- หน้าแรก
- ระบบลงทะเบียนเข้าใช้งาน เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล
- บทที่ 27 ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
บทที่ 27 ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
บทที่ 27 ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
บทที่ 27 ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
เจียนซูซึ่งตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวไม่มีความปรารถนาที่จะรั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ต่อ หลังจากเที่ยวชมจนเกือบทั่วแล้ว เดิมทีเธอตั้งใจจะโดยสารเรือเฟอร์รี่เที่ยวสุดท้ายกลับสู่เมืองปิน แต่ในเมื่อหมดสนุกเสียแล้ว เธอจึงตัดสินใจซื้อตั๋วเรือเที่ยวที่เร็วที่สุดเพื่อเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองปินทันที
เมื่อกลับถึงวิลล่าริมทะเล เจียนซูที่ร่างกายอาบไปด้วยเหงื่อแม้สภาพอากาศภายนอกจะเย็นสบาย ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากหลังจากได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างทั่วถึง
เธอรู้สึกพึงพอใจกับการทำหน้าที่ของหยางลี่ในวันนี้เป็นอย่างมาก นับว่าไม่เสียแรงที่เป็นบุคคลซึ่งผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจากระบบ
ในช่วงไม่กี่วันต่อมา เจียนซูและหยางลี่ได้พากันไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งในเมืองปินรวมถึงพื้นที่โดยรอบ จนกระทั่งสองวันสุดท้าย เธอจึงพาหยางลี่เดินทางกลับมายังเมืองเทียนไห่
ทันทีที่ถึงเมืองเทียนไห่ เธอพายหยางลี่ไปยังจินฮว่าแมนชั่นเพื่อลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการเข้าออกพื้นที่ในอนาคต
จากนั้นเธอก็พาหยางลี่ไปยังสวนหลงเถิง ซึ่งเป็นบ้านที่เธอจะใช้พักอาศัยชั่วคราว ห้องชุดแห่งนี้มีเครื่องเรือนอยู่เพียงน้อยนิดทว่าหยางลี่กลับรู้สึกพึงพอใจมากแล้ว
ในสายตาของหยางลี่ ห้องชุดแห่งนี้คือสถานที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดเท่าที่เธอเคยอยู่มา เพียงแค่จัดหาของใช้เพิ่มเติมอีกไม่กี่อย่างก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที
เจียนซูบอกให้เธอเลือกซื้อของใช้ตามความชอบส่วนตัว จากเงินจำนวนห้าหมื่นที่เจียนซูเคยโอนให้หยางลี่ตอนอยู่เมืองปินนั้นยังคงเหลืออยู่สองหมื่น ซึ่งหยางลี่ได้โอนคืนให้เธอในวันที่เดินทางออกจากเมืองปิน
ทว่าเจียนซูไม่รับเงินนั้นคืน และบอกให้หยางลี่เก็บไว้ใช้จ่ายในเมืองเทียนไห่ ในเมื่อสวนหลงเถิงยังขาดแคลนเครื่องใช้ เธอจึงกำชับให้หยางลี่นำเงินก้อนนั้นมาจับจ่าย เพราะค่ากินอยู่ของบอดี้การ์ดส่วนตัวย่อมต้องอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง
"ตอนนี้ฉันยังเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง เวลาส่วนใหญ่จึงต้องเข้าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ในช่วงเวลาเรียนเธอสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้ตามอัธยาศัย และหากมีเพื่อนร่วมชั้นอยู่ด้วย อย่าเรียกฉันว่าคุณหนู"
"รับทราบค่ะ"
ในช่วงบ่ายของวันสุดท้ายของวันหยุด นักศึกษาจำนวนมากเริ่มทยอยกลับเข้าสู่สถานศึกษา หยางลี่เดินตามเจียนซูไปยังหอพักพยาบาล เมื่อเห็นอาคารหอพักอันหรูหรา เธอก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าสถานศึกษาที่ดีนั้นช่างแตกต่างจากที่อื่นอย่างแท้จริง
สภาพแวดล้อมที่นี่ดีกว่าหอพักรวมหกคนที่โรงเรียนอาชีวะของเธอมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครันอย่างยิ่ง ในเวลานั้นมีเพียงพวกเธอสองคนที่อยู่ในห้อง เนื่องจากลั่วเสี่ยวฉีและเฉินเสวียนเสวียนยังเดินทางมาไม่ถึง ส่วนหานอวี่ก็ยังไม่กลับจากการทำงานพิเศษ
หยางลี่ช่วยเจียนซูทำความสะอาดบริเวณรอบเตียงนอน ทั้งคู่ต่างเป็นคนทำงานคล่องแคล่วจึงจัดระเบียบทุกอย่างเสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว
ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งพักผ่อนอยู่นั้น ลั่วเสี่ยวฉีก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้อง "ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะเสี่ยวซู! คิดถึงฉันไหม!" การได้พบเจียนซูอีกครั้งทำให้เธอมีความสุขเป็นพิเศษ
"ไม่ได้เจอกันนานเลย นี่คือหยางลี่ ลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ของฉันเอง" เจียนซูแนะนำตามแผนที่เตรียมไว้
"พี่สาว สวัสดีค่ะ สวัสดี!" ลั่วเสี่ยวฉีทักทายอย่างเป็นกันเองและสนิทสนม
หยางลี่คลี่ยิ้มตอบกลับ "สวัสดีจ้ะ"
"เสี่ยวซู นี่คือเนื้อวัวแห้ง ของดีขึ้นชื่อจากแม่น้ำบ้านฉันเลยนะ รสชาติอร่อยสุดยอดไปเลย!" ลั่วเสี่ยวฉีเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วหยิบถุงเนื้อแห้งและเต้าหู้แห้งขนาดใหญ่ส่งให้เจียนซู
"ขอบใจมากนะ ดูน่าทานมากเลย ฉันเองก็ซื้อของฝากมาจากเมืองปินเหมือนกัน" เจียนซูวางของฝากจากเมืองปินไว้บนโต๊ะของลั่วเสี่ยวฉี
"ว้าว ฉันเคยได้กินตอนไปเมืองปินครั้งก่อนด้วย! อร่อยมากเลย ขอบใจมากนะ!" ลั่วเสี่ยวฉีเป็นคนที่สร้างบรรยากาศที่ดีและมอบพลังบวกให้คนรอบข้างได้เก่งเสมอ
หลังจากจัดข้าวของเสร็จ หานอวี่ก็ยังไม่กลับมา ทั้งสามคนจึงชวนกันออกไปหาอะไรทานด้วยกัน หยางลี่รอจนกระทั่งเห็นเจียนซูและลั่วเสี่ยวฉีเดินกลับเข้าอาคารหอพักเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยแยกตัวกลับไปยังสวนหลงเถิง
วันจันทร์ คาบเรียนเวลาแปดนาฬิกา วันนี้เจียนซูเลือกที่จะพักค้างคืนที่มหาวิทยาลัยโดยตรง
"เสี่ยวซู ผลโหวตดาวคณะเธอได้คะแนนนำโด่งเป็นอันดับหนึ่งเลยนะ! ฟางลีน่าได้อันดับสอง แต่คะแนนตามหลังเธอตั้งหลายร้อยคะแนนแน่!"
ลั่วเสี่ยวฉีเคยได้ยินมาตลอดว่ากระดานสนทนาของมหาวิทยาลัยนั้นเหมาะสำหรับการติดตามข่าวซุบซิบ แต่เพิ่งจะมีโอกาสเข้ามาดูในวันนี้ และเธอก็ต้องตกใจกับสิ่งที่พบทันทีที่เปิดหน้าเว็บ
กระทู้ในกระดานสนทนาเป็นแบบไม่ระบุตัวตน บรรยากาศจึงมีความคึกคักเป็นพิเศษ เธอไม่คาดคิดเลยว่าสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับนี้จะมีจัดลำดับดาวคณะและเดือนคณะกับเขาด้วย
ลั่วเสี่ยวฉีเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเจียนซู พร้อมกับยื่นโทรศัพท์เข้าไปใกล้เพื่อให้มองเห็นด้วยกัน รูปภาพที่ปรากฏคือภาพของเจียนซูขณะเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ แสงและมุมกล้องสร้างบรรยากาศที่งดงาม อีกทั้งภาพยังมีความคมชัดสูงมาก คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของคนจากแผนกประชาสัมพันธ์เป็นผู้ถ่ายไว้
เมื่อเลื่อนลงมาดูรายชื่ออื่น ๆ เธอก็พบรูปของตัวเองอยู่ในอันดับที่เจ็ดอย่างเหนือความคาดหมาย "ฮิฮิ! ฉันก็ติดอันดับกับเขาด้วยเหรอเนี่ย!"
เจียนซูเอ่ยชมด้วยความจริงใจ "เธอก็เป็นคนสวยอยู่แล้วนี่นา"
ลั่วเสี่ยวฉีเองก็จัดว่าเป็นสาวน้อยผู้น่ารักที่มีเครื่องหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวพรรณขาวอมชมพูไร้ที่ติ ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบสองเซนติเมตรซึ่งไม่ถือว่าเตี้ยประกอบกับสัดส่วนที่ลงตัวและเรียวขาที่ยาวสวย
"ในคณะเรามีคนสวยเยอะแยะเลย ฉันไม่คิดเลยว่าจะติดสิบอันดับแรกด้วย!" ลั่วเสี่ยวฉีรู้สึกดีใจที่ตนเองติดอยู่ในสิบอันดับแรก
จากนั้นลั่วเสี่ยวฉีก็เลื่อนดูระทู้อื่น ๆ จนไปถึง 'กำแพงสารภาพรัก' เมื่อไม่ต้องระบุตัวตน ผู้คนก็ดูจะกล้าหาญมากขึ้น มีข้อความมากมายที่เขียนบรรยายความในใจและสารภาพรักต่อเจียนซู
สิ่งที่หานอวี่เห็นเมื่อกลับจากการทำงานพิเศษ คือภาพเด็กสาวสองคนนั่งสุมหัวกันจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์อย่างขะมักเขม้น เธอจึงย่องเข้าไปข้างหลังลั่วเสี่ยวฉีแล้วกระซิบเบา ๆ "ดูอะไรกันอยู่เหรอ?"
ลั่วเสี่ยวฉีสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ "ตายจริง! เธอทำฉันขวัญหายหมดเลย! เสี่ยวอวี่กลับมาแล้วเหรอ! เดี๋ยวนี้หัดเป็นคนขี้แกล้งแล้วนะ!"
"อื้ม" งานพิเศษของเธอคือการขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า งานขายเป็นวิธีฝึกฝนคนได้ดีที่สุด เพียงไม่กี่วันมันทำให้เธอกลายเป็นคนพูดเก่งขึ้นและกล้าแสดงออกมากขึ้นกว่าเดิม
เธอก้มลงมาร่วมวงดูหน้าจอกระดานสนทนากับเพื่อนทั้งสอง หานอวี่และลั่วเสี่ยวฉีคุยกันไม่หยุด โดยมีเจียนซูคอยสอดแทรกความเห็นที่คาดไม่ถึงอยู่เป็นระยะ บรรยากาศภายในห้องหอพักเต็มไปด้วยความปรองดอง
ทว่าเมื่อเฉินเสวียนเสวียนเดินเข้ามา ทั้งสามคนต่างก็พากันชะงักด้วยความประหลาดใจ เพราะเดิมทีคิดว่าเธอคงจะไม่กลับมาพักที่มหาวิทยาลัยในวันนี้
หานอวี่เอ่ยถาม "เสวียนเสวียน คืนนี้เธอจะค้างที่หอเหรอ?" เนื่องจากวันจันทร์ไม่มีเรียนในคาบเช้า ปกติแล้วเฉินเสวียนเสวียนมักจะกลับมาถึงมหาวิทยาลัยในช่วงสายของวันจันทร์เท่านั้น
พวกเธอเลิกสนใจกระดานสนทนาและแยกย้ายกลับไปยังที่นั่งของตนเอง
"ทำไมพอฉันเดินเข้ามา พวกเธอทุกคนถึงหยุดคุยกันทันทีล่ะ?" เฉินเสวียนเสวียนไม่ตอบคำถามของหานอวี่ เธอปักใจเชื่อว่าทั้งสามคนหยุดคุยเพราะเกรงว่าจะถูกจับได้ว่ากำลังนินทาเรื่องของเธออยู่ จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"เปล่านะเสวียนเสวียน พวกเราแค่กำลังดูหน้ากระดานสนทนาของมหาวิทยาลัยกันอยู่ พอดีว่าดูเสร็จแล้วน่ะ" หานอวี่รีบอธิบายทันทีเนื่องจากทั้งคู่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน
ลั่วเสี่ยวฉีเสริม "ใช่แล้ว พวกเราไม่ได้พูดอะไรเลย! แค่ดูหน้าเว็บกันเฉย ๆ"
"ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่านั่งรุมล้อมหัวเราะต่อกระซิกกัน พอฉันเข้ามาปุ๊บก็เงียบกันปั๊บ เป็นใครเขาก็ต้องคิดทั้งนั้นแหละ!"
"พวกเราไม่ได้ทำจริง ๆ นะ... อย่าโกรธเลย" หานอวี่พยายามไกล่เกลี่ย
"หึ ฉันไม่ได้ใจแคบขนาดนั้นหรอก!" เธอพูดกระแทกกระทั้น พร้อมกับทำเสียงตึงตังขณะจัดข้าวของเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียนซูและลั่วเสี่ยวฉีตื่นขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายและบันทึกเวลา หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ พวกเธอก็เข้าห้องเรียนได้ทันเวลาพอดี สำหรับคาบเรียนเวลาแปดนาฬิกา ที่นั่งของพวกเธอมักจะถูกจับจองไว้ที่แถวหน้าเสมอ
กระแสการโหวตดาวคณะในกระดานสนทนาของมหาวิทยาลัยนั้นร้อนแรงมาก ทันทีที่เจียนซูและลั่วเสี่ยวฉีเดินเข้ามาในห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้นต่างก็พากันมองมาที่พวกเธอโดยไม่รู้ตัว การที่มีคนในห้องติดอันดับท็อปเท็นของดาวคณะถึงสามคนถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ
ขณะกำลังวางกระเป๋า เจียนซูเหลือบไปทางแถวหลังโดยไม่ตั้งใจ และเห็นฟางลีน่ากำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอีกครั้ง ทว่าสายตานั้นก็เบือนหนีไปอย่างรวดเร็ว จนเจียนซูสงสัยว่าตนเองตาฝาดไปหรือไม่
เธอกับฟางลีน่าไม่เคยมีเรื่องขัดใจกันและแทบจะไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กันเลย แล้วเหตุใดอีกฝ่ายจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น?
สิ่งที่เจียนซูไม่รู้ก็คือ หลังจากที่ฟางลีน่าได้ทำการแสดงเต้นในงานเลี้ยง คะแนนความนิยมของเธอก็พุ่งสูงขึ้นมาก เดิมทีเธอคิดว่าตนเองจะสามารถใช้โอกาสนี้เอาชนะเจียนซูเพื่อคว้าตำแหน่งดาวคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษมาครองได้อย่างแน่นอน