- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 60 : จักรพรรดินีเสด็จ ! ผู้ชมทั้งหมดต่างโกลาหลวุ่นวาย ! นักศึกษาทุกคนต่างเป็นบ้า !
บทที่ 60 : จักรพรรดินีเสด็จ ! ผู้ชมทั้งหมดต่างโกลาหลวุ่นวาย ! นักศึกษาทุกคนต่างเป็นบ้า !
บทที่ 60 : จักรพรรดินีเสด็จ ! ผู้ชมทั้งหมดต่างโกลาหลวุ่นวาย ! นักศึกษาทุกคนต่างเป็นบ้า !
“เดี๋ยว ? ? ?”
“สามพันกว่าเลยเหรอ ? ? ? กูตาฝาดป๊ะเนี่ย ? ? ?”
[ โกหกน่า +33 ]
[ โกหกน่า +33 ]
[ โกหกน่า +33 ]
เมื่อเห็นตัวเลขอันมหาศาลปรากฏขึ้น สีหน้าเยาะเย้ยของพวกหลี่เฉิงคุนก็แข็งค้างในทันที
คนอื่น ๆ ต่างพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“โอ้โห ! ฆ่าไปสามพันหนึ่งร้อยสามสิบสองตัว ได้สามพันสามร้อยห้าสิบสี่แต้มเนี่ยนะ ? ? ?”
“อะไรนะ ? ! เอาจริงดิ ? ! จำได้ว่าเซี่ยจู๋เป็นแค่ระดับบีเองนิ ? ทำไมถึงฆ่าสัตว์ปิศาจได้มากกว่าคุณชายซูอีกล่ะ ? ? ?”
“นี่มันของปลอมแน่ ๆ ! แม่จ้าว ! นี่มันต้องปลอมแน่ ๆ ! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด !”
ฝูงชนส่งเสียงดังและไม่เชื่อเรื่องนี้เลยสักนิด
แต่เซี่ยจู๋ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกลับไปยืนคนเดียวโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ จากนั้นคนต่อไปก็เดินขึ้นไป
เมื่อตัวเลข 3 ไม่ก็ 4 พันกว่า ๆ ค่อย ๆ โผล่มาทีละตัว ๆ พวกหลี่เฉิงคุนก็ยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่
แม้แต่บุคคลสำคัญอย่างเฉียนหยวนจงและจ้าวเทียนหยูยังตกตะลึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวเลขพุ่งขึ้นไปถึง 5 พันคนและยังเพิ่มต่อไปอีก ทุกคนก็บ้าคลั่งกันใหญ่
“แม่จ้าว ! ห้าพันหนึ่งร้อยยีบเจ็ด ? ? ?”
“แม่จ้าว ! ! ! ห้าพันสามร้อยสี่สิบสอง ? ! นี่ยังเป็นคนอยู่มั้ย ? !”
“แม่จ้าว ! แม่จ้าวโว้ยยยยย ! ! ! ถึงหกพันสองร้อยห้าสิบสี่ ! หกพันสองร้อยห้าสิบสี่แล้วววววว ! ! !”
“คนแน่นะ ? นี่มันใช่คนแน่นะ ? ? ?”
“มีใครบอกกูได้มั้ยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือหลอก ? ! ตกลงมันใช่เรื่องจริงมั้ย ? ! ?”
นักศึกษาต่างกุมศีรษะด้วยความไม่เชื่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลี่เฉิงคุนและคณะก็เหมือนจะกลายเป็นคนโง่สิ้นดีไปเสียแล้ว
แม้แต่เย่เมี่ยวเตี๋ยและหวางหยู่หนิงที่รู้มาก่อนแล้วว่าพวกลั่วซือหานจะต้องได้คะแนนสูงก็ยังอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างด้วยความตะลึง
“นี่ นี่มัน...”
ทั้งคู่ตกตะลึงจนไม่อาจรักษาภาพลักษณ์ ‘ราชินีน้ำแข็ง’ ของตัวเองไว้ได้เลย
และแล้ว หลังจากที่ซูเสี่ยวเถาทำการสแกนเสร็จ ดวงตาของทุกคนก็ยิ่งแทบจะถลนขึ้นไปอีก
“เจ็ดพันแปดร้อยยีบสาม ? ? ? คือฆ่าไปเกือบแปดพันตัวเลยเหรอ ? ? ?”
“นี่มันมนุษย์แน่รึเปล่า ? นี่มันเสียสติไปแล้ว !”
“เดี๋ยวก่อน ? เย่จิ่นชิวก็ขึ้นแล้ว ! แม่บึ้ม ! แม่บึ้มแล้ว ! ! ! เก้าพันแปดร้อยเก้าสิบสอง ? ? ?”
“เหี้ยยยย ! ฆ่าไปเกือบหมื่นเลยเหรอ ? ? ? พระเจ้าจอร์จ ! ! ! นี่มันไม่จริงใช่มั้ย ! ! !”
“เดี๋ยวก่อน ? ! เดี๋ยวก่อน ๆ ๆ ๆ ? ! บ้าไปแล้ว ? ! ของลั่วซือหานคือหมื่นหกร้อยสิบสองเหรอ ? ? ?”
“เธอฆ่าสัตว์ปิศาจไปเป็นหมื่นตัวเลยจริงดิ ? ? ? ดูคะแนนดิ๊ขึ้นไปถึงหมื่นสามแล้ว ? ? ?”
“พระเจ้าแม่ ! นี่มันเทพเซียนที่แท้ทรู ! ! !”
“แม่จ๋า ! แม่รีบมาดูเทพเซียนตัวจริงเร้ว ! ! ! วันนี้หนูเห็นเทพเซียนตัวจริงด้วยแหละแม่ ! ! !”
“ก่อนหน้านี้กูอุตส่าห์ภูมิใจกับตัวเองมากที่ฆ่าสัตว์ปิศาจไปห้าร้อยกว่าตัว แต่ตอนนี้เทียบกับที่พวกนั้นฆ่าได้แล้วกูนี่แค่เศษตังก็ยังไม่ถึง ฮือออออ...”
“พวกนั้นคงไม่ได้ฆ่าสัตว์ปิศาจทั้งหมดในแดนลับนั่นใช่มั้ย ? ! นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ ! ! !”
“สรุปแล้วการฆ่าสัตว์ปิศาจคืองานหลักของพวกมัน ส่วนการปล้นเป็นแค่หารายได้เสริม ในขณะที่กู... แม่งมานั่งแพล่มโง่ ๆ อยู่ตรงนี้ว่าพวกมันคงไม่มีเวลาไปฆ่าสัตว์ปิศาจหรอก ที่แท้ตัวตลกคือกูนี่เอง โฮฮฮฮฮฮฮฮ...”
ทุกคนต่างตกใจกลัวรีบเอามือปิดหน้าและคุกเข่าลง
หลายคนตื่นเต้นมากจนร้องไห้ แม้ว่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงตื่นเต้นขนาดนั้น แต่ก็ควบคุมน้ำตาตัวเองไม่ได้
ต่อมาถึงได้รู้ว่านั่นคือน้ำตาแห่งความอิจฉา
ส่วนหลี่เฉิงคุนนั้นตกตะลึงจนพูดไม่ออก ขณะที่ฉินหลานกับหลิ่วยวนอ้าปากค้างจนแทบจะใส่ไข่ทั้งฟองเข้าไปได้
มีเพียงเย่เมี่ยวเตี๋ย หวางหยู่หนิง และลู่เฉินเท่านั้นที่สภาพค่อนข้างดีกว่าคนอื่น
ถึงกระนั้น เมื่อได้เห็นความสำเร็จของพวกลั่วซือหานแล้วทั้ง 3 ก็ยังคงมึนตึ้บอยู่ดี
เฉินมู่คงเป็นคนเดียวในที่นี้ที่ยังคงยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา
ค่าอารมณ์ที่เขาได้รับนั้นมากพอสำหรับการสุ่มกาชา 100 ครั้งรวด
เสียงติ๊ง ๆ ที่ดังไม่หยุดไม่หย่อนนับตั้งแต่เซี่ยจู๋ปรากฏตัวเรียกได้ว่าฟาร์มค่าอารมณ์ได้วินาทีละหลายร้อยเลยทีเดียว
แม้ว่าพวกนี้จะไม่ใช่เป้าหมายผูกมัด แต่ก็อย่าลืมว่าที่นี่มีคนอยู่เป็นแสน
“เฮ่อ จำเป็นต้องแสดงฝีมือต่อหน้าคนเยอะ ๆ จริง ๆ ด้วย ใช้ฟาร์มค่าอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย ชดเชยช่องว่างในช่วงสามวันมานี้ได้ดีมาก”
“แต่ดูทรงจากตอนนี้แล้ว อีกสองเดือนข้างหน้าจะมีคนเข้าร่วมการแข่งขันวิทยายุทธ์มากขึ้นไปอีก ตอนนั้นน่าจะจับได้สองร้อย ไม่สิ อาจจะสามร้อยครั้งรวดก็เป็นได้ !”
“แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจับรางวัล กลับบ้านก่อนค่อยจับ !”
เฉินมู่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ แต่พวกหลี่หมิงซินกลับตกตะลึงจนพูดไม่ออก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลี่หมิงซินที่รู้ว่าลูกศิษย์ของเฉินมู่มีความสามารถพิเศษ แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าพวกเธอจะมีความสามารถพิเศษมากขนาดนี้
เมื่อมองไปยังแถวนักศึกษาหญิงที่เป็นระเบียบเรียบร้อย กับกลุ่มนักศึกษาจำนวนมากที่กำลังคุกเข่าอยู่ หลี่หมิงซินอ้าปากแต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
โชคดีที่เฉียนหยวนจงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ดึงขนเคราหลุดออกมาสองสามเส้น แล้วคว้าแขนของหลี่หมิงซินไว้พร้อมกับทำหน้าบิดเบี้ยว
“เฒ่าหลี่ ! เห้ยเฒ่าหลี่ ! สถาบันหลวงของนายเสียสติไปแล้วรึไง ? !”
“สวรรค์โปรด ! หมื่น ! หมื่นเลยนะเว่ย ! การแข่งขันแดนลับครั้งก่อน ๆ ยังไม่เคยมีใครทำคะแนนสูงเบอร์นี้มาก่อนเลยนะ !”
“สถาบันหลวง ! ครั้งนี้พวกคุณสร้างประวัติศาสตร์แล้ว !”
หลี่หมิงซินได้สติกลับคืนมา หัวเราะเบา ๆ สองครั้งก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
“เยี่ยม ! สุดยอด ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ !”
“อาจารย์เฉิน ! คุณสมควรได้รับคำชมมากที่สุดในครั้งนี้ ! ผมจะกล่าวชมคุณในนามของมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอนเมื่อเรากลับไป !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นเฉินมู่ก็ยิ้มอย่างไม่แยแส
“นั่นน่ะเรื่องเล็ก ในเมื่อไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องอันดับหนึ่งแล้วเราก็ควรจะมอบรางวัลให้เลยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ ๆ ๆ !”
หลี่หมิงซินตกใจและนึกขึ้นได้ทันที
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพนันกับพวกจ้าวเทียนหยูไว้ด้วย !
“เฒ่าจ้าว ! เฒ่าเฉียน ! เอามา !”
เมื่อเห็นหลี่หมิงซินยิ้มกว้างจนแก้มปริจมูกบาน พวกจ้าวเทียนหยูที่ได้สติกลับคืนมาก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ
แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ พวกเขาไม่ใช่แค่ที่หนึ่ง แต่เป็นที่หนึ่งด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างอย่างบ้าบอ ไม่พอยังกวาดท็อป 36 อันดับแรกไปเกลี้ยงด้วย
เราไม่อาจสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้ได้แล้ว
“ไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ !”
“เหอะ ! คอยดูเถอะ !”
“แค่มีประสบความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เริ่มเหลิงแล้ว !”
เมื่อได้ยินคำพูดเสียดสีจากทุกคนและรับถุงมิติที่พวกเขายื่นให้ หลี่หมิงซินก็หัวเราะอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจอะไรเลย
ถ้าเขาสามารถสร้างเกียรติและศักดิ์ศรีเช่นนี้ได้ทุกวัน เขาก็คงเต็มใจที่จะรับเสียงเสียดสีและประชดประชันอยู่ตลอดเวลาแน่นอน
“ฮ่า ๆ พวกคุณนี่ใจดีจังเลยน้า ~ !”
พวกจ้าวเทียนหยูต่างหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา ใบหน้าแต่ละคนกลายเป็นสีเขียวด้วยความอิจฉา
พวกเขาเสียดายของรางวัลหรือเปล่า ? หรือแค่ริษยาที่หลี่หมิงซินมีลูกศิษย์เก่ง ๆ มากมายอยู่ภายใต้การดูแล
“เก็บฟันกลับไปเลย มีแต่เศษผักเห็นแล้วจะอ้วก !”
“เนินเขาสีเขียวยังคงเหมือนเดิม ! ข้าแก่ขอตัวก่อน !”
“คอยดูเถอะได้หนุ่ม ! อีกสองเดือนนักศึกษาฉันต้องได้ที่หนึ่งแน่ !”
กลุ่มผู้บริหารเหล่านั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งจึงทิ้งอาจารย์และนักศึกษาไว้เบื้องหลังแล้ววิ่งหนีไป
หลี่หมิงซินก็ฉลาดมากเช่นกัน เขามอบถุงมิติทั้งหมดให้เฉินมู่ด้วยความเต็มใจรวมทั้งของเดิมพันด้วย
เฉินมู่ตอบรับทั้งหมดโดยไม่ลังเล เพราะแม้ว่าพวกลั่วซือหานจะใช้ไม่ได้ แต่เขาก็ยังมีที่อื่นที่ใช้ได้อยู่
เฉินมู่เหลือบมองสาว ๆ ทั้งหลายที่ดูสงบนิ่งอยู่เสมอ แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เอาล่ะเด็กโง่ทั้งหลายเอ๋ยกลับบ้านกันเถอะ ! ถึงเวลาแจกรางวัลแล้ว !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นพวกลั่วซือหานต่างก็พูดไม่ออกในประโยคแรก แต่ประโยคสุดท้ายทำให้พวกเธอต้องตาลุกวาว