เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1644(766) ขยะรีไซเคิล (ตอนฟรี)

บทที่ 1644(766) ขยะรีไซเคิล (ตอนฟรี)

บทที่ 1644(766) ขยะรีไซเคิล (ตอนฟรี) 


บทที่ 1644(766) ขยะรีไซเคิล

“คุณโอโนะดูเหมือนเฉิงฮ่าวไท่ จะเริ่มปอดแหกแล้วนะครับ!”

กลุ่มของโอโนะทั้งสามคนเดินออกมาจากโรงแรมฮ่าวไท่ ก่อนจะรีบขึ้นรถจากไปอย่างรวดเร็ว แม้พวกเขาจะมั่นใจว่าหากมีใครตั้งใจสืบสวนจริงๆ ย่อมต้องขุดเจอเครือข่ายเล็กๆของพวกเขาแน่

แต่การที่คนอื่นรู้ก็เรื่องหนึ่ง พวกเขาจะทำตัวซ่องสุมกันอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ ปกติแล้วการมีกลุ่มก้อนเล็กๆ ไว้แลกเปลี่ยนข้อมูลหรือวางแผน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ และทางรัฐบาลจีนเอง ตราบใดที่พวกเขาไม่ล้ำเส้นเกินไปนัก ก็มักจะหลับตาข้างหนึ่ง ไม่ยื่นมือเข้ามาวุ่นวายเพราะความเกรงใจในหลายๆด้าน

อย่างไรก็ตามหากพวกเขากล้าลุกขึ้นมาสร้างความวุ่นวายอย่างเปิดเผย นั่นเท่ากับเป็นการไม่เห็นหัวรัฐบาลเจียงโจวหรือแม้แต่ทางการจีน ซึ่งนั่นจะจุดไฟโทสะของคนบางกลุ่มขึ้นมาแน่นอน

ทุกคนต่างเป็นคนฉลาด ย่อมไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้น

ดังนั้นทันทีที่โอโนะและพวกเดินพ้นประตูโรงแรม พวกเขาจึงรีบขึ้นรถตู้ส่วนตัวและขับออกไปทันที

ภายในรถชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “คุณโอโนะถ้าเฉิงฮ่าวไท่ไม่ทำตามแผนจะทำยังไงครับ? เมื่อกี้คุณก็เห็นท่าทางของเขาแล้ว ถึงปากจะพูดจาสวยหรู แต่ในใจเห็นชัดว่าเริ่มปอดแหก ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่”

“ใช่ครับคุณโอโนะ ผมเองก็เป็นคนจีน ผมเลยเข้าใจสถานการณ์ในจีนดีกว่าใคร”

ชายอีกคนรีบเสริม “อำนาจรัฐของจีนนั้นแข็งแกร่งมาก เจ้าหน้าที่ของพวกเขามีอำนาจล้นมือ ชนิดที่ข้าราชการต่างชาติเทียบไม่ติด คนจีนส่วนใหญ่มีความยำเกรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีก็ไม่เว้น ในจีนมีคำพังเพยว่า ‘ชาวบ้านไม่สู้กับเศรษฐี เศรษฐีไม่สู้กับเจ้าหน้าที่’ ครับ!”

“นั่นแหละครับ เฉิงฮ่าวไท่เองก็คงมีความหวาดกลัวอยู่ในใจเหมือนกัน เกิดเขาทำเรื่องพลาดขึ้นมา...”

“พวกคุณพูดมาก็มีเหตุผล”

โอโนะพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “แต่ไม่เป็นไรหรอก ตอนเราวางแผน เรื่องพวกนี้ถูกคำนวณไว้หมดแล้ว ผมมีมาตรการไว้รองรับ!”

ชายสองคนพยักหน้าพร้อมกัน “คุณโอโนะคิดไว้แล้วก็เบาใจครับ”

จากนั้นทั้งคู่ก็แอบสบตากันอย่างมีเลศนัยโดยไม่ได้ตั้งใจ

ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่าอาการเล็กๆน้อยๆนั้น ไม่ได้รอดพ้นสายตาของโอโนะเลยแม้แต่นิดเดียว มันทำให้มุมปากของโอโนะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็น

แววตาของโอโนะฉายแววขบขันวูบหนึ่ง แต่มันเป็นความขบขันที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ความทะนงตัว และ... ความจองหอง

แม้แววตาเยาะเย้ยนั้นจะปรากฏเพียงชั่วพริบตา แต่มันก็แสดงออกถึงความรู้สึกลึกๆ ได้อย่างครบถ้วน

“ไอ้คนจีนโง่เง่า!” โอโนะแค่นหัวเราะในใจ

นี่คือความรู้สึกที่แท้จริงของโอโนะในตอนนี้ ในสายตาของเขา ความโง่เขลาของคนจีนถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน ผ่านตัวเฉิงฮ่าวไท่และชายสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขา

เครือข่ายเล็กๆนี้ ในสายตาของโอโนะ มันก็เป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ที่ใช้คนจีนมาจัดการคนจีนด้วยกันเองเท่านั้น

คนจีนพวกนี้มีค่าพอจะมาเป็นเพื่อนรู้ใจของคนญี่ปุ่นผู้สูงส่งอย่างนั้นหรือ?

ช่างน่าขันนักเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากคนญี่ปุ่น คนจีนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ยอมสยบแทบเท้า แต่ยังคอยกัดกันเองเพื่อแย่งชิงความดีความชอบอีกต่างหาก

ชายสองคนตรงหน้านี่แหละคือตัวอย่างที่ดีที่สุด เพื่อที่จะให้ได้รับการแต่งตั้งหรือผลประโยชน์ที่มากขึ้น พวกเขาถึงขั้นร่วมมือกันพูดจาเหน็บแนมเพื่อโจมตีเฉิงฮ่าวไท่ต่อหน้าเขา!

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แค่รักษาความสมดุลระหว่างพวกมันไว้ ก็จะสามารถควบคุมให้พวกมันทำงานรับใช้ญี่ปุ่นได้อย่างถวายหัว ถือเสียว่าเป็น ‘การใช้ขยะให้เกิดประโยชน์’  ก็แล้วกัน!

สำหรับโอโนะคนพวกนี้ก็แค่ขยะ และสิ่งที่ทำให้โอโนะรู้สึกไม่พอใจอย่างมากคือ คนจีนที่เขาตราหน้าว่าต่ำต้อยกว่าคนญี่ปุ่น กลับครอบครองเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างยิ่งยวด นั่นเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดจริงๆ

คนจีนไม่คู่ควรกับเทคโนโลยีแบบนั้น เพราะฉะนั้นโอโนะต้องชิงมันมา นี่คือความคิดของทุกคนในกลุ่มบริษัท และเป็นเจตนารมณ์ขององค์กรเช่นกัน

“เถิงเฟยกรุ๊ป... ต้องตกเป็นของจักรวรรดิเท่านั้น!” โอโนะประกาศก้องในใจ

..........

ในขณะเดียวกัน จี้เฟิงยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงแรมฮ่าวไท่ และไม่รู้ด้วยว่ากลุ่มเครือข่ายของเฉิงฮ่าวไท่นั้นจะโสโครกขนาดนี้

เขาพาไป๋จูมาที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง

มันเป็นหมู่บ้านธรรมดาๆ ที่รีโนเวทมาจากเขตเมืองเก่า ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ บรรยากาศจึงค่อนข้างพลุกพล่าน หน้าหมู่บ้านเต็มไปด้วยแผงลอยขายของกินดูสับสนวุ่นวาย

แต่สถานที่แบบนี้แหละที่เหมาะจะใช้กบดาน ใครอยากจะซ่อนตัวก็ทำได้ง่ายมาก

ฉินเฟยหยูพักอยู่ที่นี่

นับตั้งแต่ยอมสวามิภักดิ์ต่อจี้เฟิง ฉินเฟยหยูก็ทำตามคำสั่งโดยการหาที่พักด้วยตัวเองแล้วแจ้งที่อยู่ให้ไป๋จูทราบ ตอนนี้จี้เฟิงจึงมาถึงที่พักของเขาแล้ว

“คุณชายจี้!”

เมื่อเห็นจี้เฟิงมาถึงฉินเฟยหยูรีบทักทายทันที อาจเป็นเพราะยังไม่สนิทใจหรือยังหาจังหวะการวางตัวที่เหมาะสมไม่ได้ เขาจึงดูค่อนข้างประหม่า

จี้เฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะพยักหน้า “อืม! ถึงจะดูวุ่นวายไปหน่อย แต่จังหวะชีวิตที่นี่ดูช้าดี เหมาะกับการพักผ่อนนะ แล้วเป็นไงนายปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ดีแค่ไหนล่ะ?”

ฉินเฟยหยูพยักหน้า “ก็ดีครับ ผมอยู่ที่ไหนก็ได้”

จี้เฟิงยิ้มตอบ “นั่นสินะ”

ในฐานะนักฆ่าอาชีพ ระหว่างปฏิบัติภารกิจย่อมต้องเจอสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ไป๋จูเคยเล่าว่าครั้งหนึ่งเธอต้องไปกบดานในสลัมกว่าสองเดือนเพื่อรอลงมือสังหารเป้าหมาย พอเสร็จงานออกมาเธอยังรู้สึกไม่ชินกับโลกภายนอกอยู่พักใหญ่

หมู่บ้านนี้เทียบไม่ได้เลยกับสลัม แค่ดูรกร้างไปนิด ฉินเฟยหยูจึงปรับตัวได้สบายมาก

เมื่อเห็นว่าฉินเฟยหยูเป็นคนถามคำตอบคำ จี้เฟิงจึงเข้าเรื่องทันที “วันนี้ที่มาหาเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”

ฉินเฟยหยูรีบตอบ “คุณชายสั่งมาได้เลยครับ”

จี้เฟิงยังไม่รีบบอกงาน แต่ถามหยั่งเชิงก่อน “เรื่องลอบสังหารคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนาย แล้วถ้าเป็นเรื่อง ‘สะกดรอย’ ล่ะ?”

ฉินเฟยหยูนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ถ้าสะกดรอยทั่วไปไม่มีปัญหาครับเพราะเวลาทำงานปกติ การสืบนิสัยการใช้ชีวิตของเป้าหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว”

“อืม!”

จี้เฟิงพยักหน้า “ครั้งนี้คงไม่ยากเกินไป แค่อยากให้จับตาดูเป้าหมายคนหนึ่ง ดูว่าเขาติดต่อกับใครบ้าง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้รู้ว่าคุยอะไรกัน หรือทำอะไรบ้าง... แน่นอนว่าเรื่องหลังอาจจะยากหน่อย นายแค่พยายามทำให้ดีที่สุดก็พอ”

ฉินเฟยหยูตอบรับทันที “ผมจะทำให้เต็มที่ครับ!”

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ “การสะกดรอยต้องมีอุปกรณ์และรถ เรื่องนี้ฉันจะให้คนจัดส่งมาให้ พร้อมกับข้อมูลของเป้าหมาย น่าจะใช้เวลาสักวันสองวัน ระหว่างนี้นายก็เตรียมตัวไปก่อน”

ฉินเฟยหยูกล่าว “ผมไม่มีอะไรต้องเตรียมครับ เริ่มงานได้ทุกเมื่อ”

“ดีมาก!” จี้เฟิงพยักหน้า

หลังจากนั้นบรรยากาศในห้อง ก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

จี้เฟิงส่ายหน้ายิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะยื่นบุหรี่ให้ “สักมวนไหม?”

ฉินเฟยหยูส่ายหน้า “ผมไม่สูบครับ”

จี้เฟิงเข้าใจได้ทันที ยิ้มพลางพยักหน้า “จริงด้วย ฉันลืมไปว่าอาชีพของนายทำให้สูบบุหรี่ไม่ได้”

สำหรับนักฆ่านิสัยส่วนตัวเล็กๆน้อยๆอาจกลายเป็นเบาะแสที่นำไปสู่ความตายได้ จี้เฟิงแม้ไม่เคยเป็นนักฆ่าแต่เขาก็ผ่านการฝึกฝนระดับสายลับระดับซูเปอร์เอเยนมา ประกอบกับที่ไป๋จูเคยเล่าเรื่องวงการนักฆ่าให้ฟัง เขาจึงเข้าใจวินัยเหล่านี้ดี

“ผม... ผมไปหาน้ำมาให้นะครับ!” ฉินเฟยหยูเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ต้อนรับแขกเลย

“ไม่เป็นไร เรามาแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปแล้ว” จี้เฟิงโบกมือปฏิเสธพลางลุกขึ้นยืน “นายพักผ่อนเถอะ พอเริ่มภารกิจแล้วอาจจะเหนื่อยหน่อย”

“ครับ!”

ฉินเฟยหยูพยักหน้า

จี้เฟิงแอบถอนหายใจในใจ ทำไมการสื่อสารระหว่างเขากับฉินเฟยหยูมันถึงได้อึดอัดขนาดนี้?

แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะฉินเฟยหยูยังวางตัวไม่ถูก ส่วนตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถเชื่อใจอีกฝ่ายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จี้เฟิงย่อมไม่กล้าเอาความปลอดภัยของคนรอบข้างมาเสี่ยง

ดูท่าพวกเขาต้องใช้เวลาในการปรับจูนกันอีกนาน

จี้เฟิงคิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับฉินเฟยหยูอาจจะเหมือนกับตอนเริ่มต้นกับไป๋จู ที่เริ่มจากความระแวงและไม่เชื่อใจ จนเคยมีเรื่องเข้าใจผิดและปะทะกันรุนแรงถึงขั้นเขาเกือบจะไล่เธอไป... จนกระทั่งในที่สุดพวกเขาก็เข้ากันได้ดี

แต่กรณีของฉินเฟยหยูนั้นดูจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าของไป๋จูเสียอีก การจะเข้ากันได้สนิทใจคงต้องใช้เวลานานกว่ามาก

แน่นอนมันอาจจบลงที่การแยกทางกัน หรือเกิดความขัดแย้งรุนแรงก็ได้...

ตอนนี้จี้เฟิงยังบอกไม่ได้ ทำได้เพียงก้าวไปทีละขั้น

หลังจากนั้นจี้เฟิงและไป๋จูก็ขอตัวลา เพราะขืนอยู่ต่อฉินเฟยหยูก็คงอึดอัด ตัวเขาเองก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก สู้กลับไปให้พื้นที่ส่วนตัวแก่ฉินเฟยหยูดีกว่า

ระหว่างทางกลับ จี้เฟิงเงียบไปตลอดทาง

จนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ไป๋จู เธอคิดว่าฉินเฟยหยูเป็นคนยังไง?”

“คะ?”

ไป๋จูชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณชายจี้หมายถึงด้านไหนคะ?”

จี้เฟิงกล่าว “ทุกๆด้านนั่นแหละ ลองบอกความรู้สึกของคุณที่มีต่อฉินเฟยหยูดูสิ เขาให้ภาพจำแบบไหนกับเธอ?”

“ฉินเฟยหยูเหรอคะ...”

ไป๋จูขมวดคิ้วเรียวสวยพลางครุ่นคิด “ฝีมือของเขาแข็งแกร่งมากค่ะ แม้รูปร่างจะดูไม่ล่ำสัน แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าเป็นตัวฉันเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้ฝึก ‘ยิมนาสติกสร้างสมดุล’ แล้วต้องสู้กับเขา ฉันน่าจะมีโอกาสแพ้สูงมากค่ะ!”

จี้เฟิงพยักหน้า “แล้วเรื่องอื่นล่ะ?”

“เรื่องอื่น...” ไป๋จูจำต้องคิดอย่างละเอียดเพราะเธอรู้ว่า คำถามของจี้เฟิงนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจในอนาคตว่าจะวางตัวกับฉินเฟยหยูยังไง หากเธอพูดอย่างไม่ระมัดระวังอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงได้...

....จบบทที่ 1644~

จบบทที่ บทที่ 1644(766) ขยะรีไซเคิล (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว