เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1637 (759) ปะทะซึ่งหน้า (ตอนฟรี)

บทที่ 1637 (759) ปะทะซึ่งหน้า (ตอนฟรี)

บทที่ 1637 (759) ปะทะซึ่งหน้า (ตอนฟรี)


บทที่ 1637 (759) ปะทะซึ่งหน้า

ในเมื่อเฉิงฮ่าวไท่ยังคงวางมาดเป็นเจ้าพ่อรุ่นใหญ่ แถมยังมองจี้เฟิงกับฮั่นจงเป็นเพียงเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่ไร้ความยั้งคิด ส่วนตัวเองก็นิ่งสงบประหนึ่งพญามังกรผู้กว้างขวางที่กำลังเผชิญหน้ากับเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เขายังคงแสดงท่าทีโอบอ้อมอารีและนุ่มนวลราวกับจะสั่งสอนรุ่นน้องในวงการ

มันดูเหมือนว่าเฉิงฮ่าวไท่ กำลังใช้ความใจกว้างปฏิบัติกับคนรุ่นหลังที่วู่วาม!

นี่มันตลกสิ้นดี!

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เฉิงฮ่าวไท่กลายเป็นผู้อาวุโส? แล้วจี้เฟิงกับฉันกลายเป็นเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักกาลเทศะไปได้?

อย่าว่าแต่เฉิงฮ่าวไท่ไม่ใช่รุ่นใหญ่ในวงการอะไรเลย ต่อให้เขาใช่แล้วยังไงล่ะ? ถึงเขาจะเป็นมาเฟียตัวจริง แต่เมืองเจียงโจวแห่งนี้ก็ไม่ใช่ของเขา และไม่ใช่ที่ที่เขาจะมาชี้นิ้วสั่งใครก็ได้ เขาจะมาวางมาดทำไม!

ฮั่นจงแค่นยิ้มหยัน จนถึงตอนนี้ยังจะแสดงละครอีกเหรอ?

ก็ได้ในเมื่อเฉิงฮ่าวไท่อยากเล่นบทนี้ต่อ ฮั่นจงก็อยากจะรู้นักว่าไอ้สารเลวนี่จะทนปั้นหน้าไปได้ถึงเมื่อไหร่ เขาหวังว่าหมอนี่จะแสร้งทำเป็นคนดีไปให้นานที่สุด เพราะมันจะทำให้ฮั่นจงได้ระบายแค้นอย่างสะใจ

ส่วนจี้เฟิงที่ยืนเคียงข้างฮั่นจง กลับมองดูการแสดงของเฉิงฮ่าวไท่ด้วยสายตาเย็นชา

ใช่แล้ว เฉิงฮ่าวไท่กำลังแสดงละคร!

ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา จี้เฟิงก็มองออกทันทีว่าคนคนนี้มีความโอหังอยู่ในสายเลือด ไม่ว่าภาพนอกจะพยายามแสดงออกว่าสุภาพนุ่มนวลหรือมีรสนิยมเพียงใด แต่สิ่งที่จี้เฟิงเห็นคือแววตาที่ฉายความโกรธออกมาแวบหนึ่ง รวมถึงกลิ่นอายอำมหิตที่ซ่อนอยู่หว่างคิ้วคู่นั้น

คนคนนี้ไม่ใช่คนดีแน่นอน!

คนแบบนี้กลับพยายามสวมหัวโขนเป็นรุ่นใหญ่ใจดีเนี่ยนะ? มันน่าขันเกินไปไหม?

ในขณะเดียวกันจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ไม่รู้ว่าเฉิงฮ่าวไท่มีไพ่ตายอะไรที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ หรือว่าเขาได้วางแผนรับมือไว้หมดแล้วกันแน่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีอารมณ์มานั่งแสดงละครอยู่ตรงนี้หรอก

ไพ่ตายงั้นเหรอ?

มุมปากของจี้เฟิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... งั้นก็มาดูกันว่าเขาจะมีไม้ตายอะไร!

ถ้าเฉิงฮ่าวไท่มีไพ่ตายจริงๆ นั่นแหละคือสิ่งที่จี้เฟิงอยากเห็น ลำพังแค่เฉิงฮ่าวไท่คนเดียว ไม่มีทางวางแผนตลบหลังฮั่นจงได้แนบเนียนขนาดนี้แน่ ทั้งเรื่องยาปลุกเซ็กส์ชนิดรุนแรงที่หาได้ยากในประเทศ รวมถึงสาวงามที่ฮั่นจงเห็นตอนสะลึมสะลือ...

จี้เฟิงเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้ เฉิงฮ่าวไท่ไม่ได้ทำเพียงลำพัง

ที่สำคัญกว่านั้นคือเฉิงฮ่าวไท่ไม่มีแรงจูงใจที่สมเหตุสมผล เขาเป็นแค่นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมและคลับ จะใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาเล่นงานฮั่นจงทำไม ในเมื่อเถิงเฟยกรุ๊ปก็ไม่ได้มีแผนจะข้ามสายมาทำธุรกิจโรงแรมเสียหน่อย!

ดังนั้นจี้เฟิงจึงมั่นใจว่าเบื้องหลังของเฉิงฮ่าวไท่ ต้องมีคนอื่นอีกแน่นอน

โดยเฉพาะเมื่อจี้เฟิงได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ แวดวงสมาคมเล็กๆของเฉิงฮ่าวไท่ เขาก็เริ่มมีข้อสันนิษฐานในใจ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่มันก็เป็นสัญชาตญาณที่บอกว่าเขาน่าจะเดาถูกไปแปดเก้าส่วนแล้ว

หากจะเปรียบว่าผู้จัดการแผนกต้อนรับหรือยัยผู้หญิงสองหน้าคนนั้น คือโล่กำบังที่เฉิงฮ่าวไท่ส่งออกมาหน้าฉากเพื่อต้อนรับหรือปฏิเสธคน เช่นนั้นในแผนการเล่นงานฮั่นจงครั้งนี้ เฉิงฮ่าวไท่เองก็คงไม่ต่างจากผู้จัดการคนนั้น คือเป็นเพียงโล่กำบัง หรือพูดง่ายๆก็คือเป็น ‘เป้านิ่ง’ ที่ถูกส่งมาล่อสายตาของเขากับฮั่นจงนั่นเอง!

เบื้องหลังของเฉิงฮ่าวไท่ ต้องมีตัวบงการคนอื่นอยู่แน่ๆ!

ในขณะที่จี้เฟิงและฮั่นจงกำลังสังเกตเฉิงฮ่าวไท่ อีกฝ่ายก็กำลังพิจารณาพวกเขาเช่นกัน

ความจริงแล้วเฉิงฮ่าวไท่คุ้นเคยกับข้อมูลของจี้เฟิงและฮั่นจงเป็นอย่างดี เขาอ่านประวัติของทั้งคู่ซ้ำไปซ้ำมาจนแทบจะท่องจำได้ขึ้นใจ

ทว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับทั้งสองแบบตัวเป็นๆ มันจึงกระตุ้นความสนใจของเฉิงฮ่าวไท่ไม่น้อย เพราะเขาอยากจะเห็นกับตาว่าเด็กหนุ่มสองคนนี้ มีอะไรที่แตกต่างจากคนทั่วไป ถึงได้สร้างผลงานอันรุ่งโรจน์ได้ภายในเวลาเพียงสองปีเศษ?

ถึงขนาดที่มีคนจำนวนนับไม่ถ้วน ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ครอบครองสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เรื่องนี้ทำให้เฉิงฮ่าวไท่สงสัยจริงๆ

เขาครุ่นคิดในใจพลางลอบสังเกต

อย่างแรกคือมาดของจี้เฟิงและฮั่นจง ที่ทำให้เฉิงฮ่าวไท่ต้องพยักหน้ายอมรับในใจ แม้ทั้งคู่จะยังอายุน้อย แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขาไม่ธรรมดาจริงๆ

โดยเฉพาะจี้เฟิงชายหนุ่มคนนี้ดูไม่เหมือนพวก ‘หนุ่มสำอาง’ ที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนี้ ที่หน้าตาขาวเนียนยิ่งกว่าผู้หญิง พูดจาท่าทางเหมือนผู้หญิง หรือแม้แต่รักสวยรักงามยิ่งกว่าผู้หญิง

จี้เฟิงไม่ใช่แบบนั้น

เขาดูเป็นคนสบายๆไม่ค่อยพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวนัก ทว่าเพียงแค่เขายืนอยู่ตรงนั้น คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าเขาเป็นจุดสนใจโดยอัตโนมัติ

โดยเฉพาะจิตวิญญาณที่เปล่งประกายออกมา ทั้งร่างของเขาดูเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน!

ผมสั้น คิ้วเข้ม ตาคมโต...

เพียงแค่มองหน้าตาก็รู้สึกได้ว่า เขาต้องเป็นคนที่มีพลังมหาศาล และในตัวเขาก็ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายบางอย่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน เขาก็จะดู ‘โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน’ เสมอ

เฉิงฮ่าวไท่ลอบพึมพำในใจ หรือว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘รากฐานของตระกูลใหญ่’? การบ่มเพาะจากครอบครัวแบบนั้น สามารถทำให้คนคนหนึ่งเติบโตมาถึงระดับนี้ได้จริงหรือ?

ชาติกำเนิดนี่มันสำคัญจริงๆ!

ในตอนนั้นเองแววตาของเฉิงฮ่าวไท่ พลันฉายความอิจฉาริษยาอย่างรุนแรงออกมา และยังมี...ความเคียดแค้นแฝงอยู่ด้วย!

เพียงแต่เฉิงฮ่าวไท่ซ่อนอารมณ์ไว้ได้ดีมาก เขาละสายตาจากจี้เฟิงอย่างรวดเร็วแล้วเลื่อนไปมองที่ฮั่นจง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย

รูปลักษณ์ของฮั่นจงไม่ได้หล่อเหลาอะไร ออกจะดูธรรมดาเสียด้วยซ้ำ รูปร่างค่อนข้างท้วมเล็กน้อย แม้จะสวมสูทก็ไม่ได้ดูสง่างามน่าเกรงขาม แบบผู้จัดการใหญ่ของเครือบริษัทระดับโลกเลยสักนิด

ทว่าเฉิงฮ่าวไท่กลับมองเห็นสองสิ่งในตัวฮั่นจง นั่นคือ ความมั่นใจและจิตวิญญาณของนักสู้!

เพียงสองสิ่งนี้ที่ทำให้มาดของฮั่นจงดูโดดเด่นขึ้นมาทันที

ผู้ชายที่มีความมั่นใจและใจนักสู้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนย่อมเป็นจุดสนใจเสมอ เพราะมีความมั่นใจจึงไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อม เพราะมีใจนักสู้จึงกล้าหาญ... นี่คือสิ่งที่เฉิงฮ่าวไท่เห็นจากตัวฮั่นจง

จู่ๆเฉิงฮ่าวไท่ก็รู้สึกว่า... การเลือกฮั่นจงเป็นเป้าหมายนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว เถิงเฟยกรุ๊ปมีคนคนนี้อยู่ก็เปรียบเสมือนพยัคฆ์ติดปีก ลำพังแค่ความมั่นใจและจิตวิญญาณนักสู้ของเขา ก็เพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่เถิงเฟยกรุ๊ปได้แล้ว แล้วถ้าบวกกับความฉลาดและไหวพริบของเขาเข้าไปอีกล่ะ?

ต้องจัดการฮั่นจงให้ได้!

เฉิงฮ่าวไท่แอบบอกตัวเองในใจ ถ้าจัดการเขาไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะฮุบเถิงเฟยกรุ๊ปได้เลย!

“ทั้งสองท่านไม่ว่าระหว่างเรา จะมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกัน แต่มันไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้นะครับ!” เฉิงฮ่าวไท่เผยรอยยิ้มอันนุ่มนวลออกมา “เอาอย่างนี้ดีไหม ฉันเชื่อว่าคุณทั้งคู่คงมีเรื่องอยากจะพูด งั้นเราขึ้นไปคุยกันข้างบนดีกว่า?”

“ฉันว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก!” ฮั่นจงแค่นยิ้มเย็นพลางกล่าว “ถ้าคุณมาถึงเมื่อสามนาทีก่อน เราอาจจะนั่งลงคุยกันได้ แต่ตอนนี้...ฉันเกรงว่าคุณจะนั่งไม่ติดน่ะสิ!”

“หืม?” เฉิงฮ่าวไท่หัวเราะเบาๆ “นั่งไม่ติด? หมายความว่ายังไง...”

“ปัง!”

เขายังพูดไม่ทันจบ จู่ๆก็มีเสียงดังสนั่นมาจากชั้นบน ราวกับว่าโรงแรมทั้งหลังสั่นสะเทือน

ตามมาด้วยเสียงโครมครามต่อเนื่องกันหลายครั้ง “ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง...”

เสียงนั้นดังมาจากชั้นบนจนสั่นสะเทือนลงมาถึงด้านล่าง ทำให้คนในเหตุการณ์ต่างหน้าถอดสี และหันมองไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนก

“เกิดอะไรขึ้น?” เฉิงฮ่าวไท่ถามเสียงเข้ม ทว่าไม่มีใครตอบคำถามเขาได้ เพราะทุกคนก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?

“คุณเฉิงไม่ขึ้นไปดูหน่อยเหรอ?” ฮั่นจงยิ้มร่า

“ฝีมือพวกคุณเหรอ?” เฉิงฮ่าวไท่สำนึกได้ทันที “เป็นฝีมือไอ้พวกที่ขึ้นไปเมื่อกี้ใช่ไหม?”

“ทั้งสองท่านครับ หากเรามีความเข้าใจผิดกัน ก็ควรนั่งลงคุยกัน การทำแบบนี้มันทำให้ฉันลำบากใจนะครับ!” เฉิงฮ่าวไท่กล่าวเสียงต่ำ

“โฮ่!” ฮั่นจงหัวเราะเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ “คุณลำบากใจ?”

ใบหน้าของเฉิงฮ่าวไท่เริ่มมืดมนลงทีละน้อย เขาพูดเสียงขรึมว่า “คุณฮั่นคุณเองก็เป็นคนที่มีฐานะและมีหน้ามีตาในสังคม ถ้าเรื่องมันบานปลายไป มันคงไม่เป็นผลดีกับคุณเท่าไหร่นักหรอกจริงไหม? อย่างน้อยๆถ้าเรื่องในวันนี้ถูกแพร่ออกไป...”

“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วง!” ฮั่นจงขัดจังหวะทันที “เรื่องแค่นี้ฉันแบกรับไหว! อ้อ จริงสิ ตอนนี้คุณรู้แล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?”

ตอนไอ้หมอนี่ก้าวเข้ามา ยังทำเป็นแกล้งถามอยู่เลยว่าต้องเรียกว่าอะไร ตอนนี้เก็บอาการไม่อยู่แล้วงั้นเหรอ?

ช่างน่าขำ! ฮั่นจงหัวเราะเยาะในใจ

“อ้อ? แม้แต่การติดคุกคุณก็แบกรับไหวอย่างนั้นเหรอ?” เฉิงฮ่าวไท่ถามกลับเสียงเย็น เขาเลี่ยงที่จะพูดเรื่องที่แกล้งลืมชื่อ แต่เลือกที่จะขู่กลับแทนว่า “หากทรัพย์สินเสียหายเกินมูลค่าที่กำหนด มันจะไม่ใช่แค่คดีลหุโทษที่จบด้วยการจ่ายค่าปรับแล้วนะ ฉันว่าก่อนที่เรื่องจะเลวร้ายไปกว่านี้ คุณควรจะคิดให้ดี!”

ฮั่นจงยิ้มบางๆโดยไม่พูดอะไร

เฉิงฮ่าวไท่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมหรือคุณตั้งใจจะป่วนให้ถึงที่สุดจริงๆ?”

ปัง!

สิ้นเสียงของเขาก็มีเสียงดังสนั่นมาจากชั้นบนอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของใครบางคน “อ๊า—!”

เฉิงฮ่าวไท่หน้าเขียวคล้ำทันที “ฮั่นจงนายจะเอาแบบนี้จริงเหรอ?”

ฮั่นจงเหลือบมองเขาแล้วพ่นคำสองคำออกมาอย่างช้าๆ “...ไอ้โง่!”

“แก...” เฉิงฮ่าวไท่โกรธจัด เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วถามเสียงขรึม “ฮั่นจงดูท่าแกจะตั้งใจพังที่นี่ให้ได้เลยสินะ? ไม่มีทางที่จะนั่งลงคุยกันเลยหรือไง?”

ฮั่นจงฉีกยิ้มกว้าง “แกคิดว่ายังไงล่ะ?”

เฉิงฮ่าวไท่ถามย้ำ “แล้วตกลงแกต้องการอะไรกันแน่?”

“ฉันต้องการอะไร? ฮ่า!” ฮั่นจงระเบิดหัวเราะออกมาอย่างประชดประชัน ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาและพูดเสียงเข้ม “เฉิงฮ่าวไท่ฉันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว แกยังจะมาถามอีกเหรอว่าฉันต้องการอะไร? หรือว่าแกจะไม่รู้จริงๆว่าฉันอยากจะทำอะไร?”

“ฮั่นจงฉันไม่เข้าใจที่แกพูดจริงๆ!” เฉิงฮ่าวไท่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับคิดว่า ‘นั่นไง จี้เฟิงกับฮั่นจงมาที่นี่เพราะเรื่องนั้นจริงๆ ด้วย!’

....จบบทที่ 1637~

จบบทที่ บทที่ 1637 (759) ปะทะซึ่งหน้า (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว