เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1440 การจัดสรรที่พักพิงให้แก่ผู้ยอมจำนน (ฟรี)

บทที่ 1440 การจัดสรรที่พักพิงให้แก่ผู้ยอมจำนน (ฟรี)

บทที่ 1440 การจัดสรรที่พักพิงให้แก่ผู้ยอมจำนน (ฟรี)


หลังจากหารือเรื่องต่างๆ ในสนามรบจบ

จ้าวเฉินถามต่อทันทีว่า “การจัดสรรที่พำนักให้เหล่าผู้ยอมจำนนเป็นอย่างไรบ้าง

จนถึงตอนนี้ ยานรบมากกว่า 1 ล้านลำได้ยอมจำนนต่อเรา ซึ่งผู้คนบนยานเหล่านั้น อย่างน้อยก็น่าจะถึงหลักพันล้านคนแล้วสินะ”

ลิลิธพยักหน้ารับ จากนั้นก็ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมา และกล่าวว่า “ปัจจุบันจำนวนผู้ยอมจำนนที่เรารับเข้ามา ตามสถิติล่าสุดอยู่ที่ 1.9 พันล้านคนค่ะ

พวกเขาประกอบไปด้วยเผ่าพันธุ์ต่างๆ มากมาย

นอกจากนี้ เรายังรับยานรบระดับต่างๆ อีกกว่า 1 ล้านลำ ซึ่งเราได้ส่งยานรบเหล่านั้นไปไว้ที่แนวหลังเรียบร้อยแล้ว

แม้ในนั้นจะมีบางส่วนเป็นยานสงครามระดับ T5 แต่การรวมพวกมันเข้ากับกองทัพของเราโดยตรง กลับมีโอกาสสูงที่จะส่งผลกระทบต่อระบบการรบของเรา

ส่วนในเรื่องการจัดสรรที่อยู่ให้แก่ผู้ยอมจำนนเหล่านั้น พวกเราได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยแบ่งออกเป็นหลายระยะ

ระยะแรกคือการจำแนกประเภท

ขั้นแรกเราจะสอบถามความสมัครใจของผู้ยอมจำนนว่าต้องการจะไปที่ไหน ซึ่งตอนนี้เรามีให้เลือกสามทาง

ทางเลือกแรกคือ เดินทางไปยังแหล่งพำนักของเผ่าพันธุ์เดียวกันในจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์

สำหรับเรื่องนี้ ทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์เองก็ยินดีที่จะรับตัวคนกลุ่มนี้ไปค่ะ

ทางเลือกที่สองคือ เข้าร่วมกับจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเราโดยตรง ซึ่งเราจะเป็นผู้จัดการดูแลในทุกๆ ด้าน

ทางเลือกที่สาม สำหรับพวกที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ เราจะจัดที่พักชั่วคราวให้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะปักหลักอยู่ที่จักรวรรดิหลงเซี่ยว หรือจะมุ่งหน้าไปยังจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งการจัดสรรในทางเลือกแรกนั้น แน่นอนว่าเราไม่ต้องลำบากจัดการเอง

ส่วนระยะที่สอง คือแผนการรองรับต่อเนื่องสำหรับผู้ที่เลือกทางเลือกที่สอง

เราได้จัดเตรียมกาแล็กซีไว้ 30 แห่ง และดาวเคราะห์อีกเกือบ 100 ดวง เพื่อใช้เป็นที่พำนักให้คนกลุ่มนี้

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทต่างๆ อีกกว่า 1,500 แห่งที่ยินดีรับคนเหล่านี้เข้าทำงาน

ดังนั้น หนึ่งในกระบวนการของระยะที่สองคือการจัดทำฐานข้อมูลของผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเรา

ทั้งเรื่องเผ่าพันธุ์, ความสามารถส่วนบุคคล, ทักษะการทำงาน, และอื่นๆ

จากการเก็บข้อมูลนี้ เราจะสามารถจัดสรรงานและที่พักอาศัยที่เหมาะสมให้แก่พวกเขาได้ค่ะ

สำหรับผู้ที่มีทักษะพิเศษ เราจะมีตำแหน่งงานเฉพาะทางให้

อย่างเช่น เหล่าบุคลากรทางเทคนิคระดับสูง

และสำหรับผู้ที่เลือกเข้าร่วมกับจักรวรรดิหลงเซี่ยว เราจะดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้ฟรีเป็นเวลาสามเดือน

พวกเขาจะได้รับการจัดหาที่พัก และสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

แต่หลังจากพ้นสามเดือนไปแล้ว พวกเขาจะต้องหาเลี้ยงตัวเอง

โดยทั่วไปแล้ว ภายใต้การจัดสรรของพวกเรา การจะเลี้ยงตัวเองให้รอดตามมาตรฐานพื้นฐานนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลิลิธก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อว่า “สำหรับเรื่องนี้ ภายในช่วงเวลาสามเดือนแรก เราจะมีการเฝ้าระวังคนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

โดยเราจะประเมินระดับความอันตรายของแต่ละบุคคล

หากใครมีความเสี่ยงสูง เราจะเพิ่มความเข้มงวดในการจับตาดูและขยายระยะเวลาเฝ้าระวังออกไป”

การจัดการของลิลิธ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยสมบูรณ์

ท้ายที่สุดแล้ว การรับคนจำนวนมหาศาลจากฝั่งอารยธรรมผู้กลืนกินเข้ามาในคราวเดียวแบบนี้ ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ‘ปัจจัยที่สร้างความไม่มั่นคง’ ปะปนมาด้วย

ดังนั้น การควบคุมอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

จ้าวเฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และกล่าวว่า “การจัดการเหล่านี้จะประมาทไม่ได้

โดยเฉพาะเหล่าเจ้าหน้าที่ของเรา ต้องไม่เหยียดหยามหรือข่มเหงเพียงเพราะพวกเขายอมจำนนเด็ดขาด

หากเราปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี พวกเขาไม่เพียงจะทำงานให้เรา แต่เรายังสามารถใช้เรื่องนี้เป็นสื่อโฆษณา ซึ่งอาจช่วยดึงดูดศัตรูให้มาเข้าพวกกับเรามากขึ้น

อีกอย่าง คนที่ทำงานบนยานรบได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน พวกเขาก็คือเสาหลักของสังคมทั้งนั้น

การที่เราได้บุคลากรด้านเทคนิคจำนวนมากขนาดนี้ในคราวเดียว ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้จักรวรรดิหลงเซี่ยวไปอีกขั้น”

จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของจักรวรรดิหลงเซี่ยว ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเทคนิคก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าปัจจุบันจักรวรรดิหลงเซี่ยวจะพยายามฝึกอบรมบุคลากรในสาขานี้อย่างเต็มที่

ทว่าการฝึกอบรมย่อมต้องใช้เวลา ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ในระยะสั้นๆ

ดังนั้น การดึงเอาบุคลากรที่มีฝีมือจากภายนอกเข้ามา จึงเป็นวิธีการยกระดับที่รวดเร็วที่สุด

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมกองกำลังที่ชนะสงคราม มักจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาจนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมได้ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่

นี่เป็นหนึ่งในผลประโยชน์ของผู้ชนะ

“ทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือเปล่า?” จ้าวเฉินถามขึ้นอีกคำถามหนึ่ง

ลิลิธตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากชัยชนะครั้งใหญ่ของพวกเรา

ภายในจักรวรรดิของพวกเขาก็มีการเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ และเริ่มมีกระแสกระหายสงครามมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

แต่ในขณะเดียวกัน มีคนไม่น้อยที่สนใจ 'ระเบิดซูเปอร์โนวา' ที่เราเพิ่งเปิดตัวไป

การมีอยู่ของอาวุธชนิดนี้ ย่อมทำให้ผู้มีอำนาจระดับสูงของพวกเขารู้สึกหวาดระแวงพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มีข่าวว่าในสภาสูงของพวกเขา เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ออกมาแล้ว

และแม้แต่ในหมู่กษัตริย์เอลฟ์เอง ก็มีคนที่มีความคิดทำนองนี้อยู่เช่นกัน

ใขณะเดียวกัน จักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ส่งสายลับเข้ามาในจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้มีจำนวนมากกว่าเดิมเกือบสามสิบเท่าเลยค่ะ”

จ้าวเฉินยิ้มบางๆ และกล่าวว่า “ก็นะ ในเมื่อเรานำอาวุธสังหารระดับนี้ออกมา มีหรือที่พวกเขาจะไม่หวั่นไหว

เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของเราอยู่แล้ว

จุดนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลไป

สำหรับสายลับพวกนั้น อยากสืบก็ให้สืบไป ขอแค่สืบไม่เจอจุดตายของเรา ก็ปล่อยพวกนั้นไปเถอะ”

ส่วนทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์จะคิดยังไง ก็ปล่อยให้พวกเขามโนกันไปเองก็แล้วกัน”

“อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกระแสหนึ่งค่ะ

ได้ยินว่ามีกษัตริย์เอลฟ์บางท่าน สนใจจะใช้เทคโนโลยีระดับสูงสุดของจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ มาแลกกับเทคโนโลยีระเบิดซูเปอร์โนวาของเราค่ะ”

หลังลิลิธพูดจบ เธอก็มองไปที่จ้าวเฉินและนิ่งเงียบ

เรื่องสำคัญระดับนี้ มีเพียงจ้าวเฉินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสิน

จ้าวเฉินหรี่ตาลง แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธทันที

เพราะสำหรับเขาแล้ว นอกจากคนรัก ครอบครัว และมิตรสหาย... สิ่งอื่นเกือบทุกอย่างล้วนสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่า ‘ราคา’ ที่อีกฝ่ายเสนอมานั้นสูงขนาดไหน

อย่างน้อยที่สุด จักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอราคาได้

สิ่งนี้ทำให้จ้าวเฉินรู้สึกคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อย

“ปล่อยให้กระสุนวิ่งไปอีกสักพักเถอะ (รอดูสถานการณ์ไปก่อน)

ถ้าพวกเขาอยากคุยกับเราเรื่องนี้จริงๆ เราก็สามารถติดต่อไปได้

แต่ท่าทีของเราไม่ต้องต้อนรับขับสู้จนเกินไป รอดูเชิงพวกเขาก่อน

เพราะยังไงซะ ของดีก็อยู่ในมือพวกเรา” จ้าวเฉินกล่าวอย่างเรียบเฉย

หากอยากได้เทคโนโลยีระเบิดซูเปอร์โนวาล่ะก็ ถ้าจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมปล่อยไพ่ตายออกมา จ้าวเฉินก็ไม่มีวันมอบให้แน่

ส่วนเรื่องที่ว่าจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ซุกซ่อนของล้ำค่าไว้มากแค่ไหน...

จ้าวเฉินเองก็ตั้งตารออยู่เหมือนกัน

“เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเร่งการพัฒนาให้เร็วที่สุด

เพราะสิ่งที่ขวางทางเราอยู่ ไม่ได้มีแค่อารยธรรมผู้กลืนกินเท่านั้น” จ้าวเฉินหรี่ตาลง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

จบบทที่ บทที่ 1440 การจัดสรรที่พักพิงให้แก่ผู้ยอมจำนน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว