เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215 ดีดนิ้วแค่ครั้งเดียว แก๊งเงินกู้ก็พังพินาศ!

บทที่ 215 ดีดนิ้วแค่ครั้งเดียว แก๊งเงินกู้ก็พังพินาศ!

บทที่ 215 ดีดนิ้วแค่ครั้งเดียว แก๊งเงินกู้ก็พังพินาศ!


"ปัง—"

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประตูที่พังยับเยินอยู่แล้วถูกถีบจนปลิวเปิดออก

ชายหนุ่มหัวทองวัยยี่สิบกว่าๆ สวมชุดสูทผูกไทเดินกร่างเข้ามาในห้องอย่างกับนักเลงคุมซอย

"ถึงเวลาจ่ายหนี้แล้ว! ไปมุดหัวอยู่ไหนกันวะ!"

ไอ้หนุ่มหัวทองล้วงกระเป๋าสองข้าง ตะโกนลั่นห้อง ก่อนจะกวาดสายตาไปเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้องเช่าซอมซ่อ

พอเห็นหนุ่มหัวทองจ้องมา ชายวัยกลางคนก็สะดุ้งเฮือก สีหน้าที่เคยเลื่อนลอยเปลี่ยนเป็นหวาดผวา ก่อนจะรีบฝืนยิ้มประจบประแจง:

"ผะ... ผู้จัดการเกา!"

ชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้มคลานสี่ขาเหมือนหมาเข้าไปหาผู้จัดการเกา เอื้อมมือไปจับขากางเกงอีกฝ่ายแน่น พร้อมทำหน้าจะร้องไห้:

"ผู้จัดการเกาครับ ช่วยผ่อนผันให้ผมอีกสักสองสามวันเถอะนะ..."

"ถ้าคุณให้ผมกู้เพิ่มอีกสักก้อนจะดีมากเลย คราวนี้ผมมั่นใจว่าจะต้องถอนทุนคืนได้แน่ๆ ครับ"

คนที่ถูกเรียกว่า 'ผู้จัดการเกา' หน้าตึงเปรี๊ยะ เขาสะบัดขาเตะชายวัยกลางคนกระเด็นออกไป แล้วถ่มน้ำลายใส่ด้วยความรังเกียจ:

"ถุย! กูผ่อนผันให้มึงมากี่รอบแล้วห๊ะ!"

"ไอ้สวะอย่างมึง วันๆ ไม่คิดจะหางานทำเป็นชิ้นเป็นอัน เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการแทงหวย ไม่ก็ขลุกอยู่ในบ่อน ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะรวยข้ามคืน"

"คนสวะๆ อย่างมึงเนี่ยนะ ต่อให้เบื้องบนไม่สั่งระงับการปล่อยกู้ให้มึง กูก็ไม่มีวันโยนเงินทิ้งน้ำให้หมาอย่างมึงหรอกเว้ย!"

พูดจบ ผู้จัดการเกาก็กระทืบซ้ำไปอีกหลายป้าบ:

"ไสหัวไปหางานทำซะ ไม่งั้นคราวหน้ากูจะหักขามึงให้พิการแล้วโยนไปขอทานข้างถนนซะ!"

หลังจากด่าทอและทุบตีจนพอใจ ผู้จัดการเกาก็เดินเชิดหน้าออกไปถึงประตู ใช้เท้าเกี่ยวประตูปิดดังปัง

ถึงรอบนี้จะทวงหนี้ไม่ได้ แต่ผู้จัดการเกาก็ไม่ได้อารมณ์เสียอะไรมากมาย

กลับกัน ตอนนี้เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายสุดๆ

การได้กระทืบคน ด่าคนแบบระบายอารมณ์เต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะไปแจ้งความจับ มันเป็นอะไรที่โคตรจะปลดปล่อยความเครียดเลย

เขาแอบคิดซะด้วยซ้ำว่า อยากให้ไอ้หมอนี่ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้ไปเรื่อยๆ เขาจะได้มี 'กระสอบทราย' ไว้ระบายอารมณ์เล่นต่อไป

"แต่ยังไงซะ แก๊งเราก็มีโควตาหนี้เสียกำกับอยู่เหมือนกัน ถึงจะสนุกยังไงก็ต้องรีดเงินจากไอ้ผีพนันนั่นมาให้ได้อยู่ดี"

"ไม่งั้นตำแหน่งผู้จัดการที่อุตส่าห์ปีนขึ้นมาได้หมาดๆ มีหวังโดนปลดร่วงตุ้บลงไปแหงๆ"

ผู้จัดการเกาเดินทอดน่องไปตามถนน มุมปากแสยะยิ้มเหี้ยม:

"ไว้คราวหน้า ลองเอาความปลอดภัยของลูกสาวมันมาขู่เล่นๆ ดีกว่า... ถึงจะไม่ได้กะจะทำอะไรลูกมันจริงๆ ก็เถอะ แต่น่าจะทำให้ไอ้ผีพนันนั่นกลัวจนขี้หดตดหายได้ชัวร์"

ในขณะที่เขากำลังวางแผนชั่วร้ายว่าจะทรมานลูกหนี้ยังไงดี จู่ๆ สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับชายชราคนหนึ่งที่ริมถนน

ชายชราคนนี้น่าจะอายุเหยียบร้อยปีแล้ว ตอนนี้กำลังยืนทำหน้าตาตื่นตระหนกอยู่ที่หน้าธนาคาร พยายามอ้อนวอนอะไรบางอย่างกับพนักงาน

พนักงานฟังอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ชายชราเลยได้แต่กำธนบัตรปึกบางๆ ในมือเดินคอตกออกมาจากหน้าตึก

ด้วยสัญชาตญาณความคุ้นเคยในวงการเงินกู้นอกระบบมาหลายปี ผู้จัดการเกาได้กลิ่น 'เงิน' โชยมาแต่ไกล

"ตาแก่คนนี้กำลังร้อนเงินเหรอ?"

ตาของผู้จัดการเกาลุกวาว เขาปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มแล้วปรี่เข้าไปหาทันที ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า:

"คุณตาครับ ผมเห็นคุณตาทำหน้าเศร้าๆ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือเปล่าครับ?"

ชายชราดูเหมือนกำลังต้องการคนรับฟังพอดี เขาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า:

"ใกล้จะสอบเข้ามหาลัยแล้วน่ะสิ คะแนนสอบพละของหลานชายสุดที่รักของฉันมันไม่ค่อยดี ฉันเลยอยากจะซื้อยาเสริมกำลังกายไปบำรุงมันซะหน่อย แต่เงินในสมุดบัญชีมันมีไม่พอน่ะสิ"

พูดถึงตรงนี้ ชายชราก็พึมพำกับตัวเอง:

"ถ้าหลานฉันสอบเข้ามหาลัยดีๆ ไม่ได้ จะทำยังไงล่ะเนี่ย..."

ผู้จัดการเกาแอบยิ้มในใจ แต่ตีหน้าซื่อทำเป็นเห็นอกเห็นใจ:

"คุณตาพูดถูกเผงเลยครับ! การสอบเข้ามหาลัยคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเด็กเลยนะครับ!"

"จะสอบติดมหาลัยดีๆ ได้ไหม บางทีมันก็วัดกันที่ไอ้ยาเสริมกำลังกายแค่เม็ดสองเม็ดนี่แหละ เรื่องอนาคตหลานแบบนี้ จะมามัวขี้เหนียวไม่ได้เด็ดขาดครับ"

ชายชราทำหน้าเศร้า:

"แต่ฉันไม่มีเงินน่ะสิ พวกธนาคารมันก็เห็นว่าฉันแก่เกินไป เลยไม่ยอมปล่อยกู้ให้"

"ส่วนลูกชายฉันก็หาว่าฉันประสาทแหล็กไปเอง มีเงินแท้ๆ แต่ดันไม่ยอมควักจ่ายให้หลานฉันซะงั้น! บนโลกนี้มันมีพ่อใจจืดใจดำแบบนี้ได้ยังไงกัน!"

ได้ยินแบบนี้ ผู้จัดการเกาก็ยิ่งตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

นี่มันลูกค้าเกรดพรีเมียมชัดๆ!

เขาฟังปุ๊บก็เดาออกทันทีว่า ตาแก่นี่คงจะประสาทแหล็กคิดไปเองจริงๆ นั่นแหละ

ผลการเรียนหลานก็น่าจะปกติดี ฐานะทางบ้านก็คงไม่ได้ขัดสนอะไร แต่ตาแก่นี่ดันอยากโชว์ป๋าไปซื้อยามาบำรุงหลานให้ได้

ถ้าเขาตะล่อมให้ตาแก่นี่กู้เงินได้สำเร็จ ต่อให้ตาแก่จะไม่มีปัญญาใช้หนี้ แต่ลูกหลานมันก็ต้องมีปัญญาจ่ายคืนอยู่แล้ว!

ผู้จัดการเกามองเห็นภาพตัวเองบุกไปทวงหนี้ถึงบ้านลูกชายตาแก่เป็นฉากๆ เรียบร้อยแล้ว

'คุณพี่ครับ คุณพี่คงไม่อยากให้อนาคตการเรียนของลูกคุณพี่ต้องมาพังเพราะหนี้สินของพ่อคุณพี่ใช่ไหมครับ'

มุกนี้ใช้ทวงหนี้ทีไร ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกที

ผู้จัดการเการีบสวมบทพ่อพระทันที:

"คุณตาครับ โชคดีมากเลยนะที่คุณตามาเจอผม!"

"ผมรู้จักกู้เงินอยู่เจ้านึง ดอกเบี้ยไม่แพงเลยครับ ถ้าคุณตาร้อนเงินจริงๆ เดี๋ยวผมช่วยแนะนำให้เอาไหมครับ"

ชายชราได้ยินก็หูผึ่ง ถามด้วยความสนใจ:

"ดอกเบี้ยไม่แพงเหรอ? แล้วมันเท่าไหร่ล่ะพ่อหนุ่ม?"

ผู้จัดการเกายิ้มอ่อน:

"ดอกเบี้ยรายปีไม่เกิน 20% ครับ ถ้าคิดเป็นรายเดือนก็ตกประมาณ 30% นิดๆ เท่านั้นเอง"

"อ้าว! นั่นมันดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบไม่ใช่เหรอ!"

ชายชราตั้งการ์ดระวังตัวทันที

ผู้จัดการเการีบคว้าแขนเสื้อชายชราไว้ แล้วกระซิบเสียงเบา:

"เงินกู้นอกระบบแล้วมันยังไงล่ะครับ? ดอกเบี้ยแพงกว่าปกตินิดเดียว มันจะไปเทียบกับอนาคตอันสดใสของหลานชายคุณตาได้ยังไง?"

"เดี๋ยวผมจะคำนวณให้คุณตาดูชัดๆ เลยนะ"

"สมมติว่าคุณตาอยากกู้ 100,000 หยวน ต่อให้ธนาคารยอมปล่อยกู้ ดอกเบี้ยก็ปาไป 10-13% เข้าไปแล้ว ถึงมันจะถูกกว่าเงินกู้นอกระบบก็จริง"

"แต่ปัญหาคือ ธนาคารเขาไม่ยอมปล่อยกู้ให้คุณตาไงครับ! แต่ถ้าคุณตามากู้กับเจ้าเรา ไอ้ดอกเบี้ยส่วนต่างที่เพิ่มมานิดหน่อยเนี่ย ให้คิดซะว่ามันคือ 'ค่านายหน้า' ก็แล้วกัน"

"แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เอง ถ้าคิดดอกเบี้ย 20% ต่อปี วันนึงคุณตาจ่ายเพิ่มแค่สิบกว่าหยวนเอง มันจะไปแพงอะไรล่ะครับ?"

ผู้จัดการเกางัดสารพัดทริคหลอกล่อ ใช้ตรรกะวิบัติ บ่ายเบี่ยงประเด็นสำคัญ จนทำให้ตาแก่สับสนงุนงงไปหมด

ภายใต้การชี้แนะของผู้จัดการเกา ชายชราก็ยอมโหลดแอปฯ ของแก๊งเงินกู้ และผูกบัตรประชาชนกับบัญชีธนาคารเรียบร้อย

ขั้นตอนต่อไปคือ ระบบหลังบ้านของแก๊งต้องทำการ 'ตรวจสอบเครดิตและสินทรัพย์'

ลำพังตัวตาแก่เอง ไม่มีทางผ่านเกณฑ์แน่นอน แต่แก๊งเงินกู้ก็หัวหมอพอ แค่แนบเอกสารแสดงสินทรัพย์ของ 'ญาติสายตรง' เข้ามาก็ผ่านฉลุยแล้ว

พอมาถึงด่านนี้ ชายชราก็เริ่มลุกลี้ลุกลน:

"เอ่อ... พ่อหนุ่มเกา ฉันไม่อยากให้ลูกชายรู้เรื่องกู้เงินนี่น่ะ พ่อหนุ่มช่วยอนุมัติให้ฉันก่อนได้ไหม?"

"อีกเดี๋ยวฉันก็จะได้เงินบำนาญแล้ว พอได้เงินมาเมื่อไหร่ ฉันจะรีบเอามาใช้คืนทันทีเลย"

ผู้จัดการเกาเหลือบมองอายุในบัตรประชาชนของชายชรา

124 ปี

ผู้ฝึกตนขั้นขัดเกลาพลังปราณ จะมีอายุขัยยืนยาวกว่าคนธรรมดา บวกกับสวัสดิการทางการแพทย์สมัยนี้ การอยู่ถึง 150 ปีถือเป็นเรื่องปกติ

ดังนั้น สหพันธรัฐบลูสตาร์จึงกำหนดให้เริ่มจ่ายเงินบำนาญตอนอายุ 125 ปี

ต้องรออีกตั้ง 1 ปีเลยเหรอ?

แต่ใครจะรู้ล่ะว่าตาแก่นี่จะอายุยืนอยู่ถึงตอนนั้นหรือเปล่า เกิดปุบปับเป็นอะไรไปก่อนจะทำไง?

ความเสี่ยงมันสูงไปนิดนึง

ผู้จัดการเกาขมวดคิ้ว คิดว่าเพลย์เซฟดีกว่า เลยปฏิเสธไปอย่างนิ่มนวล:

"คุณตาครับ เงินบำนาญคุณตายังไม่ออกเลย ทำแบบนั้นมันผิดกฎของบริษัทนะครับ"

ชายชรากำลังจะอ้าปากพูดต่อ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ 'ลูกชาย'

ทำเอาชายชราสะดุ้งโหยง รีบกดรับสายด้วยความลุกลน

"พ่อ! นี่พ่อแอบไปกู้เงินธนาคารอีกแล้วใช่มั้ย!"

"ผมบอกตั้งกี่รอบแล้วว่าเรื่องเรียนของเสี่ยวเป่า พ่อไม่ต้องมายุ่ง พ่อไม่ต้องมายุ่ง ทำไมพ่อถึงดื้อแบบนี้เนี่ย!"

"ผมขอสั่งให้พ่อรีบกลับบ้านมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! กลับมาปุ๊บ ผมจะยึดสมุดบัญชีกับบัตรประชาชนพ่อให้หมด จะได้ไม่โดนพวกแก๊งเงินกู้หลอกเอาอีก!"

ชายชราตอบอึกอักไปสองสามคำ ก่อนจะรีบกดวางสาย

เขาทำหน้าหงอเหมือนเด็กโดนดุ แล้วพูดเสียงอ่อยว่า:

"ลูกชายฉันไม่อยากให้ฉันกู้เงินนอกระบบน่ะ แล้วพ่อหนุ่มเกาก็ดันบังคับให้ฉันเอาเอกสารของลูกชายมาค้ำประกันอีก ถ้าลูกมันรู้เข้าจะทำยังไงล่ะเนี่ย"

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะปิดแอปฯ แก๊งเงินกู้แล้วเดินหนีไป

พอเห็นแบบนั้น ผู้จัดการเกาก็ร้อนรนทันที!

ไม่ได้การล่ะ จะปล่อยให้หมูในอวยหลุดมือไปได้ยังไงวะ!

ด้วยความรีบร้อน ผู้จัดการเกาเลยไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งนั้น รีบคว้ามือชายชราไว้แล้วบอกว่า:

"คุณตาใจเย็นๆ ครับ! เดี๋ยวผมลองยื่นเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษกับหัวหน้าให้ละกัน ไม่ต้องตรวจเช็กสินทรัพย์ก็ผ่านได้ครับ"

ในที่สุด มือที่กำลังจะกดปิดแอปฯ ของชายชราก็หยุดชะงักลง

ด้วยความกลัวว่าตาแก่จะเปลี่ยนใจ ผู้จัดการเกาจึงรีบใช้อำนาจพิเศษของตัวเองกดข้ามขั้นตอนการตรวจสอบ แล้วกด 'อนุมัติจ่ายเงิน' ทันที

เงิน 100,000 หยวน โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย

พอมองดูสถิติยอดปล่อยกู้ของตัวเองที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งบิล ผู้จัดการเกาก็ยิ้มแก้มแทบปริด้วยความฟินสุดขีด

เขาเก็บเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของตาแก่ไว้เป็นข้อมูล ก่อนจะเดินไปส่งตาแก่อย่างอารมณ์ดี

"ฮี่ๆๆ วันนี้ดวงดีชะมัด อยู่ดีๆ ก็ฟลุ๊คได้ยอดจัดหนักมาตั้งหนึ่งแสนหยวนฟรีๆ"

ผู้จัดการเกาแคปหน้าจอยอดปล่อยกู้ด้วยความภาคภูมิใจ กะจะเอาไปขิงใส่เพื่อนร่วมงานในกลุ่มแชทบริษัทซะหน่อย

แต่พอเปิดแอปฯ กลุ่มแชทขึ้นมา เขากลับต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อก เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ กำลังสแปมส่งรูปสลิปยอดปล่อยกู้โชว์กันให้พรึ่บ!

มีตั้งแต่ยอด 50,000 หยวน ไปจนถึงหลักล้าน!

และที่น่าขนลุกคือ เวลาในสลิปของทุกคน มันห่างกันไม่ถึง 15 นาทีเลยด้วยซ้ำ!

"นะ... นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?"

"อย่าบอกนะว่าพวกเพื่อนร่วมงานฉันก็บังเอิญไปเจอ 'ตาแก่หัวอ่อน' ที่หลอกง่ายๆ แบบเดียวกัน? แต่จะเป็นไปได้ยังไงวะ!"

ผู้จัดการเกายืนอ้าปากค้าง ก่อนจะกดส่งรูปสลิปของตัวเองลงไปในกลุ่มแบบเบลอๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองดูแปลกแยก

และในขณะที่เขาส่งรูปไป สลิปโชว์ยอดปล่อยกู้ใหม่ๆ ก็ยังคงเด้งรัวๆ ในกลุ่มแชทไม่หยุด

พอลองนับดูคร่าวๆ จำนวนสลิปที่ส่งมามันน่าจะเกิน 500 ใบแล้ว!

สลิป 500 ใบ นี่มันหมายความว่ายังไง?

ถ้าเอาตัวเลขมาหารเฉลี่ย สลิปแต่ละใบน่าจะมียอดปล่อยกู้ประมาณ 200,000 หยวน

500 ใบ ก็ปาเข้าไป 'ร้อยล้านหยวน' แล้วนะโว้ย!

แถมในกลุ่มนี้มีพวกแอบซุ่มอ่านอีกตั้งเยอะ จำนวนเงินที่ปล่อยกู้ไปจริงๆ ภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง อาจจะทะลุ 200 ล้าน หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!

พอคิดมาถึงจุดนี้ ผู้จัดการเกาก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปอด!

แค่เวลาสั้นๆ แก๊งเงินกู้แม่งสาดเงินปล่อยกู้ไปตั้ง 200 กว่าล้านเลยเหรอวะเนี่ย?!

กระแสเงินสดสำรองของแก๊งมันจะมีถึงเท่าไหร่เชียววะ?

ดีไม่ดีทั้งแก๊งอาจจะมีเงินสดหมุนเวียนไม่ถึง 200 ล้านด้วยซ้ำ!

เล่นอนุมัติเงินกู้รัวๆ แบบนี้ พวกผู้บริหารระดับสูงคงต้องวิ่งโร่ไปขอกู้เงินธนาคารมาหมุนแทนแล้วมั้ง

ถึงผู้จัดการเกาจะเป็นแค่ผู้บริหารระดับกลางต๊อกต๋อย แต่จากยอดเงินกู้มหาศาลที่ผิดปกติกับรูปสลิปพวกนี้ เขาก็เริ่มได้กลิ่นตุๆ ของ 'แผนสมรู้ร่วมคิด' ลอยมาแต่ไกล

เพียงแต่ทฤษฎีสมคบคิดนี้มันมาเร็วเคลมเร็วจนตั้งตัวไม่ติด

มันเล่นพุ่งเป้าไปที่ทุกคนในแก๊ง ตั้งแต่ระดับลูกจ๊อกยันผู้จัดการ ตั้งแต่ผู้จัดการยันหัวหน้าสาขา

ทุกคนกระจัดกระจายกันไปปล่อยกู้ทั่วเมืองไท่หัว แต่ดันถูก 'แพตเทิร์นการหลอกลวงกู้เงิน' รูปแบบเดียวกันจู่โจมพร้อมกันเป๊ะ!

ทุกคนต่างก็โดนชาร์จเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว และทุกคนต่างก็หิวแสงอยากทำยอดให้เข้าเป้า!

ก็เพราะสันดานความโลภของมนุษย์นี่แหละ ที่ทำให้พวกเขายอมตาบอดมองข้ามขั้นตอนการตรวจสอบสินทรัพย์ แล้วรีบอนุมัติเงินกู้แบบหน้ามืดตามัว

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้จัดการเกานี่ไง

ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว แต่มันก็สายเกินไป เงินถูกโอนออกไปหมดแล้ว จะดึงกลับมาก็ทำไม่ได้

แต่หลังจากอาการช็อกเริ่มบรรเทาลง ผู้จัดการเกากลับไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไรเท่าไหร่เลย

เหตุผลง่ายๆ... ก็เขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนนี่หว่า

ถ้าเขาทำพลาดแค่คนเดียว เขาอาจจะกลัวจนขี้หดตดหาย

แต่นี่ทุกคนในแก๊งเล่นทำพลาดพร้อมกันหมดงั้นแปลว่ามีแค่ผลลัพธ์เดียวเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น— แก๊งเงินกู้วงแตกแน่!

และก็เป็นไปตามคาด "สามผู้อาวุโสเก้ากู้" โผล่มาสวดคนในกลุ่มแชทยับ ถามเสียงแข็งว่าไอ้ยอดเงินกู้บ้าบอพวกนี้มันเกิดอะไรขึ้น

คนที่โดนเฉ่งหนักสุดก็คือพวกหัวหน้าสาขาที่ปล่อยกู้ไปเป็นหลักล้านนั่นแหละ

หลังจากซักไซ้ไล่เลียงกันจนจบ ผู้อาวุโสเก้ากู้ก็ต้องช็อกตาตั้ง เมื่อรู้ความจริงว่า ไอ้ยอดกู้ระดับล้านพวกนั้น... แม่งไม่มีการตรวจสอบสินทรัพย์เลยแม้แต่รายเดียว!

ขนาดระดับหัวหน้าสาขาที่เก๋าเกมยังพลาดท่าโดนต้มซะเปื่อย ประสาอะไรกับพวกหัวหน้าหน่วย หรือผู้จัดการล่ะ เละเทะไม่ต่างกันหรอก

ไม่มียกเว้นแม้แต่คนเดียว! ทุกคนเล่นใช้อำนาจลัดคิวอนุมัติเงินกู้แบบไม่สนสี่สนแปดกันทั้งนั้น

พอรู้เรื่องนี้ ผู้อาวุโสเก้ากู้ก็ถึงกับหน้ามืดจะเป็นลม

คนนอกวงการยังรู้เลยว่า หัวใจสำคัญของธุรกิจเงินกู้นอกระบบคือ สภาพคล่องทางการเงิน

ถ้าสายป่านขาด หรือกระแสเงินสดหยุดชะงัก แก๊งเงินกู้ก็จะพังครืนลงมาด้วยตัวเองทันที โดยไม่ต้องรอให้ตำรวจมาตามจับเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีอะไรให้ต้องคิดแล้ว ผู้อาวุโสเก้ากู้ออกคำสั่งสายฟ้าแลบ ให้ทุกคนไปพลิกแผ่นดินหาตัวพวกตาแก่ยายแก่พวกนั้น แล้วไปทวงเงินสดคืนมาให้หมด!

ผู้จัดการเกาก็รีบโทรหาคุณตาที่เพิ่งปล่อยกู้ไปหมาดๆ ทันที

ดูเหมือนว่าเพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าแก๊งนี้ใกล้จะชะตาขาด เขาเลยไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด แถมยังแอบตื่นเต้นเหมือนได้เป็นพยานในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ซะด้วยซ้ำ

พวกผู้อาวุโสเก้ากู้ หรือหัวหน้าสาขาแปดกู้ ที่ชอบทำตัวกร่างวางอำนาจคับฟ้า จะต้องถูกกระชากลงมาคลุกฝุ่นเพราะแผนลวงโลกครั้งนี้แน่ๆ

แค่คิดก็แอบสะใจลึกๆ แล้วว่ะ!

แต่ถึงจะแอบสมน้ำหน้าอยู่ข้างใน ผู้จัดการเกาก็ยังต้องทำหน้าที่ทวงหนี้อย่างขยันขันแข็ง

ในเมื่อแก๊งยังไม่เจ๊ง ก็ต้องทำเป็นขยันทำงานต่อไป

แต่น่าเสียดายที่ ต่อให้เขาจะพยายามทวงหนี้แค่ไหน เขาก็เอาผิดตาแก่คนนั้นไม่ได้เลยสักนิด

จริงอยู่ที่เบอร์ติดต่อของตาแก่ไม่ได้มั่ว แต่พอกดโทรไปปุ๊บ... เขาก็ต้องจำใจนั่งคุยโทรศัพท์กับตาแก่นี่แบบมาราธอน

พออ้าปากจะทวงเงิน ตาแก่นี่ก็เฉไฉพาเปลี่ยนเรื่อง คุยเรื่องสัพเพเหระ ดึงดราม่าชีวิตครอบครัวยาวเหยียด

เล่นเอาเขาคุยจนเปื่อยไปเลย นึกว่าคุยกับ AI DeepSeek อยู่ซะอีก

แต่หลังจากทนฟังตาแก่บ่นหอยหลอดไปชั่วโมงกว่าๆ ผู้จัดการเกาก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมตาแก่นี่ถึงได้จ้อเก่งขนาดนี้

ก็เพราะ... แกเป็นคนแก่ที่โดนลูกหลานทอดทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวไงล่ะโว้ย!

ปีๆ นึงแทบจะไม่มีใครโทรมาหา พอมีเขาหลงกลโทรไป แกก็เลยรั้งไว้คุยเป็นวรรคเป็นเวรเลยน่ะสิ!

มิน่าล่ะ ถึงไม่อยากให้ตรวจสอบเอกสารลูกชาย!

นี่มันไม่ใช่แค่คดีหลอกลวงต้มตุ๋นธรรมดาแล้ว! มันคือขบวนการต้มตุ๋นระดับมืออาชีพชัดๆ!

ต่อให้ผู้จัดการเกาจะเป็นพวกโลกสวย มองบวกแค่ไหน แต่มาเจอแบบนี้ก็ต้องมีปรี๊ดแตกกันบ้างแหละ

ผู้จัดการเการีบบึ่งไปตามที่อยู่ที่ตาแก่ให้ไว้... แล้วก็คว้าน้ำต้มตามระเบียบ

ที่อยู่ปลอมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

เขาเลยลองไปเช็กที่อยู่ตามบัตรประชาชนดู

อ้าวเฮ้ย! คนต่างจังหวัดนี่หว่า!

อยู่นอกพื้นที่ทำการของแก๊งไปไกลลิบเลย

ผู้จัดการเการีบรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนทราบ แล้วเขาก็พบว่า... มีรายงานแบบเดียวกันนี้เด้งขึ้นมาในกลุ่มแชทเป็นร้อยๆ ข้อความ!

พอลองเอาข้อมูลมาปะติดปะต่อกัน คนในแก๊งก็พบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวข้อหนึ่ง

พวกตาแก่ยายแก่หลายร้อยคนที่แห่มากู้เงินพร้อมๆ กันพวกนี้ ถึงจะมาจากคนละจังหวัด แต่กลับมี 'นามสกุล' ซ้ำกันเยอะมาก

และพวกตาแก่ยายแก่ที่นามสกุลเดียวกัน ก็มักจะมีที่อยู่ตามบัตรประชาชนอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ามาจาก 'ตระกูลเดียวกัน'

พอได้ข้อสรุปแบบนี้ ผู้อาวุโสเก้ากู้ก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นำทัพบุกไปเยือนบ้านตระกูลพวกนี้ถึงที่ เพื่อลากตัวพวกตาแก่ยายแก่มาทวงหนี้ให้ได้

ผ่านไปหนึ่งวัน ผู้อาวุโสเก้ากู้ทั้งสามคนก็โดนรุมกระทืบจนสะบักสะบอมแล้วเตะโด่งกลับมา

ไม่มีอะไรซับซ้อน ก็แค่อิทธิพลของตระกูลพวกนั้นมันใหญ่คับฟ้าเกินไปน่ะสิ ผู้อาวุโสเก้ากู้เมื่อไปยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา ก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับมดปลวก แค่หน้าประตูบ้านยังเหยียบเข้าไปไม่ได้เลย

วินาทีนั้น พวกผู้อาวุโสในแก๊งถึงกับอยากโทรแจ้งความจับพวกตาแก่พวกนี้เลยด้วยซ้ำ!

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาสิ้นหวังหนักกว่าเดิมก็คือ จากการสืบข้อมูลอย่างละเอียด พวกเขาพบว่าตาแก่ยายแก่พวกนี้... ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไรเลยสักอย่างเดียว!

แม้แต่เงินประกันสังคมก็ไม่เคยจ่าย!

เห็นได้ชัดว่า พวกเขาถูกตระกูลเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดีราวกับเป็นคุณหนูคุณชาย ต่อให้แก๊งเงินกู้คิดจะงัดข้อกฎหมายมาใช้ฟ้องร้องทวงหนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี!

หลังจากดิ้นรนต่อสู้กับความสิ้นหวังอย่างหนักหน่วงอยู่ 3 วันเต็มๆ ในที่สุด แก๊งเงินกู้ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ประกาศล้มละลายและวงแตกไปในที่สุด เพราะกระแสเงินสดขาดสะบั้น!

จบบทที่ บทที่ 215 ดีดนิ้วแค่ครั้งเดียว แก๊งเงินกู้ก็พังพินาศ!

คัดลอกลิงก์แล้ว