหนักหน่วงระเบิดออก
ร่างของเสิ่นยวนม้วนตัวลอยถอยหลังไป ในที่สุดก็ล้มตึงลงกับพื้น บริเวณหัวใจมีรูเลือดปรากฏขึ้น ร่างกายกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปอย่างสมบูรณ์
ตายแล้ว?
เป็นไปได้อย่างไร?
ในเวลานี้ไม่มีใครดูออกเลยว่าเยี่ยอู๋โยวพลิกสถานการณ์จากความเป็นรองในชั่วพริบตาเพื่อกลับมาสังหารเสิ่นยวนได้อย่างไร
"ยวนเอ๋อร์ ... "
เสียงกรีดร้องด้วยความโศกเศร้าดังก้องขึ้น
เสิ่นจิ้นซงมองดูศพของหลานชายอย่างยากจะทำใจยอมรับได้ เขายืนจ้องมองเยี่ยอู๋โยวเขม็งด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
บริเวณหน้าประตูจวนตระกูลซู
สายลมแผ่วเบาพัดผ่าน
ชายเสื้อของเยี่ยอู๋โยวปลิวไสวไปตามสายลม เขามองไปยังต้วนอวี้หว่านแห่งตระกูลต้วนและกล่าวเสียงเรียบ "ถึงตาเจ้าแล้ว!"
ต้วนอวี้หว่านขมวดคิ้วเรียว แววตาของนางจริงจังขึ้น
"หว่านเอ๋อร์!"
เวลานี้ต้วนเทียนอี้เดินก้าวเข้ามา เขามองไปที่ต้วนอวี้หว่านแล้วกำชับว่า "ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด!"
"อืม ท่านลุงโปรดวางใจ เขาไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก! ข้ามองทางมวยของเขาออกหมดแล้ว!"
เมื่อต้วนเทียนอี้ได้ยินเช่นนั้น เขาจึงพยักหน้ารับด้วยความเบาใจ
ต้วนอวี้หว่านก้าวเท้าออกไป นางมองเยี่ยอู๋โยวด้วยสายตาเย็นเยียบ
และในเวลานี้
ภายในโรงเตี๊ยม
เจียงหนานหนิงมีสีหน้าตกตะลึง นางเอ่ยถาม "ท่านปู่ นี่มัน ... สถานการณ์อันใดกัน?"
"ฮ่าๆๆๆ ... "
เจียงอวิ๋นเสียนหัวเราะลั่นพลางกล่าว "เจ้าหนูนี่ น่าสนใจจริงๆ"
"หากมองจากภายนอกเหมือนว่าเขาจะตกเป็นรอง ทว่าในความเป็นจริงเขายังไม่ได้ใช้กำลังอย่างเต็มที่เลย"
"หลังจากทำลายอักขระสาปของกระบี่เล่มนั้นได้แล้ว เขาก็จ้องจับผิดจุดอ่อนในเพลงหมัดของเสิ่นยวน ใช้ความพลิกแพลงเอาชนะพละกำลัง สังหารได้ในคราเดียว ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
เจียงหนานหนิงถามอย่างไม่เข้าใจ "ท่านปู่ มันลึกล้ำอย่างที่ท่านพูดมาจริงๆ หรือ?"
"ดูต่อไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ!"
เวลานี้ในใจของเจียงอวิ๋นเสียนกลับยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่
รู้จักวิชาปรุงยา วิชาหลอมสร้าง ยิ่งไปกว่านั้นสายตาในการต่อสู้ยังเฉียบขาดถึงเพียงนี้
นี่คือเด็กหนุ่มที่กลายเป็นคนไร้ค่ามาถึงสองปีจริงๆ หรือ?
เวลานี้
ต้วนอวี้หว่านและเยี่ยอู๋โยวได้เริ่มประมือกันแล้ว
เสิ่นยวนถูกสังหาร ทำให้ต้วนอวี้หว่านรู้สึกประหลาดใจอยู่ในใจ ทว่านางก็ยังคงไม่คิดว่าตนเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ตั้งแต่ต้นจนจบ เสิ่นยวนก็เป็นฝ่ายกดขี่เยี่ยอู๋โยวมาโดยตลอด
จะต้องเป็นเพราะเสิ่นยวนประมาทเลินเล่อ จึงถูกโต้กลับและถูกสังหารเป็นแน่
ไอ้โง่นั่น ในการประลองเป็นตาย จะมาประมาทได้อย่างไรกัน?
ดังนั้น
ทันทีที่ต้วนอวี้หว่านลงมือ นางก็ใช้เพลงฝ่ามือที่ถนัดที่สุดออกมา พร้อมกับใช้วิชาตัวเบา ทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อจัดการกับเยี่ยอู๋โยว
ปัง ... ปัง ...
ในลานประลอง
ร่างของทั้งสองเข้าปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าภาพการต่อสู้ในครั้งนี้ กลับไม่เหมือนอย่างที่ทุกคนคาดเดาเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ...
[จบแล้ว]