เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

พลิกร้ายกลายเป็นดี 185 ต่อสู้กับลู่กวงจิ่ง ผู้ใดเป็นใหญ่?

พลิกร้ายกลายเป็นดี 185 ต่อสู้กับลู่กวงจิ่ง ผู้ใดเป็นใหญ่?

พลิกร้ายกลายเป็นดี 185 ต่อสู้กับลู่กวงจิ่ง ผู้ใดเป็นใหญ่?


พลิกร้ายกลายเป็นดี 185 ต่อสู้กับลู่กวงจิ่ง ผู้ใดเป็นใหญ่?

“ตู้ม!”

เมฆอัสนีเหนือหมู่เกาะทรายขาวไข่มุกค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

เห็นได้ชัดว่ามีผู้ที่ตบะบรรลุถึงคอขวด และตั้งใจจะฝ่าเคราะห์

“อ๋องจิ้นยังไม่ทันผ่านเคราะห์สายฟ้า ก็บำเพ็ญจนเกิดพลังแปดวัฏแล้ว ดูเหมือนว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับเก้าแกนทอง อีกทั้งยังเป็นโอสถทองคำเก้าวัฏที่พันปีจะพบเจอสักครั้ง”

ผู้ฝึกปราณเผ่ามนุษย์บนหมู่เกาะทรายขาวไข่มุก ล้วนมองเห็นเมฆอัสนีเหนือศีรษะของลู่กวงจิ่ง ต่างก็กล่าวด้วยความทอดถอนใจ

ในหมู่พวกเขา มีผู้บำเพ็ญแกนทองอยู่ไม่น้อย ย่อมเข้าใจถึงคุณค่าของโอสถทองคำเก้าวัฏเป็นอย่างดี

สามเคราะห์แกนทอง “เคราะห์สี่เก้า เคราะห์แปดเก้า เคราะห์มรณะชีวัน” แต่ละเคราะห์ล้วนอันตรายยิ่งกว่าเคราะห์ก่อนหน้า

โดยเฉพาะเคราะห์สุดท้ายอย่างเคราะห์มรณะชีวัน อัตราการเสียชีวิตสูงถึงห้าส่วนขึ้นไป หากไม่มีการสั่งสมที่ลึกล้ำเพียงพอ ผู้ใดจะกล้าไปฝ่าเคราะห์?

ทว่าเมื่อเทียบกับเคราะห์มังกรของนักรบแล้ว อัตราการรอดชีวิตก็นับว่าสูงกว่ามาก

ขอเพียงลู่กวงจิ่งผ่านเคราะห์สายฟ้า ควบแน่นโอสถทองคำเก้าวัฏได้สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าได้ทำลายพันธนาการสุดท้าย ศักยภาพในภายภาคหน้าจะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับสิบสอง

อัจฉริยะฟ้าประทานที่มีโอสถทองคำเก้าวัฏ อย่างน้อยก็ต้องบรรลุระดับสิบสอง

ผู้คนทั้งหมดในฟ้าดินแห่งนี้ ล้วนอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง รู้สึกว่าลู่กวงจิ่งช่างโชคดีเหลือเกิน พรสวรรค์สูงส่งเพียงพอ กำลังจะบำเพ็ญโอสถทองคำเก้าวัฏสำเร็จ ภายภาคหน้าย่อมมีอายุวัฒนะยืนยาว มีความหวังที่จะพิสูจน์มหามรรค

“เปิ่นอ๋องขอสั่งเจ้า จงเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายเดี๋ยวนี้ ห้ามชักช้า”

สุยอวี้ชิงกล่าวอย่างราบเรียบ “ฝ่าบาทอ๋องจิ้น สถานการณ์ในตอนนี้ใช่ว่าท่านจะไม่รู้ ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ที่ดึงดูดความสนใจของกองทัพเผ่าอสูรยังรวมตัวกันไม่ครบ ยังอยู่ด้านนอกไม่รู้เป็นตายร้ายดี ท่านทำเช่นนี้ไม่คิดว่าเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยหรือ?”

“เจ้ามองไม่เห็นหรือว่าเปิ่นอ๋องกำลังจะฝ่าเคราะห์แล้ว?”

ลู่กวงจิ่งแค่นเสียงเย็นกล่าว “มีเรื่องอันใดสำคัญไปกว่าการที่เปิ่นอ๋องก้าวเข้าสู่ระดับเก้าอีก?”

สุยอวี้ชิงไม่หวั่นไหว แท้จริงแล้วไม่มีผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ที่ดึงดูดความสนใจของเผ่าอสูรอันใดทั้งนั้น นางเพียงแค่ไม่อยากให้อ๋องจิ้นและผู้ใต้บังคับบัญชาของอีกฝ่ายจากดินแดนแห่งความวุ่นวายนี้ไป ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาหาถึงที่ด้วยตนเอง

นางรู้ดีว่า คนใต้บังคับบัญชาของอีกฝ่ายเป็นคนเช่นไร

กระทั่งวิกฤตของเผ่ามนุษย์ในครั้งนี้ ก็ล้วนเป็นเพราะอ๋องจิ้นประทานให้ นางจะยอมให้ลู่กวงจิ่งจากไปได้อย่างไร

หากอยู่ด้านนอกอาจจะเกรงกลัวสถานะองค์ชายของอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่ในถ้ำสวรรค์ พลังอำนาจต่างหากคือทุกสิ่ง

“เปิ่นอ๋องในตอนนี้ขอสั่งเจ้าในฐานะอ๋องจิ้น จงเปิดค่ายกลเคลื่อนย้าย!”

ลู่กวงจิ่งเห็นเฒ่าพิษที่เป็นก้งเฟิ่งของศาลาอู๋เจียนถูกเจ้าค้างคาวสายฟ้าม่วงโจมตีจนกระอักโลหิต ภายในใจก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นมาอีกส่วน กล่าวกับสุยอวี้ชิงอย่างไม่เกรงใจ

กระทั่งยังนำตราประทับหยกจวนอ๋องจิ้นออกมา เห็นได้ชัดว่าใช้สถานะมากดดันคน

ในขณะที่สุยอวี้ชิงกำลังตัดสินใจลำบากอยู่นั้น

ข้างหูพลันมีเสียงบุรุษที่คุ้นเคยซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนดังขึ้น

“ปล่อยเขาไปเถิด”

แววตาของสุยอวี้ชิงเหม่อลอยไปชั่วขณะ

เดี๋ยวก่อน

เสียงนี้

คืออ๋องหวยอันหรือ?

ดูเหมือนจะเป็นเสียงของลู่หมิงหยวน

“เพราะเหตุใด?”

สายตาของสุยอวี้ชิงกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ส่งกระแสเสียงถาม

“ข้ามีวิธีจัดการเขา เจ้าเพียงปล่อยให้เขาจากไปคนเดียวก็พอ ลูกน้องมากมายของเขา ให้รั้งอยู่ที่นี่”

สุยอวี้ชิงราวกับเดาได้ว่าลู่หมิงหยวนต้องการทำสิ่งใด

เป็นอย่างที่คิด

เบื้องหลังของฝ่าบาท ลึกล้ำสุดหยั่งคาดดังที่นางคิดไว้

เพียงแค่วิชาส่งกระแสเสียงหมื่นลี้นี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญห้าระดับกลางธรรมดาจะทำได้แล้ว

หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนอยู่ในการควบคุมของอ๋องหวยอัน?

“ตอนนี้สถานการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ หากฝ่าบาทอ๋องจิ้นต้องการจะไป มีเพียงวิธีเดียว”

“วิธีใด?”

ลู่กวงจิ่งเห็นสุยอวี้ชิงเปลี่ยนคำพูด จึงขมวดคิ้วเอ่ยถาม

“ฝ่าบาททำได้เพียงจากไปคนเดียว ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น ๆ ต้องคอยคุ้มกันผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์คนอื่นที่ยังมาไม่ถึงค่ายกลเคลื่อนย้าย”

ลู่กวงจิ่งได้ยินดังนั้น ก็หรี่ตาลงกล่าว “เซียนหญิงทำเกินไปหน่อยหรือไม่?”

สุยอวี้ชิงโต้แย้งด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน “หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นใจในหน้าที่ของอารามเต๋าทะเลสาบอัสนี ตอนนี้พวกเราถ่วงเวลาอยู่ที่นี่นานขึ้นอีกหน่อย คนทางฝั่งหุบเขาต้าฮวงจ่งก็จะปลอดภัยขึ้นอีกส่วน”

ลู่กวงจิ่งปรายตามองก้งเฟิ่งศาลาอู๋เจียนมากมาย แววตาเผยความลังเล

นี่คือขุมกำลังของเขา เป็นหนึ่งในหลักประกันพลังอำนาจ จะสูญเสียไปมากเกินไม่ได้เด็ดขาด

แต่เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าชีวิตของตนเองสำคัญกว่า

เขามองสุยอวี้ชิง กล่าวอย่างราบเรียบ “พวกเจ้าก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จะนิ่งดูดายไม่ได้ มิเช่นนั้น ข้าจะถวายฎีกาต่อคณะรัฐมนตรี ให้เสด็จพ่อลงโทษอารามเต๋าทะเลสาบอัสนี”

สุยอวี้ชิงพยักหน้าตกลง

“ไม่มีปัญหา”

ลู่กวงจิ่งหันหลังกลับ ริมฝีปากขยับเล็กน้อย หลังจากสั่งการก้งเฟิ่งใต้บังคับบัญชามากมายไปประโยคหนึ่ง ก็หันไปมองสุยอวี้ชิงอย่างเย็นชา

“ตอนนี้ได้แล้วกระมัง เปิดค่ายกล”

เซียนหญิงฉือหางผู้นี้ มุ่งเป้ามาที่ตนเองเช่นนี้ ย่อมต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน

รอให้เขาหลุดพ้นจากอันตรายก่อน ค่อยมาจัดการนาง

“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เอาตามที่ฝ่าบาทตรัส”

“เปิดค่ายกลเคลื่อนย้าย!”

สุยอวี้ชิงออกคำสั่งกับผู้ฝึกปราณมากมายที่อยู่ด้านข้าง

“ตู้ม!”

พร้อมกับเสียงดังกึกก้อง มหาค่ายกลสีทองเริ่มทำงาน

ลู่กวงจิ่งอยู่ท่ามกลางมหาค่ายกล มองดูเกาะกลางทะเลที่ทำให้เขาต้องพ่ายแพ้แห่งนี้ ภายในแววตาประกายความอำมหิตวาบผ่าน

วิกฤตในครั้งนี้ ทำให้เขาได้กลิ่นอายของแผนการร้าย

เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ทำให้ลู่กวงจิ่งเกิดสัญชาตญาณประหลาดต่อสิ่งผิดปกติใด ๆ

หากให้เขารู้ว่า ผู้ใดกำลังวางแผนการร้าย เขาจะต้องทำให้อีกฝ่ายตายไม่ดีแน่

“ฟุ่บ!”

แสงสีทองสว่างวาบ

ลู่กวงจิ่งพาผู้บาดเจ็บมากมาย จากหมู่เกาะทรายขาวไข่มุกไป

หลังจากฟ้าหมุนแผ่นดินพลิกกลับ

ยามที่ลู่กวงจิ่งลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองมาถึงสถานที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง รอบด้านล้วนเป็นหนองน้ำ แผ่กลิ่นอายมืดมนน่าขนลุกออกมา

ไม่เหมือนกับหุบเขาต้าฮวงจ่งที่อารามเต๋าทะเลสาบอัสนีกล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย ที่นั่นมีบึงใหญ่และป่าเขาแผ่กระจายอยู่ทั่วไป

ในขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้ฝึกปราณของอารามเต๋าที่จากมาด้วยกัน ก็ไร้ร่องรอยเช่นกัน

“บัดซบ โดนหลอกเข้าแล้ว!”

ลู่กวงจิ่งสีหน้าดูไม่ได้ เดาอะไรบางอย่างได้ลาง ๆ

เขาต้องถูกคนของอารามเต๋าวางแผนเล่นงานแน่

ส่วนเหตุผลนั้น ชั่วคราวเขายังคิดไม่ออก

“ตู้ม!”

ในเวลานี้ เคราะห์สายฟ้าได้เตรียมพร้อมแล้ว

ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องผ่านเคราะห์สายฟ้า ทะลวงสู่ระดับเก้าให้ได้เสียก่อน

ไม่นานนัก

เขาพบที่โล่งแห่งหนึ่งในป่าหนองน้ำ หลังจากแน่ใจว่ามิดชิดดีแล้ว ก็กำลังจะนั่งขัดสมาธิลง

ทว่าลู่กวงจิ่งกลับมองเห็นเงาร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมหน้ากากผี กุมดาบยาวสีดำสนิทอยู่บนยอดไม้ไม่ไกลนัก รอคอยเขาอยู่ที่นั่นนานแล้ว

“เจ้าคือคนของอารามเต๋าทะเลสาบอัสนีหรือ?”

ลู่กวงจิ่งกล่าวอย่างระแวดระวัง

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับเขา

ดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจที่จะสนทนาด้วย

ชายหนุ่มค่อย ๆ บินขึ้นจากกิ่งไม้ ทั่วทั้งร่าง จุดทวารกว่าหมื่นจุดเปิดออกอย่างสมบูรณ์ เปล่งประกายแสงเจิดจรัส ราวกับภายในร่างกายบรรจุท้องนภาดวงดาวเอาไว้

โลหิตปราณอันยิ่งใหญ่ปะทุออกมา

เขาเหยียบย่ำบนสะพานยาวปราณโลหิต เดินไปอยู่เหนือศีรษะของลู่กวงจิ่ง แผ่อานุภาพอันเจิดจ้าออกมา ราวกับสามารถควบคุมโลกทั้งใบได้ก็มิปาน

ตอนนี้ เขาตกอยู่ในวงล้อม ซ้ำยังต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเช่นนี้ ต่อให้คิดจะล่าถอย คาดว่าคงหนีไม่พ้นแล้ว

ลู่กวงจิ่งในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการทะลวงระดับ ปราณมรรคทั่วร่างกำลังโคจรอย่างรวดเร็ว ภายในทะเลปราณ มีเสียงดังกึกก้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทว่า มักจะขาดไปอีกเพียงนิดเดียว ยากที่จะทะลวงผ่านด่านสุดท้ายไปได้

ชายหนุ่มกุมดาบยืนหยัด ในชั่วขณะหนึ่ง ก็หายตัวไปจากยอดไม้

รูม่านตาของลู่กวงจิ่งหดเกร็ง

ในสายตาของเขามองเห็นแสงอัสนีสายหนึ่ง สว่างวาบแล้วหายไป

“ตาย”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายค่อนข้างราบเรียบ ทว่าในวินาทีถัดมา กลิ่นอายบนร่างกลับแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน กลายเป็นแสงหลากสีน้ำเงินม่วงสายหนึ่ง ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ฟาดฝ่ามือลงบนเหนือศีรษะของลู่กวงจิ่ง

ลู่กวงจิ่งกัดฟันแน่น มีปราณมรรคสีแดงเลือดเป็นสาย ๆ ทะลักออกมาจากรูขุมขน ห่อหุ้มร่างทั้งร่างเอาไว้ ก่อนจะเรียกตราประทับอักษร “ซาน” ออกมา

ปะทะเข้ากับพลังฝ่ามือของชายหนุ่ม

“ปัง”

ตราประทับอักษร “ซาน” ที่ลู่กวงจิ่งซัดออกไปมีพลังมหาศาลไร้ขีดจำกัด พลังกายเนื้อของชายหนุ่มก็ไร้เทียมทานในโลกหล้า นอกเหนือจากตำแหน่งที่ลู่กวงจิ่งอยู่ พื้นดินในรัศมีสิบจั้งล้วนยุบตัวลงไป ทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้นดิน

แต่ชายหนุ่มก็ยังคงเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง ฟาดดาบลงมา

ตราประทับจมลึกลงไปในพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็ซัดลู่กวงจิ่งจมลงไปในพื้นดินด้วย

เมื่อมองจากพื้นดิน ที่นั่นเหลือเพียงหลุมรูปฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่

ไม่รู้ว่าลึกเพียงใด?

ห้าอวัยวะตันหกอวัยวะกลวงของลู่กวงจิ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในปากกระอักโลหิตสด ๆ ออกมาไม่หยุด เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย

ต้องรู้ไว้ว่า ระดับเก้าทั่วไป ก็ไม่อาจกดขี่เขาได้ถึงเพียงนี้

ตราประทับอักษร “ซาน” เป็นสมบัติเวทมรรคปราชญ์ที่ท่านอาจารย์ตั้งใจหลอมขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ สามารถเพิ่มพลังอำนาจของเขาได้อย่างมหาศาล ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นไพ่ตายคุ้มครองชีวิต ไม่คิดเลยว่าจะทนรับไว้ไม่ได้แม้แต่หนึ่งลมหายใจ!

“เปิ่นอ๋องไม่มีทางตายเด็ดขาด!”

ลู่กวงจิ่งคำรามลั่น ตามด้วยปราณมรรคจำนวนมหาศาลในร่างกายที่ทะลักเข้าไปในทะเลปราณ ในขณะเดียวกัน รูม่านตาทั้งสองข้างก็กลายเป็นลูกไฟสีแดงชาดสองลูก

“ตู้ม!”

ชั่วพริบตา

สายฟ้าสายหนึ่งผ่าลงมาในทันที

บนร่างของลู่กวงจิ่งพลันมีอานุภาพแกนทองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสาย เห็นได้ชัดว่าภายใต้การบีบคั้นของอัสนีสวรรค์สายแรก ได้ยกระดับขึ้นไปสู่ระดับครึ่งก้าวระดับเก้าชั่วคราว

“ระดับเก้าแล้วอย่างไร? จะให้เจ้าได้ประจักษ์ ถึงความร้ายกาจของการบำเพ็ญคู่มรรคปราชญ์และมรรคเต๋า”

ลู่กวงจิ่งบินขึ้นมาจากหลุม ชุดคลุมลายมังกรฉีกขาดไปกว่าครึ่ง ผมยาวสยาย ไม่หลงเหลือกลิ่นอายสูงศักดิ์สง่างามเช่นนั้นอีกต่อไป ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงเลือด บ้วนฟองเลือดออกมาคำหนึ่ง มือซ้ายถือมีดแกะสลักมรรคปราชญ์ มือขวาถือกระบี่บินลวดลายเพลิงโอสถ

เขาตะโกนลั่น “เจียวโลหิตจำแลงมรรค!”

ชั่วพริบตา ทั่วทั้งร่างของเขาพลันถูกปกคลุมด้วยหมอกโลหิตชั้นหนึ่ง ร่างทั้งร่างเกิดการเปลี่ยนแปลง

เงามายามังกรเจียวสีแดงเลือดตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่ มุดเข้าไปในร่างกายของลู่กวงจิ่ง

ทำให้บนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาปรากฏริ้วรอยสีดำเป็นสาย ๆ ผมสีดำขลับกลายเป็นผมยาวสีแดงเลือด ราวกับน้ำตก

ร่างทั้งร่างลอยตัวขึ้น ปราณอักษรสีแดงและปราณมรรคพัวพันกัน ควบแน่นเป็นพลังแห่งมังกรเจียวเป็นสาย ๆ ทำให้กลิ่นอายของลู่กวงจิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น

เบื้องหลัง แกนทองที่สว่างไสวดุจดวงตะวันค่อย ๆ ลอยขึ้นมา

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ชายหนุ่มก็ท่องในใจเงียบ ๆ

“มังกรจำแลง”

ทันใดนั้น อัคคีเทพดอกหนึ่งก็เบ่งบานขึ้นที่หว่างคิ้ว

ลวดลายอัคคีเทพที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงหว่างคิ้วปรากฏขึ้น บนหน้าอก ลำคอ และใบหน้าปรากฏลวดลายอัสนี เส้นผมได้รับผลกระทบจากพลังอัสนีบาต ชี้ตั้งขึ้นทั้งหมด กลายเป็นสีขาว

เบื้องหลังปรากฏดาบยาวปีกคู่ที่ลอยอยู่หกเล่ม

บนผิวหนัง มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียน

ผิวหนังบนท่อนแขนยิ่งปรากฏลวดลายเทาเที่ยอันซับซ้อนเป็นสาย ๆ ตลอดจนลวดลายกิเลนที่เพิ่มขึ้นมา

“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! ตอนนี้เจ้าคงจะภูมิใจมากสินะ ที่สามารถขัดขวางแผนการของเปิ่นอ๋องได้ แต่ตอนนี้ เปิ่นอ๋องจะให้เจ้าตาย!”

ลู่กวงจิ่งทรงตัวมั่นคง ค่อย ๆ ร่อนลงสู่พื้นดิน กล่าวอย่างเย็นชา

ชายหนุ่มยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของลู่กวงจิ่ง สายตาสงบนิ่งดั่งสายน้ำ กุมดาบยืนหยัดพลางกล่าว

“เข้ามาเถิด มาดูกันว่าผู้ใดจะอยู่ผู้ใดจะตาย”

จบบทที่ พลิกร้ายกลายเป็นดี 185 ต่อสู้กับลู่กวงจิ่ง ผู้ใดเป็นใหญ่?

คัดลอกลิงก์แล้ว