- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 919 หวงเหยื่อ
บทที่ 919 หวงเหยื่อ
บทที่ 919 หวงเหยื่อ
ดาบสั้นในมือของคนสวมผ้าคลุมทิ่มแทงลงบนหัวใจของมาร์ธาอย่างแผ่วเบา แผนภูมิดาราที่เบ่งบานอยู่ตรงหน้าอกของหล่อน แผนภูมิดาราลวงตาที่มีรูปลักษณ์ดั่งวิญญาณกลืนทะเลนั้น พลันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของมาร์ธาผ่านทางดาบสั้นเล่มนั้น
คนสวมผ้าคลุมเอ่ย "เด็กน้อย โลกทัศน์ของเธอมันคับแคบเกินไป เธอเพียงแค่มองเห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ พานพบชายหาดและท้องทะเล ก็ทึกทักเอาเองว่านั่นคือทั้งหมดของโลกใบนี้แล้ว สักวันหนึ่ง เธอจะเข้าใจฉัน เธอจะซาบซึ้งในบุญคุณของฉัน..."
ตึง! ตึง! ตึง!
บนดาดฟ้า ท่วงท่าของคนสวมผ้าคลุมพลันชะงักงัน หล่อนหันขวับกลับมา กวาดสายตาทะลุผ่านระเบียงด้านนอก ทะลุผ่านห้องนั่งเล่นในตัวบ้าน ตรงไปยังบานประตูที่อยู่ห่างออกไป
นอกบานประตู สุรเสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังแว่วเข้ามา เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่เป๊ะมาก "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ? ผมได้ยินเสียงคนทุบทำลายข้าวของ แล้วก็เสียงกรีดร้องด้วย! มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวใช่ไหม!? กรุณาหยุดเดี๋ยวนี้นะครับ! ผมจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ!"
และเมื่อสิบวินาทีก่อนหน้านี้ ณ ฐานทัพเมืองเฟิน มณฑลเป่ยเจียง ภายในซากปรักหักพังแห่งเงาหายนะของเอ้อร์เหว่ย
เอ้อร์เหว่ยตวัดดาบฟันฉับลงมา ทว่าเจียงเสี่ยวที่อยู่เบื้องหน้ากลับอันตรธานหายไปอย่างกะทันหัน
"หืม?" เอ้อร์เหว่ยขมวดคิ้วมุ่น กวาดสายตามองไปรอบด้าน ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาร่างใดๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย
ผีคู่ซ้อมไม่มีทักษะดาราประเภทเคลื่อนย้ายในพริบตา หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ช่องดาราของผีคู่ซ้อมนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งทักษะดาราใดๆ
ผีคู่ซ้อมหายตัวไป เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงข้อเดียว นั่นคือเขาถูกเรียกตัวกลับไปแล้ว!
หรือว่า... ยังมีความเป็นไปได้อีกข้อหนึ่ง?
เจียงเสี่ยวตายแล้วงั้นหรือ?
หากร่างจริงตายไป เหยื่อล่อจะหายไปโดยอัตโนมัติงั้นหรือ?
ทักษะดาราระดับสูงเช่นนี้ มีเพียงตัวเจียงเสี่ยวเองเท่านั้นที่รู้ดี อีกทั้งเขาก็ไม่เคยทดสอบมันมาก่อนเสียด้วย
สีหน้าของเอ้อร์เหว่ยแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ร่างกายวาร์ปวูบอย่างรวดเร็ว เธอเปิดประตูมิติของซากปรักหักพังแห่งเงาหายนะ แล้วก้าวเดินออกไปโดยตรง
และเงาร่างของเธอก็ปรากฏขึ้นภายในห้องประชุมอเนกประสงค์อันมืดมิดในทันที พร้อมกับได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าทหาร
เอ้อร์เหว่ยไม่อยากแม้แต่จะเสียเวลาเดิน เมื่อพบสมาชิกในทีมแล้ว เธอก็วาร์ปไปหาโดยตรง "เกิดอะไรขึ้น"
สีหน้าของทุกคนในทีมดูย่ำแย่เอามากๆ เทียนโก่วเอ่ยปากขึ้นตรงๆ "เสี่ยวผีเพิ่งจะชนะไปเมื่อกี้นี้ แต่มีคนเข้ามาป่วน! ภาพโคลสอัพนั่น..."
เอ้อร์เหว่ยตวาด "พูดมา!"
ฟู่เฮยมีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยว่า "น่าจะเป็นคนขององค์กรแปลงดารา ลีแอนนา·ฟรีดริช ครับ ผู้เข้าแข่งขันจากคาบสมุทรแอเพนไนน์ที่ชื่อมาร์ธาคนนั้นมีปัญหา!"
สีหน้าของเอ้อร์เหว่ยแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าทำไมผีคู่ซ้อมถึงถูกเรียกตัวกลับไป!
และเธอก็เข้าใจในทันทีว่าเจียงเสี่ยวกำลังจะทำอะไร!
ทุกคนต่างเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว จ้องมองเอ้อร์เหว่ยที่กำลังโกรธเกรี้ยว ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อประเมินจากสถานการณ์ในตอนนี้ การที่เอ้อร์เหว่ยอยู่ในสภาพเช่นนี้ การที่เธอจะเป็นห่วงเจียงเสี่ยวก็ถือเป็นเรื่องปกติ
ทว่าพวกเขากลับไม่รู้เลยว่า ที่เอ้อร์เหว่ยเป็นกังวลถึงเพียงนี้ หาใช่เป็นเพราะสมาชิกองค์กรแปลงดาราปรากฏตัวขึ้นบนสนามแข่งขันฟุตบอลโลกไม่
หากแต่เป็นเพราะเจียงเสี่ยวเรียกตัวเหยื่อล่อกลับไป เช่นนั้นเขาก็ต้องไปตามล่าหาสมาชิกองค์กรแปลงดาราอย่างแน่นอน!
ณ ดาดฟ้าของอพาร์ตเมนต์อันค่อนข้างทรุดโทรมแห่งหนึ่ง บริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองเบอร์ลิน
เสียงเคาะประตูดังรัวๆ อย่างต่อเนื่อง "เปิดประตู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผมขอสาบานเลยว่าผมจะแจ้งตำรวจ! ทางที่ดีคุณรีบหนีไปทางระเบียงซะเถอะ!"
และบนระเบียงด้านนอกนั้น...
"หึ..." คนสวมผ้าคลุมแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาขาวโพลน ถอนหายใจแผ่วเบาออกมา
แผนภูมิดาราผ้าคลุมที่ดูราวกับวิญญาณกลืนทะเลซึ่งเบ่งบานอยู่เบื้องหน้าของหล่อน พลุ่งพล่านไปด้วยพลังงานลวงตา เริ่มจากส่วนปลาย ทยอยไหลรินเข้าสู่หัวใจของมาร์ธาผ่านทางดาบสั้นต่อสู้ที่แทงทะลุหัวใจของเธออย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของมาร์ธาซีดเผือดราวกับขี้เถ้า สีหน้าแข็งทื่อไร้ความรู้สึก กระทั่งเรี่ยวแรงจะดิ้นรนขัดขืนก็ยังไม่มี รูม่านตาของเธอหดเกร็งจนแทบจะกลายเป็นจุดเท่าปลายเข็ม
ปัง!
ชายหนุ่มที่อยู่หน้าประตูพังประตูพรวดเข้ามา ก้าวฉับๆ เข้ามาหา พร้อมกับสบถด่าเสียงดังก้อง "ไอ้ชาติหมา! กลางวันแสกๆ ยังกล้าถือมีดทำร้ายคน คิดว่าทุกคนจะกลัวแกงั้นเรอะ!?"
ชายหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามา มีเรือนผมสั้นเกรียนสีน้ำตาล นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขาทั้งตื่นตะหนกและเกรี้ยวกราด เขาเห็นอะไรเข้าล่ะนั่น?
แผนภูมิดารานั่นมันอะไรกัน?
การแปลงดาราเป็นอาวุธนั่นมันคืออะไรกัน?
แผนภูมิดาราผ้าคลุมลวงตานั่นกำลังชอนไชเข้าสู่หัวใจของมาร์ธางั้นหรือ?
ชายหนุ่มก้าวยาวๆ ตรงไปยังระเบียง ตอนที่เดินผ่านห้องนั่งเล่น เขาก็คว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งติดมือมาด้วย ก่อนจะเหวี่ยงกระแทกใส่ระเบียงอย่างดุดัน
ชายหนุ่มผู้นี้ ก็คือเหยื่อล่อที่เจียงเสี่ยวซึ่งปลอมตัวแล้วอัญเชิญออกมานั่นเอง
เปรี้ยง!
เก้าอี้ไม้ไม่ได้กระแทกเข้ากับร่างของคนสวมผ้าคลุม ผ้าคลุมสีดำสนิทที่หล่อนสวมใส่อยู่สะบัดพริ้วขึ้นอย่างแรง ฟาดเก้าอี้ไม้ตัวนั้นจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ โดยตรง
คนสวมผ้าคลุมหรี่ตาลงเล็กน้อย ทว่ากลับพบว่าชายหนุ่มผมสีน้ำตาลคนนั้นหลับตาปี๋ลงซะงั้น! ยิ่งไปกว่านั้น เขายังยกโต๊ะไม้ตัวนั้นขึ้นมา แล้วทุ่มใส่หล่อนอย่างแรงอีกต่างหาก!
"รนหาที่ตาย!" ประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ง่ายๆ ที่แฝงไว้ด้วยสำเนียงท้องถิ่นของคาบสมุทรแอเพนไนน์อย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นสำเนียงเดียวกับตอนที่มาร์ธาสนทนากับเจียงเสี่ยวบนสนามแข่งขันไม่มีผิดเพี้ยน
คนสวมผ้าคลุมชักกริชออกมาจากรองเท้าบูท ก่อนจะตวัดขว้างไปด้านหลังอย่างลวกๆ
ฟุ่บ!
ในเสี้ยววินาทีที่หล่อนชักกริชออกมา ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็เบี่ยงตัวหลบอย่างฉับพลัน
หากช้าไปเพียงนิดเดียว เกรงว่ากริชที่พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูงเล่มนั้น คงจะเสียบทะลุหน้าอกของเขาไปแล้ว!
นี่ยังถือว่าโชคดีที่คนสวมผ้าคลุมอาบไล้อยู่ภายใต้อาณาเขตน้ำตา เจียงเสี่ยวที่อยู่ชั้นหนึ่งจึงสามารถคาดเดาทิศทางและหลบหลีกได้อย่างแม่นยำ ถึงได้รอดพ้นจากการโจมตีครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิด!
"หืม?" คนสวมผ้าคลุมชะงักงันไปครู่หนึ่ง ขณะที่ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็โผทะยานเข้ามาหาแล้ว
แกล้งหมูหลอกกินเสืองั้นเรอะ?
คนสวมผ้าคลุมพบว่าชายหนุ่มยังคงหลับตาปี๋ ในมือพลันชักใบมีดยักษ์สีแดงเลือดออกมา! ก่อนจะตวัดฟันเข้ามาอย่างดุดัน!
นี่มันนักรบดาราชัดๆ!?
ฉึก!
ชายผ้าคลุมที่ปลิวไสว สกัดกั้นใบมีดยักษ์สีแดงเลือดนั้นเอาไว้ได้อย่างตึงมือ ทว่า...
คนสวมผ้าคลุมสะดุ้งโหยงในใจ วิญญาณกลืนทะเล กลับถูกแทงจนทะลุแล้วเรอะ!?
ใบมีดยักษ์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีแดงกว่าครึ่งเล่ม กลับฉีกทึ้งผ้าคลุมที่มีพลังป้องกันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นจนขาดวิ่น ทว่ามันไม่ได้แทงทะลุเข้ามาจนหมด หากแต่มีเพียงครึ่งใบมีดที่โผล่พ้นออกมาและคาค้างอยู่บนผ้าคลุม
ในเวลาเดียวกัน บนร่างของคนสวมผ้าคลุมก็เหลือแผนภูมิดาราเพียงครึ่งเดียว ดูเหมือนว่าอีกครึ่งหนึ่ง จะหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของมาร์ธาไปเสียแล้ว
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ณ ห้องพักอันรกเรื้อไร้ระเบียบแห่งหนึ่งบนชั้นหนึ่งของอพาร์ตเมนต์
เจียงเสี่ยวนั่งอยู่บนเก้าอี้ เดิมทีเขาสองศอกยันหัวเข่าเอาไว้ สายตาจดจ้องไปยังพื้นดินอย่างเงียบงัน
ในวินาทีนี้ เขาพลันสะบัดมือวาดขึ้น ความเงียบเพชร!
ปัง!
บนระเบียงของอพาร์ตเมนต์ชั้นสี่ ความเงียบเพชรหนึ่งระลอก ฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างจัง!
คนสวมผ้าคลุม·ลีแอนนา, วิญญาณกลืนทะเล รวมถึงมาร์ธาที่มีแววตาเลื่อนลอย ล้วนถูกครอบคลุมอยู่ภายในอาณาเขตนั้นอย่างถ้วนทั่ว
ภายในอพาร์ตเมนต์อันทรุดโทรมบนชั้นหนึ่ง เจียงเสี่ยวยืดตัวขึ้นตั้งตรง แหงนหน้าขึ้นมองเพดาน
ภายในขอบตาที่แดงก่ำของเขานั้น เดิมทีก็มีหยาดน้ำตาเอ่อล้นอยู่แล้ว ยามนี้ หยาดน้ำตาอันร้อนผ่าวก็หลั่งรินลงมา
บนฟากฟ้ามีเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้น พายุฝนจากอาณาเขตน้ำตาเทกระหน่ำลงมา ทว่าตรงบริเวณระเบียงด้านนอกชั้นสี่แห่งนี้ กลับกลายเป็นพายุฝนจากน้ำตาบาดแผลที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึงแปดเมตร!
ภายในอพาร์ตเมนต์ชั้นหนึ่ง เจียงเสี่ยวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ยกมือซ้ายขึ้นปิดบังดวงตาทั้งสองข้าง ปล่อยให้น้ำตารินไหลลอดผ่านง่ามนิ้ว มือขวาสะบัดร่ายอย่างต่อเนื่อง ความเงียบเพชรระลอกแล้วระลอกเล่าถูกซัดสาดลงไปอย่างบ้าคลั่ง
บนระเบียง ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยว (ชายหนุ่มผมสีน้ำตาล) ชักใบมีดยักษ์สีแดงเลือดออกมาอีกครา ทว่ากลับต้องเผชิญกับฉากที่ทำเอาเขาถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง!
มาร์ธาที่นอนราบอยู่บนพื้นและถูกพายุฝนสาดซัดจนเปียกปอน เบื้องหน้าของเธอพลันมีแผนภูมิดาราผ้าคลุมลวงตาลอยละล่องออกมา
และภายในฮู้ดของผ้าคลุมผืนนั้น ยังคงมีโครงร่างใบหน้าของมาร์ธาที่เป็นเส้นสายลวงตาปรากฏอยู่ ราวกับว่าเธอถูกจองจำเอาไว้ภายในผ้าคลุมนั้น
ใบหน้าเส้นสายลวงตานั้นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว แผดเสียงโหยหวนอย่างน่าเวทนา สีหน้าบิดเบี้ยวสุดแสน
เธอร่ำไห้และกรีดร้อง คล้ายกับว่ากำลังแบกรับความเจ็บปวดทรมาน ในขณะเดียวกันก็กำลังขยับรูปปากสื่อสารบางอย่างกับเจียงเสี่ยว
ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวชะงักงันไปครู่หนึ่ง เขาอ่านรูปปากของเธอออก มันคือ... "ขอบคุณนะ ขอบคุณ... คุณ"
ฉากตรงหน้านี้ ทำเอาเจียงเสี่ยวถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
สีหน้าของเธอช่างดุร้ายและบิดเบี้ยวถึงปานนั้น ทว่าข้อความที่สื่อสารผ่านรูปปาก กลับเป็นการแสดงความขอบคุณ...
วินาทีต่อมา ผ้าคลุมลวงตาและใบหน้าลวงตาก็แตกสลายไปอย่างเงียบเชียบ เลือนหายไปพร้อมๆ กันท่ามกลางม่านฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นชั้นๆ
ภายในอาณาเขตเพชร มาร์ธาราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไปโดยสมบูรณ์ กระทั่งไร้ซึ่งกิเลสและอารมณ์ความรู้สึกใดๆ อีกต่อไป นัยน์ตาคู่นั้นเบิกกว้าง ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิตอย่างสิ้นเชิง
ตายตาไม่หลับงั้นเรอะ?
ไม่สิ ไม่ถูกต้อง เธอยังมีลมหายใจอยู่นี่
ภายใต้สถานการณ์ที่ประสาทสัมผัสของร่างเหยื่อล่อและร่างจริงเชื่อมโยงถึงกัน ข้อมูลทุกสรรพสิ่งภายในอาณาเขตน้ำตา ร่างเหยื่อล่อก็สามารถรับรู้ได้เช่นเดียวกัน
ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวขมวดคิ้วมุ่น รีบปรี่เข้าไปด้านหน้า หยุดยืนอยู่ตรงขอบพายุฝนจากน้ำตาบาดแผล
ร่างจริงของเจียงเสี่ยวก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน เขาปรับเปลี่ยนทิศทางการซัดอาณาเขตเพชรอย่างเหมาะสม ปรับจุดศูนย์กลางในการจู่โจม เพื่อให้ร่างของมาร์ธาที่อยู่ภายในอาณาเขต เขยิบเข้าใกล้ขอบอาณาเขตเพชรให้ได้มากที่สุด
ส่วนร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยว ภายใต้หยาดฝนจากน้ำตาบาดแผลที่สาดกระเซ็นใส่ สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลง
เขากระชับใบมีดยักษ์ในมือ งัดร่างของมาร์ธาออกมาอย่างดื้อดึง ท่วงท่าเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นเด็ดเดี่ยว
ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวใช้ใบมีดยักษ์ขยับเขยื้อนร่างของมาร์ธา ใช้สันดาบอันหนาเตอะเขี่ยร่างของเธอไปไว้ด้านข้าง ส่วนตัวเองก็ล้มลุกคลุกคลานวิ่งหนีออกจากรัศมีการสาดกระเซ็นของน้ำตาบาดแผล
ท่ามกลางพายุฝนจากอาณาเขตน้ำตาที่เทกระหน่ำลงมาประดุจฟ้ารั่ว ได้หลอมรวมเอาหยาดน้ำตาชำระล้างเข้าไว้ด้วยกัน โปรยปรายลงบนร่างของคนทั้งสอง
ทว่าถึงกระนั้น อารมณ์ของร่างเหยื่อล่อเจียงเสี่ยวก็ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดแล้ว น้ำตาชำระล้าง หาได้มีสรรพคุณในการปลุกเร้าจิตใจให้ฮึกเหิมไม่
ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวยังเป็นถึงเพียงนี้ คนสวมผ้าคลุม·ลีแอนนา และวิญญาณกลืนทะเลนั่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
ณ ชั้นหนึ่ง ภายในอพาร์ตเมนต์อันรกเรื้อทรุดโทรม
เจียงเสี่ยวยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทว่าบริเวณน่องของเขากลับปรากฏออร่าแห่งความอาวรณ์ขึ้นมาวงหนึ่ง มันหมุนวนอย่างรวดเร็ว คอยเติมเต็มพลังดาวให้แก่เจียงเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง
พายุฝนน้ำตาบาดแผลที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางแปดเมตร พายุฝนน้ำตาชำระล้างที่ปะปนอยู่รอบนอก ตลอดจนพายุฝนอาณาเขตน้ำตาที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมือง ล้วนเผาผลาญพลังดาวของเจียงเสี่ยวไปอย่างบ้าคลั่ง
ทว่านับตั้งแต่ออร่าแห่งความอาวรณ์ถูกเปิดใช้งาน เขาก็สูบกลืนพลังดาวมาจากร่างของวิญญาณกลืนทะเลและลีแอนนาอย่างมูมมาม
การมีสัตว์เลี้ยงดาราคอยเป็นพาวเวอร์แบงค์อยู่ในร่างกายก็เรื่องหนึ่ง ส่วนการพึ่งพาตนเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
บนระเบียงชั้นสี่ ผ้าคลุมถูกกางออกแล้ว มันบดบังอยู่เหนือร่างของลีแอนนา พลางโผบินอย่างยากลำบาก เคลื่อนตัวเข้าไปภายในบ้าน
ส่วนลีแอนนาก็คืบคลานอย่างยากลำบากเช่นกัน พลังดาวภายในร่างราวกับปะทุระเบิดขึ้นมา พลุ่งพล่านไปมาอย่างบ้าคลั่ง ปั่นป่วนอวัยวะภายในของเธอจนป่นปี้
อาศัยเพียงความแข็งแกร่งของร่างกาย นิ้วมือของลีแอนนาที่ตะกุยอยู่บนพื้นระเบียง ทุกครั้งที่ขยับเขยื้อน ล้วนทิ้งรอยนิ้วมืออันลึกล้ำไว้หลายรอย
เช่นเดียวกัน เธอก็อยากจะกระเสือกกระสนคลานเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อหลบฝน
ทว่า ระเบียงเล็กๆ แห่งนี้ ระยะทางสั้นๆ เพียงห้าหกเมตร กลับดูเหมือนยาวไกลเหลือคณา
ผ้าคลุมผู้ซื่อสัตย์ภักดี คอยกางกั้นลมฝนให้ลีแอนนา ภายในอาณาเขตเพชรนั้น กระทั่งสิทธิ์ที่จะร่ำร้องก็ยังไม่มี ก็แปรสภาพกลายเป็นความว่างเปล่า ถูกพายุฝนน้ำตาบาดแผลสาดซัดจนวิญญาณแตกซ่านไปโดยสมบูรณ์
หลงเหลือเพียงลูกแก้วดาราเม็ดหนึ่ง ร่วงหล่นลงบนพื้น
"บัดซบเอ๊ย!" ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวสบถลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากระทบกระเทือนจากหยาดฝนน้ำตาบาดแผลที่สาดกระเซ็นเข้าจริงๆ เขาก้าวยาวๆ สองก้าว ก่อนจะกระโจนพรวด เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนลูกกรงหิน ออกแรงถีบส่งตัว ลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ
กลางอากาศ เขากระชับใบมีดยักษ์ในมือ ก่อนจะซัดออกไปอย่างดุดัน!
ฉึก!
จากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง ใบมีดยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยหมอกสีเลือด หมุนควงด้วยความเร็วสูง ทิ่มแทงทะลุอาณาเขตเพชรเข้าไป ทะลวงหัวใจของลีแอนนาโดยตรง และปักเฉียงลึกลงไปในพื้นดิน
ฟุ่บ... ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวพลันอันตรธานหายไป
ร่างเหยื่อล่ออีกร่างหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นภายในอพาร์ตเมนต์อันทรุดโทรมบนชั้นหนึ่ง ปรากฏขึ้นเคียงข้างร่างจริงของเจียงเสี่ยว
ร่างเหยื่อล่อของเจียงเสี่ยวที่หลบเลี่ยงการร่วงหล่นอย่างอิสระของร่างกาย จนพลัดตกลงไปในรัศมีของความเงียบและน้ำตาบาดแผลได้สำเร็จ ไม่พูดพร่ำทำเพลง หมุนตัวเดินออกไป เปิดประตูเดินออกจากห้อง และวิ่งตรงขึ้นไปยังชั้นสี่อย่างรวดเร็ว
ส่วนลีแอนนาที่กำลังมึนงง พลังดาวในร่างแตกซ่าน อวัยวะภายในแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ก็ถูกใบมีดบุปผาแทงทะลุหน้าอก ตรึงร่างติดกับพื้น ภาพเบื้องหน้าค่อยๆ พร่ามัว โลกในคลองจักษุค่อยๆ ดับวูบลง...
"สังหารข้ามระดับ แต้มทักษะ +5!"
เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากแผนภูมิดาราจิตทัศน์ มือขวาของเจียงเสี่ยวก็ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงมา
เขาใช้มือข้างหนึ่งขยี้ขอบตาที่บวมเป่งจากการร้องไห้อย่างแรง บนใบหน้าครึ่งล่างที่ไม่ได้ถูกปกปิดเอาไว้ เผยให้เห็นมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ...
เจียงเสี่ยวยอมรับว่าตัวเองมีข้อเสียมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ: หวงเหยื่อ
แปลงดารา?
กับแกล้มของฉัน ใช่สิ่งที่พวกแกนึกจะหยิบฉวยไป ก็เอาไปได้ง่ายๆ อย่างงั้นเรอะ?