- หน้าแรก
- เซียนสวรรค์แสนปี จ้าวแดนหวงห้าม
- ตอนที่ 79 ชิงตัวอู่เซียว (ฟรี)
ตอนที่ 79 ชิงตัวอู่เซียว (ฟรี)
ตอนที่ 79 ชิงตัวอู่เซียว (ฟรี)
ตอนที่ 79 ชิงตัวอู่เซียว
“เสี่ยวเสี่ยว เมื่อก่อนนี้ ย่าตามใจเจ้า ปล่อยให้เจ้าทำตามใจชอบ ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใด ย่าก็ไม่เคยขัดขวาง”
“เดิมทีหวังเพียงให้เจ้ามีชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป แต่บัดนี้… ‘นายน้อย’ กลับมาแล้ว เขาไม่ได้ตาย และกำลังจะกลับมาในเร็ววัน ไม่ใช่ว่าย่าใจร้าย…”
หวงมู่ยวี่หนี่ว์อ่านเนื้อความในจดหมายอย่างช้าๆ
ใจความคร่าวๆ คือ…
หลายปีก่อน หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านได้รับคำสั่งในยามคับขัน พานายน้อยไปยังหมู่บ้านชราสงบ ต่อมานายน้อยผู้นั้นก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ประทีปชะตาของเขากลับหม่นมัวเป็นสีเทา
หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านคิดว่าเขาสิ้นชีวิตแล้ว แต่ก็ยังไม่จากไปไหน เลือกเฝ้าปกป้องหมู่บ้านชราสงบมาตลอด
วันเวลาผ่านไป ผู้คนในหมู่บ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ค่อยๆ เลือนหายจากความทรงจำ
จนกระทั่งไม่นานมานี้ ประทีปชะตากลับส่องแสงขึ้นอีกครั้ง
หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านจึงมั่นใจว่า นายน้อยของตนยังมีชีวิตอยู่ และคาดว่าเขากำลังจะหวนกลับมา
เพราะเหตุนี้ หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านจึงรีบเขียนจดหมายถึงอู่เซียว
ให้ตัดความสัมพันธ์กับ ‘บุคคลลึกลับ’ ที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า
จดหมายทั้งสามฉบับ ล้วนมีเนื้อหาใกล้เคียงกันเช่นนี้
นี่เองคือเหตุผลที่อู่เซียวอ่านแล้วรู้สึกอึดอัดใจ
เมื่อหวงมู่ยวี่หนี่ว์อ่านจบ สีหน้าก็ไม่ค่อยดี
“ความหมายของนางคือ ให้ท่านตัดขาดกับหลี่หมิง แล้วจะจับท่านแต่งกับชายเฮงซวยคนนั่นน่ะหรือ”
“ใช่”
เส้าซือหมิงกล่าวเสียงเรียบ
“นางเลี้ยงท่านมาตั้งแต่เด็ก เหมือนเลี้ยงเป็นเจ้าสาววัยเยาว์ เลี้ยงไว้เพื่อชายผู้นั้นโดยเฉพาะ”
หวงมู่ยวี่หนี่ว์ขมวดคิ้ว
“นางคิดอะไรอยู่ เหตุใดถึงมีความคิดพิสดารเช่นนี้ สมัยนี้พูดถึงความรักเสรี การแต่งงานเสรี เหตุใดนางยังคิดจัดการสมรสโบราณคร่ำครึเช่นนี้?”
อู่เซียวส่ายหน้า
“ใครจะไปรู้ แต่เรื่องอื่นยังพอคุยกันได้ เรื่องนี้ ข้าไม่มีวันยอมเด็ดขาด ข้าจะเลือกคนที่ข้าชอบเอง”
“ถ้าเขากล้าคิดไม่ซื่อกับข้า ข้าจะฆ่าเขาเสีย”
“ถูกต้อง” เส้าซือหมิงพยักหน้า
หวงมู่ยวี่หนี่ว์ตั้งคำถามที่เป็นจริงที่สุด
“แต่ท่าน…สู้นางได้หรือ จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้เลยว่า พลังของนางมาจากที่ใดกันแน่”
“ถ้าข้าไม่ยินยอม นางไม่บังคับใช้กำลังแน่นอน ปีนี้ข้าจะกลับไปคุยกับนางดีๆ ถึงตอนนั้น พวกเจ้าต้องช่วยข้าพูดด้วยให้นางเปลี่ยนความคิดนี้เสีย”
“อืม” เส้าซือหมิงกับหวงมู่ยวี่หนี่ว์พยักหน้า
“ถ้ายังไม่สำเร็จ รอให้ชายผู้นั้นกลับมาก่อน พวกเราก็สับเขาเป็นชิ้นๆ”
“อืม…” อู่เซียวเม้มริมฝีปากบางอย่างจนใจ
“เรื่องนี้พักไว้ก่อน พวกเราไปดูซูสวี่ที่กำแพงหมื่นล้านลี้ แล้วค่อยกลับหมู่บ้านชราสงบ”
ทั้งสามมุ่งหน้าไปยังกำแพงหมื่นล้านลี้แห่งเสี้ยวแดนตะวันออก
ทุกปีพวกนางจะไปเยี่ยมซูสวี่ เพราะเขาประจำการที่นั่นตลอดปี
……
“ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!”
สำนักห้วงเมฆา
หลี่หมิงที่กำลังบำเพ็ญเซียน แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ๆ ก็รู้สึกหนาวไปทั้งร่าง
จามไม่หยุด เหมือนมีใครบางคนกำลังสาปแช่งเขาอยู่
เขาสงสัยสุนัขดำ คงเพราะก่อนหน้านี้ไม่ให้มันดู ‘เรื่องลับยากเอ่ยปาก’ มันเลยด่าเขาอยู่
หลี่หมิงคิดว่าไม่ควรตามใจจึงจัดการซัดสุนัขดำไปอีกยกหนึ่ง
สุนัขดำตาเหลือก โดนซัดแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จึงเริ่มตอบโต้ กัดเขากลับ
สุดท้ายก็สู้ไม่ไหว ต้องหนีเตลิด วิ่งไปด่าไป บอกว่าสักวันจะขี่หลี่หมิงให้ได้
“หรือไม่ใช่มันจริงๆ?”
หลี่หมิงยักไหล่
“ข้าก็ไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร ใครจะมาด่าข้า ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว… หรือข้าจะไม่สบาย?”
“เป็นไปไม่ได้ ร่างกายข้าไม่มีทางเป็นหวัด”
เขาพยายามบำเพ็ญเซียนต่อ แต่จิตใจไม่สงบจึงเลิกล้มความคิด เปิดชามอสงไขย ดูว่าอู่เซียวกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
กลับพบว่า อู่เซียวพาหวงมู่ยวี่หนี่ว์และเส้าซือหมิงเหาะไปทางตะวันออกของเสี้ยวแดนตะวันออก ระหว่างทางก็พลุไฟไปด้วย
พวกนางใช้พลังเขียนอักษรกลางฟ้า ตัวโตสะดุดตา
“เจ้าผู้ชายเฮงซวย!”
เขียนเสร็จ ก็ปล่อยอักษรลอยอยู่กลางอากาศ แล้วจุดระเบิด เหาะไป ระเบิดไป เล่นกันอย่างสนุกสนาน
หลี่หมิงรู้สึกถึง ‘แรงอาฆาต’ อย่างชัดเจน หนาวสะท้านไปทั้งกายจึงถามไปว่า
“พวกเจ้ากำลังทำอะไร มีใครมาหาเรื่องพวกเจ้าหรือ?”
“ไม่มี” อู่เซียวส่ายหน้า
“ไม่มีแล้วเอาคนผู้นั้นมาจุดเป็นพลุไฟทำไม?”
“ก็แค่เล่น” อู่เซียวตอบ
“ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว…” หลี่หมิงจามอีกหลายครั้ง
“พวกเจ้าจะไปไหนกัน?”
“กำแพงหมื่นล้านลี้” อู่เซียวตอบ พลางจุดพลุไฟต่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มได้ใจ
“ไปซื้อของ ไปดูซูสวี่ แล้วก็กลับหมู่บ้านชราสงบฉลองปีใหม่”
“ปัง!”
พลุไฟระเบิดกลางฟ้า
“ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว…” หลี่หมิงรู้สึกแสบจมูก
“ไปถึงที่นั่นต้องใช้เวลานานเท่าไรกัน?”
“ไม่เกินสองวันหรอก” อู่เซียวตอบ
“ปัง!”
คำว่า ‘ผู้ชายเฮงซวย’ ระเบิดกลางอากาศอีกครั้ง ราวพลุไฟนับไม่ถ้วน
“ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว…” หลี่หมิงเริ่มมีน้ำมูกไหล
“ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย กลางวันแท้ๆ มือเท้าเย็น พวกเจ้าไปเล่นกันเถอะ อีกสองวันข้าจะไปหาเอง”
“ได้”
หลี่หมิงที่ไม่เคยป่วยมาก่อน รู้สึกทรมานอย่างยิ่ง ตรวจร่างกายแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
หรือจะเป็น หมอรักษาคนอื่นได้ แต่รักษาตนเองไม่ได้?
เขาจึงให้สุนัขดำช่วยตรวจ
สุนัขดำคาบหญ้าหางหมา เอาอุ้งเท้ามาวาง ทำท่าจับชีพจร
ครู่ใหญ่ก็ไม่พบอาการใด
เพื่อรักษาหน้า มันจึงมั่ววินิจฉัย ‘ซวยแล้ว เจ้าไตพร่อง’
“โฮ่งๆๆ!”
สุนัขดำดิ้นรน เพราะถูกหลี่หมิงกดไว้ โดนซัดไปอีกชุด ซัดไปซัดมา มันกลับรู้สึกดีขึ้นเสียอย่างนั้น
“หรือว่าข้าเป็นโรค ‘ไม่ซัดหมาแล้วมือเท้าเย็นใจสั่น?’”
สองวันถัดมา หลี่หมิงทดลองซัดสุนัขดำ ด้วยท่าทางและมุมต่างๆ
ปรากฏว่า… อาการดีขึ้นจริงๆ
เขาเหมือนเปิดโลกทัศน์
แต่สุนัขดำทุกข์ทรมานแทบสิ้นสติ ใกล้จะลุกฮือก่อกบฏอยู่รอมร่อ
หลี่หมิงจึงยอมปล่อยมัน แล้วเปิดชามอสงไขย ดูว่าอู่เซียวถึงกำแพงหมื่นล้านลี้แล้วหรือยัง
ทางตะวันออกสุดของเสี้ยวแดนตะวันออก มีกำแพงยักษ์ทอดยาวข้ามทั้งผืนดิน คดเคี้ยวราวมังกร พาดผ่านเหนือใต้
ชายแดนตะวันออกของจักรวรรดิเทพต้าอู่ก็คือกำแพงหมื่นล้านลี้แห่งนี้
ที่นี่มีเหล่ายอดฝีมือประจำการตลอดปี ปกป้องจักรวรรดิเทพต้าอู่ และป้องกันสิ่งลึกลับจากภายนอก
นอกกำแพงออกไป คือทะเลอันกว้างใหญ่ ภายในกำเนิดสิ่งแปลกประหลาด คล้ายหมอกก๊าซ แต่ก็เหมือนสสาร
แปลกพิสดารยิ่งนัก
หากไม่มีกำแพงนี้ ไม่เพียงจักรวรรดิเทพต้าอู่จะพินาศสิ้น ทั้งเสี้ยวแดนตะวันออกก็สิ้นเช่นกัน
“พวกเรามาถึงแล้ว”
อู่เซียว หวงมู่ยวี่หนี่ว์ และเส้าซือหมิงสวมอาภรณ์เรียบง่าย แอบลงสู่พื้น แต่ก็ยังถูกพบเห็น
และในขณะเดียวกัน ซูสวี่ก็รับรู้ถึงพลังของยอดฝีมือที่มาถึง จึงออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
มหาเทพพิทักษ์ ซูสวี่ เป็นชายชรา ผู้ควบคุมหอร้อยอสูร แต่กลับอาสามาประจำการชายแดน
ใบหน้าเหลี่ยมสี่เหลี่ยม รูปร่างกำยำ ยืนตัวตรง เต็มไปด้วยรอยย่น
ทว่าแววตายังคมกริบ สวมอาภรณ์หลวมสบาย ด้านหลังสะพายหีบกระบี่ ดูองอาจยิ่งนัก
“ถวายบังคมฝ่าบาท”
ซูสวี่คำนับด้วยความเคารพ
“ชู่…”
อู่เซียวทำท่าห้ามเสียง “มาทีไร กลัวคนไม่รู้ทุกที”
นางยื่นมือ ส่งแหวนมิติวงหนึ่งให้เขา ภายในบรรจุของที่เพิ่งซื้อมา ทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ของขวัญ อาวุธต่างๆ ครบครัน
ซูสวี่โบกมือปฏิเสธ บอกว่าตนมีเงินพอซื้อเอง แต่อู่เซียวกลับยัดให้ นี่คือความตั้งใจของนาง
ในบรรดาสามมหาเทพพิทักษ์ ผู้ที่ลำบากที่สุดคือซูสวี่ ไม่ใช่เพราะงานหนัก แต่เพราะกลับบ้านไม่ได้ เขาประจำการอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี คุมภาพรวมทั้งชายแดน
อู่เซียวถาม
“ช่วงนี้เป็นอย่างไร ทะเลมีความผิดปกติหรือไม่?”
“ขึ้นกำแพงไปคุยกันเถิด”
ซูสวี่พานางขึ้นสู่กำแพงสูง ลมแรงพัดเรือนผมดำ และอาภรณ์สะบัดดังซู่ซ่า
เขารายงานสถานการณ์ล่าสุด ทะเลยังไม่เกิดการเคลื่อนไหวใหญ่โตอะไร แต่ผิวน้ำยิ่งทวีความแปลกพิกล สิ่งมืดดำเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
อาจมีสักวัน สิ่งเหล่านั้นจะรุกล้ำเข้าสู่เสี้ยวแดนตะวันออก
“ฝ่าบาท แนวคิดของพระองค์ยอดเยี่ยมยิ่งนัก กำแพงที่ทอดยาวเหนือใต้เช่นนี้สามารถกัน ‘ความว่างเปล่า’ ไว้ภายนอก ก่อรูปเป็นผังฮวงจุ้ยมังกรบรรพชนที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง”
“แนวคิดนี้ไม่ใช่ของข้า” อู่เซียวกล่าว
“เป็นของหญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านชราสงบ คราวนั้นเกิดเหตุ ความว่างเปล่ารุกราน นางมอบแผนผังกำแพงหมื่นลี้ให้ข้า”
“นางให้มาเป็น ‘หมื่นลี้’ ข้าปรับแก้นิดหน่อย กลายเป็น ‘หมื่นล้านลี้’ วัสดุใช้ศิลามรณเทพจากแดนหวงห้ามหมื่นบรรพต ไม่คิดว่าจะกันความว่างเปล่าได้จริง”
ผู้ที่น่าทึ่งไม่ใช่นาง แต่คือหญิงชราหัวหน้าหมู่บ้าน
เพียงแต่น่าแปลก หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านไม่เคยออกจากจักรวรรดิเทพต้าอู่
นางรู้ได้อย่างไรว่าดินแดนนั้นมีศิลามรณเทพ?
และแผนผังนี้ ใครเป็นผู้คิดค้น?
ผู้วาดต้องเชี่ยวชาญผังลมปราณ
หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านไม่ถนัดฮวงจุ้ย ถนัดเพียงกระบี่
ส่วนสำนักชะตาฟ้ากับจักรวรรดิดาราสมุทรเข้าใจฮวงจุ้ย แต่คงไม่อาจคิดผังมังกรบรรพชนเช่นกำแพงตรงหน้าได้
ช่างเถิด ขี้เกียจคิดแล้ว
“ฝ่าบาท ขออนุญาตให้ข้าฟังที่มาของแนวคิดกำแพงหมื่นล้านลี้โดยละเอียดได้หรือไม่”
“ข้าไม่ค่อยเข้าใจนักเพียงดัดแปลงจากหมื่นลี้ หากเจ้าสนใจ หลังปีใหม่ข้าจะถามนาง ให้นางเรียบเรียงให้ แล้วส่งมาให้เจ้า”
“ยอดเยี่ยมยิ่ง ขอขอบพระคุณพ่ะย่ะค่ะ” ซูสวี่คำนับ
พลันเห็นอักษรลอยขึ้นตรงหน้าอู่เซียว
“แท้จริง ข้ารู้ทั้งแนวคิด และผังลมปราณของกำแพงหมื่นลี้”
ซูสวี่ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย และศาสตร์พยากรณ์ เชื่อว่าในเสี้ยวแดนตะวันออก ไม่มีใครรู้ลึกไปกว่าเขา เว้นแต่ผู้ครอบครองคัมภีร์เทวลิขิตมังกรสวรรค์ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ซูสวี่ไม่ตกใจ เพราะอู่เซียว และอีกสองสาวล้วนสงบจึงถาม
“ผู้ใดกัน?”
“กำลังจะแนะนำพอดี เขาชื่อ หลี่หมิง”
“เคยได้ยิน” ซูสวี่พยักหน้า
บุคคลลึกลับข้างกายจักรพรรดินี ผู้เคยบีบเทือกรกร้างสองล้านลี้ ช่วยชาติ และช่วยจักรพรรดินีมาหลายครา น่าเสียดาย ไม่เคยปรากฏโฉมหน้าที่แท้จริง
“ขอคารวะ ผู้อาวุโสหลี่” ซูสวี่คำนับ
“เขาชื่อ หลี่หมิง” อู่เซียวหน้าเขียวคล้ำ เรียกเสียแก่เชียว!
ทั้งสองไม่ใส่ใจเริ่มถกกันเรื่องกำแพง ปล่อยอู่เซียวไว้ข้างหลัง
“ง่ายมากนี่คือมังกรหนึ่งตัว หัวมังกรเป็นพู่กัน รวมจุดพลัง หางมังกรเป็นรัง ปิดผนึก ลำตัวคือการคดเคี้ยว ดูดกลืนพลังสุริยันจันทรา…”
“ให้พวกนางถอยไปหน่อย เจ้าปูแผ่นกระดาษใหญ่บนพื้น ข้าจะวาดให้ เห็นเป็นจุดๆ แล้วอธิบายผังลมปราณ”
อู่เซียวกลอกตา พาสองสาวเดินออกไป รับลมบนกำแพง
หลายชั่วยามผ่านไป เมื่อกลับมา เห็นซูสวี่ยังนั่งยอง มือหน้าเปื้อนหมึก พึมพำถกปัญหาไม่หยุด
พื้นเต็มไปด้วยบันทึก
ซูสวี่ถามต่อโดยไม่ทันเห็นอู่เซียว
“ผู้อาวุโส เหตุใดต้องใช้ศิลามรณเทพจากเทือกเขาหมื่นลี้ จึงจะต้าน ‘ความว่างเปล่า’ ได้?”
“ความว่างเปล่าคืออะไร?” หลี่หมิงถาม
“เลือนราง คล้ายมีอยู่แต่ก็ไม่มี จับต้องไม่ได้ โจมตีไม่โดน นี่คือคำจำกัดความดั้งเดิม”
สิ่งที่กำแพงหมื่นล้านลี้ต้านไว้ และสิ่งที่เกิดในทะเลด้านหน้า
อักษรลอยขึ้น
“สรรพสิ่งเริ่มจากความโกลาหล และกลับคืนสู่ความว่างเปล่า”
ทะเลนอกกำแพงให้กำเนิดสิ่งเช่นนี้ ไร้รูปแต่มีรูป
ยังไม่มีวิธีรับมือ ทำได้เพียงใช้ศิลามรณเทพต้านเอาไว้เท่านั้น
“หมื่นบรรพตคือแดนต้องห้ามที่ร่วงจากฟ้า ศิลามรณเทพปนเปื้อนโลหิตเทพ หรือเกิดจากการล่มสลายของทวยเทพ เมื่อเทพดับ ย่อมคืนสู่ความว่างเปล่า คือไม่มีสิ่งใด”
“ดังนั้น วิธีรับมือความว่างเปล่าที่ดีที่สุดก็คือความว่างเปล่าเช่นเดียวกัน และศิลามรณเทพก็คือความว่างเปล่า”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ซูสวี่ตาเปล่งประกาย
อู่เซียวก็เข้าใจในที่สุด ศาสตร์ลึกล้ำยิ่งนัก
ซูสวี่ลุกขึ้นคำนับ “ฝ่าบาท”
“ไม่ต้องเกรงใจ คุยกันต่อเถิด”
แล้วเขาก็คุยต่อจริงๆ
หลายวันผ่านไป ซูสวี่ยังถกปัญหาบนกำแพงไม่หยุด
อีกสองวันจึงสิ้นสุด
ซูสวี่รีบมาหาอู่เซียว
“ฝ่าบาท ผู้อาวุโสท่านนี้มีปัญญาลึกล้ำ หากเชิญมาอยู่จักรวรรดิเทพต้าอู่ ข้าว่าครองหล้าได้แน่”
“เขาชื่อหลี่หมิง” อู่เซียวเน้นเสียง
“อ้อ…ผู้อาวุโสหลี่”
อู่เซียวไม่เถียง “เขาอยู่ไหน?”
“มีธุระด่วน จู่ๆ ก็ไป คนระดับนี้ยังยุ่งเช่นนี้หรือ?”
“คงมีใครหล่นลงมาที่ของเขาอีก” อู่เซียวพึมพำ
“อะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร”
ซูสวี่หยิบรายชื่อ
“ข้าจะหลอมกระบี่ ขาดวัสดุหลายอย่าง ช่วยจัดหา ส่งมาที่นี่ หักจากเงินเดือนข้าก็ได้”
“ไม่ต้อง ข้าซื้อให้ ถือเป็นค่าเหนื่อย”
อู่เซียวรับรายชื่อมา หน้าดำมืด แพงมหาศาล
“ไม่มีปัญหา หลังปีใหม่จะส่งมาให้”
นางยื่นอั่งเปาแดง
“ของขวัญปีใหม่”
“เปิดวันปีใหม่” นางย้ำเสียง
ซูสวี่รับไว้ ยิ้มอย่างซาบซึ้ง
……
บนท้องฟ้า แสงพุ่งวาบ
หวงมู่ยวี่หนี่ว์ถาม
“เรากลับหมู่บ้านชราสงบเลยหรือ?”
“เจ้ามีความคิดอะไร?”
“แวะรัฐบริวารสักสองสามวัน ซื้อของก่อน?”
เส้าซือหมิงเสนอ
“ไปอุทยานน้ำ แคว้นหยุนเมิ่ง?”
“ดี”
ทั้งสามมุ่งหน้าไป
ทันใดนั้น จิตสังหารปะทุ
พลังระดับจ้าวสวรรค์กว่าสิบสายระเบิดกลางฟ้า ค่ายกลมหึมาปรากฏ ปิดล้อมสวรรค์และปฐพี
“นั่นแหละ จักรพรรดินีอู่เซียว กับสองมหาเทพพิทักษ์ พี่น้องทั้งหลายมา จับตัวกลับบ้าน อุ่นผ้าห่มรับปีใหม่!”