- หน้าแรก
- ยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณ อัตราดรอปข้าทะลุล้านไปแล้ว
- บทที่ 57 อันดับสองแห่งทำเนียบวีรบุรุษกรมดารา! เหลยหยวน!
บทที่ 57 อันดับสองแห่งทำเนียบวีรบุรุษกรมดารา! เหลยหยวน!
บทที่ 57 อันดับสองแห่งทำเนียบวีรบุรุษกรมดารา! เหลยหยวน!
บทที่ 57 อันดับสองแห่งทำเนียบวีรบุรุษกรมดารา! เหลยหยวน!
"อั่ก! พ่อหนุ่มรีบหนีไป เจ้าสิงโตทะยานฟ้านี่มันเป็นสัตว์อสูรหกดาวแล้ว!" เสียงของเหลยหยวนดังมาจากภายในภูเขา
ฟางหยวนหน้าดำคร่ำเครียด ตาเฒ่าผู้นี้ช่างไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย!
ไหนว่าจะโชว์ฝีมือไง? ผลสุดท้ายไม่กี่วินาทีก็ถูกอัดปลิวกลับมาเนี้ยนะ?!
ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหมเนี่ย!?
แต่ทว่า...
ฟางหยวนมองดูสิงโตทะยานฟ้าที่อยู่ไม่ไกลซึ่งสังเกตเห็นเขาแล้ว ภายในแววตาเผยให้เห็นความสนใจใคร่รู้สายหนึ่ง
ธาตุมิติ?
สัตว์อสูรหกดาว!?
คำพูดของเหลยหยวนเมื่อครู่ ได้เปิดเผยว่าสิงโตทะยานฟ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรธาตุมิติ
ธาตุมิติ ฟางหยวนย่อมเคยได้ยินมาบ้าง
นั่นเป็นธาตุที่หาได้ยากยิ่งกว่าธาตุสายฟ้าเสียอีก
ทั่วทั้งหัวเซี่ย มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปลุกพรสวรรค์ธาตุมิติได้สำเร็จ
นั่นก็คือยอดคนขอบเขตเทพยุทธ์เพียงหนึ่งเดียวแห่งหัวเซี่ย หลานจ้านจ้าน!
ในขณะที่ฟางหยวนกำลังครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ เหลยหยวนก็คลานออกมาจากในภูเขาได้สำเร็จในที่สุด
เหลยหยวนในยามนี้ ดูทุลักทุเล เส้นผมสีดอกเลาเริ่มยุ่งเหยิง เสื้อผ้าที่เคยสะอาดสะอ้านยังขาดวิ่นไปหลายจุด
โดยเฉพาะคราบเลือดที่มุมปากของเหลยหยวน บ่งบอกว่าภายในร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว
"พ่อหนุ่ม รีบไปเถอะ ข้าจะช่วยถ่วงเวลาเจ้าสิงโตทะยานฟ้านี่ไว้เอง"
เหลยหยวนกระชากเสื้อตัวบนทิ้ง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่บึกบึนกำยำ
แม้รูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะดูแก่ชรามาก ทว่ากล้ามเนื้อบนร่างกลับดูดุดันและทรงพลังอย่างยิ่ง
ไม่มีท่าทางของคนแก่เลยสักนิด!
"เพิ่งจะเคยเจอสัตว์อสูรหกดาวเป็นครั้งแรก พละกำลังของมันเหนือกว่าที่ข้าจินตนาการไว้จริงๆ"
"ดูท่า ตาเฒ่าอย่างข้าคงต้องงัดวิชาที่แท้จริงออกมาใช้ ถึงจะสังหารเจ้าสิงโตทะยานฟ้านี่ได้เสียแล้ว"
แววตาของเหลยหยวนเริ่มกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา
"พ่อหนุ่ม ทันทีที่มีโอกาส เจ้าจงรีบหนีไปจากที่นี่เสีย อย่าได้หันกลับมามองเด็ดขาด"
ข้างกายเขา ฟางหยวนมีท่าทีอึกอักคล้ายอยากจะเอ่ยบางสิ่ง
พวกเจ้าที่เป็นวีรบุรุษแห่งกรมดาราเนี่ย ล้วนใช้มุกเดียวกันหมดเลยรึไง?
มีการอบรมชุดคำพูดที่เป็นมาตรฐานเดียวกันมาหรือไงเนี่ย?
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด เหลยหยวนก็พุ่งทะยานออกไปอีกครั้งแล้ว
เพียงแต่ครั้งนี้ เหลยหยวนดูเหมือนจะเอาจริงขึ้นมาจริงๆ กล้ามเนื้อบนร่างโป่งพองขึ้นทีละมัด ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองสามรอบ
กำยำล่ำสันอย่างยิ่ง!
ฟางหยวนเลิกคิ้วขึ้น เขาสัมผัสได้ว่าพละกำลังของเหลยหยวนยามนี้ แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่มากมายนัก!
คาดว่าคงเป็นทักษะการต่อสู้ประเภทระเบิดพละกำลังเป็นแน่!
ตูม!
เหลยหยวนเข้าปะทะกับสิงโตทะยานฟ้าอีกครั้ง
หมัดของเหลยหยวน กระแทกเข้าที่ร่างของสิงโตทะยานฟ้าอย่างจัง
หมัดนี้ ถึงกับชักนำให้เกิดคลื่นพลังงานระเบิดออก ส่งผลให้สัตว์อสูรที่พละกำลังอ่อนด้อยรอบๆ ร่างกายแตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
ในวินาทีนี้ เหล่าสัตว์อสูรต่างไม่กล้ามารวมตัวกันที่นี่อีกต่อไป ต่างพากันหันหลังหนีเอาชีวิตรอดกันจลาจล
การปะทะกันของยอดฝีมือระดับแนวหน้า สำหรับพวกมันแล้วคือภัยพิบัติโดยแท้
เพียงแค่อยู่ใกล้ๆ ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้แล้ว
ฟางหยวนตั้งสมาธิจ้องมอง หมัดนี้ นับว่าน่าดูชมทีเดียว
พละกำลังอันมหาศาลถึงกับชักนำให้เกิดคลื่นพลังงาน จนทำให้สัตว์อสูรรอบด้านร่างกายแตกสลาย
ดูท่าตาเฒ่าผู้นี้ที่สามารถครองอันดับสองแห่งทำเนียบวีรบุรุษได้ ย่อมต้องมีเหตุผลของมันจริงๆ
แต่ไม่นาน ฟางหยวนพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
เพราะเขาค้นพบว่า หมัดที่ระเบิดพลังออกมาของเหลยหยวนนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้แก่สิงโตทะยานฟ้าเลย
ไม่ใช่เพราะพละกำลังของเหลยหยวนไม่แข็งแกร่งพอ แต่หมัดของเหลยหยวน มันไม่ได้สัมผัสโดนร่างกายของสัตว์อสูรผู้ยิ่งใหญ่ตัวนี้จริงๆ เลยต่างหาก
บนพื้นผิวร่างกายของสิงโตทะยานฟ้าตัวนี้ คล้ายกับมีม่านพลังมิติปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง
หากมิอาจทำลายม่านพลังมิตินี้ได้ เกรงว่าต่อให้เหลยหยวนจะต่อยออกไปอีกนับพันนับหมื่นหมัด ก็มิอาจทำอันตรายสิงโตทะยานฟ้าตัวนี้ได้เลยแม้เพียงนิด
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อจากดวงตาของสัตว์อสูรตัวนี้อีกด้วย
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า รายละเอียดที่เขาค้นพบนั้นถูกต้องแล้ว
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที
เหลยหยวนก็กลับมาหาฟางหยวนอีกครั้ง
เหมือนกับครั้งที่แล้ว คือถูกอัดปลิวกลับมาที่นี่นั่นเอง
"แค่ก แค่ก... พรสวรรค์ธาตุมิตินี่ ช่างร้ายกาจนัก"
เหลยหยวนกระอักเลือดออกมาอีกคำ ยามนี้เขาดูทุลักทุเลกว่าเดิมเสียอีก
กระทั่งกระดูกบางส่วนยังหักไปแล้วด้วยซ้ำ
แววตาของเขา ยิ่งเคร่งขรึมถึงขีดสุด
สู้ไปได้ครึ่งทาง เขาถึงได้ตระหนักว่า ทุกหมัดของเขา ไม่ได้สัมผัสโดนร่างของสัตว์อสูรตัวนี้จริงๆ เลย
รอบกายของสัตว์อสูรตัวนี้ คล้ายจะมีม่านพลังมิติปกป้องร่างกายอยู่
ด้วยพละกำลังของเขา ย่อมมิอาจทำลายม่านพลังนี้ได้!
หากทำลายม่านพลังมิตินี้ไม่ได้ สิงโตทะยานฟ้าตัวนี้ก็ย่อมไร้พ่าย!
"แค่ก แค่ก..."
เหลยหยวนหยัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ภายในแววตาเผยให้เห็นความทอดถอนใจสายหนึ่ง แล้วกล่าวว่า:
"ดูท่า คงต้องงัดวิชาที่แท้จริงออกมาใช้เสียแล้ว"
"พ่อหนุ่ม เจ้าจงรีบหนีไปจากที่นี่ก่อนเถอะ หากตาเฒ่าอย่างข้าสู้เจ้าสิงโตทะยานฟ้านี่ไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ยังพอจะหนีรอดไปได้"
"ชีวิตของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้น อย่าได้มาจบสิ้นอยู่ที่นี่เลย"
ฟางหยวนยิ้มบางๆ ทว่ากลับไม่ได้จากไป และไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
เหลยหยวนส่ายหน้า ไม่ได้เอ่ยเตือนฟางหยวนอีก กลิ่นอายทั่วร่างเริ่มพุ่งทะยานขึ้นทีละขั้น
กล้ามเนื้อบนร่างของเขา ราวกับมังกรคะนองน้ำสายแล้วสายเล่า มันกำลังพองตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ฟางหยวนหันไปมอง ภายในแววตาพาดผ่านความประหลาดใจออกมาสายหนึ่ง
รูปลักษณ์ของเหลยหยวน ถึงกับเริ่มกลับกลายเป็นหนุ่มแน่นขึ้นมาแล้ว
เส้นผมที่เคยขาวโพลน เริ่มกลับกลายเป็นสีดำขลับทีละน้อย
รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เลือนหายไปเกินครึ่ง กลิ่นอายแห่งชีวิตอันแข็งแกร่ง แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขา
ฟางหยวนที่ครอบครองเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งชีวิต ย่อมมีความคุ้นเคยกับพลังชีวิตเป็นอย่างดี
"เป็นทักษะการต่อสู้พิเศษชนิดหนึ่งงั้นรึ?"
ฟางหยวนคิดในใจ: "การหวนคืนสู่สภาวะสมบูรณ์ที่สุดในวัยหนุ่ม ช่างน่าอัศจรรย์นัก!"
ภายในใจของฟางหยวนยังคงมีความประหลาดใจอยู่บ้าง ทักษะการต่อสู้เช่นนี้ ทำให้เขาได้เห็นถึงความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้จริงๆ
แม้จะเป็นเพียงชั่วคราว ทว่าการสามารถคืนความเยาว์วัยได้ ย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
แต่ในเวลานี้เอง สิงโตทะยานฟ้าตัวนั้นคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง สายตาของมันล็อคเป้าหมายมายังทิศทางที่ฟางหยวนและเหลยหยวนยืนอยู่ทันที
วินาทีต่อมา ร่างอันมหึมาของสิงโตทะยานฟ้า ก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของฟางหยวนและเหลยหยวนโดยตรง!
ข้ามผ่านมิติ!!
ฟางหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าสิงโตทะยานฟ้าตัวนี้จะมีอิทธิฤทธิ์ถึงสองอย่าง!
ภายในแววตาของเหลยหยวนก็พาดผ่านลางสังหรณ์ที่ไม่ดีออกมาสายหนึ่ง ทักษะการต่อสู้ของเขายังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ยังไม่สามารถหวนคืนสู่สภาวะสมบูรณ์ที่สุดในวัยหนุ่มได้อย่างแท้จริง