- หน้าแรก
- เริ่มต้นตกปลาก่อนวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 165
ตอนที่ 165
ตอนที่ 165
กัปตันหน่วยรบพิเศษกำลังจะพาทุกคนถอยทัพ แต่สายตาอันเฉียบคมของเขาก็สังเกตเห็นว่า
มีเงาหลายสายแผ่ขยายออกจากใต้เท้าของเฉินหมิงกระจายออกไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว
โดยมุ่งหน้าไปยังทางเข้าของตึกทั้งสี่หลังในชุมชน ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที
กัปตันหน่วยรบพิเศษเพิ่งจะตั้งสติได้และกำลังจะเอ่ยปากถาม
ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นชัดเจนว่า ประตูแห่งเงาสี่บานได้เปิดออกข้างกายเฉินหมิง
ก็อบลินยักษ์ร่างบึกบึนโผล่ออกมาจากในนั้น ตามมาด้วยริ้วเปลวไฟและเสียงกรีดร้องโวยวาย
"ปล่อยฉันนะ! ไอ้เวรเอ๊ย! ปล่อยฉัน!"
"ไปตายซะ! ไปลงนรกซะ! ไปตาย!"
"อั้ก! อ๊าก!" เสียงของคนที่ยังมีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่
ตัดกับเสียงของคนบ้าคลั่งที่สติถูกเปลวไฟกลืนกินไปจนหมดสิ้น และทำได้เพียงคำรามร้องราวกับสัตว์ป่า
ร่างที่ถูกมือยักษ์ของอันเดดก็อบลินบีบเค้นอยู่ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก 'มนุษย์เพลิง' ทั้งสี่คนที่เหลือ
ซึ่งติดเชื้อสิ่งที่เรียกว่าต้นกำเนิดแห่งไฟ ลำคอของพวกมันถูกบีบรัดแน่นจนไม่อาจดิ้นหลุด
ในกำมือของอันเดดก็อบลิน เปลวไฟบนร่างของพวกมันลุกโชนอย่างดุเดือด พยายามตอบโต้โจมตีกลับ
แต่พลังทำลายนั้นไม่มากพอที่จะเจาะทะลุพลังป้องกันของมันได้เลย
สำหรับอันเดดก็อบลินแล้ว การโจมตีของทั้งสี่คนนี้ยังเทียบไม่ได้กับโดนยุงกัดด้วยซ้ำ
"นอกจากตัวที่ผมเพิ่งฆ่าไปก่อนหน้านี้ สี่คนนี้คือคนทั้งหมดในชุมชนที่ใช้โพชั่นวิวัฒนาการครับ" เฉินหมิงอธิบายสถานการณ์
"เข้าใจแล้วครับ เป็นแบบนี้นี่เอง ขอบคุณมากครับที่ช่วยขจัดภัยพาลให้กับประชาชน! เราจะรายงานเรื่องนี้ต่อพันธมิตรดวงดาวตามความเป็นจริงอย่างแน่นอนครับ"
กัปตันเรียกสติกลับคืนมา และรีบกล่าวทันทีเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่ฮุบความดีความชอบไว้คนเดียว
เฉินหมิงไม่ได้รีบตอบกลับ เขากางนิ้วทั้งห้าออก ใช้ธาตุไฟควบแน่นเป็นงูหลามเพลิงที่ดูราวกับมีชีวิต
เกล็ดและดวงตาของมันชัดเจนสมจริง ขณะที่มันพุ่งทะยานราวกับติดสปริงเข้าหามนุษย์เพลิงตัวหนึ่ง
หัวงูอีกสามหัวก็แยกตัวออก แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน พวกมันฉกกัดเข้าที่ด้านข้างลำคอของมนุษย์เพลิงแต่ละตัว
และเริ่มสูบกลืนพลังธาตุไฟเข้าไป
เฉินหมิงเรียกงูหลามเพลิงกลับมาก็ต่อเมื่อร่างของพวกมันเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีพลังงานหยดไหนสูญเปล่า
เขากำนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน รวบรวมและหลอมรวมพลังงานเปลวไฟบางส่วนของมนุษย์เพลิงเข้าด้วยกัน
"ผมช่วยได้แค่นี้แหละ ในชุมชนยังมีซอมบี้อยู่อีกเยอะ ระมัดระวังตัวด้วยล่ะ"
เขายกมือขึ้นตบไหล่กัปตันหน่วยรบพิเศษสองสามครั้ง ก่อนที่เฉินหมิงจะเดินผ่านเขาไป
"ท่า... ท่านราชาอมตะ..." เมื่อกัปตันตั้งสติได้และหันกลับไปมอง สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงภาพของประตูมิติที่กำลังปิดลง
เบื้องหลังพวกเขา อันเดดก็อบลินกลับไปยังที่ที่พวกมันจากมา จมดิ่งลงสู่พื้นดิน
ทิ้งไว้เพียงซากศพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกบนพื้น
ร่างกายของพวกมันหงิกงอจากการถูกแผดเผาอย่างรุนแรง ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
"ดูเหมือนว่าเขาจะลงมือช่วยเพราะประเมินแล้วว่ากองกำลังของเราไม่มากพอที่จะจัดการกับไอ้พวกนี้สินะ"
"สมกับเป็นราชาอมตะ ฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก! วิสัยทัศน์และการกระทำแบบนี้ ควรค่าแก่การเรียนรู้ไปตลอดชีวิตเลยจริงๆ!"
"เก่งกาจแต่ไม่เย่อหยิ่งยโส หาได้ยากจริงๆ"
"แค่เก่งงั้นเหรอ? โคตรเก่งระดับสัตว์ประหลาดต่างหาก! เก่งจนฝืนลิขิตสวรรค์ไปแล้ว โอเคไหม?"
คำพูดนับพันหมื่นคำสามารถสรุปได้ในประโยคเดียว พวกเขามีความเคารพยกย่องเฉินหมิงอย่างสูงสุด
ต้องขอบคุณเขา ภารกิจนี้ถึงได้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่นโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
..
.
ทางฝั่งของเฉินหมิง ตอนนี้เขาเดินทางมาถึงเขตแดนของ เมืองหยางเฉิง แล้ว เขายืนตระหง่านอยู่บนยอดตึกสูงกว่า 100 เมตร
เฉินหมิงเปิดแผนที่ทรัพยากรโลกและซูมเข้าไปให้แสดงเฉพาะพื้นที่หยางเฉิง
จากนั้นก็ติ๊กเอาเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด เช่น ซอมบี้, มอนสเตอร์ต่างๆ, ผู้รอดชีวิต, ทรัพยากรอาหาร ฯลฯ
เหลือไว้เพียงแค่ 'มนุษย์เพลิง'
ไอคอนที่หลงเหลืออยู่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ชี้เป้าตำแหน่งกบดานของตัวการผู้อยู่เบื้องหลังอย่างจะแจ้ง
"รอให้ทุกคนถูกกลืนกินและกลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์ แล้วค่อยย้ายไปที่อื่นงั้นเหรอ... คิดจะใช้วิธีนี้เพื่อซ่องสุมกองกำลังและเพิ่มอำนาจต่อรองของตัวเองสินะ?"
ตอนนี้เฉินหมิงแค่รู้สึกสงสัยว่า 'ต้นกำเนิดแห่งไฟ' นั้นเป็นของรางวัลพิเศษ หรือว่า... เป็นเอฟเฟกต์ของสกิลกันแน่?
เขาเลือกพิกัดแล้วเทเลพอร์ตไปที่นั่น ชั่วพริบตา เขาก็มาโผล่ที่โถงทางเดินแห่งหนึ่ง
เมื่อหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง
ทัศนียภาพอันคุ้นเคยของสนามเด็กเล่น สนามบาสเกตบอล และสนามฟุตบอลก็ปรากฏแก่สายตา
"โรงเรียนร้างงั้นเหรอ..." เขาพึมพำเบาๆ
"บัดซบเอ๊ย! ไอ้องค์กรพันธมิตรดวงดาวนั่นอีกแล้วเหรอ? นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของเดือนนี้แล้วเนี่ยที่พวกมันมาทำลายผลงานชิ้น
เอกของฉัน! ไอ้พวกทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เก่งแต่ทำเรื่องพัง!"
ทันทีที่เฉินหมิงพูดจบ ประสาทการได้ยินอันเฉียบคมของเขาก็ได้ยินเสียงสบถด่าอย่างเกรี้ยวกราดของชายคนหนึ่งดังมา
จากชั้นบน
"คอยดูเถอะ! สักวันหนึ่ง เมื่อฉันมีกองทัพนับแสนนายอยู่ใต้บังคับบัญชา พวกแกทุกคนจะต้องคุกเข่าศิโรราบแทบเท้าฉัน!" น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เฉินหมิงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่ชายคนนั้นอยู่อย่างเงียบเชียบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อความแน่ใจ
ป้ายหน้าห้องเขียนไว้ว่า "ห้องปฏิบัติการเคมี" เฉินหมิงหลับตาลง สลับไปใช้สกิล เนตรทิพย์
สอดส่องเข้าไปภายในห้อง ใช้ดวงตาที่ไม่มีใครมองเห็นนี้ แอบจับตาดูทุกความเคลื่อนไหว
ภายในห้องปฏิบัติการเคมี มีชายเพียงคนเดียวเท่านั้น และตรงหน้าเขามีหลอดทดลองแก้ววางเรียงรายอยู่
เขากำลังวุ่นอยู่กับการใช้มือข้างหนึ่งหยิบหลอดทดลองแก้วขึ้นมาและใช้นิ้วชี้ของมืออีกข้างจ่อไปที่ปากหลอด
ของเหลวสีคล้ายแมกมาไหลซึมออกมาจากปลายนิ้ว มันถูกฉีดเข้าไปจนเต็มหลอดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ถูกปิดฝา ด้วยกระบวนการนี้ โพชั่นวิวัฒนาการหนึ่งหลอดก็เสร็จสมบูรณ์และถูกวางพักไว้
'ดูเหมือนว่าจะเป็นเอฟเฟกต์ของสกิลสินะ' เฉินหมิงยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ในใจ
"อ่า..." เขาวางหลอดทดลองแก้วในมือลง
"ไม่ไหวๆ วันนี้ฉันใช้พลังจิตไปเยอะเกินไปแล้ว ถ้าขืนฝืนทำต่อ มีหวังได้สลบเหมือดแน่"
เมื่อเหลือบมองโพชั่นวิวัฒนาการทั้ง 28 หลอดที่วางอยู่ข้างๆ ชายคนนั้นก็เหยียดยิ้มที่มุมปาก
ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนและพอแค่นี้สำหรับวันนี้ สิ่งเดียวที่ต้องพิจารณาต่อไปก็คือ
การนำของพวกนี้ไปที่ศูนย์กลางการค้าและแลกเปลี่ยนกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คู่ค้าระยะไกลเกินไป
จนหลุดพ้นจากการควบคุมของตัวเอง
ชายคนนี้มักจะเข้าไปในช่องแชทโลกโซนใกล้เคียงก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหว่านแหหาเหยื่อ
แม้ว่าทางการจะประกาศเตือนประชาชนไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจต้านทานความโลภได้
ชายคนนี้เจ้าเล่ห์และรู้จักรใช้ประโยชน์จากช่องว่างของข้อมูลข่าวสาร บวกกับวาทศิลป์อันยอดเยี่ยม
และราคาแลกเปลี่ยนที่ถูกจนแทบจะเหมือนแจกฟรี จึงมีคนจำนวนมากถูกล่อลวงให้ติดกับ
จำนวนหุ่นเชิดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
"รวม 28 หลอดนี้เข้าไป ก็ครบ 300 พอดี ด้วยหุ่นเชิดทั้ง 300 ตัวนี้ ฉันก็น่าจะได้รับการยกย่องให้เป็น 'จ้าวผู้ครองนคร' ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตหยางเฉิงแล้วล่ะมั้ง? ฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า..."
ชายคนนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาขณะพูด
เขารู้สึกเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของตัวเองที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่า 'ความสามัคคีคือพลัง' และ 'คนเยอะกว่าย่อมได้เปรียบ' มันหมายความว่ายังไง
"เยี่ยมมาก จัดการโควตาซื้อขายของวันนี้ให้เสร็จเร็วๆ ดีกว่า จากนั้นก็กิน พักผ่อน และบ่มเพาะพลัง เพื่อชาร์จแบต!"
"ราชาอมตะงั้นเหรอ? ฮะฮ่า สักวันหนึ่ง กองทัพเปลวเพลิงภายใต้คำสั่งของฉัน จะต้องบดขยี้กองทัพอันเดดของแกให้แหลกคามือไม่ช้าก็เร็ว! เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างแก ก็ต้องยอมคุกเข่าศิโรราบให้ฉัน!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." เมื่อคิดว่าคนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งของโลกในสายตาของทุกคน จะต้องตกมาเป็นลูกน้องของเขาในอนาคต
ชายคนนั้นก็หยุดยิ้มไม่ได้เลย เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูแล้วเปิดออก
"..." รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างและจางหายไปในทันที
เฉินหมิงไม่ได้หลบซ่อนตัว เขาเลือกที่จะยืนนิ่งอยู่กับที่ เผชิญหน้ากับชายคนนั้นแบบจะๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
"แกตามหาฉันอยู่เหรอ?"