- หน้าแรก
- โต้วหลัว ฝาแฝด ถังซานยกย่องข้าเป็นบิดา
- บทที่ 30 เสี่ยวอู่: ถ้าข้าฆ่าถังซาน เขาจะดรอปวงแหวนหรือกระดูกวิญญาณไหมนะ?
บทที่ 30 เสี่ยวอู่: ถ้าข้าฆ่าถังซาน เขาจะดรอปวงแหวนหรือกระดูกวิญญาณไหมนะ?
บทที่ 30 เสี่ยวอู่: ถ้าข้าฆ่าถังซาน เขาจะดรอปวงแหวนหรือกระดูกวิญญาณไหมนะ?
บทที่ 30 เสี่ยวอู่: ถ้าข้าฆ่าถังซาน เขาจะดรอปวงแหวนหรือกระดูกวิญญาณไหมนะ?
เมื่อได้รับหญ้าซ่อนกลิ่นไปถือไว้ เสี่ยวอู่ในร่างกระต่ายก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปทั้งตัว เดิมทีนางนึกว่าถังซานจะเป็นพวกเดียวกับนาง คือเป็นสัตว์วิญญาณแสนปีแปลงกายมา แต่ใครจะไปนึกว่าตัวตนของเขาจะซับซ้อนยิ่งกว่านั้นเสียอีก!
การรวมตัวกันระหว่างสัตว์วิญญาณแปลงกายกับมนุษย์อย่างนั้นหรือ?
'ถ้าข้าฆ่าถังซานทิ้งเสีย เขาจะดรอปวงแหวนวิญญาณหรือกระดูกวิญญาณออกมาไหมนะ?'
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา มันก็วนเวียนอยู่ในหัวของเสี่ยวอู่ไม่ยอมหายไปไหน จักรพรรดิหญ้าเงินครามอาอิน... นางเคยได้ยินท่านแม่เล่าให้ฟังอยู่บ้าง แม้ว่าโดยธรรมชาติของโลกสัตว์วิญญาณทั้งสองเผ่าพันธุ์จะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน—กระต่ายอรชรกินหญ้า ซึ่งก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล—แต่สัตว์วิญญาณแสนปีสองตนที่เลือกแปลงกายเป็นมนุษย์ในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้
เพียงแต่เสี่ยวอู่ไม่คาดคิดเลยว่า สุดท้ายแล้วท่านแม่ของนางก็ต้องพบกับจุดจบอันน่าสลดใจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่นางยืนยันได้ในตอนนี้ คือนางจะยังไม่ตายในเร็วๆ นี้แน่นอน!
'เสี่ยวอู่ สีหน้าของเจ้าบอกข้าว่าเจ้ากำลังคิดอะไรบางอย่างที่ไม่สุภาพเอาเสียเลย'
เมื่อถังซานเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน เสี่ยวอู่ก็หัวเราะแห้งๆ พลางหลบสายตาที่จ้องมองมาของเขา
'บ้าน่า มันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? พี่เสี่ยวอู่กำลังตกอยู่ในอันตรายอีกแล้วเหรอเนี่ย?'
'อ่า... ฮ่ะๆ... เสี่ยวซาน เจ้าน่าจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ ไม่มีอะไรหรอก'
เจียงหลี่ทนดูการต่อปากต่อคำของทั้งคู่ไม่ไหว จึงรีบเอ่ยเข้าเรื่องสำคัญทันที
'เอาล่ะ เสี่ยวอู่ กินหญ้าซ่อนกลิ่นนั่นเข้าไปเสีย พวกเรามีธุระสำคัญต้องออกไปข้างนอก เจ้าจะตามพวกเราไป หรือจะอยู่ที่โรงเรียนเพื่อรอให้คนมารับล่ะ?'
เจียงหลี่วางแผนจะไปที่บ่อน้ำแข็งและไฟแห่งหยินหยาง เพื่อนำร่างของราชาหญ้าเงินครามและอาอินไปไว้ที่นั่น จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่เมืองเทียนโต่ว ด้วยฐานะของตูกูโปและถังเยว่หัวที่นั่น การจัดการเรื่องสถานะการเข้าเรียนให้ถังซานย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
อีกอย่าง เมืองนั่วติงแห่งนี้มันเล็กเกินไป ในอดีตเขายังแข็งแกร่งไม่พอจึงต้องอยู่อย่างเจียมตัว แต่ตอนนี้เขาครอบครองตบะระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ แถมยังมีถังเฮ่ายอดฝีมือระดับพรีเมียมคอยซุ่มอยู่แถวนี้เพื่อกำจัดอุปสรรคให้พวกเขาอีก มีหรือที่เขาจะไม่หาความสำราญให้ตัวเองบ้าง?
เสี่ยวอู่แสดงท่าทีว่าแม้ตนเองจะไม่ฉลาดนัก แต่นางก็รู้ว่าการอยู่ข้างกายเจียงหลี่และคนอื่นๆ คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด นางมีจุดประสงค์อื่นในการมายังโลกมนุษย์ นั่นคือการตามหามนุษย์ที่มีพรสวรรค์สูงส่งเพื่อบ่มเพาะให้กลายเป็นคู่หูที่จะร่วมล้างแค้นผู้หญิงคนนั้นไปกับนาง นางรู้สึกว่าถังซานที่มีสายเลือดสัตว์วิญญาณครึ่งหนึ่งเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว
ตอนนั้นนางยังอาศัยเสน่ห์สยบต้าหมิงและเอ้อหมิงได้ การจะทำให้มนุษย์ตัวน้อยอย่างถังซานหลงรักนางย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ ใช่ไหมล่ะ?
'ข้า... ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย'
สิ้นคำพูด เสี่ยวอู่ก็ยัดสมุนไพรในมือเข้าปากและเริ่มเคี้ยวทันที เมื่อนางกลืนมันลงไป พลังงานประหลาดก็เริ่มไหลเวียนในร่างกาย ไม่นานนัก กลิ่นอายสัตว์วิญญาณที่เคยแผ่ออกมาตลอดเวลาก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
'อืม... ไปกันเถอะ'
อีกด้านหนึ่ง หลังจากพวกเจียงหลี่จากไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มผมสั้นมาดเท่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหอพักเจ็ดของโรงเรียนวิญญาณจารย์ระดับต้นนั่วติง
การล้มเหลวในการรับเสี่ยวอู่เป็นศิษย์ติดต่อกันหลายวันไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของกังจื่อลดน้อยลงเลย แต่มันกลับทำให้เขาแน่วแน่ยยิ่งขึ้น! เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก กังจื่อก็ได้ใช้สติปัญญาอันน่าทึ่งรวบรวมแนวทางการฝึกฝนที่เจาะจงสำหรับกระต่ายอรชรขึ้นมาโดยเฉพาะ
เขาไม่เชื่อหรอกว่า หลังจากได้ฟังทฤษฎีไร้พ่ายของเขาในครั้งนี้ เสี่ยวอู่จะไม่ตื่นเต้นจนยอมสยบแทบเท้าทันที!
ปัง ปัง ปัง—
'บ้าเอ๊ย ใครกันเนี่ย!'
หวังเซิ่งเปิดประตูออกมาด้วยความรำคาญ แต่กลับต้องเจอกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของกังจื่อ
'อาจารย์อวี้ ท่านมาหาพี่เสี่ยวอู่ตั้งหลายครั้งแล้ว และก็ถูกปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง ท่านยังจะกล้าโผล่หัวมาอีกเหรอ?'
'เอาเวลาไปเพิ่มพลังวิญญาณของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ? บางทีตอนนี้ท่านอาจจะเป็นยอดฝีมือระดับอัครวิญญาณจารย์ไปแล้วก็ได้นะ'
สิ้นเสียงตะโกนของหวังเซิ่ง นักเรียนทุนคนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองอวี้เสี่ยวกังด้วยสายตาล้อเลียน แต่กังจื่อไม่ได้รู้สึกรำคาญแม้แต่น้อย
เขาค่อยๆ วางมือซ้ายไว้ที่หน้าอกและไขว้มือขวาไว้ข้างหลัง เชิดจมูกทำมุมสี่สิบห้าองศากับท้องฟ้า แสดงท่าทางประหนึ่งผู้รอบรู้ที่ยากจะหยั่งถึง
'เหอะๆ พวกชาวบ้านที่โง่เขลา พวกเจ้าไม่เข้าใจอะไรเลย ถ้าขาดการชี้แนะจากอาจารย์ผู้นี้ ชีวิตของยัยหนูเสี่ยวอู่นั่นคงต้องพังพินาศ'
'ปล่อยให้พวกคนเขลาเหล่านี้ริษยาในโชคชะตาที่ไม่มีอาจารย์ผู้นี้คอยชี้แนะต่อไปเถอะ!'
หนึ่งวินาที... สิบวินาที...
ผ่านไปหลายนาที อวี้เสี่ยวกังก็ยังไม่ได้ยินเสียงของเสี่ยวอู่ ซึ่งนั่นทำให้เขาเริ่มเสียการควบคุมตนเอง ปกติแล้วถึงเสี่ยวอู่จะปฏิเสธเขา แต่นางมักจะพูดอะไรออกมาบ้าง...
ความคิดที่ไม่เป็นมงคลผุดขึ้นในใจของเขา...
ปัง!
กังจื่อรีบพุ่งเข้าไปในหอพักเจ็ด เตียงของเสี่ยวอู่ยังอยู่ที่นั่น แต่ร่างของนางหายไปแล้ว!
'เสี่ยวอู่อยู่ที่ไหน?'
อวี้เสี่ยวกังถามกลุ่มคนที่มุงดูเหตุการณ์ด้วยความวิตกกังวล แต่คำตอบเดียวที่เขาได้รับคือเสียงหัวเราะของฝูงชน แทรกด้วยคำด่าทอถากถางบ้างเป็นระยะ
ในขณะนี้ กังจื่อโกรธจัดถึงขีดสุด เขาคือคุณชายน้อยแห่งตระกูลมังกรฟ้าทรราช เมื่อก่อนเชียนสวินจี๋เคยเหยียดหยามเขาเขายังพอทนได้ หรือแม้แต่ตอนที่เจียงหลี่ที่มีตบะระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ดูหมิ่นเขา เขาก็ยังแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น!
แต่ตอนนี้ ทำไมนักเรียนทุนพวกนี้ที่เป็นเพียงชนชั้นล่างสุดของโลกวิญญาณจารย์ ถึงกล้ามาเยาะเย้ยเขาที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับมหาวิญญาณจารย์เลเวล 29 กัน?
'พวกเจ้ากล้าล้อเลียนอาจารย์ผู้นี้รึ? พวกเจ้ามันไม่น่าให้อภัยจริงๆ!'
หลัวซานเผ้าที่ดูบื้อๆ แต่น่ารักถูกเขาเรียกออกมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือตัวจริง กังจื่ออาจจะดูขี้ขลาด แต่กับพวกนักเรียนทุนที่ไม่มีแม้แต่วงแหวนวิญญาณสักวง เขาจะซัดพวกมันด้วยหมัดหนักแน่นอน!
หวังเซิ่งเห็นว่าอวี้เสี่ยวกังดูท่าจะโกรธจริงจึงพึมพำคำเตือนออกมา แม้ทักษะวิญญาณของอาจารย์อวี้จะไม่สามารถสร้างความเสียหายจริงๆ ให้พวกเขาได้ แต่หอพักเจ็ดคือที่ที่พวกเขาต้องอาศัยอยู่ต่อไป
เขานึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะน่ารังเกียจขนาดไหนถ้ามีการปล่อยตดมหาประลัยออกมาในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
'อาจารย์อวี้ ใจเย็นก่อนครับ ผมรู้ว่าพี่เสี่ยวอู่ไปที่ไหน'
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กังจื่อก็หยุดการเตรียมปล่อยทักษะวิญญาณลงทันที
ถังซานก็ถูกคนอื่นชิงตัวไปเป็นศิษย์แล้ว ถ้าเสี่ยวอู่ที่เป็นต้นกล้าชั้นดีที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีกคน เขาคงไม่รู้จะใช้วิธีไหนมาพิสูจน์ทฤษฎีไร้พ่ายของเขาได้อีก
เขาปรารถนาความก้าวหน้ามากเกินไปจริงๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เขาสรุปเอาเองว่าถังซานเป็นเพียงหญ้าเงินครามที่กลายพันธุ์ เสี่ยวอู่ก็มีค่าทางยุทธศาสตร์ในสายตาเขามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาถึงขนาดวางแผนไปถึงอนาคตแล้วว่า หลังจากบ่มเพาะนางจนเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ เขาจะพาเสี่ยวอู่กลับไปยังตระกูลมังกรฟ้าทรราชกับเขาด้วย
จากนั้นถ้าเขาสามารถจัดแจงให้คนรุ่นหลังที่ไร้ประโยชน์ในตระกูลได้คู่กับเสี่ยวอู่ ลูกหลานที่เกิดมาจะต้องเป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งอย่างแน่นอน! ถึงตอนนั้น เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครในตระกูลมังกรฟ้าทรราชกล้ามองข้ามเขา ผู้เป็นปรมาจารย์ด้านทฤษฎีอันดับหนึ่งของทวีป!