เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 171 ขะ..ขะ..เขา... เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่อหลี่สวินฮวนงั้นเหรอ

บทที่ 171 ขะ..ขะ..เขา... เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่อหลี่สวินฮวนงั้นเหรอ

บทที่ 171 ขะ..ขะ..เขา... เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่อหลี่สวินฮวนงั้นเหรอ


หลังจากผ่านทางแยกบนถนนหลวง ผู้คนและขบวนสินค้าบนถนนก็เริ่มบางตาลงบ้างหนาตาลงบ้างสลับกันไป

ด้วยความที่มีท่าเรือของเมืองหลินเจียงฝู่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนี้จึงถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนาดย่อม พ่อค้าวาณิชหรือผู้คนบักสัญจรที่ลงเรือมา สุดท้ายก็จะมารวมตัวกันเข้าสู่ถนนหลวงเส้นนี้

และนั่นไง... ที่ฝั่งตรงข้ามไกลๆ ของพวกอู๋ตี๋ มีขบวนคนกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูลกำลังเดินมา

คนที่เป็นผู้นำขบวนคือคุณชายหนุ่ม อายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตางดงามราวกับเทพธิดาจำแลงลงมาเกิด!

ใช่แล้ว ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ... สวยจนตะลึง

ด้วยเหตุนี้ คนที่เดินผ่านไปมาจึงอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองอยู่บ่อยครั้ง

คนหล่อๆ น่ะพวกเขาเคยเห็นมาเยอะ แต่คนที่หน้าตาสวยหวานแบบนี้เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ

"นี่ พวกเขามองอะไรกันนักหนา คงไม่ได้คิดว่าข้าเป็นผู้หญิงหรอกใช่มั้ย" พอคุณชายหนุ่มเอ่ยปากพูดเท่านั้นแหละ เหมือนความลับจะแตกซะแล้ว

"เอ่อ... องค์หญิงเก้า ท่านว่ายังไงล่ะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเคยทูลแล้วว่าให้เลิกอ่านหนังสือนิยายประโลมโลกซะบ้าง อย่าว่าแต่หน้าตาของท่านเลย แค่ได้ยินเสียงท่าน ก็ยากแล้วที่จะไม่รู้ว่าท่านเป็นผู้หญิงน่ะ!" ชายชราในชุดผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยความกระอักกระอ่วนใจ

แน่นอนว่าเมื่อพูดกันตรงๆ ขนาดนี้ ฐานะของคุณชายน้อยผู้นี้ก็เปิดเผยออกมาจนได้... นางคือองค์หญิงเก้าแห่งราชวงศ์ปัจจุบัน องค์หญิงเจาหยางนั่นเอง

แต่คำพูดของชายชราก็ทำเอาองค์หญิงเก้าโกรธจนลมออกหู แทบอยากจะเอากำปั้นน้อยๆ ทุบอกเขาซะเดี๋ยวนี้เลย

"ท่านอาจารย์ ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว อยู่ข้างนอกให้เรียกข้าว่าคุณชาย ต่อให้ข้าจะปลอมตัวเป็นชายได้ไม่เนียนแค่ไหน แต่ถ้าท่านยังเอาแต่เรียกข้าแบบนี้ ความลับมันก็แตกหมดสิ!"

"พ่ะย่ะค่ะๆ! คุณหนู... อะแฮ่ม คุณชายพูดถูกแล้วขอรับ!" ชายชราเองก็สุดจะทนแล้ว ในฐานะปรมาจารย์ยุทธยอดฝีมือของราชวงศ์ การรับเป็นพระอาจารย์สอนวิชาให้เหล่าองค์ชายถือเป็นเรื่องปกติ

แต่คนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ต่อให้พวกองค์ชายจะหัวทึบแค่ไหน อย่างน้อยพวกเขาก็ยังเป็นองค์ชาย

แต่เรื่องของเขานี่สิหลุดโลกไปเลย ดันมารับองค์หญิงเป็นลูกศิษย์ซะงั้น

ประเด็นคือถ้านางเรียนไม่รู้เรื่องก็แล้วไปเถอะ แต่นางดันหัวไวเรียนรู้จนทะลุปรุโปร่งไปซะงั้น

ผลก็คือ ทุกครั้งที่แม่ยัยตัวแสบองค์นี้ไปก่อเรื่อง พระอาจารย์อย่างเขาก็ต้องคอยรับเคราะห์แทนตลอด

"แต่ว่าคุณชาย ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านออกมาเที่ยวเล่นครั้งนี้ พระองค์ทรงจัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยให้พวกเราไปหาหลี่สวินฮวนผู้นั้นก่อน

ฮ่องเต้ตรัสว่าหลี่สวินฮวนอาศัยอยู่ที่อำเภอมู่ชวน การที่พวกเรามุ่งหน้าตรงไปที่เมืองฮั่นอันเลยแบบนี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมนะพ่ะย่ะค่ะ" ชายชราผู้คุ้มกันเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

"หึ! ไม่ไป! ท่านอย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าเสด็จพี่รองกำลังคิดอะไรอยู่ ข้าแอบสืบข่าวมาตั้งนานแล้ว เขาก็แค่รู้สึกว่าข้าเกะกะสายตา เลยอยากจะผลักไสข้าให้คนอื่น เหมือนที่เสด็จพ่อเคยทำนั่นแหละ

จริงอย่างที่เขาว่า ผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้ พอเขาได้นั่งบัลลังก์นั้นแล้ว เขาก็เปลี่ยนไปเลย

ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ต่อให้อยากจะจับข้าแต่งงานออกไปให้พ้นๆ อย่างน้อยก็ควรจะหาคนหนุ่มที่มีความสามารถสิ ไม่ใช่ไปคว้าใครก็ไม่รู้ข้างถนนมา

แต่เสด็จพี่รองกลับทำตัวแย่มาก ไปหาหลี่สวินฮวนที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไรเลย แถมยังบอกให้พวกเราคนหนุ่มสาวทำความรู้จักกันไว้ก่อน ข้าไปรู้จักมักจี่กับเขาตอนไหนเนี่ย"

พอพูดถึงเรื่องนี้ องค์หญิงเจาหยางก็โมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที "ดีนะที่ข้าไม่รู้ว่าหลี่สวินฮวนหน้าตาเป็นยังไง ไม่อย่างนั้นข้าจะชกหน้ามันให้เบี้ยวเลย คอยดูสิว่ามันยังจะกล้ามาหมายปององค์หญิงอย่างข้าอีกไหม"

"ฟึ่บ!"...

แทบจะทันทีที่นางพูดจบ ก็มีเด็กหนุ่มสองคนขี่ม้าไล่กวดกันผ่านหน้านางไป

"ไอ้หมูอ้วน แกชอบอวดเก่งนักใช่มั้ย แกไปทำอวดเก่งใส่พวกจื่อโม่กับฉี่ซานน่ะพอได้ แต่มาอวดเก่งต่อหน้าข้าเนี่ยนะ ด้วยไอ้ล่อแคระที่แกขี่อยู่เนี่ยนะ คิดว่ามันจะสู้เจ้าบรูซของข้าได้เรอะ

ต่อให้ข้าต่อให้แกวิ่งไปก่อน 39 เมตร แล้วไง อย่าลืมสิ พี่ชายคนนี้คือมีดบินไม่เคยพลาดเป้า หลี่สวินฮวนนะโว้ย"

องค์หญิงเจาหยาง (๑òᆺó๑)

"ท่านอาจารย์ ขะ..ขะ..เขา... เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่อหลี่สวินฮวนงั้นเหรอ"

"ใจเย็นๆ ขอรับคุณหนู อย่าเพิ่งวู่วาม!"

"เรียกข้าว่าคุณชาย!"

"พ่ะย่ะค่ะๆ คุณชายใจเย็นๆ ก่อน ใต้หล้านี้คนชื่อซ้ำแซ่ซ้ำมีเยอะแยะไป อาจจะไม่ได้เป็นคนเดียวกันก็ได้ ฮ่องเต้ก็ตรัสไว้ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ว่าหลี่สวินฮวนผู้นั้น อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลอู๋ ตำบลชิงซี อำเภอมู่ชวน! นี่มันเห็นชัดๆ ว่าข้อมูลไม่ตรงกันนะพ่ะย่ะค่ะ!"

ชายชราผู้คุ้มกันรู้สึกปวดหัวตึ้บ องค์หญิงของเขาดีไปซะทุกอย่าง ติดก็แต่เรื่องอารมณ์ร้อนนี่แหละ

หลายครั้งนางทำตัวไม่สมกับเป็นองค์หญิงเลย กลับทำตัวเหมือนพวกชาวยุทธภพซะมากกว่า

แต่ทว่า โชคชะตามักจะเล่นตลกเสมอ!

อู๋ตี๋กับเจ้าอ้วนที่เพิ่งควบม้าผ่านไปเมื่อกี้ ดันควบม้ากลับมาอีกรอบซะงั้น

"ลูกพี่ ข้าผิดไปแล้ว เมื่อกี้ข้าแค่ล้อเล่น ข้าแค่ล้อท่านเล่นเฉยๆ นะโว้ย!"

"ล้อเล่นเรอะ เจ้าไปสืบดูทั่วทั้งอำเภอมู่ชวนเลยนะ ว่าข้าเนี่ย เป็นคนที่ไม่เคยชอบล้อเล่นกับใครโว้ย!"

ฟึ่บ... ทั้งสองคนควบม้าผ่านไปอีกแล้ว!

องค์หญิงเจาหยาง (๑òᆺó๑)

"ทะ... ท่านอาจารย์ ขะ..ขะ..เขา... เขานั่นแหละคือหลี่สวินฮวน อำเภอมู่ชวน หลี่สวินฮวน ไม่เคยพลาดเป้า ข้อมูลตรงกันทุกอย่างเลย!"

องค์หญิงเจาหยางเปลี่ยนจากอาการตกตะลึง เป็นอึ้งกิมกี่ และสุดท้ายก็กลายเป็นโกรธจัด อารมณ์ของนางเปลี่ยนผ่านได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อจริงๆ

ถึงแม้จะมองหน้าไม่ชัดเพราะอู๋ตี๋กับเจ้าอ้วนควบม้าเร็วเกินไป แต่จากท่าทางหยิ่งยโสโอหังเมื่อกี้... แค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่า เป็นคนที่น่ารังเกียจสุดๆ!

องค์หญิงเจาหยางเกลียดที่สุดก็คือพวกลูกหลานตระกูลผู้ดีที่เก่งแต่ปาก ไม่มีฝีมืออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วันๆ เอาแต่โม้โอ้อวดไปเรื่อย

ว่าที่พระสวามีในอุดมคติของนาง อย่างน้อยก็ต้องเป็นหนุ่มผู้มีความสามารถระดับที่แต่งกลอนปราชญ์แต่โบราณล้วนตายสิ้น หรือถ้อยคำงดงามดั่งร่วงหล่นจากสวรรค์ แบบนั้นสิ ถึงจะคู่ควร!

"เอ่อๆ... คุณหนู คุณชาย ท่านใจเย็นๆ ก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้ว่าท่านอยากไปเมืองฮั่นอัน เพื่อไปดูหน้าตาของอู๋ตี๋ ผู้นั้นให้เห็นกับตา งั้นพวกเราก็ไปกันเลยสิพ่ะย่ะค่ะ!

คุณชายหลี่สวินฮวนผู้นี้ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับท่าน ฮ่องเต้ก็แค่ให้เรามาหาคนรู้จักในท้องถิ่นเพื่อหาที่พักพิง ไม่ได้บังคับอะไรนี่พ่ะย่ะค่ะ

ถ้าขืนท่านหันกลับไปซ้อมเขาซะน่วม แล้วกระหม่อมจะกลับไปทูลฮ่องเต้ยังไงล่ะพ่ะย่ะค่ะ" ชายชราผู้คุ้มกันจนปัญญาจริงๆ เพื่อไม่ให้องค์หญิงก่อเรื่อง เขาจำต้องยอมประนีประนอมทุกวิถีทาง

"จริงเหรอ งั้นท่านอาจารย์ต้องรักษาคำพูดนะ!"

ได้ผลจริงๆ พอได้ยินชื่อของอู๋ตี๋ องค์หญิงเจาหยางก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นติ่งสาวผู้น่ารักทันที ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวายอีกเลย!

"ตกลง งั้นข้าจะปล่อยหลี่สวินฮวนคนนี้ไปสักครั้ง!" นางเบ้ปาก ก่อนจะเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

"แต่ว่า ข้าก็อยากรู้จริงๆ นะว่าหลี่สวินฮวนผู้นี้มีความสามารถอะไรกันแน่ ทำไมเสด็จพี่ถึงได้ให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้

แถมยังส่งข้ามาหาเขา แล้วยังสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยตัวตนอีก บังคับให้ข้าเปลี่ยนชื่อเป็น... ช่ายหรูเสวี่ย

ชื่อน่าเกลียดจะตาย!"

............

อีกด้านหนึ่ง อู๋ตี๋ที่ควบม้าไล่กวดกันจนเหนื่อยหอบ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเพิ่งจะคลาดกับองค์หญิงเก้าแห่งราชวงศ์ไปหมาดๆ

ตอนนี้พอกลับมารวมกลุ่มก็ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

"นี่ ลูกพี่ ท่านเห็นคุณชายคนเมื่อกี้ไหม หน้าตาสวยหวานหยดย้อยเหมือนผู้หญิงเลย! จุ๊ๆ... พวกคนรวยนี่รสนิยมแปลกๆ เนอะ โรคจิตชัดๆ!"

หลังจากโดนสั่งสอนไปยกใหญ่ เจ้าอ้วนน้อยก็ยอมสงบเสงี่ยมลง หันมาเปิดประเด็นคุยเรื่องอื่นแทน

อู๋ตี๋ขมวดคิ้วใช้ความคิด "ใครวะ ไม่เห็นจำได้เลย!"

"โธ่ ก็กลุ่มคนที่เดินสวนกับพวกเราเมื่อกี้ไง คนที่เดินนำหน้าสุด ที่หน้าตาขาวๆ ใสๆ นั่นน่ะ" เจ้าอ้วนพยายามใบ้ให้

แต่สุดท้ายอู๋ตี๋ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี เมื่อกี้เขามัวแต่ยุ่งกับการสั่งสอนน้องชายจอมซ่า ใครจะมีเวลาไปสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้น

"ช่างเถอะ เขาอาจจะแต่งตัวเป็นชาย หรือไม่ก็หน้าตาเหมือนผู้หญิงกระมัง สรุปคือเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้า เลิกนินทาคนอื่นได้แล้ว

ถึงพวกเราจะไม่ใช่ปัญญาชนผู้เคร่งครัด แต่คติที่ว่ายามว่างอย่านินทาผู้อื่น ยามนั่งนิ่งจงทบทวนความผิดตน ก็ควรจะจำใส่ใจไว้นะ"

อู๋ตี๋ส่ายหน้ายิ้มๆ เจ้าอ้วนนี่ดีไปซะทุกอย่าง ติดก็แต่นิสัยเสียเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่ต้องรีบแก้

ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหาเรื่องใส่ตัวเอาได้!

"จริงสิ ไปบอกทุกคนให้ทนเหนื่อยเร่งเดินทางกันอีกหน่อย พวกเราจะไปพักค้างคืนกันที่อำเภอหงจู๋ข้างหน้า!

เหน็ดเหนื่อยกันมาหลายวันแล้ว คืนนี้ต้องไปหาของอร่อยๆ กินบำรุงซะหน่อย"

จบบทที่ บทที่ 171 ขะ..ขะ..เขา... เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่อหลี่สวินฮวนงั้นเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว