- หน้าแรก
- ยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณ อัตราดรอปข้าทะลุล้านไปแล้ว
- บทที่ 33 แม้แต่ความทรงจำก็ดรอปออกมาได้!?
บทที่ 33 แม้แต่ความทรงจำก็ดรอปออกมาได้!?
บทที่ 33 แม้แต่ความทรงจำก็ดรอปออกมาได้!?
บทที่ 33 แม้แต่ความทรงจำก็ดรอปออกมาได้!?
ยามที่ฟางหยวนกลับมาถึงลานเล็กของตนเอง เขายังไม่รู้ตัวเลยว่า หนึ่งหมัดของตนในสนามกีฬาหลักนั้น ได้สร้างความตื่นตะลึงและการคาดเดาให้แก่เหล่ารปภ. มากเพียงใด
ในเวลานี้ ฟางหยวนถือลูกกลมคุณภาพระดับสีเขียวไว้ในมือ ใบหน้าฉายแววครุ่นคิด
ลูกกลมคุณภาพระดับสีเขียวลูกนี้ ดรอปมาจากร่างของเจ้าฮันนี่แบดเจอร์ที่พบก่อนหน้านี้
เขายังจำได้ว่าเจ้าฮันนี่แบดเจอร์ตัวนั้นปะทะกับอิงเข่อเอ๋อร์ที่เชิงเขา จนเกือบจะบีบให้อิงเข่อเอ๋อร์ต้องใช้ไพ่ตายออกมา
ผลสุดท้ายเจ้าฮันนี่แบดเจอร์ตัวนี้ ก็ถูกเขาต่อยหมัดเดียวจนกลายเป็นเศษเนื้อเละๆ
และในบรรดาสิ่งที่ดรอปออกมาจากเจ้าฮันนี่แบดเจอร์ตัวนี้ มีความทรงจำช่วงหนึ่งรวมอยู่ด้วย
นั่นก็คือลูกกลมสีน้ำเงินในมือของเขานี่เอง
ภายในลูกกลมสีน้ำเงินนี้ มีสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มควันอยู่
ตามคำแนะนำของระบบ นี่คือความทรงจำช่วงหนึ่งของสัตว์ร้ายระดับสูงอย่างเจ้าฮันนี่แบดเจอร์
ขณะเดียวกันระบบยังเตือนฟางหยวนว่า ทางที่ดีควรจะรอให้ถึงขอบเขตนักยุทธ์ก่อนจึงค่อยดูความทรงจำนี้ มิฉะนั้นพลังจิตอาจได้รับผลกระทบ
ยามนี้ฟางหยวนกระโดดจากขอบเขตหล่อหลอมกายามาถึงขอบเขตอาจารย์ยุทธ์แล้ว ย่อมสามารถดูความทรงจำนี้ได้โดยธรรมชาติ
ในแววตาของฟางหยวนฉายแววอยากรู้อยากเห็น ความทรงจำนี้มีความพิเศษอย่างไร ถึงขนาดถูกระบบประเมินให้เป็นสิ่งของดรอปคุณภาพระดับสีน้ำเงิน
ในยามนี้ ฟางหยวนเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า สิ่งที่ระบบบอกว่าดรอปได้ทุกอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่
แม้แต่ความทรงจำก็ยังดรอปออกมาได้เนี่ยนะ!!
ฟางหยวนรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ทำไมตอนอัดหลิงฮวาอวี่ถึงไม่ดรอปเศษเสี้ยวความทรงจำอะไรออกมาบ้างนะ หากว่า… (คิดถึงตอนนางอาบน้ำ)
ซี้ด—---
ฟางหยวนสูดเลือดกำเดา เลิกคิดฟุ้งซ่าน
"ระบบ ดูความทรงจำนี้!"
สิ้นเสียงท่องในใจ ความรู้สึกราวกับโลกหมุนคว้างก็ปรากฏขึ้น เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างดูพร่าเลือน
ราวกับว่ากำลังฝันอยู่
เพียงแต่ในความฝันนี้ เขาดูเหมือนจะกลายเป็นตัวเอกของความฝัน หรือก็คือเจ้าของความทรงจำนี้ สัตว์ร้ายระดับสูงฮันนี่แบดเจอร์!
ฟางหยวนมีความรู้สึกประหลาดในใจ เขารู้ว่าตนเองทำได้เพียงเฝ้ามองดูความทรงจำนี้ในฐานะพยานเท่านั้น มิอาจควบคุมหรือส่งผลกระทบใดๆ ได้
เพราะนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตไปแล้ว
แต่ทว่า แม้จะเป็นในความฝัน การจู่ๆ ต้องกลายเป็นฮันนี่แบดเจอร์ตัวหนึ่ง มันก็ทำให้ฟางหยวนไม่ค่อยชินนัก
โชคดีที่ความทรงจำนี้เข้าสู่ประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว
เพราะฟางหยวนมองเห็นพืชวิญญาณกลายพันธุ์ต้นหนึ่ง!
มันคือต้นหญ้าต้นเล็กๆ
วินาทีที่เห็นหญ้าต้นนี้ ดวงตาของฟางหยวนพลันเบิกกว้าง
เพราะหญ้าต้นนี้ กำลังแผ่ซ่านปราณกระบี่ออกมา!
ปราณกระบี่แต่ละสายคมกริบสุดขีด แผ่ออกมาจากใบหญ้าที่เรียวยาวของมัน ฟาดฟันจนสัตว์ร้ายในบริเวณนั้นตายเกลื่อน!
ในความทรงจำ เจ้าฮันนี่แบดเจอร์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบมุดดินหนีทันที!
ในวินาทีนี้ ความทรงจำสิ้นสุดลง ความฝันมลายหายไป!
ภายในลานเล็ก ฟางหยวนลืมตาขึ้น!
ดวงตาของเขาสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!!
หญ้าปราณกระบี่!!
หญ้ากลายพันธุ์ต้นนั้น ถึงกับสามารถแผ่ปราณกระบี่ออกมาได้!
ซ้ำอานุภาพของปราณกระบี่ ยังแข็งแกร่งเกินจินตนาการ!
ฟางหยวนเริ่มหวั่นไหว!
หากสามารถได้หญ้าปราณกระบี่ต้นนี้มา เกรงว่าคงสามารถดรอปวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดออกมาได้แน่นอน!
นั่นเป็นเพียงหญ้าต้นเล็กๆ เองนะ!
หากมันดรอปวิชากระบี่อะไรออกมาได้ พละกำลังของเขาคงพุ่งทะยานขึ้นอีกหนึ่งขอบเขตใหญ่ในพริบตา
การสังหารยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ งั้นก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
พละกำลังของเขาในตอนนี้ เมื่อรวมกับการเสริมพลังจากวิชาต่างๆ ได้บรรลุถึงมาตรฐานของขอบเขตปรมาจารย์อยู่แล้ว!
...
นอกนครโม่ตู
วู่อู๋ตี๋เดินออกจากประตูเมืองอย่างเชื่องช้า เหล่าทหารไม่มีใครกล้าขวางแม้แต่คนเดียว ซ้ำสายตาที่มองนางยังเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และยำเกรง
นี่คืออัจฉริยะขอบเขตก่อกำเนิดในวัยสิบแปดปี!
ความภาคภูมิใจแห่งโม่ตูของพวกเขา
เมื่อพ้นเขตประตูเมือง วู่อู๋ตี๋ก็หาโขดหินก้อนหนึ่งแล้วนั่งลงบนนั้นอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์
ในแววตาของนางพาดผ่านประกายเย็นเยียบสายหนึ่ง
นางกำลังรอคน
รอเจ้าโง่ที่ชื่อหลิงเยว่
พี่ชายฟางหยวนของนางไม่ฆ่า เช่นนั้นนางจะลงมือเอง
…
คืนนี้ผ่านไปอย่างสงบ
เช้าวันถัดมา ฟางหยวนก็จัดแจงข้าวของ เตรียมตัวจะออกจากบ้านสักรอบ
หญ้าต้นเล็กที่แผ่ปราณกระบี่ได้ในแถบชานเมืองนั่น เขาต้องหาให้เจอให้จงได้
แม้ความทรงจำนั้นจะไม่ได้ยาวนัก ทว่าลักษณะภูมิประเทศที่หญ้าต้นนั้นตั้งอยู่ เขายังคงมองเห็นได้ชัดเจน
มั่นใจได้ว่า อยู่ในแถบชานเมืองแน่นอน
หลังจากล็อคประตูใหญ่ของลานเล็กเรียบร้อย ฟางหยวนก็ออกจากมหาวิทยาลัยวิถีแห่งยุทธ์หลิงกู่ มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางเมืองหลิงกู่ทันที
ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังแถบชานเมือง เขาจำเป็นต้องหาอาวุธที่ถนัดมือมาให้ได้ก่อน!
ยามนี้พละกำลังพื้นฐานของเขาบรรลุถึงแปดหมื่นกว่าจินแล้ว อาวุธชิ้นเก่าไม่มีทางเหมาะสมกับเขาอีกต่อไป
อย่าว่าแต่ใช้ต่อสู้เลย เกรงว่ากระบี่เล่มนั้นเองก็คงทนรับพละกำลังของฟางหยวนในตอนนี้ไม่ไหวเป็นแน่
ขณะเดินอยู่บนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ฟางหยวนลอบถอนหายใจเบาๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทอดถอนใจ
ภาพเหตุการณ์นี้ ช่างเหมือนกับโลกในชาติก่อนเหลือเกิน
แม้ชาตินี้จะเป็นยุคพลังวิญญาณฟื้นคืนมานานกว่าร้อยยี่สิบปี ทว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นคนธรรมดา
คนที่จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้นั้นยังคงเป็นส่วนน้อย
ท้ายที่สุด เพียงแค่การจะบรรลุขีดจำกัดขอบเขตหล่อหลอมกายา มันก็ขวางผู้คนส่วนใหญ่ไว้ที่หน้าธรณีประตูแล้ว
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความวิริยะอุตสาหะ ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงวันแล้ววันเล่า เพื่อให้พละกำลังของตนเพิ่มพูนขึ้นจนถึงหนึ่งหมัดหนึ่งพันจิน
และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังทรัพย์พอจะแบกรับค่าใช้จ่ายในการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้
"ท่านพ่อ! ข้าอยากกินถังหูลู่!"
"ฉือปา (ขนมข้าวเหนียวทอด) จ้า ฉือปา อร่อยไม่แพง เชิญชิมได้เลยจ้า!"
"..."
เสียงร้องขายของตามท้องถนนลอยเข้าหูฟางหยวน ทำให้สีหน้าของเขาค่อยๆ อ่อนโยนลง
สำนักศึกษาโอสถวิญญาณ แม้จะเงียบสงบ ทว่ากลับขาดกลิ่นอายแห่งชีวิตผู้คนไปบ้าง
"หรือว่า... วันหน้าจะทำอาหารกินเองดี?"
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ฟางหยวนก็ส่ายหน้า
"ไว้ปรึกษากับอิงเข่อเอ๋อร์ดู ให้นางมาทำให้กินน่าจะดีกว่า"
มุมปากของฟางหยวนเผยรอยยิ้มสายหนึ่ง อิงเข่อเอ๋อร์นับว่าติดใจลานเล็กของเขาเข้าแล้ว แทบจะมานั่งเล่นที่ลานเล็กทุกวันเพื่อผ่อนคลายอารมณ์