- หน้าแรก
- ระบบยุทธจักรสรรพศิลป์
- บทที่ 94 งานเลี้ยงแปดสำรับชั้นเอก
บทที่ 94 งานเลี้ยงแปดสำรับชั้นเอก
บทที่ 94 งานเลี้ยงแปดสำรับชั้นเอก
ถ้ามีเวลาพอ เจียงเฟยก็อยากพาสาวน้อยสาวใหญ่ห้าคนไปที่วิลล่าเต้าชุน บ้านเช่าของตนอยู่คนเดียวก็กว้างพอสมควร แต่มีแขกมากขนาดนี้ก็เริ่มคับแคบแล้ว
แม้แต่โต๊ะอาหาร หกคนก็นั่งลำบาก
น่าเสียดายที่เกือบเที่ยงวันแล้ว เวลาไม่พอ ถ้าไปเต้าชุนตอนนี้ไม่รู้จะกินข้าวได้เมื่อไหร่ ก็เลยได้แต่กินข้าวที่บ้านเช่าพอสมควร
สภาพแวดล้อมในเมือง ตอนนี้สู้วิลล่าที่เต้าชุนของเจียงเฟยไม่ได้จริงๆ ที่เต้าชุนไม่เพียงครัวมีอุปกรณ์ครบครันกว่า แต่ผักสดอร่อยที่หาซื้อในตลาดยากก็มีด้วย
แน่นอน สิ่งที่ในสายตาเจียงเฟยถือว่าพอสมควรนั้น ในสายตาผู้หญิงเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อุดมสมบูรณ์มาก
วุ่นวายอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง
เจียงเฟยก็จัดอาหารเต็มโต๊ะ จานแล้วจาน หลากหลายรูปแบบ ครบถ้วนเกือบทั้งแปดสำรับชั้นเอก สไตล์ต่างกันทุกจาน
เจียงเฟยถอดผ้ากันเปื้อน หายใจยาวสักอึก แนะนำอาหารแต่ละจานอย่างยิ้มแย้มว่า "ด้วยความเร่งรีบ เตรียมการไม่ทัน ดังนั้นอาหารกลางวันวันนี้ก็ไม่ได้แพงหรือหรูหราอะไรนัก วัตถุดิบค่อนข้างธรรมดา"
"แต่ก็มีความหลากหลายพอสมควร รวมทั้งสิบสี่จาน แปดสำรับชั้นเอกของบ้านเราทุกอย่าง วันนี้กลางวันทำมาเล็กน้อย ตอนนี้ให้ฉันแนะนำ"
เจียงเฟยยื่นมือออก ยิ้มพูดว่า "ในบรรดาอาหารเหล่านี้ สำรับแรกย่อมต้องเป็นอาหารชวนสูของเรา มีไก่กงเป่า เนื้อนึ่งผงพริก เต้าหู้หมาโป เนื้อผัดน้ำพริกปลา; อาหารกวางตุ้งมีเผือกนึ่งหมูสามชั้น ลูกชิ้นเนื้อกรอบ; อาหารเจ้อเจียงมีปลาเหลืองห่อหนังเต้าหู้ เต่าตุ๋นน้ำตาลกรวด; อาหารอานฮุยมีนกพิราบตุ๋นหวงซาน; อาหารหูหนานมีหัวปลาพริกสับ; อาหารซานตงมีปลาคาร์พผัดเปรี้ยวหวาน; อาหารเจียงซูมีก้อนสิงโตตุ๋นเนื้อปูใส; อาหารฝูเจี้ยนมีเนื้อลิ้นจี่!"
พอเจียงเฟยยกอาหารทุกจานมาตั้งโต๊ะและบอกชื่อทีละจาน หลินม่อลี่ที่ช่วงนี้แทบจะอยู่กับเจียงเฟยตลอดยกเว้นนอน ก็ยังทำท่าสงบได้มากกว่านิดหน่อย
นอกจากนางแล้ว เซี่ยเสี่ยวจื้อ สวีจิ้ง ถังหยวน สามสาวน้อยสวย และเยว่หยวนหยวนสาวทหารหัวร้อนจากตระกูลทหาร ต่างก็ตะลึงกันหมด
เยว่หยวนหยวนขยายดวงตาที่ใหญ่อยู่แล้วออกไปอีก กลืนน้ำลายเบาๆ แล้วถามว่า "เจียงเฟย นายรู้จักทำแปดสำรับทั้งหมดเลยเหรอ? แล้ว เมื่อกี้พวกเราก็ไม่ได้ไปตลาดซื้อของ กลับมา นายมีวัตถุดิบเยอะขนาดนี้ได้ยังไง?"
เยว่หยวนหยวนยังนึกอยู่เลยว่า วันนี้กลางวันเจียงเฟยไม่ได้ไปตลาด ก็คงทำของอร่อยได้ไม่มากนัก
ไม่คาดคิดว่าไอ้หนุ่มนี้ไปวุ่นอยู่ในครัวเกือบชั่วโมง โผล่ออกมาพร้อมแปดสำรับชั้นเอกทั้งหมด!
เจียงเฟยยิ้มฮิ้วๆ ชี้ไปที่ตู้เย็นบานคู่ขนาดใหญ่ไม่ไกลนักพูดว่า "ก่อนเที่ยงวันนี้ ตู้เย็นของผมนั้นเต็มไปด้วยวัตถุดิบหลายชนิด แต่ตอนนี้ก็ถูกนำออกมาหมดแล้ว อาหารพวกนี้ล้วนมาจากที่ผมเตรียมไว้ล่วงหน้า
อาหารพวกนี้ถึงแม้จะดูธรรมดา แต่บางอย่างทำแล้วค่อนข้างยุ่งยาก ต้องใช้เวลาพอสมควร ยกตัวอย่างเช่นเผือกนึ่งหมูสามชั้นกวางตุ้ง ถ้าทำสดๆ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วโมง ดังนั้นวัตถุดิบพวกนี้ บางอย่างผมเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว"
เซี่ยเสี่ยวจื้อสอดขึ้นมาอย่างประหลาดใจว่า "หรือว่าลุงรู้ล่วงหน้าว่าพวกหนูจะมากินข้าวบ้านลุงวันนี้ เลยเตรียมไว้ล่วงหน้า?"
"ฉันไม่ใช่หมอดูนะ จะรู้ล่วงหน้าได้ยังไงว่าพวกเธอจะมา?" เจียงเฟยพูดอย่าขำ "แต่เธฮคิดว่าถ้าพวกเธอไม่มา ฉันก็จะไม่กินข้าวเหรอ?"
"ปกติกินอาหารหรูแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ?" เยว่หยวนหยวนพูดอย่างอิจฉาและหมั่นไส้
ถึงแม้ตัวตนของเธอจะพิเศษ ชาติตระกูลสูง อาหารประจำวันก็ต้องเป็นของดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีทางฟุ่มเฟือยแบบเจียงเฟยขนาดนี้!
กินอาหารแปดสำรับชั้นเอกทีเดียว และทุกจานล้วนเหมือนของอร่อยหายากแสนประทับใจ ช่างเป็นชีวิตแบบฮ่องเต้เลย!
"วันเดียวกินไม่หมดหรอก" เจียงเฟยส่ายหัวพูด "วัตถุดิบพวกนี้ถ้าเก็บให้ถูกวิธี สองสามวันรสชาติก็ไม่เปลี่ยน ดังนั้นก็น่าจะกินกันสองสามวันถึงจะหมด"
"ลุง ต่อให้สองสามวันกินพวกนี้ก็ยังฟุ่มเฟือยมากนะ!" เซี่ยเสี่ยวจื้อพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ
ช่วงนี้เจียงเฟยยุ่งกับเรื่องโรงพยาบาล ไม่ค่อยกลับบ้าน ทำให้ได้กินข้าวที่บ้านเจียงเฟยน้อยลงมาก
สวีจิ้งและถังหยวนได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที ปกติที่บ้านเขาจะมีอาหารอุดมสมบูรณ์และอร่อยขนาดนี้ได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงอาหารกลางวันที่โรงเรียน
เทียบกันแล้ว ที่นี่ก็เหมือนสวรรค์ ส่วนชีวิตปกติของพวกนางก็เหมือนนรกเลย!
ฟังแล้วก็แค่หลินม่อลี่ที่ไม่ได้อิจฉาหมั่นไส้ แต่กลับรู้สึกยินดีเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้กินดื่มทุกอย่างได้รับการดูแลจากนายจ้าง เจียงเฟย ฝีมือทำอาหารระดับอาจารย์ของเจียงเฟยเธอก็ได้ชิมทุกวัน
เจียงเฟยยิ้มนิดหน่อย ความอิจฉาหมั่นไส้ของสาวใหญ่สาวน้อยพวกนี้ทำให้ตัวเองพอใจไม่น้อย คนที่ไม่ถูกคนอื่นอิจฉาย่อมเป็นคนธรรมดา ชีวิตตอนนี้ของตนก็มีเหตุผลพอที่คนอื่นจะอิจฉาได้จริงๆ
เห็นทุกคนมองอาหารบนโต๊ะที่โชยกลิ่นหอมน่าชิม ต่างอยากกินแทบทุกคน ฟังเขาแนะนำแปดสำรับจนเกือบจะน้ำลายไหล เขาก็ไม่พูดอีกต่อไปว่า "นั่งทำไม กินได้เลย ตะเกียบวางอยู่บนโต๊ะ ไม่ต้องรอให้ยื่นให้ทุกคนหรอกนะ?"
ผู้หญิงนั้นแตกต่างจากผู้ชายอย่างสิ้นเชิง
ผู้ชายกินข้าวนั้น ยิ่งหลายคนก็กินยิ่งเร็ว แย่งกันยิ่งเร็ว เพราะถ้าช้าก็ไม่ได้กิน ผู้ชายกันเองก็ไม่มีใครเกรงใจหรืออาย ดังนั้นก็แข่งกันว่าใครเร็วก็ได้มาก
ส่วนผู้หญิงนั้นตรงกันข้ามเลย ยิ่งหลายคนก็กินยิ่งช้า ยิ่งสุภาพเรียบร้อย เพราะต่อหน้าคนอื่นต้องระวังมารยาทและความสง่างาม ต้องเกรงใจกัน
เหมือนตอนนี้ ถ้าเป็นสามสาว เซี่ยเสี่ยวจื้อ หรือหลินม่อลี่ หรือเยว่หยวนหยวน ไม่ว่ากลุ่มไหนจะกินข้าวกับเจียงเฟยสองคน ก็ไม่ต้องรอเจียงเฟยสั่ง พอเจียงเฟยยกอาหารออกมา ก็รีบคีบกันแล้ว
แต่พอรวมกันอยู่ด้วยกัน กลับต่างคนต่างเขินอาย ถ่อมตัวขึ้นมา ถ้าไม่มีเจียงเฟยบอก ก็ไม่กล้าคีบก่อน
ดังนั้นเจียงเฟยก็รู้สึกมาเสมอว่าผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตปลอมที่น่าประหลาดมาก ปลอมกว่าผู้ชายมากเสียด้วย...
พอได้ยินเจียงเฟยพูดแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยเสี่ยวจื้อสามสาวแสบที่แก่นแก้ว หรือหลินม่อลี่อ่อนโยนมีบุคลิก หรือแม้แต่เยว่หยวนหยวนสาวหัวร้อน ทุกคนก็ต้านทานเสน่ห์อาหารทั้งโต๊ะนั้นไม่ไหวอีกต่อไป ต่างพยักหน้าพร้อมกัน รีบหยิบตะเกียบเตรียมจะกินอย่างสุขใจ
แต่พอทุกคนจับตะเกียบพร้อมเพรียง ยังไม่ทันจะยื่นมือออก เจียงเฟยก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาจู่ๆ พูดออกมาว่า "รอก่อน!"
ทุกคนหยุดตะเกียบกลางอากาศ แหงนหน้ามองเจียงเฟยอย่างงงๆ
เจียงเฟยหันหลังเดินเข้าครัว
ไม่นานเจียงเฟยก็เดินออกมาถือกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่สองกระบอก ภายในดูเหมือนบรรจุอะไรบางอย่าง
เห็นแบบนี้ แม้แต่หลินม่อลี่ที่ช่วงนี้อยู่กับเจียงเฟยเกือบตลอดเวลายกเว้นนอน ก็ยังรู้สึกงงๆ ถามอย่างสงสัยว่า "เจียงเฟย ในนั้นบรรจุอะไรอยู่นะ?"
เจียงเฟยไม่ตอบ แค่ยิ้มๆ เดินไปที่โต๊ะอาหาร วางกระบอกไม้ไผ่กลวงหนึ่งกระบอกลงให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อยๆ คลายจุกปิดด้านบนของอีกกระบอก
"ปัง!"
เสียงเบาๆ ดัง พอคลายจุกด้านบนออก อากาศก็พลันฟุ้งกลิ่นหอมเบาๆ ของสุรา
กลิ่นสุรานี้ต่างจากกลิ่นหอมเข้มข้นของสุราทั่วไป ไม่ได้หนักมาก แค่เบาบางหวานนิดๆ เหมือนน้ำผุดจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์
แต่กลิ่นนี้ดูเป็นภาพขึ้นมาอย่างน่ามหัศจรรย์ ให้ความรู้สึกแปลกๆ ราวกับภาพสาวน้อยในชุดฝ้ายลอยน้ำ เพรียวบางสง่างาม เหมือนควันจางๆ ของเจียงหนานค่อยๆ ลอยขึ้น เหมือนกิ่งหลิวฤดูใบไม้ผลิแตกยอดใหม่...
รสชาติอันล้ำเลิศนั้นพรรณนาไม่ถูก มอบความเพลิดเพลินใจที่ประณีตงดงาม
เพียงแวบเดียว สาวใหญ่สาวน้อยทุกคนก็ถูกกลิ่นหอมสุราอันบริสุทธิ์สุดขีดนั้นดึงดูด จมดิ่งไปพร้อมกัน
ไม่มีใครในที่นั้นที่ชอบดื่มสุราเลยสักคน แต่พอได้กลิ่นสุรานี้ ทุกคนก็อยากลองชิมขึ้นมาทันที
"สุรา! สุราอะไร!" หลินม่อลี่ถามก่อน
เห็นสาวหลายคนเพลิดเพลินไปกับกลิ่นนั้น เจียงเฟยก็ยินดีมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขากลั่นสุรา และเป็นครั้งแรกที่นำออกมาให้คนอื่นชิม แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่ได้ลองรสชาติ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ชื่อเสียงอาจารย์กลั่นสุราระดับ 9 ของเขา ก็ไม่ได้ว่างเปล่าเลย สุราที่กลั่นออกมาก็ดีจริงๆ
ไม่มีแก้วสุรา เจียงเฟยก็เอาชามเล็กของแต่ละคนมาวางเรียง แล้วค่อยๆ เท
เจียงเฟยเทสุราไปพลางอธิบายว่า "นี่คือสุราข้าวที่ผมกลั่นจากข้าวเหนียวของชาวบ้านเต้าชุนที่ปลูกเองตอนไปอยู่ที่นั่น ผมประมาณว่าวันนี้น่าจะพอดีที่จะดื่มได้แล้ว เลยนำออกมาให้ลองชิมกัน"
ทักษะรองด้านกลั่นสุราของเจียงเฟยก็ระดับ 9 อาจารย์ชั้นสูง ความสามารถย่อมไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นสุราชนิดใด ขอแค่มีวัตถุดิบก็ทำให้ออกมาได้ทั้งนั้น
เขาแต่แรกก็ไม่ได้คิดจะกลั่นสุราข้าว แต่อยากกลั่นไวน์องุ่นมาดื่ม เจียงเฟยถึงแม้จะดื่มเก่งก็เพียงกับเบียร์ธรรมดา ตอนเพื่อนรวมตัวก็จิบได้หลายขวด แต่เจียงเฟยแต่ก่อนก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องสุราลึกซึ้ง โดยเฉพาะสุราขาว เขาแทบจะไม่กินเลย กลับชอบไวน์องุ่นมากกว่า จึงคิดว่าจะใช้ความสามารถกลั่นสุราออกมา กลั่นไวน์องุ่นดื่มเองซะเลย
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเดือนกรกฎาคม องุ่นจิ่งเฉิงยังไม่สุก ต้องรออีกสักพัก เจียงเฟยจึงนึกถึงไอเดียกลั่นสุราข้าวนี้ขึ้นมา
สมัยมหาวิทยาลัยที่ไปเที่ยวจิ่วไจ้กับไป๋รั่วซี เคยดื่มสุราข้าวที่บ้านชนชาติส่วนน้อยครั้งหนึ่ง ยังจำได้ดีเลย รู้สึกว่าอร่อยพอสมควร