เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 : ไปแหย่รังแตน ! กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชนหรือ ?

บทที่ 69 : ไปแหย่รังแตน ! กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชนหรือ ?

บทที่ 69 : ไปแหย่รังแตน ! กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชนหรือ ?


“นี่ ๆ ! รู้ยัง ๆ อาจารย์ลามกจากสถาบันหลวงไปจิ๊กตัวหวางหยู่หนิงจากสถาบันเทียนชูแล้วนะ !”

“เออ ๆ ๆ ๆ ! ฉันก็ได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน ! เห็นบอกอาจารย์คนนั้นไปแย่งคนทำเอาอธิการบดีหลิ่วโกรธมากเลยเชียวล่ะ !”

“พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ! เหลือจะเชื่อ ! อธิการหลิ่วนั่นน่ะแทบจะเรียกว่าเทพเจ้าได้เลยนา  ไปเอาตัวมาได้ทั้ง ๆ แบบนั้นเลยเหรอ”

“ใครจะไปรู้ล่ะ  ยังไงก็เถอะ  สุดท้ายคือเอาไปแล้ว  ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์ของหวางหยู่หนิงคุกเข่าอยู่หน้าห้องอธิการบดีเป็นชั่วโมงแล้วเอาแต่ร้องไห้งอแงเหมือนคนปัญญาอ่อนเลย”

“ก็น้า  เป็นฉันเองก็คงร้องไห้เหมือนกันแหละ ! นั่นมันศักยภาพระดับเอสที่มีอนาคตสดใส  แต่จู่ ๆ ดันมาถูกคนอื่นแย่งไปอย่างกระทันหัน  แล้วจะไม่ร้องไห้ได้ยังไง”

“ฉันได้ยินมาจากลูกพี่ลูกน้องด้วยว่าพวกนักศึกษาปีหนึ่งโกรธแค้นมาก  ถึงขั้นขู่ว่าจะไปสับไอ้หมอนั่นให้เป็นชิ้น ๆ ถึงสถาบันหลวงเลยนา !”

“คราวนี้มันก็ก่อเรื่องให้ทุกคนได้โกรธอีกแล้ว  เมื่อวานมันบิดเบือนความจริง  วันนี้มันแย่งเทพธิดาของทุกคนไป  ฉันพนันได้เลยว่าทุกคนต้องเกลียดไอ้อาจารย์ลามกคนนั้นเข้าใส้แน่  ฮ่า ๆ ๆ”

สถาบันหลงอู่

ปี 1 ห้อง 6

เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมชั้นนินทา  เย่เมี่ยวเตี๋ยก็รู้สึกงุนงงไปหมด

แน่นอนว่าเธอคงไม่สงสัยในความจริงของเรื่องนี้  เพราะถึงแม้ว่านักศึกษาเหล่านี้จะโง่เขลาและไร้ความสามารถ  แต่ข่าวลือของพวกเขากลับแม่นยำอย่างน่าประหลาดใจ

“เจ๊เตี๋ยว่าจริงมั้ยอะ  อาจารย์เจ้าชู้นั่นก็ช่างกล้าเนอะ  แค่มีเย่จิ่นชิวกะกลุ่มสาวงามชั้นนำยังไม่พออีก  นี่ถึงขนาดไปแย่งหวางหยู่หนิงถึงสถาบันเทียนชูเลยนะ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้น  เพื่อนสนิทของเย่เมี่ยวเตี๋ยที่อยู่รอบตัวเธอต่างแสดงสีหน้าแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

“ถ้าถามฉันนะ  หมอนั่นมันก็ช่างกล้าที่ไปกระโดดโลดเต้นล้ำเส้นห้ามแตะของพวกนักศึกษาชาย”

“แต่ฉันสงสัยตรงที่มันแย่งหวางหยู่หนิงไปจากอธิการบดีหลิ่วได้ยังไงมากกว่า  เธอเป็นนักศึกษาที่มีศักยภาพระดับเอสคนแรกที่ที่สถาบันเทียนชูได้มาในรอบแปดปี  เธอไม่เพียงแต่เป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์โดดเด่นของสถาบันเท่านั้น  แต่ยังเป็นหลักประกันอนาคตของสถาบันด้วย  แล้วอธิการบดีหลิ่วจะปล่อยเธอไปจริง ๆ เหรอ”

“จริงด้วย  มันไปลักพาตัวเธอมาได้ไงเนี่ย  เจ๊เตี๋ยรู้ป่าว ?”

เย่เมี่ยวเตี๋ยส่ายหัว  ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเธออย่างน่าประหลาดคือความรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

เหตุการณ์นี้ยังเป็นการยืนยันทางอ้อมถึงข้อสันนิษฐานของเธอว่าภูมิหลังของเฉินมู่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

สิ่งเดียวที่ทำให้เธอสับสนในตอนนี้คือ  แม้ว่าเฉินมู่จะมีภูมิหลังเป็นทางการทหาร  แต่นั่นก็ไม่น่าจะพอให้เขาไปดึงตัวนักศึกษาจากแปดมหาวิทยาลัยชั้นนำได้...

“เป็นไปได้มั้ยว่า...  เขามีเบื้องหลังบางอย่างอีก”

เย่เมี่ยวเตี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อยและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

เมื่อเห็นเย่เมี่ยวเตี๋ยนิ่งเงียบ  เพื่อนสนิทก็เหลือบมองโทรศัพท์มือถือและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย

“เจ๊เตี๋ย  เรื่องนี้ลุกลามไปถึงมหาลัยอื่นแล้วนะ  ฝ่ายของหลิ่วยวนกำลังป่วนเลย  มันเตรียมท้าเฉินมู่ดวลกันในการแข่งขันวรยุทธ์ด้วยล่ะ”

“จ้าวเทียนหลินจากสถาบันว่านหู่, หลี่ไท่จากสถาบันไท่เหอ, ซูซิงไห่  เฉียนหมิงฝาน  แล้วก็เฉียนหมิงหยู่จากสาถาบันเทียนชู, ลั่วจื่อโหยวจากสถาบันหลินหนาน  แล้วก็ฉินเฟิงกับเย่เฉินของสถาบันเราต่อก็ประกาศสงครามกับเฉินมู่”

“พวกนั้นยังขู่ว่าจะส่งคนคุ้มครองไปฆ่าหมอนั่นด้วย  ไม่งั้นอย่างน้อยก็ฆ่าในระหว่างการแข่งขันวิทยายุทธ์  แต่เอาแน่ ๆ คือการแข่งขันครั้งนี้จะต้องน่าตื่นเต้นมากแน่ ๆ เลย !”

“คราวนี้มันก่อเรื่องใหญ่มาก  แทบจะกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชนไปแล้ว !”

บรรดาเพื่อนสาวต่างเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก  ต่างคิดว่าคงจะมีเรื่องน่าดูเกิดขึ้นแน่ ๆ

แต่เย่เมี่ยวเตี๋ยได้แต่ส่ายหัวอย่างพูดไม่ออก  คิดในใจว่าคนพวกนี้กำลังหาเรื่องตาย

ในขณะนั้นเอง  รองอธิการบดีเฉียนหยวนจงก็ปรากฏตัวที่ประตูห้องเรียนด้วยสีหน้าบึ้งตึงและซับซ้อนสลับกันไปมา

“เย่เมี่ยวเตี๋ยออกมานี่แป๊บนึง”

ทุกคนต่างตกใจและหันไปมองเย่เมี่ยวเตี๋ย  เย่เมี่ยวเตี๋ยเองก็งุนงงเช่นกัน  แต่ในเมื่อรองอธิการบดีมาเชิญตัว  เธอก็ทำได้เพียงลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง

“ท่านรองอธิการเฉียน  มีเรื่องอะไรเหรอคะ”

เฉียนหยวนจงถอนหายใจเบา ๆ หันหลังกลับแล้วพูดว่า

“มากับผม”

เย่เมี่ยวเตี๋ยมองด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม  ภาพตรงหน้าแสดงให้เห็นว่าเฉียนหยวนจงอารมณ์ไม่ดีและดูเหมือนจะระงับความโกรธไว้  เธอจึงไม่กล้ายั่วยุเขาและเดินตามหลังไปอย่างเงียบ ๆ

เฉียนหยวนจงหยุดเมื่อมาถึงประตูห้องทำงานของอธิการบดี

เย่เมี่ยวเตี๋ยตกตะลึงไปชั่วขณะ

“ท่านรองคะ  นี่มัน...”

หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน  เฉียนหยวนจงก็หันหลังกลับโดยเอามือไขว้หลังแล้วมองเย่เมี่ยวเตี๋ย

“นักศึกษา  ผมเคารพในความปรารถนาของคุณ  หากคุณไม่ต้องการก็บอกได้เลยไม่ต้องกังวล  ต่อให้จ้าวแห่งมังกรมาเองผมก็จะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคุณให้ได้”

อ๋า ?

เย่เมี่ยวเตี๋ยคืองงเต้กไปเลย

ไม่สิ  ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อเห็นเย่เมี่ยวเตี๋ยวสงสัย  เฉียนหยวนจงจึงได้แต่ถอนหายใจ  หันหลังกลับด้วยความลังเลใจอย่างแรงแล้วผลักประตูเปิดออก

“ไปเถอะ”

เย่เมี่ยวเตี๋ยนี่งงไปหมดแล้ว  เธอแอบตามเขาเข้าไปในห้องเงียบ ๆ แต่พอเห็นคนข้างในก็ต้องตกตะลึงทันที

“หวางหยู่หนิง ?”

“อาจารย์เฉิน ?”

“เอ่อ...  ท่านอธิการซู ?”

เมื่อเห็นคนข้างใน  เปลือกตาของเย่เมี่ยวเตี๋ยก็กระตุก  และเธอก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

นอกจาก 3 คนนั่นแล้วยังมีผู้หญิงสวยอีก 2 คนที่เธอจำหน้าไม่ได้เลยอยู่ด้วย

แต่ว่าเมื่อเห็นสีหน้าของหวางหยู่หนิงที่ยังคงดูประหลาดใจอยู่บ้าง  ความคิดแปลก ๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจของเย่เมี่ยวเตี๋ยอย่างกะทันหัน

ไม่ใช่ว่าเฉินมู่มาที่นี่เพื่อจะแย่งตัวฉันไปใช่ไหม

ถามจริง

เมื่อเฉินมู่เห็นเธอมาถึงเขาก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของอธิการบดีพร้อมกับรอยยิ้ม

“ผมได้คุยกับท่านอธิการซูของคุณแล้ว  ถ้าคุณยินดีผมจะดำเนินการเรื่องการย้ายมหาลัยให้คุณทันที  และคุณก็จะกลายเป็นนักศึกษาของผมทันทีเหมือนกัน”

[ ตกใจ +45 ]

เย่เมี่ยวเตี๋ยชี้ที่ตัวเองด้วยความประหลาดใจ

“อาจารย์คะ  คุณหมายถึง...  ฉันเหรอคะ ?”

เมื่อเห็นเฉินมู่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มแต่ไม่พูดอะไรเธอก็เหลือบมองอธิการบดีซูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว  อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรส่วนแววตาดูผิดปกติเล็กน้อย

ส่วนเฉียนหยวนจงนั้นกลับมีใบหน้าดำคล้ำราวกับก้นหม้อ

ในขณะนั้น  เย่เมี่ยวเตี๋ยจึงรู้แล้วว่าเฉินมู่มาเพื่อพาเธอไปจริง ๆ ด้วย

[ เซอร์ไพรส์ +55 ]

เขามาจริง ๆ ! ฉันพึ่งคิดเรื่องนี้เมื่อวาน  แล้ววันนี้เขาก็มาจริง ๆ เหรอเนี่ย !

เย่เมี่ยวเตี๋ยดีใจมากและไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ไปค่ะ”

[ ติ๊ง ! ]

[ ยินดีด้วย ! ]

[ ประสบความสำเร็จในการชักชวนเป้าหมาย ! ผลตอบแทนค่าอารมณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ! ]

[ ตัวคูณปัจจุบัน : 5 ]

เธอเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดีกว่าหวางหยู่หนิงมาก

ปัจจัยภายนอกและสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนั้นไม่สู้อนาคตที่สดใส

เย่จิ่นชิวและลั่วซือหานคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด  จะไม่ให้อิจฉาเหรอ ? บ้า !

ไม่มีใครต้านทานแรงดึงดูดของการเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดได้หรอก  เธอเชื่อว่าตราบใดที่ตนได้เข้าเรียนที่ห้อง 1 ล่ะก็จะต้องแข็งแกร่งกว่าเย่จิ่นชิวอย่างแน่นอน !

แน่นอนว่าเฉินมู่เองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าทุกอย่างมันจะราบรื่นได้ขนาดนี้

หวางหยู่หนิงอย่างน้อยก็ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย  แต่เย่เมี่ยวเตี๋ยคือไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่เขาขึ้นรถออกไปแล้วและหันกลับมามองคน 3 คนที่นั่งอยู่เบาะหลัง  เขาจึงรู้ตัวว่าตัวเองได้ปล้นเอาศักยภาพระดับ S มา 2 คนและศักยภาพระดับ 1 คนสำเร็จแล้ว

“ตัวคูณค่าอารมณ์ในตอนนี้เพิ่มเป็นห้าเท่า  ทำให้เราเข้าใกล้คำว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากขึ้นอีกขั้น”

“น่าเสียดายที่ในสถาบันหลงอู่กับสถาบันเทียนชูที่แสนจะใหญ่โตกลับมีแค่สามคนนี้ที่ตรงสเปกของระบบ”

นักศึกษาปี 3 ส่วนใหญ่ออกไปฝึกประสบการณ์  ในขณะที่นักศึกษาปี 4 ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ของตนแล้ว

ดังนั้นเขาจึงได้เจอแต่นักศึกษาปี 2 เป็นส่วนใหญ่

แต่นั่นไม่สำคัญ  เมื่อการแข่งขันวิทยายุทธ์เริ่มขึ้น  นักศึกษาทุกคนก็จะมา  และเราค่อยเลือกกันตอนนั้น

เขาไม่กังวลเลยสักนิดที่ทั้ง 3 คนนี้จะเรียนไม่ทันเพราะแค่เป็นนักศึกษาที่ย้ายเข้า

เขาเชี่ยวชาญในเรื่องแบบนี้มากและไม่มีความกังวลใด ๆ เลย

เขาหวังเพียงว่าทั้ง 3 คนจะไม่เกิดอาการทางจิตหลังจากเข้าไปเรียนที่ห้อง 1

จบบทที่ บทที่ 69 : ไปแหย่รังแตน ! กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชนหรือ ?

คัดลอกลิงก์แล้ว