- หน้าแรก
- โคนัน ช่างซ่อมสายมั่ว แต่แก้ได้ทุกอย่าง
- บทที่ 11 ยามเสียงเพลงแห่งแสงจันทร์ดังขึ้น
บทที่ 11 ยามเสียงเพลงแห่งแสงจันทร์ดังขึ้น
บทที่ 11 ยามเสียงเพลงแห่งแสงจันทร์ดังขึ้น
บทที่ 11 ยามเสียงเพลงแห่งแสงจันทร์ดังขึ้น
เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ อาคากิ เรียวโกะ เด็กสาวมัธยมปลายผู้เลอโฉมมาเยือนสำนักงานนักสืบโมริ และหลินเฟิงก็ไม่ได้พบกับโคนันเลย
อย่างไรก็ตาม ชื่อของนักสืบโมริปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ถึงสองสามครั้ง ในฐานะ 'โคโกโร่นิทรา' ผู้ไขคดีได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ
ชื่อเสียงของนักสืบจอมเลอะเลือนคนนี้เริ่มเติบโตขึ้นทีละน้อย และคาดว่าอีกไม่นานเขาคงจะได้รับฉายา 'ยอดนักสืบแห่งยุค' อย่างเต็มตัว
ถึงแม้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกเขาจะไม่ได้พบกัน แต่ 'ยมทูตน้อยชั้นประถม' ก็ไม่ได้อยู่เฉยเลยแม้แต่น้อย เขายังคงออกเก็บเกี่ยวผลงานไปทั่ว
ในทางกลับกัน ชีวิตของหลินเฟิงกลับสงบสุขและราบรื่นอย่างยิ่ง
ในช่วงเวลานี้ เขาถึงกับหาเวลาแวะไปที่เมืองเบกะเพื่อทานอาหารที่ร้านอาหารซึ่งอามุโร่ โทรู ทำงานอยู่ด้วย
'เบอร์เบิน' กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันเล็ก สวมหมวกกันน็อก สะพายกล่องส่งของ และวิ่งวุ่นไปมาโดยไม่มีวี่แววของความผิดปกติใดๆ
รวบรวมข้อมูลอย่างนั้นเหรอ?
หลินเฟิงรู้สึกว่าหมอนี่แค่กำลังทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินในช่วงที่ต้องกบดานอยู่จริงๆ นั่นแหละ
...
บ่ายวันนี้
หลินเฟิงได้รับสายจากสำนักงานนักสืบโมริ
'ในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไป เงาจะเริ่มเลือนหายไปอีกครั้งบนเกาะแห่งแสงจันทร์ โปรดช่วยสืบหาเหตุผลด้วย — อาโซ เคจิ' โคนันเอ่ยทักทายเขาก่อนจะอ่านข้อความในจดหมายที่ถืออยู่ในมือ
"อาโซ เคจิ... ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับฉันนะ ท่านนักสืบ?" หลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง
เป็นที่ยืนยันได้ว่าคนที่เขาบังเอิญเจอในสวนสาธารณะก่อนหน้านี้คือ 'คุณหมออาซาอิ นารุมิ' ผู้ที่บรรเลงเพลงแสงจันทร์ท่ามกลางกองเพลิงคนนั้น
สายนี้ไม่น่าจะโทรมาจากพวกโคนันได้
"มีจดหมายสองฉบับที่หน้าตาเหมือนกันถูกส่งมาที่สำนักงาน แต่อีกฉบับหนึ่งจ่าหน้าชื่อนาย 'หลินเฟิง' แถมมีนามบัตรของนายแนบอยู่ข้างในด้วย" เสียงของโคนันดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ ซึ่งแสดงชัดเจนว่ามีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ
เขาหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "นอกจากนั้น ในซองของนายยังมีเงินสดอีก 500,000 เยนด้วยนะ"
"ถ้ามีเงินให้เก็บล่ะก็ ฉันรับงานนี้" หลินเฟิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า
โคนันเห็นว่ารันและพ่อของเธอไม่ได้สนใจพวกเขาก็เลยกระซิบถามว่า "นายน่ะ ไปเที่ยวแจกนามบัตรไว้ที่ไหนบ้างเนี่ย?"
หมู่เกาะอิซุเหรอ? ธุรกิจช่างซ่อมของนายขยายขอบเขตไปไกลถึงขนาดนั้นเลยหรือไง?
"ลูกค้ามีความต้องการ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ตราบใดที่เงินถึง ฉันซ่อมให้ได้ทุกคนนั่นแหละ"
"นายหมายความว่า อีกฝ่ายให้เงินนายมาเพื่อไป 'ซ่อม' ใครบางคนงั้นเหรอ?!" สีหน้าของโคนันดูเหมือนกระต่ายที่กำลังตื่นตูม การจ้างวานให้ไปทำร้ายร่างกายคนอื่นมันผิดกฎหมายนะ!
เขาไม่สงสัยในทักษะการต่อสู้ของหลินเฟิงเลยแม้แต่นิดเดียว ศิลปะการต่อสู้จีนโบราณที่เรียกว่า 'หมัดแปดทิศ' นั่นไม่ใช่แค่ของโชว์ แค่โดนทีเดียวก็อาจถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัสได้
"เมื่อเราไปถึงเกาะแห่งแสงจันทร์ในวันพรุ่งนี้ มาแข่งกันดูไหมล่ะว่า ฉันจะ 'ซ่อม' ทุกอย่างเสร็จก่อน หรือนายจะหาความจริงได้ก่อนกัน ท่านนักสืบ?" ในฐานะช่างซ่อมผู้มีใจรักการแข่งขัน หลินเฟิงถึงขั้นเอ่ยปากท้าทาย
เมื่อโคนันต้องการจะซักไซ้ต่อ สายก็ถูกตัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
"บ้าเอ๊ย!"
เงิน 500,000 เยนของหลินเฟิง บวกกับอีก 500,000 เยนที่โอนเข้าบัญชีสำนักงานนักสืบโมริ รวมเป็นเงิน 1,000,000 เยน ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย คงไม่มีใครว่างงานขนาดจะมาเล่นตลกแบบนี้
'เงาจะเริ่มเลือนหายไปอีกครั้ง'
หากประโยคนี้ถูกตีความว่าเป็น 'คำประกาศฆาตกรรม' ความหมายของคำว่า 'อีกครั้ง' ก็คือ...
ยิ่งกว่านั้น จากคำพูดของหลินเฟิง เห็นได้ชัดว่าเขารู้อะไรบางอย่าง
"ก็ได้ งั้นมาแข่งกัน!"
โคนันนึกถึงคำพูดของหลินเฟิง หัวใจของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ จนอยากจะเก็บกระเป๋าเดินทางไปยังเกาะแห่งแสงจันทร์เสียคืนนี้เลย
"โคนัน หลินเฟิงว่ายังไงบ้างจ๊ะ? เขารู้จักคุณอาโซ เคจิ คนนี้ไหม?" รันเดินเข้ามาโน้มตัวถาม
ก่อนจะโทรศัพท์ ทั้งสามคนมองดูนามบัตรของหลินเฟิงและเชื่อเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาน่าจะรู้จักกับผู้จ้างวานที่ชื่ออาโซ เคจิ
แต่ทำไมผู้จ้างวานคนนี้ถึงเจาะจงมอบเงินรางวัล 500,000 เยนให้กับช่างซ่อมล่ะ?
ไม่ได้จะบอกว่าอาชีพไหนสูงหรือต่ำกว่ากันหรอกนะ
ความจริงแล้ว นักสืบเอกชนส่วนใหญ่ฐานะไม่ได้ดีเท่าช่างซ่อมที่มีฐานลูกค้าประจำด้วยซ้ำ
แต่มันดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย สองพ่อลูกพยายามเค้นสมองคิดแต่ก็คิดไม่ออกว่าหลินเฟิงไปมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ยังไง
"พี่หลินเฟิงบอกว่าเขาไม่รู้จักเหมือนกันครับ แต่เขาก็ตกลงรับงานนี้แล้ว" โคนันรีบเปลี่ยนกลับไปเป็นเด็กน้อยผู้อ่อนโยนและร่าเริงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับรัน
"คุณลุงโคโกโร่ครับ เราไปเกาะแห่งแสงจันทร์กันตอนนี้เลยเถอะ!"
"ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองวันกว่าจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง จะรีบไปไหนกันเล่า?"
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว โมริ โคโกโร่ ย่อมไม่ยอมบ้าจี้ไปกับเจ้าหนูยมทูตแน่นอน เขาเปิดโทรทัศน์ทันทีเพื่อหารายการของโอกิโนะ โยโกะ แล้วดื่มด่ำกับมันด้วยรอยยิ้มอันแสนจะบื้อใบ้
...
เช้าวันต่อมา
หลินเฟิงขับรถไปยังจุดนัดพบกับครอบครัวโมริและลงเรือไปด้วยกัน
"ให้ตายสิ บังคับกันได้ยังไงเนี่ย?" คุณลุงโมริที่จริงๆ ควรจะได้ไปเที่ยวชมดอกไม้ แต่กลับต้องรับเงินโอนแล้วมุ่งหน้าไปยังเกาะแห่งแสงจันทร์ ยืนบ่นพึมพำอยู่ที่หัวเรือ
"ดีออกค่ะ! เราจะได้ไปพักผ่อนบนเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะอิซุไงคะ" รันเอ่ยอย่างร่าเริงพลางสะพายเป้เดินทางใบเล็กของเธอ
"ฉันเองก็ไม่ค่อยได้หยุดงานสองวันติดกันบ่อยนักหรอก" หลินเฟิงหยิบเบียร์สองกระป๋องออกมาจากกล่องเครื่องมือ โยนให้คุณลุงโมริกระป๋องหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงที่กราบเรือ จิบเบียร์และมองท้องฟ้าอย่างพึงพอใจ
เพราะเป็นของที่หลินเฟิงให้ รันจึงไม่ได้ห้ามพ่อของเธอจากการดื่มเหล้าเหมือนอย่างเคย
โมริ โคโกโร่ มีเบียร์ให้ดื่มจึงไม่มีข้อสงสัยอะไรอีกเขานั่งลงข้างๆ หลินเฟิง และเริ่มคุยเรื่องวงเอิร์ธเลดี้อีกครั้งตามนิสัยขี้ลืมของเขา
หลินเฟิงและสองพ่อลูกตระกูลโมริต่างอยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย แต่ทว่านักสืบตัวน้อยบางคนกลับทำสีหน้าเคร่งเครียดและใช้ความคิดพลางจ้องมองช่างซ่อมที่กำลังนั่งดื่มอยู่
เขายังคงสวมชุดทำงานสีเทาตัวเก่ง แถมยังสะพายกล่องเครื่องมือไว้บนหลัง ดูเหมือนคนที่กำลังจะไปซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าบนเกาะจริงๆ
หลินเฟิงหมอนี่ ดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยก็แค่ตอนที่กำลังนับเงินในซองเมื่อเช้านี้นั่นแหละ
แต่พอถามเรื่องอื่น เขาก็จะแกล้งทำเป็นไขสือและบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย
มันทำให้โคนันหงุดหงิดจนอยากจะกระชากคอเสื้อเขาแล้วฉีดยาสลบใส่สักสองสามเข็มจริงๆ
...
เกาะแห่งแสงจันทร์
"อาโซ... เคจิ" เจ้าหน้าที่พยายามค้นหาในรายชื่อผู้อยู่อาศัยอยู่นานแต่ก็ไม่พบชื่อนี้
"ช่วยดูให้ดีๆ อีกทีเถอะครับ ผมมีจดหมายที่เขาส่งมาให้ด้วยนะ" โมริ โคโกโร่ หยิบซองจดหมายออกมาจากกระเป๋า
"ไม่มีชื่อนี้จริงๆ ครับ ผมเพิ่งจะมาอยู่ที่เกาะนี้เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น"
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังอธิบาย ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลังแล้วถามว่า "มีอะไรกันเหรอ?"
"ท่านผู้อำนวยการครับ คนกลุ่มนี้บอกว่ามาที่นี่ตามคำขอของคนบนเกาะครับ"
"คำขออย่างนั้นเหรอ?"
"ครับ จากคุณอาโซ เคจิ"
เมื่อผู้อำวยการได้ยินชื่อนี้ เขาก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจกลัวทันที
"อาโซ เคจิ!"
"นั่นมันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาตายน่ะไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อนแล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น โคนันจึงหันไปมองหลินเฟิงที่อยู่นอกสำนักงาน ซึ่งกำลังลูบหัวแมวพลางเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย