เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1050: มวยถูกคู่ (ฟรี)

บทที่ 1050: มวยถูกคู่ (ฟรี)

บทที่ 1050: มวยถูกคู่ (ฟรี)


บทที่ 1050: มวยถูกคู่

วังเจี้ยนหมิงกล่าวว่า “ขั้นตอนการลงทุนของพวกเขาถูกกฎหมายทุกอย่าง ผมจะไปไล่พวกเขาออกไปก็ไม่ได้ใช่ไหม อีกอย่าง พวกเขาเอาเงินจริงทองจริงมาลงทุนที่ตงโจว ก็ถือว่าช่วยพัฒนาตงโจว สำหรับผมแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร”

เหอหว่านอิ๋งกล่าวว่า “ประเทศใหญ่โตขนาดนี้ มีที่ให้ลงทุนตั้งเยอะแยะ พวกเขามีเงินจะไปลงทุนที่ไหนไม่ได้ ทำไมต้องเลือกตงโจวด้วย ช่วยพัฒนาตงโจวเหรอ? ทำประโยชน์ให้ชาวบ้านตงโจว? ฉันไม่เชื่อหรอก”

วังเจี้ยนหมิงพูดเสียงนุ่มนวล “คุณวางใจเถอะ ผมปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน” เมื่อเห็นภรรยายังคงไม่พอใจ เขาก็ยิ้มขื่นๆ “พวกเขายังไม่ได้ทำอะไรผิด ผมจะตัดญาติขาดมิตรเพื่อความถูกต้องตอนนี้เลยก็ไม่ได้ใช่ไหม?”

เหอหว่านอิ๋งกล่าวว่า “ท่านปู่จะไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ? ท่านไม่คิดจะจัดการหน่อยหรือ? ถ้าพวกเขาทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ก็ยังดีไป แต่ถ้าพวกเขาใช้เส้นสายของคุณไปทำเรื่องไม่ดีเข้าล่ะก็ คุณต้องโดนลากเข้าไปพัวพันด้วยแน่”

“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก หว่านอิ๋ง คุณวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ผมจะจับตาดูพวกเขาด้วยตัวเอง”

...

สองวันนี้รถของสวี่ฉุนเหลียงถูกฮวาจู๋เยว่เอาไปใช้ตลอด ตอนสี่ทุ่ม เธอขับรถมาจอดที่โรงรถบ้านของสวี่ฉุนเหลียงโดยตรง

สวี่ฉุนเหลียงเพิ่งกลับจากดื่มเหล้าที่บ้านของเกาซินหัว จึงเชิญฮวาจู๋เยว่เข้ามาในบ้าน

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “อะไรกัน อยู่คนเดียวเหรอ?” เธอแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว ถ้าท่านผู้เฒ่าสวี่อยู่บ้าน เธอก็คงไม่กล้าเข้ามาแน่

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “แล้วคุณไม่ใช่คนเหรอ?”

ฮวาจู๋เยว่เอ่ยขึ้นอย่างแง่งอน “ชักจะกล้าขึ้นทุกวันแล้วนะ” เธอส่งกุญแจรถให้สวี่ฉุนเหลียง

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “คุณใช้ไปก่อนเถอะ สองวันนี้ผมใช้รถหลวง” ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานโรงพยาบาลโรคติดต่อตงโจว การใช้รถจึงสะดวกสบายอย่างยิ่ง

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “พรุ่งนี้ผู้ช่วยของฉันจะมาจากหนานเจียง ฉันก็มีรถใช้แล้ว”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “รอให้เขามาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

ฮวาจู๋เยว่เก็บกุญแจกลับไป สวี่ฉุนเหลียงไปรินไวน์แดงมาสองแก้ว

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ฉันยังต้องกลับโรงแรมนะ คุณอยากให้ฉันเมาแล้วขับหรือไง?”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ที่นี่ก็ไม่ใช่ไม่มีที่ให้นอน เดี๋ยวผมไปเก็บกวาดห้องผมให้”

ฮวาจู๋เยว่ถลึงตาใส่เขา “ทำไมฉันต้องนอนห้องคุณด้วย บ้านคุณไม่มีห้องรับแขกหรือไง”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “มีก็มีอยู่ แต่กลัวคุณนอนคนเดียวแล้วจะกลัว คราวก่อนเกือบจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “คุณอย่าคิดไม่ซื่อนะ เราตกลงกันแล้วว่าจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ห้ามล้ำเส้น” พูดจบถึงได้รับแก้วไวน์ที่สวี่ฉุนเหลียงส่งมา จรดริมฝีปากพลางเอ่ยอย่างคลางแคลงใจ “คุณไม่ได้ใส่ยาในไวน์ใช่ไหม?”

สวี่ฉุนเหลียงตบหน้าผากตัวเอง “ผมลืมไปได้ยังไงเนี่ย ต้องเป็นคุณจริงๆ ที่เตือนสติ”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ฉันขอเตือนคุณนะ อย่าได้ท้าทายขอบเขตของกฎหมายเด็ดขาด”

สวี่ฉุนเหลียงชนแก้วกับเธอ “จู๋เยว่...”

คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของฮวาจู๋เยว่ขมวดเข้าหากัน ดวงตาหงส์เบิกกว้าง สวี่ฉุนเหลียงรีบเปลี่ยนคำพูด “พี่ฮวา”

ฮวาจู๋เยว่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” ว่าแล้วก็ถือแก้วไวน์กลับไปนั่งบนโซฟา

สวี่ฉุนเหลียงถือแก้วไวน์ตามเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ฉุนเหลียง ฉันรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ ฉันยอมรับว่าฉันชอบคุณมากเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจว่าฉันชอบคุณถึงระดับไหน”

เธอโน้มตัวเข้าไปจูบที่ริมฝีปากของสวี่ฉุนเหลียงแผ่วเบาเหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ พอสวี่ฉุนเหลียงอ้าปาก เธอก็ถอยกลับไปแล้ว เอามือปิดปากของสวี่ฉุนเหลียงไว้ “ระหว่างเราสองคนต้องใจเย็นๆ เราโตๆ กันแล้ว ต้องคิดถึงผลที่จะตามมาด้วย”

ดวงตางามคู่นั้นเหลือบมองกางเกงที่เสียรูปทรงอย่างหนักของสวี่ฉุนเหลียง แล้วพูดเสียงนุ่มนวลว่า “ทำให้มันสงบเสงี่ยมหน่อยสิ”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ช่วงนี้ผมควบคุมตัวเองได้ไม่ค่อยดีจริงๆ เรื่องนี้เล่ายาวน่ะ”

ฮวาจู๋เยว่เหลือบมองอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่ายาวแล้วล่ะ เธอยิ้มเบาๆ “ฉันมีหลักการของฉันนะ ต่อให้ฉันจะชอบคุณมากแค่ไหน ฉันก็จะไม่ยอมมอบกายให้คุณง่ายๆ คุณคงไม่บังคับฉันหรอกใช่ไหม?”

สวี่ฉุนเหลียงส่ายหน้า “ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ?” ต้องยอมรับว่า ในเรื่องการหยอกเย้ากันไปมา ทั้งสองคนนับเป็นมวยถูกคู่จริงๆ

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “เมื่อเราทั้งคู่ยังควบคุมสติอารมณ์ได้ ก็แปลว่าเรายังไม่ได้สำคัญต่อกันและกันมากขนาดนั้น คุณน่ะเจ้าชู้จะตายไป คุณดีกับทุกคน แต่ก็ไม่ได้รักใครลึกซึ้งเป็นพิเศษ ผู้ชายแบบคุณจะใช้แค่คำว่าเลวมาอธิบายคงไม่พอ ถ้าคุณเป็นคนเลวโดยสมบูรณ์ ผู้หญิงทุกคนก็คงมองธาตุแท้ของคุณออก แต่คุณดันเป็นคนรักพวกพ้องมีน้ำใจ แม้แต่ฉันยังแยกไม่ออกเลยว่าคุณเป็นคนดีหรือคนเลว”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผมคิดมาตลอดว่าคุณเข้าใจผมดี”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ฉันก็พอจะเข้าใจคุณอยู่บ้างนะ คนนอกย่อมมองเห็นได้ชัดกว่า ตอนนี้คุณกับเซี่ยโหว มู่หลานก็ไม่ธรรมดาเลย”

สวี่ฉุนเหลียงถูกเธอเปิดโปงความสัมพันธ์กับเซี่ยโหว มู่หลานซึ่งๆ หน้า แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย เขาถอนหายใจ “พี่ฮวา คุณจะว่าผมก็ว่าไปเถอะ แต่อย่าไปพาดพิงคนอื่นเลย เธอยังไม่ได้แต่งงานนะ”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “โห นี่เริ่มปกป้องแล้วเหรอ ถ้าพวกคุณสองคนไม่มีอะไรกันนะ ฉันจะควักลูกตาสองข้างนี่ออกมาให้คุณเลย”

สวี่ฉุนเหลียงแกล้งทำเป็นตกใจ “อย่าเลยน่า ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เห็นต้องโหดร้ายขนาดนี้”

ฮวาจู๋เยว่ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ เอื้อมมือไปตบที่หน้าอกเขาเบาๆ “ฉันก็ทำเพื่อคุณนะ ไม่อยากเพิ่มภาระให้คุณ เผื่อวันไหนคุณสำนึกผิดขึ้นมา หนี้รักมากมายขนาดนี้คุณจะใช้คืนยังไงไหว?”

สวี่ฉุนเหลียงจิบไวน์ในแก้ว ฮวาจู๋เยว่ลุกขึ้นหยิบขวดไวน์มาเติมให้เขา พร้อมกับพูดเสียงนุ่มนวลว่า “อายุน้อยๆ ไม่เอาเรี่ยวแรงไปทุ่มเทกับเรื่องงาน มัวแต่คิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของหนุ่มสาวอยู่ได้ มันไม่ดีนะ”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “พี่ฮวานี่ช่างมีจิตใจกว้างขวาง สมกับคำว่า 'ยิ่งใหญ่เพราะใจกว้าง' จริงๆ”

ฮวาจู๋เยว่หัวเราะคิกคัก ชิดเข้ามานั่งข้างๆ เขา โอบเอวเขาไว้ ซบศีรษะลงบนไหล่เขา หลับตาลง แล้วพูดเหมือนละเมอว่า “ฉันว่าตอนนี้เราเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ คลุมเครือ ไม่ชัดเจน คุณจะมองฉันเป็นพี่สาวก็ได้ เป็นเพื่อนคู่คิดก็ได้ แต่เราก็ยังต้องรักษาระยะห่างกันหน่อย คุณว่าไหม?”

สวี่ฉุนเหลียงใช้นิ้วทำท่าบางอย่าง โบกไปมาตรงหน้าเธอ ฮวาจู๋เยว่ไม่เข้าใจ “อะไรเหรอ?”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ระยะห่างยาวขนาดนี้เหรอ?”

ใบหน้างามของฮวาจู๋เยว่แดงขึ้นมา ก้มศีรษะลงไปงับที่ใบหูของเขาเบาๆ “คุณนี่มันร้ายจริงๆ”

ครั้งนี้สวี่ฉุนเหลียงกลับนิ่งเฉยไม่หวั่นไหวได้อย่างน่าประหลาด ดูเหมือนคำพูดของฮวาจู๋เยว่จะเข้าหูเขาไปจริงๆ รักษาระยะห่างก็รักษาระยะห่างสิ คอยดูเถอะว่าท้ายที่สุดแล้วเราสองคนใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะไปอาบน้ำนอนล่ะ คุณก็อยู่เฉยๆ นะ ฉุนเหลียง มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องเตือนคุณ กระดาษกั้นบางๆ บางอย่างน่ะ อย่าไปฉีกมันให้ขาดเลยจะดีกว่า”

สวี่ฉุนเหลียงรินไวน์แดงจนเต็มแก้วแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะกล่าวอย่างฮึกเหิมว่า “คำพูดของพี่ฮวากระแทกใจผมอย่างจัง สมควรดื่มฉลอง!”

ฮวาจู๋เยว่ส่งสายตาเจ้าเสน่ห์ให้เขา ก่อนจะบิดเรือนร่างอรชรเดินไปยังห้องพักแขก ทิ้งให้สวี่ฉุนเหลียงยืนเดียวดายท่ามกลางลมต้นฤดูใบไม้ร่วง

สวี่ฉุนเหลียงมีนิสัยตื่นเช้า อีกทั้งเมื่อคืนยังถูกฮวาจู๋เยว่ยั่วจนหัวใจร้อนรุ่ม คุณภาพการนอนจึงไม่ต้องพูดถึง นอนพลิกไปพลิกมาจนในที่สุดก็โทรศัพท์ไปหาเซี่ยโหว มู่หลานที่อยู่ฮู่ไห่ ทั้งสองคนคุยกันอย่างเร่าร้อนดั่งฟืนแห้งปะทะไฟแรงไปครึ่งค่อนคืน ฝ่ายหนึ่งโหมกระหน่ำดั่งไฟเผาค่าย อีกฝ่ายรับมือดั่งน้ำท่วมทัพ ถ้าไม่ใช่เพราะยังคุยธุรกิจไม่เสร็จ เซี่ยโหว มู่หลานคงอยากจะบินกลับมาหาเขาเดี๋ยวนี้เลย

สวี่ฉุนเหลียงเดินมาถึงห้องนั่งเล่นก็ได้กลิ่นหอม กลับเป็นฮวาจู๋เยว่ที่กำลังยุ่งอยู่ในครัว

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ตื่นแล้วเหรอ เช้าจัง?”

สวี่ฉุนเหลียงหาวหวอด “แทบไม่ได้นอนเลย เป็นเพราะคุณนั่นแหละ”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “จะไปกดมันไว้ทำไมล่ะ ปล่อยให้มันเป็นอิสระสิ แล้วคุณก็จะเป็นอิสระไปด้วย”

สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะไม่ออก ฮวาจู๋เยว่ช่างคิดการณ์ไกลกว่าที่เขาคาดไว้ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ ฮวาจู๋เยว่ เห็นเธอกำลังทอดไข่อยู่

“เก่งจังเลย ออกงานสังคมได้ เข้าครัวเป็น”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “พอแล้วน่า ฉันก็แค่พอทำอาหารเช้าได้เท่านั้นแหละ ที่ผ่านมาฉันไม่เคยทำให้ผู้ชายคนอื่นกินนะ”

“งั้นผมก็โชคดีแล้วสิ”

มือทั้งสองข้างของสวี่ฉุนเหลียงสวมกอดเอวของเธอจากด้านหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ฮวาจู๋เยว่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ไม่นานก็รู้สึกถึงความผิดปกติจากด้านหลัง จึงเอ่ยขึ้นอย่างแง่งอน “ถอยไปเลย อย่าซน”

สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะแล้วปล่อยเธอ “ไม่ได้ซนซะหน่อย แค่จะดูว่าไข่สุกรึยัง”

ฮวาจู๋เยว่ยกตะหลิวขึ้นทำท่าจะตีเขา “ยังจะกินไหม?”

“กินสิ ต้องกินอยู่แล้ว”

สวี่ฉุนเหลียงไปยืนรออย่างสงบเสงี่ยม มองดูฮวาจู๋เยว่ที่กำลังง่วนอยู่ในครัว หากไม่ได้เห็นกับตา คงยากจะเชื่อว่าประธานฮวาที่ปรากฏตัวในฐานะหญิงแกร่งมาตลอดจะยอมเข้าครัวทำอาหารให้เขาด้วยความเต็มใจ ความรู้สึกเปี่ยมสุขผุดขึ้นในใจ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาโชคดี ฮวาจู๋เยว่, เซี่ยโหว มู่หลาน, ซูฉิง, เย่ชิงหย่า พวกเธอแต่ละคนดีกับเขามาก นึกถึงเหมยรั่วเสวี่ย เหมยรั่วเสวี่ยก็ดีกับเขา แต่ความดีของเธอนั้นมักจะรักษาระยะห่างไว้เสมอ ส่วนโม่หาน ระหว่างเธอกับเขานั้นเป็นการใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกันมาโดยตลอด สวี่ฉุนเหลียงตัดสินใจที่จะไม่คิดต่อ ไม่น่าแปลกใจที่ว่าหากอยากฝึกยอดวิชาต้องตัดห่วงอาวรณ์เสียก่อน สตรีเพศทำให้สมาธิของเขาวอกแวกจริงๆ

ฮวาจู๋เยว่ยกอาหารเช้าที่ทำเสร็จแล้วมาวางตรงหน้าเขา ฮวาจู๋เยว่ไม่ได้แค่พอทำได้ ฝีมือการทำอาหารของเธอค่อนข้างดีทีเดียว อาหารเช้าสไตล์ตะวันตกมีทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติที่ครบครัน

สวี่ฉุนเหลียงกินจนอิ่มหนำสำราญ ก็พบว่าฮวาจู๋เยว่แทบไม่ได้กินอะไรเลย เอาแต่นั่งยิ้มมองเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ทำไมคุณไม่กินล่ะ?”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “คุณฉลาดขนาดนี้ ดูเรื่องง่ายๆ แค่นี้ไม่ออกเลยเหรอ ฉันวางยาพิษในอาหารเช้าของคุณแล้ว”

สวี่ฉุนเหลียงรู้ดีว่าเธอไม่มีทางทำเช่นนั้น เขายิ้ม “โหดขนาดนี้เลยเหรอ”

ฮวาจู๋เยว่เชิดหน้าขึ้น สวี่ฉุนเหลียงมองลำคอระหงของเธอแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก ทันใดนั้นเขาก็เดินเข้าไปโอบกอดเธอ แล้วฝังรอยจูบลงบนลำคอขาวเนียนไร้ที่ติของเธออย่างแรง จนกระทั่งทิ้งรอยริมฝีปากลึกไว้จึงพอใจ

ฮวาจู๋เยว่ตีที่ก้นของเขาหนึ่งที “น่ารำคาญชะมัด เดี๋ยวฉันยังต้องไปพบคุณลู่หมิงอีกนะ”

สวี่ฉุนเหลียงมองเธออย่างร่าเริง

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “เจ้าโรคจิต”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “คุยเรื่องงานดีกว่า เมื่อวานผมคุยกับจางเหิงหยางแล้ว เขาจะรับผิดชอบไปสืบข่าวทางฝั่งต้าเหิง”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ให้เขาเข้าถือหุ้นได้นะ”

สวี่ฉุนเหลียงพยักหน้า เขาก็คิดเช่นนั้น มีเพียงการแบ่งปันผลประโยชน์เท่านั้นจึงจะสามารถร่วมกันแบกรับความเสี่ยงได้ แม้หลันซิงกรุ๊ปจะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ที่ผ่านมาไม่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเลย ในขณะที่จางเหิงหยางเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้พอดี

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “คุยกับทางลุงถงได้นะ อิทธิพลของเขาในพื้นที่นั้นไม่มีใครเทียบได้”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ฉันก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “คุยกับลู่หมิงเป็นยังไงบ้าง?”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “เป็นคนที่ทำงานจริงจังดี ฉันนัดไปที่กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตอนบ่าย ตอนเย็นว่าจะชวนผู้นำของกรมฯ สักสองสามคนไปทานข้าว คุณจะไปด้วยกันไหม?”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผมไม่ไปร่วมวงด้วยดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นจะเอาความสัมพันธ์ของเราสองคนไปนินทา”

ฮวาจู๋เยว่หัวเราะ “เราสองคนมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน?”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ความสัมพันธ์แบบส่งสายตาให้กัน จีบกันไปมา”

ฮวาจู๋เยว่กล่าวว่า “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 1050: มวยถูกคู่ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว