- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 844 ผมนี่แหละชอบเมียดุ!
บทที่ 844 ผมนี่แหละชอบเมียดุ!
บทที่ 844 ผมนี่แหละชอบเมียดุ!
“ตอนนี้รู้หรือยังว่าน่ากลัว?” ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ อย่างแผ่วเบา
“เฮือก!”
คราวนี้ไม่ใช่แค่เซี่ยวเหล่ยที่กลัวนะ แม้แต่โจวเยี่ยนกับโจวเหมี่ยวก็ยังตกใจสะดุ้งโหยงเหมือนกัน!
หม่าตงเหมยเดินออกมาจากความมืด แสงไฟหน้าประตูตึกพักพนักงานส่องกระทบใบหน้าของเธอ สีหน้าดูก้ำกึ่งระหว่างยิ้มกับไม่ยิ้ม
“อา... อาจารย์แม่ มาได้ยังไงครับ?” โจวเยี่ยนเอ่ยอย่างประหลาดใจ ตกใจไปอีกรอบจริง ๆ
โจวเหมี่ยวเบิกตากว้างขึ้นหลายส่วน ปรายตามองเซี่ยวเหล่ยด้วยความสงสารนิดหน่อย
ร่างกายของเซี่ยวเหล่ยแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เดิมทีหรี่อยู่ก็ปิดสนิท ไม่ยอมลืมตาขึ้นมาเลย
“อาจารย์ของเธอป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน ฉันก็เลยแวะมาดูสักหน่อย แล้วก็บังเอิญเห็นพวกเธอลงมาพอดีน่ะ” หม่าตงเหมยเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองเซี่ยวเหล่ยพลางยิ้มถาม “เมาเหรอ?”
เปลือกตาของเซี่ยวเหล่ยกระตุกเบา ๆ หรี่ตาขึ้นมองหม่าตงเหมย สีหน้าเผยความดีใจออกมาหลายส่วน สะบัดมือโจวเหมี่ยวทิ้ง แล้วก็โซเซถลาเข้าไปกอดแขนของหม่าตงเหมยเอาไว้ เอาหน้าซบลงไป แล้วพูดเสียงสั่น “ตงเหมย คุณ... คุณมารับผมแล้วเหรอ ผมนึกว่าคุณจะไม่เอาผมแล้วซะอีก คุณไม่รู้อะไร เจ้าพวกบ้าเนี้ยดึงดันจะลากผมมากินเหล้าให้ได้ พอไม่กินก็ไม่ยอมให้กลับ...”
โจวเยี่ยน: “?”
โจวเหมี่ยว: “?”
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คนที่คะยั้นคะยอให้คนอื่นดื่มเหล้าหนักที่สุดมันเขาไม่ใช่เหรอ?
ปากอุณหภูมิสามสิบเจ็ดองศา พูดจาแบบนี้ออกมาได้ยังไงเนี่ย?
เซี่ยวเหล่ยพูดไปพลาง เอนตัวพิงหม่าตงเหมยไปพลาง น้ำเสียงเวลาพูดก็ฟังดูออดอ้อนนิด ๆ สายตาเหม่อลอย “ตงเหมยอ่า คุณมาผมก็โล่งใจแล้ว คุณเป็นเสาหลักของบ้านเรานะ แล้วก็เป็นเสาหลักของเซี่ยวเหล่ยคนนี้ด้วย”
“คุณเมาแล้ว” หม่าตงเหมยกลอกตา
เซี่ยวเหล่ยส่ายหน้า “ตงเหมย~ ผมไม่ได้เมา... แค่... รักคุณจนหัวปักหัวปำแค่นั้นเอง”
“ผมจะบอกคุณให้นะ ดื่มไปเยอะแล้วถึงจะกล้าพูดความจริง ชีวิตน้อย ๆ นี้ถือว่าตกอยู่ในกำมือของคุณแล้ว แต่ผมก็เต็มใจ!”
โจวเยี่ยน: “...”
โจวเหมี่ยว: “...”
คำพูดพวกนี้มันจะเลี่ยนเกินไปแล้ว! พูดออกมาได้ยังไงเนี่ย?
หม่าตงเหมยกลั้นยิ้มมุมปากเอาไว้ไม่อยู่เลย เห็นได้ชัดว่าแอบพอใจที่ได้ยินแบบนั้น หันไปบอกโจวเยี่ยน “เอาล่ะ โจวเยี่ยน งั้นฉันพาอาจารย์ของเธอกลับไปก่อนนะ”
“ได้ครับอาจารย์แม่ จะให้ผมกับพ่อช่วยไหมครับ?” โจวเยี่ยนรีบถาม
“ไม่ต้องหรอก เขายังพอเดินเองไหวอยู่ เดี๋ยวฉันพาเขากลับไปเอง จะได้ไม่ทำให้พวกเธอต้องลำบากน่ะ” หม่าตงเหมยส่ายหน้า แล้วก็ประคองเซี่ยวเหล่ยเดินจากไป
“ดูท่าวันนี้เหล่าเซี่ยวจะเมาหนักจริง ๆ นะเนี่ย” โจวเหมี่ยวพูดขึ้น
โจวเยี่ยนมองมือของอาจารย์ที่ห้อยอยู่ข้างหลังโบกให้พวกเขา แล้วก็อดขำไม่ได้ “ผู้ชายเมาแค่เจ็ดส่วน แต่แสดงละครเก่งจนน้ำตาไหลได้เลยล่ะ”
เห็นได้ชัดว่าสหายเหล่าเซี่ยยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่ครบถ้วน แถมยังสามารถรับมือกับอาจารย์แม่ของเขาได้สำเร็จผ่านการพรั่งพรูความในใจหลังดื่มเหล้าอีกด้วย
ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด
“เป็นแบบอย่างของพวกเราเลยนะเนี่ย” โจวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างใช้ความคิด ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
โจวเยี่ยนหันกลับไปมองเขา “พ่อ พ่อคงไม่ได้คิดจะกลับไปเล่นละครตบตาแม่ผมหรอกนะ?”
“พ่อเป็นคนแบบนั้นเหรอ?” โจวเหมี่ยวทำหน้าจริงจัง “เอาล่ะ พ่อกลับก่อนล่ะ ลูกขึ้นไปเถอะ ดูแลพวกเหล่าเซี่ยให้ดี ๆ ล่ะ”
“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับคำ แล้วก็หันหลังเดินขึ้นไปชั้นบน
โจวเหมี่ยวกระชับเสื้อให้แน่นขึ้น เดินมุ่งหน้าไปทางร้านอาหาร พอถึงหน้าประตูร้านอาหาร ฝีเท้าก็ค่อย ๆ ช้าลงหลายส่วน กระแอมไอเคลียร์คอ แล้วเริ่มเคาะประตูเรียก “เถี่ยอิงอ่า~ ผม... กลับมาแล้ว...”
น้ำเสียงอ้อแอ้แฝงความออดอ้อนอยู่หลายส่วน
ผ่านไปไม่นาน จ้าวเถี่ยอิงที่สวมเสื้อแจ็กเกตคลุมไหล่ก็หาวหวอด ๆ มาเปิดประตู
โจวเหมี่ยวเกาะประตู โซเซทำท่าจะล้มเข้ามาในบ้าน
“โอ๊ย ๆ ๆ ดื่มไปเยอะล่ะสิเนี่ย? เมาขนาดนี้เลยเหรอ? แล้วโจวเยี่ยนล่ะ?” จ้าวเถี่ยอิงรีบเข้าไปประคองเขา เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“โจวเยี่ยน... เขาไม่ได้เมา คืนนี้เขาไม่กลับมาหรอก ต้องอยู่ดูแลพ่อตาของเขาที่โน่นน่ะ” โจวเหมี่ยวเอาหัวพิงไหล่จ้าวเถี่ยอิง แล้วพึมพำ “ผมไม่เหมือนกัน ผมต้องกลับมาดูแลเมียกับลูก เถี่ย... เถี่ยอิงอ่า ผมกลับมาแล้ว ชีวิตผมนี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอเมียดี ๆ แบบคุณ”
จ้าวเถี่ยอิงได้ยินก็ยิ้ม เอื้อมมือไปทุบอกเขาเบา ๆ หมัดหนึ่ง “ดื่มไปเท่าไหร่เนี่ย ถึงได้เมาขนาดนี้?”
โจวเหมี่ยวส่ายหน้า “เถี่ยอิงอ่า ผมไม่ได้เมา... แค่... รักคุณจนหัวปักหัวปำแค่นั้นเอง”
“ผมจะบอกคุณให้นะ ดื่มไปเยอะแล้วถึงจะกล้าพูดความจริง ชีวิตน้อย ๆ นี้ถือว่าตกอยู่ในกำมือของคุณแล้ว แต่ผมก็เต็มใจ! ใคร ๆ ก็บอกว่าคุณดุ ผมนี่แหละชอบเมียดุ ๆ”
“จริงเหรอ?” จ้าวเถี่ยอิงอมยิ้มมุมปาก อดไม่ได้ที่จะอยากขำออกมาเหมือนกัน
“จริงจ้ะ...” โจวเหมี่ยวพยักหน้า
“นั่งดี ๆ!” จ้าวเถี่ยอิงประคองเขาไปนั่งบนม้านั่งด้านข้าง ปิดประตูยิ้ม ๆ “รอเดี๋ยวนะ ในกระทะยังมีน้ำร้อนอยู่ เดี๋ยวฉันไปยกมาให้คุณล้างเท้า แล้วก็เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อย”
โจวเหมี่ยวฟุบตัวลงครึ่งหนึ่งบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
โจวเยี่ยนนอนหลับไม่ค่อยสนิทตลอดทั้งคืน เดี๋ยวก็ต้องไปรินน้ำให้เหล่าเซี่ย เดี๋ยวก็ต้องเอาถังขยะไปให้เหล่าหลินอ้วก พอจัดการเสร็จแล้วล้มตัวกำลังจะนอน เสียงกรนของแก๊งสามช่าก็เริ่มดังประสานกันขึ้นมา
โชคดีที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ง่วงสุด ๆ ช่วงครึ่งหลังของคืนก็เลยหลับเป็นตาย
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวเยี่ยนถูกเขย่าตัวจนตื่น
พอลืมตาขึ้นมา ก็สบเข้ากับใบหน้าของเซี่ยเหยา วันนี้เธอยังคงใส่เสื้อโค้ตสีแดงเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเสื้อตัวในเป็นสีขาว ปล่อยผมยาวสีดำสยาย โน้มตัวลงมา หน้าอกดูอวบอิ่ม จนเขาอดไม่ได้ที่จะชะงักไป เอ่ยถามด้วยความงุนงง “หืม? เหยาเหยา ทำไมคุณถึงมาอยู่บนที่นอนผมได้ล่ะ?”
“ชู่ว คุณนั่นแหละที่มานอนอยู่บนโซฟาบ้านน้าฉัน” เซี่ยเหยายกมือขึ้นทุบเขาเบา ๆ หมัดหนึ่ง แก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย
ดื่มเหล้าแถมยังนอนดึก ผลพวงที่ตามมาก็คือตอนตื่นนอนสมองจะไม่ค่อยทำงาน
โจวเยี่ยนหันขวับไปมอง ก็เห็นเมิ่งอันเหอกับเมิ่งจือหลานยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองคนกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าได้ยินคำพูดของเขาเมื่อกี้หมดแล้ว
“สวัสดีครับคุณน้า อรุณสวัสดิ์ครับพี่เมิ่ง” โจวเยี่ยนดีดตัวเด้งขึ้นมาจากโซฟาทันที ยิ้มแหย ๆ แต่ก็ไม่เสียมารยาท แล้วก็เอ่ยทักทายทั้งสองคน
เมิ่งจือหลานมองเขาพูดยิ้ม ๆ “เสี่ยวโจว เมื่อวานเธอมาเรียนเรื่องการติดต่อกับธนาคารกับเหล่าเซี่ยเหมือนกันเหรอ?”
“อ้อ ใช่ครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า
“จุ๊ ๆ ดูท่าเมื่อคืนจะตั้งใจเรียนน่าดูเลยนะ เหมาไถสองขวด อู่เหลียงเย่สองขวดแหนะ” เมิ่งอันเหอมองขวดเหล้าสี่ขวดที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ
โจวเยี่ยนเลิกคิ้ว พลาดไปนิดเดียวจริง ๆ ล้างถ้วยชามเสร็จแล้ว แต่ดันลืมเอาขวดเหล้าไปทิ้ง คราวนี้ความแตกหมดเลย
“ผมไม่ค่อยวางใจปล่อยพวกคุณตาไว้ ก็เลยไม่ได้กลับเมื่อคืนครับ พี่เมิ่งวางใจได้เลยครับ ผมดูแลอย่างดีเลย” โจวเยี่ยนบอกอย่างจริงใจ ในเมื่อความแตกแล้ว ก็ต้องยอมให้สหายร่วมรบตายไปดีกว่าตัวเองตายล่ะนะ
“เสี่ยวโจว เธอทำได้ดีมาก” เมิ่งอันเหอพยักหน้า หมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง
“อัน... โอ๊ย ๆ ๆ... คุณฟังผมอธิบายก่อนนะ คุณปล่อยหูผมก่อนสิอันเหอ” ไม่นานเสียงของหลินจื้อเฉียงก็ดังมาจากในห้อง
“ตอนนี้ฉันให้เวลาคุณหนึ่งนาที”
“พ่อเป็นคนบอกว่าอยากดื่มนะ!” หลินจื้อเฉียงรีบฟ้อง
ประตูห้องข้าง ๆ ที่เพิ่งแง้มออกนิดเดียว ก็ค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ
เซี่ยหวาเฟิงเดินออกมาด้วยสภาพผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนก ยังคงมีอาการมึนงงจากอาการเมาค้างอยู่บ้าง พอเห็นเมิ่งจือหลานยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ก็ตื่นเต็มตาทันที ฉีกยิ้มกว้างแล้วเอ่ยว่า “จือหลาน ทำไมตื่นเช้าจังล่ะ? ผมยังว่าจะซื้ออาหารเช้ากลับไปให้คุณอยู่เลยนะ”
“ได้อยู่นะผู้จัดการเซี่ย รู้จักเอาใจฉันด้วย” เมิ่งจือหลานพูดยิ้มร่า
“พ่อบอกว่าไม่ได้ดื่มเหล้ากับผมและจื้อเฉียงมานานแล้ว ก็เลยคะยั้นคะยอให้พวกผมดื่มเป็นเพื่อนน่ะ ช่วงปีใหม่แบบนี้ จะปล่อยให้คุณพ่อผิดหวังก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ก็เลยต้องยอมดื่มเป็นเพื่อนนิดหน่อย” เซี่ยหวาเฟิงปรายตามองโจวเยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวโจว เธอว่าจริงไหมล่ะ?”
“จริงมั้งครับ” โจวเยี่ยนเม้มปาก เขาจะไปทำอะไรได้ล่ะ
เมิ่งจือหลานมองเซี่ยหวาเฟิงอย่างจนใจ “คุณอยากดื่มเหล้าคุณก็บอกมาตรง ๆ สิ ช่วงปีใหม่แบบนี้ คุณจะดื่มเป็นเพื่อนพ่อสักหน่อยก็ดื่มไปเถอะ แต่การที่คุณรั้งเสี่ยวโจวไว้ให้คอยดูแลพวกคุณเนี่ย มันทำให้เขาเสียเวลาทำงานทำการนะ”
“ใช่แล้ว นี่ก็เจ็ดโมงกว่าแล้วนะ เสี่ยวโจวยังต้องไปทำเนื้อพะโล้อีกไม่ใช่หรือไง” เมิ่งอันเหอก็พูดขึ้นมาบ้าง
“เจ็ดโมงกว่าแล้วเหรอ! คุณอาเซี่ย คุณน้าครับ งั้นผมกลับก่อนนะครับ” โจวเยี่ยนยกมือขึ้นดูนาฬิกา หันหลังเตรียมจะเผ่น
“โจวเยี่ยน เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนนะ” เซี่ยเหยารีบเดินตามไปติด ๆ
เซี่ยเหยานั่งซ้อนท้าย กอดเอวโจวเยี่ยนแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “ใช้ได้เลยนะคุณเนี่ย พ่อฉันเมากันหมด กลายเป็นคุณที่ต้องมานั่งดูแลพวกเขา เมื่อคืนคุณไม่ได้ดื่มเหรอ?”
“เมื่อคืนก็ดื่มไปไม่น้อยเลยนะ ท่าทางพ่อของคุณตอนนั้นดูออกเลยว่าอยากจะมอมเหล้าผมแน่ ๆ แต่ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะพากันร่วงไปทีละคนสองคน เหลือแค่ผมกับพ่อสองคนที่ยังยืนไหว คนเมาเนี่ยดูแลยากจริง ๆ นะ ตัวหนักอึ้ง เดี๋ยวก็อยากดื่มน้ำ เดี๋ยวก็อยากอ้วก มิน่าล่ะแม่ของคุณกับพี่เมิ่งถึงได้ไม่ชอบให้คุณอาเซี่ยกับคุณอาหลินดื่มเหล้า” โจวเยี่ยนหัวเราะอย่างจนใจ
เซี่ยเหยาพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ แม่ฉันแรงน้อย แถมพ่อยังตัวใหญ่อีก ถ้าเกิดเมาขึ้นมา แม่ฉันประคองไม่ไหวหรอก ต้องรบกวนให้คนอื่นมาช่วยตลอดแหละ”
โจวเยี่ยนรีบบอก “คุณวางใจได้เลย เมื่อวานผมลองดูแล้ว เหล้าขาวถ้าไม่เกินครึ่งจิน ผมก็ไม่น่าจะเมาหรอก วันหลังต่อให้มีวงเหล้า ผมก็จะคุมตัวเองให้อยู่ในระดับนี้แหละ”
“ค่ะ ฉันเชื่อใจคุณนะ” เซี่ยเหยาพยักหน้ายิ้ม ๆ
โจวเยี่ยนพูดต่อ “เหยาเหยา เดี๋ยวผมต้องไปเจียโจวรอบนึงนะ จะเอาเป็ดรมควันใบชาไปมอบให้อาจารย์ปู่กับพวกลุงอาในสำนักเป็นของขวัญปีใหม่ แล้วก็ถือโอกาสไปซื้อของขวัญวันปีใหม่เพิ่มด้วย คุณจะไปกับผมไหม?”
“ไปสิ!” เซี่ยเหยาพยักหน้า “วันนี้พวกแม่ฉันก็กะว่าจะไปเดินเล่นที่เจียโจวเหมือนกัน เตรียมจะไปซื้อดอกไม้ไฟกับประทัดเอาไว้จุดที่หมู่บ้านคืนนี้น่ะ”
“งั้นได้เลย” โจวเยี่ยนพยักหน้า