เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21: เจ้าของช่องคนนี้มีของ!

ตอนที่ 21: เจ้าของช่องคนนี้มีของ!

ตอนที่ 21: เจ้าของช่องคนนี้มีของ!


ตอนที่ 21: เจ้าของช่องคนนี้มีของ!

ภายในไร่ปศุสัตว์ ฉากเหยี่ยวโฉบไก่ในชีวิตจริงกำลังเปิดฉากขึ้น

นกอินทรีทองบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้าใกล้ ๆ ขนาดตัวที่ใหญ่โตของมันสร้างแรงกดดันมหาศาลยามโบยบิน

เกอหย่าถือไม้กวาด ร่างกายที่แข็งแรงของเธอคอยยืนบังเหล่าไก่ไว้

พวกแม่ไก่รีบวิ่งหนีเข้าเล้า แม้แต่พ่อพันธุ์ไก่ก็ยังมุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ข้างใน ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

เจียงเฟิงหันไปบอกเกอหย่าว่า:

“พี่เกอหย่า เจ้านกอินทรีทองตัวนี้น่าจะมาหาผมครับ”

“พี่เฝ้าไก่ไว้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเอาเนื้อมาให้มัน”

เมื่อได้ยินเจียงเฟิงพูด เกอหย่าก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“นี่มันนกอินทรีทองนะ คุณชายเจียง ระวังตัวด้วยนะคะ”

เจียงเฟิงส่งสัญญาณบอกว่าเขาไม่เป็นไร

ฉากนี้ถูกถ่ายทอดสดโดยโดรนแบบเรียลไทม์

ชาวเน็ตเฝ้าดูด้วยความตื่นเต้น

[นั่นมันนกอินทรีทองจริง ๆ เหรอเนี่ย?]

[เจ้านกอินทรีทองตัวนี้มาอีกแล้วเหรอ? มันเพิ่งมาเมื่อสองวันก่อนเองนะ!]

[อะไรกัน นกอินทรีทองแวะมาเที่ยวไร่ของสตรีมเมอร์บ่อยขนาดนี้เลยเหรอ? สุดยอดไปเลย!]

[แม่เจ้า นั่นมันนกอินทรีทอง นกล่าเหยื่อที่แข็งแกร่งที่สุดเลยนะ!]

[นกอินทรีทองตัวนี้อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกครับ มันออกจะบ๊อง ๆ แถมยังชอบขโมยของด้วย]

เจียงเฟิงเดินกลับไปที่ลานบ้านของเขา

จากนั้นเขาก็รีบเข้าไปในครัว หยิบน่องไก่สองชิ้นออกมาจากตู้เย็น แล้วเดินกลับไปที่ลานบ้าน

เจียงเฟิงแหงนมองท้องฟ้า ชูน่องไก่ขึ้นแล้วเขย่าไปมา พลางพูดกับชาวเน็ตในไลฟ์สดว่า:

“นกอินทรีทองตัวนี้เริ่มจากขโมยซี่โครง แล้วก็มาขโมยเนื้อตากแห้ง ซึ่งหมายความว่ามันกำลังเจอปัญหาครับ”

“ตอนนี้มันอายุประมาณหนึ่งปี ตามปกติแล้วมันควรจะยังอยู่ในความดูแลของพ่อแม่”

“แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีใครดูแล เลยต้องบินออกหาอาหารเอง”

“กระต่ายกับหนูบนทุ่งหญ้าฉลาดเป็นกรด ไม่ได้จับกันง่าย ๆ หรอกครับ และลูกนกอินทรีทองที่ไม่มีประสบการณ์ล่าเหยื่อแบบนี้ ย่อมไม่มีทางจับกระต่ายที่เจ้าเล่ห์พวกนั้นได้เลย”

“เพราะงั้น มันก็เลยคิดจะมาที่นี่ไงครับ”

ขณะที่เจียงเฟิงกำลังพูด นกอินทรีทองก็บินวนอยู่บนฟ้าหนึ่งรอบและร่อนลงมาจริง ๆ

มันร่อนลงจอดบนกำแพงลานบ้าน

ตอนร่อนลงครั้งแรกมันยังทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ต้องกระพือปีกสองครั้งเพื่อปรับสมดุลก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคง

นกอินทรีทองตัวนี้หล่อเอาเรื่องเลยครับ

ขนทั่วทั้งตัวของมันเป็นสีเทา แต่ขนบริเวณด้านหลังหัวและรอบคอกลับเป็นสีทองสุกปลั่ง

ทำให้มันยิ่งดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลัง

[ดูสิ นกอินทรีทองบินลงมาแล้ว!]

[นกอินทรีตัวเป็น ๆ เลย! พระเจ้าช่วย สัตว์คุ้มครองระดับหนึ่ง!]

[ไลฟ์สดของสตรีมเมอร์คนนี้ตื่นเต้นชะมัด!]

[หลังจากดูติดต่อกันมาสามวัน ฉันรู้สึกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในไร่ปศุสัตว์ของสตรีมเมอร์คนนี้จริง ๆ]

[เจ้าของไร่คนนี้ไม่ธรรมดาเลย!]

เจียงเฟิงเห็นมันร่อนลงมา ก็เดินเข้าไปหาพร้อมกับถือน่องไก่ไว้ในมือ

เขาไม่ได้เดินเข้าไปใกล้นกอินทรีทองโดยตรง แต่เดินไปที่กำแพง วางน่องไก่ไว้บนนั้น แล้วถอยหลังออกมา

นกอินทรีทองมองเจียงเฟิง แล้วสลับไปมองน่องไก่ ก่อนจะบินลงมาใช้จะงอยปากที่แหลมคมฉีกเนื้อไก่กินทันที

สำหรับนกอินทรีทอง เนื้อสัตว์ปีกดิบ ๆ นี่แหละคือของโปรดที่สุด

ตอนนี้เจียงเฟิงมีทักษะติดตัว “พรสวรรค์สัมพันธ์ปักษา” แล้ว ซึ่งทำให้นกสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรจากตัวเขา

นกอินทรีทองตัวนี้ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล และเมื่อสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรจากเจียงเฟิง มันจึงไม่อยากจากไปไหน

ประจวบเหมาะกับที่เจียงเฟิงก็คอยป้อนอาหารมันอยู่เรื่อย ๆ

ความรู้สึกดี ๆ ที่นกอินทรีทองมีต่อเจียงเฟิงจึงพุ่งกระฉูด

เจียงเฟิงมองดูนกอินทรีทอง ถือโอกาสพูดคุยกับชาวเน็ตไปพลาง:

“บนทุ่งหญ้ามีนกอินทรีทองเยอะมากครับ ส่วนใหญ่จะมาจากภูเขาทางฝั่งนู้น”

“ถ้าไม่มีคนคอยเฝ้า นกอินทรีทองสามารถโฉบเอาลูกแกะตัวเล็ก ๆ ไปได้สบายเลยครับ”

“อย่างไรก็ตาม เจ้านี่ก็มีจุดอ่อนที่ร้ายแรงเหมือนกัน นั่นก็คือความสามารถในการต่อสู้บนพื้นดินที่ค่อนข้างแย่ครับ”

“พอมันลงสู่พื้น มันจะดูงุ่มง่ามและโดนรังแกได้ง่ายมาก”

“เพราะงั้น นกอินทรีทองถึงเป็นราชาแห่งท้องฟ้าครับ”

“สายตาของมันยอดเยี่ยมมาก ดีกว่ามนุษย์ถึงแปดเท่า มันสามารถมองเห็นหนูกำลังขุดรูอยู่บนพื้นหญ้าจากระดับความสูงหนึ่งพันเมตรได้อย่างชัดเจนเลยครับ”

“สายตาระดับนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์อิจฉาก็เอามาเป็นของตัวเองไม่ได้ครับ”

การได้ดูนกอินทรีทองกินน่องไก่ในวิดีโอไปพร้อมกับฟังเจียงเฟิงเล่าเรื่อง ทำให้ไลฟ์สดนี้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ

ชาวเน็ตต่างพากันหัวเราะอย่างมีความสุข

ในตอนนั้นเอง มีคนส่งของขวัญยานอวกาศพร้อมกับคอมเมนต์ถามขึ้นมาว่า:

[เจ้าของไร่ครับ สายตาของนกอินทรีทองดีขนาดนี้ ถ้ามันเล่นโทรศัพท์มือถือ มันจะสายตาสั้นไหมครับ?]

เจียงเฟิงมองไปที่คอมเมนต์บนนาฬิกาข้อมือและเห็นข้อความนี้พอดี

เขารู้ดีว่าคำถามของชาวเน็ตมักจะกวนโอ๊ยเสมอ เขาจึงตอบกลับอย่างใจเย็น:

“สั้นสิครับ นกอินทรีทองก็แค่ใส่แว่นตาหลังจากสายตาสั้นก็หมดเรื่องแล้ว”

ชาวเน็ตคนนั้นจึงถามต่อว่า: [แล้วนกอินทรีทองจะใส่แว่นตาได้ยังไงล่ะครับ?]

เจียงเฟิงยังคงตอบนิ่ง ๆ: “ถ้ามันเล่นโทรศัพท์มือถือได้ แค่ใส่แว่นตามันจะไปยากอะไรล่ะครับ?”

บทสนทนาของทั้งคู่น่าสนใจมาก

[สตรีมเมอร์นี่กวนโอ๊ยชะมัด ฮ่า ๆ!]

[ปรมาจารย์ด้านความกวนโอ๊ย!]

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า คำตอบของเขาน่าสนใจมาก!]

เมื่อเห็นชาวเน็ตคนหนึ่งพ่ายแพ้ไป ชาวเน็ตคนอื่น ๆ ก็เริ่มตั้งคำถามกวนโอ๊ยจากมุมต่าง ๆ

[เย่อ้าวไน่หว่อเหอ] มอบของขวัญ ยานอวกาศ 1 ลำ พร้อมฝากข้อความไว้ว่า:

[เจ้าของไร่ครับ ขอถามหน่อย เขาบอกว่าตีงูต้องตีที่เจ็ดนิ้ว แล้วถ้าผมเจองูบนทุ่งหญ้าที่ยาวแค่หกนิ้ว ผมจะทำยังไงดีครับ?]

เจียงเฟิงเหลือบมองคอมเมนต์

คำถามนี้จงใจเล่นคำชัด ๆ การตีงูที่เจ็ดนิ้วหมายถึงการตีที่จุดตายของงู ไม่ใช่การตีส่วนที่ยาวเจ็ดนิ้วของงู

อย่างไรก็ตาม เจียงเฟิงตอบสนองได้รวดเร็วมาก

เขามีสีหน้าเรียบเฉยและตอบกลับอย่างใจเย็น:

“ง่ายนิดเดียวครับ ถ้าคุณเจองูยาว 6 นิ้ว คุณก็ตีมันที่สามนิ้วครึ่งสองครั้งสิครับ!”

คำพูดของเจียงเฟิงดังผ่านไลฟ์สด

ชาวเน็ตต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อะไรเนี่ย ตีสามนิ้วครึ่งสองครั้ง!]

[กวนโอ๊ยเกินไปแล้ว ทนดูไม่ได้เลย!]

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า คุณทำผมขำจนปวดท้องแล้ว!]

[อย่ามาเล่นมุกกวนโอ๊ยกับสตรีมเมอร์เลยครับ พวกคุณสู้เขาไม่ได้หรอก]

[สตรีมเมอร์คนนี้อัจฉริยะชัด ๆ!]

หน้าจอเต็มไปด้วยคอมเมนต์ [ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า] เต็มไปหมด

ผลตอบรับในไลฟ์สดของเจียงเฟิงนั้นดีเกินคาด

ชาวเน็ตบางคนรู้สึกว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นสตรีมเมอร์อัจฉริยะชัด ๆ!

อย่างไรก็ตาม เจียงเฟิงกลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษ

ในขณะเดียวกัน นกอินทรีทองกินน่องไก่ชิ้นแรกเสร็จแล้ว มันจ้องมองเจียงเฟิงด้วยสีหน้ามึน ๆ ปนน่ารัก

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ มันกำลังจ้องมองน่องไก่ชิ้นที่สองในมือของเจียงเฟิงต่างหาก

เจียงเฟิงวางน่องไก่ลงบนกำแพงอีกครั้ง

นกอินทรีทองรีบกระโดดเข้าไปหา ใช้กรงเล็บเหยียบน่องไก่ไว้ แล้วใช้จะงอยปากฉีกเนื้อไก่กินอย่างเอร็ดอร่อย

เจียงเฟิงมองดูนกอินทรีทองแล้วยิ้มบาง ๆ

การให้อาหารสัตว์เป็นวิธีคลายเครียดที่ยอดเยี่ยมมากครับ

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นกอินทรีทองตัวนี้ยอมบินลงมาเอง ยิ่งทำให้เจียงเฟิงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นไปอีก

“บนทุ่งหญ้ามีสัตว์อยู่เยอะแยะมากมายครับ และเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้เจอเรื่องประหลาดอะไรบ้าง”

“พวกกระต่าย หมาป่า หรือนกอินทรีเป็นเรื่องปกติมากครับ”

“ถ้าผมสามารถเลี้ยงนกอินทรีทองได้โดยตรงเหมือนพวกชาวคาซัคก็คงดี”

“แต่การปล่อยให้มันบินอย่างอิสระแบบนี้ก็ไม่เลวนะครับ ยังไงซะกรมอนุรักษ์ก็ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องแบบนี้ ตราบใดที่ผมไม่ทำร้ายมัน พวกเขาก็เข้ามาจุ้นจ้านไม่ได้หรอกครับ”

ยิ่งเจียงเฟิงมองนกอินทรีทอง เขาก็ยิ่งรู้สึกชอบมัน

เขารู้สึกว่าถ้าป้อนอาหารมันอีกสองสามครั้ง นกอินทรีทองตัวนี้ต้องสนิทสนมกับเขาอย่างแท้จริงแน่ ๆ

ถึงตอนนั้น เขาอาจจะสามารถสัมผัสตัวมันได้เลยด้วยซ้ำ

หลังจากกินน่องไก่เสร็จ นกอินทรีทองก็ยังไม่ไปไหน มันเอาแต่ยืนอยู่บนกำแพง มองดูเจียงเฟิงด้วยท่าทางงุ่มง่ามและน่ารัก

แม้ว่ารูปลักษณ์ของนกอินทรีทองจะดูน่าเกรงขาม แต่นิสัยของมันก็มีความคล้ายกับสุนัขฮัสกี้อยู่บ้างเหมือนกันครับ

เจียงเฟิงเองก็มองกลับไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องอื่นในไร่ปศุสัตว์ที่ต้องจัดการ เจียงเฟิงจึงไม่มีเวลามาสนใจนกอินทรีทองต่อ เขาหันหลังเดินจากไป

นกอินทรีทองมองตามหลังเขาไป ก่อนจะบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไปอย่างรวดเร็ว

เจียงเฟิงขี่ม้าของเขา ยกมือขึ้นบังแดดและแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า

บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ สายลมพัดผ่านก้อนเมฆสีขาวอย่างแผ่วเบา

ระหว่างก้อนเมฆสีขาวและผืนฟ้า ร่างสีทองกำลังโบยบินอย่างอิสระไปทั่วขอบฟ้า

เจียงเฟิงสังเกตเห็นว่านกอินทรีทองดูเหมือนกำลังบินวนอยู่เหนือหัวเขาพอดี

ราวกับเป็นผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์

เขาอุ้มจินฮวาน้อยไว้ในอ้อมแขน วางจินฮวาน้อยลงบนหลังม้า แล้วพูดขึ้นมาว่า:

“ในอ้อมแขนมีบอร์เดอร์ คอลลี่ สีทองตัวน้อย บนหัวมีนกอินทรีทองบินวน”

“แบบนี้ก็น่าจะเรียกว่า ‘จูงหมาเหลืองทางซ้าย ถือเหยี่ยวทางขวา[1]’ ได้เหมือนกันนะ”

พูดจบ เขาก็ควบม้ามุ่งหน้าไปทางฝูงวัวและแกะทันที

โดรนบินติดตามไปติด ๆ

ภาพในวิดีโอยังคงดูกว้างใหญ่และน่าทึ่งเหมือนเช่นเคย

เมื่อชาวเน็ตได้เห็นเขาในมุมนี้ ก็ยิ่งชื่นชอบและชื่นชมเขามากขึ้นไปอีก

[1] บทกวีจีนโบราณ สื่อถึงการออกล่าสัตว์

จบบทที่ ตอนที่ 21: เจ้าของช่องคนนี้มีของ!

คัดลอกลิงก์แล้ว