- หน้าแรก
- โดนสาวบอกเลิกแล้วไงแค่เหยียบมดเลเวลก็ทะลุปรอท
- บทที่ 190 การสะกดพลังฝึกตน
บทที่ 190 การสะกดพลังฝึกตน
บทที่ 190 การสะกดพลังฝึกตน
ซูโม่และชิงเยว่เดินรั้งท้ายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มุ่งหน้าสู่ประตูแห่งดินแดนมรดก
ต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง รอยยิ้มเย็นชาประดับบนมุมปากในจังหวะที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ทันทีที่เท้าของซูโม่สัมผัสกับเขตแดนของประตูมรดก เสียงที่เย็นเยียบและแจ่มชัดอย่างน่าประหลาดก็ดังขึ้นข้างหูเขาอีกครั้ง
"เจ้ามาแล้ว..."
"เจ้ามารับข้าไปใช่ไหม...?"
เสียงนั้นเหมือนกำลังเสาะแสวงหาและเฝ้ารอ มันทั้งเย็นชาและใสกระจ่าง แฝงไปด้วยความรู้สึกหลอกลวงและเลื่อนลอยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของซูโม่อย่างชัดเจน จนทำให้เขารู้สึกสั่นสะท้านด้วยความกลัวโดยสัญชาตญาณ ความหนาวเหน็บเสียดแทงถึงกระดูกจนซูโม่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา... หรืออาการหูแว่ว... แต่มีใครบางคนที่เขาไม่รู้จักกำลังพูดกับเขาจริงๆ...
เป็นเสียงผู้หญิง... นางคือใครกัน...?
จะเป็นใครไปได้...?
ร่างกายของซูโม่แข็งทื่อ เขาสะกดความคิดลุกลี้ลุกลนในหัว แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น วินาทีต่อมา เขาก็ก้าวเข้าสู่ดินแดนมรดกอย่างเต็มตัว
...
เมื่อเข้ามาด้านใน ซูโม่ชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านม่านฟิล์มบางๆ บางอย่างมา โลกตรงหน้าเริ่มต้นด้วยความมืดมิดสนิท ก่อนจะเปิดกว้างออกอย่างน่าอัศจรรย์
เขามายืนอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว จักรวาลที่พร่างพราวอย่างไร้ขอบเขต ความกว้างใหญ่ของจักรวาลทั้งหมดกางแผ่อยู่ตรงหน้า ทว่าในขณะเดียวกันมันก็ดูเหมือนเหวที่ลึกซึ้งและลึกลับเกินหยั่งถึง ภายใต้แสงดาวอันไพศาลนี้ มีเพียงความว่างเปล่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโดดเดี่ยว
ซูโม่และเหล่ายอดฝีมือจากจักรวาลยืนอยู่บนลานหินทรงกลมขนาดมหึมาที่ลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่า ใจกลางลานหินนั้นสลักรูปดาวหกแฉกอันวิจิตรและล้ำลึก ลานนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงหนึ่งร้อยเมตร และเบื้องล่างคือเหวที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ดูเหมือนลานหินจะถูกประคองไว้ด้วยพลังงานลึกลับบางอย่าง
เมื่อม่านแสงสว่างวาบขึ้น ชูโม่และชิงเยว่ก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าสู่ลานหิน เมื่อเห็นซูโม่เข้ามา หลัวซีก็มีท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด นางกังวลจริงๆ ว่าชิงเยว่ที่ดูไม่ใช่คนดีนักอาจจะหาเรื่องซูโม่ระหว่างทาง
"ที่นี่... มีบางอย่างแปลกไป... ดูเหมือนพลังฝึกตนของข้าจะถูกสะกด..."
หลังจากส่งสายตาปลอบโยนหลัวซี ซูโม่ก็สำรวจสภาพแวดล้อมและสัมผัสร่างกายตัวเอง เขาพบว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง พลังฝึกตนของเขาถูกสะกดไว้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์หรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ได้ แม้แต่การเชื่อมต่อกับของวิเศษก็ขาดหายไป ดูเหมือนจะเหลือเพียงพละกำลังจากร่างกายเนื้อเท่านั้น
ซูโม่รีบเปิดแผงสถานะปัจจุบันของเขาดู
【ชื่อ: ซูโม่】
【เลเวล: 200 (จาก 299)】
【สถานะ: พลังฝึกตนถูกสะกด, เลเวล -99, ระยะเวลา: ไม่ระบุ】
【ชื่อเสียง: 100 (นิรนามผู้ไม่มีใครรู้จักในทางช้างเผือก)】
【กายา: กายาโกลาหล (10%), กายากระบี่โดยกำเนิด】
【ทักษะ: คัมภีร์โกลาหล Lv30, ท่าร่างหลอมกายโกลาหล Lv30, กระบี่สยบฟ้าดิน, วิชาฉวีหยวน, วิชาอาคมจิตศักดิ์สิทธิ์, หมื่นกระบี่คืนสู่กำเนิด…】
【กระเป๋าสัมภาระ: เกราะเฟนิกซ์, เกราะเทพสายฟ้า, ยานรบเพลิงสุริยะเครื่องยนต์รูหนอน, ชุดเกราะในตำนาน, กระบี่ฉวีหยวน…】
[ประเมิน: ผู้แข็งแกร่งที่สุดบนดาวพื้นเมืองอันห่างไกลในแขนโอไรออนของทางช้างเผือก, มดปลวกนิรนามในดาราจักร, ไร้กำลังต่อกรกับดวงดาว, จำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งด่วน] [คำแนะนำจากระบบ: ขณะนี้ระบบกำลังอัปเดต ฟังก์ชันการกลับชาติมาเกิดปิดชั่วคราว อย่าเสียเวลา]
"ข้าจำได้ว่าตอนเลเวล 1 ข้ายังสู้ไก่ไม่ได้เลย ผ่านมาตั้งหลายปี ตอนนี้ข้ายังสู้ดวงดาวไม่ได้อีกงั้นรึ?" ซูโม่พูดไม่ออกเมื่อเห็นคำประเมินของระบบ เขาอยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนออกแบบระบบนี้กันแน่ มีช่องโหว่เยอะเกินไปแล้ว แถมยังมีคำแนะนำที่ดูเหมือนกวนประสาทนั่นอีก
เขากังวลจริงๆ ว่าระบบจะปิดตัวลงดื้อๆ ตอนนี้ระบบอัปเดตมาเกือบสามเดือนแล้ว นับตามวันมันควรจะเสร็จได้แล้วไม่ใช่หรือไง?
"ถึงพลังฝึกตนจะถูกผนึก แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพยังคงอยู่ ด้วยความช่วยเหลือจากกายาโกลาหลหนึ่งในสิบส่วน ตอนนี้ข้ายังมีพลังต่อสู้ระดับเลเวล 200 ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับข้านัก" ซูโม่ครุ่นคิด แววตาเป็นประกาย
ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่ถูกผนึกพลังในตอนนี้ ก่อนหน้านี้เขาเสียเปรียบพวกยอดฝีมือจักรวาลเหล่านี้มาก แต่ตอนนี้เมื่อระดับพลังถูกกดทับลงมา ทุกคนก็มาอยู่บนเส้นสตาร์ทที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น และเขาก็อาจจะมีโอกาส
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาที่ซูโม่มองไปยังกลุ่มยอดฝีมือจักรวาลก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายเล็กๆ เขาเริ่มใช้ระบบสแกนข้อมูลของคนเหล่านั้นทีละคน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาแทบจะกระโดดตัวลอย
【ชื่อ: เฉินเจ๋อ】
【สายเลือด: สายเลือดระดับกลาง-สูง, เผ่าปี้ซู】
【เลเวล: 120 (จาก 380)】
【สถานะ: ถูกสะกดพลัง, เลเวล -260】
【ชื่อ: เทาเที่ยเสอ】
【สายเลือด: สายเลือดระดับกลาง-สูง, เผ่าหมาป่าละโมบโบราณ】
【เลเวล: 130 (จาก 390)】
【สถานะ: ถูกสะกดพลัง, เลเวล -260】
เป็นไปตามคาด พลังของยอดฝีมือจักรวาลล้วนถูกสะกดไว้ แต่ด้วยพรสวรรค์ของสายเลือดที่ทรงพลัง เลเวลของพวกเขายังคงค้างอยู่ที่ประมาณร้อยต้นๆ แต่สิ่งที่ทำให้ซูโม่ประหลาดใจที่สุดคือคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มนี้กลับเป็นชิงเยว่
【ชื่อ: ชิงเยว่】
【สายเลือด: สายเลือดระดับกลาง - เผ่าห่าวเยว่】
【สถานะพิเศษ: น้องชายของเทพบุตรกาแล็กซี】
【เลเวล: 50 (จาก 350)】
【สถานะ: ถูกสะกดพลัง, เลเวล -300】
[ประเมิน: พวกติดพี่ , ยันเดเระระดับอ่อน, แนะนำให้โฮสต์อยู่ห่างๆ ไว้]
ดูเหมือนการสะกดพลังของดินแดนมรดกแห่งนี้จะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรงจนเหลือเลเวลเพียง 50 เท่านั้น ในทางกลับกัน การสะกดพลังนี้ดูเหมือนจะไม่มีผลกับหลัวซีเลย นางยังคงมีเลเวลอยู่ที่ 100 เท่าเดิม ทำให้ชิงเยว่กลายเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในที่แห่งนี้ไปโดยปริยาย
"เจ้ามองอะไร?" ชิงเยว่ขมวดคิ้วมองซูโม่ เขารู้สึกว่าสายตาของคนพื้นเมืองโลกคนนี้ช่างอวดดีเกินไปแล้ว
"ข้าจะมองแล้วมันทำไมล่ะ?" ซูโม่ไม่ยอมถอย เขาจ้องกลับอย่างท้าทาย
แหม ทำมาเป็นวางท่าสูงส่ง ที่แท้ก็เลเวล 50 เท่ามดปลวก ข้าจะมองมากกว่านี้สักสองสามทีไม่ได้หรือไง?