- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ
บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ
บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ
โจวเยี่ยนวางซาลาเปาในมือลง แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ผมจะบอกพวกคุณให้นะ ข้าวต้มมันเทศนี่ไม่เหมือนเดิมจริง ๆ ผมต้มตามวิธีโบราณ รับรองว่าทุกคนกินชามแรกแล้วก็ยังอยากกินชามที่สองอีกแน่”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะ เมื่อหลายปีก่อนฐานะไม่ค่อยดี ไม่มีข้าวสวยกิน ก็เลยเอามันเทศมาต้มข้าวต้มกิน กินเจ็ดวันต่อสัปดาห์ กินแต่ข้าวต้มมันเทศกับผักกวางตุ้งทุกมื้อ จนเอียนไปเลย
สองปีมานี้กลับมาเปิดให้ฆ่าวัวได้อีกครั้ง ฐานะของแต่ละครอบครัวก็ดีขึ้น ปกติก็เลยไม่ค่อยจะชายตามองของสองอย่างนี้สักเท่าไหร่
แต่วันนี้ข้าวต้มมันเทศที่โจวเยี่ยนต้ม ดูแล้วมันไม่ค่อยเหมือนเดิมจริง ๆ แฮะ
ใส่มันเทศไม่ค่อยเยอะ แถมยังหั่นเป็นชิ้นค่อนข้างเล็ก โรยประดับอยู่ประปราย
น้ำซุปใสแจ๋วไม่ขุ่นมัว เมล็ดข้าวต้มจนบาน แต่ก็ยังเรียงเม็ดสวยงาม ไม่ได้เละจนกลายเป็นแป้งเปียก เวลาตักขึ้นมาก็ให้ความรู้สึกข้นหนืดติดช้อนนิด ๆ
“เรื่องต้มโจ๊กนี่ฉันถนัดนักล่ะ ทั้งโจ๊กหมูเด้งไข่เยี่ยวม้า โจ๊กข้าวฟ่าง ทำได้สบายมาก ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าราชาโจ๊กแห่งเขตซีหู” เซี่ยหวาเฟิงทำหน้ามั่นใจ
โจวเยี่ยนได้ยินก็รีบบอก “ราชาโจ๊กแห่งเขตซีหู โปรดชี้แนะด้วยครับ”
“ได้ เดี๋ยวฉันขอลองชิมดูหน่อย” เซี่ยหวาเฟิงหยิบช้อน ตักทั้งมันเทศและข้าวต้มขึ้นมาพร้อมกัน เป่าไล่ความร้อน แล้วก็ส่งเข้าปาก
ข้าวต้มใส่มันเทศ วิธีกินแบบนี้ทั้งเรียบง่ายและทำให้อิ่มท้อง มันเทศปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง เมื่อก่อนตอนที่ไม่มีเงินกินข้าว นี่แหละคืออาหารหลักที่สำคัญที่สุด
แต่ก็เป็นเพราะว่ากินเยอะเกินไป กินจนจุก ทุกคนก็เลยไม่ได้รู้สึกชื่นชอบมันสักเท่าไหร่
เซี่ยหวาเฟิงไม่เชื่อหรอก ข้าวต้มมันเทศแค่ชามเดียว โจวเยี่ยนจะต้มออกมาให้เลิศหรูได้สักแค่ไหนเชียว
พอข้าวต้มเข้าปาก เซี่ยหวาเฟิงก็ค่อย ๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
รสสัมผัสของข้าวเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ มันเทศชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูเป็นก้อน พอเอาปลายลิ้นดุนเบา ๆ ก็ละลายหายไป ความหอมหวานของมันเทศผสมผสานเข้าไปในตัวข้าวต้ม หอมหวานเป็นธรรมชาติ ลื่นคอสดชื่น!
เดี๋ยวนะ?
นี่มันรสสัมผัสที่ข้าวต้มมันเทศควรจะมีเหรอ?
นี่มันจะหอมเกินไปแล้วมั้ง?!
“เดี๋ยวสิ ในนี้มีแค่มันเทศกับข้าวต้มจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยหวาเฟิงคนดูข้าวต้มในชามอย่างละเอียด พอมั่นใจแล้วว่ามีแค่มันเทศกับข้าวต้มจริง ๆ เขาก็ถึงกับงงไปเลย มองโจวเยี่ยนแล้วถาม “ทำได้ยังไงเนี่ย?”
“ราชาโจ๊กครับ นี่มันเป็นขั้นตอนพื้นฐานไม่ใช่เหรอครับ?” โจวเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “หรือว่าโจ๊กที่คุณอาต้มมันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ?”
“เอ่อ...” เซี่ยหวาเฟิงค่อย ๆ กำช้อนแน่นขึ้น “ก็คล้าย ๆ กันแหละ ปกติฉันไม่ค่อยทำข้าวต้มมันเทศหรอก จือหลานไม่ชอบกินน่ะ...”
“เหล่าเซี่ย! ข้าวต้มมันเทศนี่อร่อยมากเลย คุณไปหัดทำดูสิ ฉันชอบกิน” เมิ่งจือหลานถือช้อนตักข้าวต้มมันเทศขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนไปพลาง หันไปพูดกับเซี่ยหวาเฟิงไปพลาง
เซี่ยหวาเฟิง: “...”
โจวเยี่ยนเม้มปาก ก้มหน้ามองข้าวต้มตรงหน้า พยายามกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์
[ข้าวต้มมันเทศที่สมบูรณ์แบบหนึ่งที่]
ช่วยไม่ได้นี่นา ต่อให้มันจะเป็นแค่ข้าวต้มมันเทศ แต่มันก็ต้านทานความจริงที่ว่ามันเป็นเมนูข้าวต้มมันเทศที่สมบูรณ์แบบไม่ได้!
เหล่าเซี่ยจะทำยังไงได้ล่ะ ภรรยาเอ่ยปากมาขนาดนี้แล้ว ก็ทำได้แค่กลั้นใจพูดว่า “เสี่ยวโจว...”
โจวเยี่ยนพยักหน้า “คุณอาเซี่ย ผมเข้าใจครับ เดี๋ยวผมจะเขียนสูตรให้ ตั้งแต่การคุมไฟไปจนถึงเวลา รับรองว่าไม่ให้คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”
เซี่ยหวาเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสี่ยวโจวมีจุดหนึ่งที่ทำให้เขาค่อนข้างพอใจ นั่นก็คือการรู้ใจและเข้าสังคมเป็น
“โจวเยี่ยน เดี๋ยวช่วยบอกพวกเราบ้างสิ ข้าวต้มมันเทศนี่ต้มออกมาได้อร่อยมากจริง ๆ คุมเวลายังไงเนี่ย” โต๊ะข้าง ๆ ลุงใหญ่โจวชิงเอ่ยขึ้น เขาตักข้าวต้มชามที่สองไปเรียบร้อยแล้ว
โจวเยี่ยนตอบด้วยรอยยิ้ม “ได้เลยครับ เดี๋ยวค่อยเปิดชั้นเรียนสอนต้มข้าวต้มมันเทศ ใครอยากเรียนก็มาได้เลย”
ข้าวต้มมันเทศถือว่าเหนือความคาดหมายไปหน่อย ส่วนซาลาเปากลับเป็นตัวจุดประกายให้มื้อค่ำ
ซาลาเปาไส้เนื้อสดที่หอมอร่อย กับซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองที่เค็มหอมกลมกล่อม ทำเอาทุกคนเอ่ยปากชมกันไม่ขาดปากจริง ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่โจวเยี่ยนกลับมาทำซาลาเปาที่บ้านเกิด คนในตระกูลโจวหลายคนก็เพิ่งจะเคยกินซาลาเปาที่โจวเยี่ยนทำเป็นครั้งแรก สีหน้าตื่นตะลึงบนใบหน้าปิดบังเอาไว้ไม่อยู่เลย
“ซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยจังเลย” เถียนเจียวถือซาลาเปาไส้เนื้อ กินอย่างเอร็ดอร่อย หันกลับไปมองเถียนฮุยแล้วบอก “คุณพ่อ คุณพ่อไปหัดทำซาลาเปาไส้เนื้ออร่อย ๆ กับพี่เยี่ยนหน่อยสิคะ~ หนูชอบกินซาลาเปาไส้เนื้อ!”
“ถ้าลูกชอบกิน เดี๋ยววันหลังพ่อจะพาลูกไปกินที่บ้านพี่โจวเยี่ยนบ่อย ๆ ดีไหมล่ะ” เถียนฮุยหัวเราะอย่างจนใจ ให้คนที่ขนาดข้าวต้มมันเทศยังต้มไม่เป็นอย่างเขาไปเรียนทำซาลาเปา นี่มันจงใจทำให้เขาลำบากชัด ๆ
“เฮ้อ” เถียนเจียวถอนหายใจ ดวงตาสองข้างมีน้ำตาคลอเบ้า มองโจวโม่โม่แล้วบอก “โม่โม่ วันหลังเราไปอยู่ครอบครัวเดียวกับเธอดีกว่า พ่อเราเป็นคนโง่เขลา คงจะเรียนไม่เป็นหรอก”
“โอ๋ ๆ เธอกินซาลาเปาไส้เนื้อสดอีกสักลูกสิ” โจวโม่โม่คีบซาลาเปาใส่ชามให้เธออีกลูก ปลอบใจว่า “ถึงเขาจะโง่เขลาแค่ไหน แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อของเธอนะ~”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่
กินมื้อค่ำเสร็จ พวกป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองก็อาสารับหน้าที่ล้างจานไปทำเอง เพื่อให้พวกโจวเยี่ยนได้กลับไปพักผ่อนก่อน
“โม่โม่ ลาก่อนนะ เธอต้องไปเล่นกับเราที่เจียโจวด้วยล่ะ” เถียนเจียวจับมือโจวโม่โม่ ดวงตาสองข้างน้ำตาคลอเบ้า
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ เดี๋ยวเราจะไปเล่นด้วย” โจวโม่โม่ยิ้มพลางลูบแก้มเธอ “ถ้าเธอคิดถึงเรา ก็ให้แม่พามาเล่นกับเราสิ”
“อื้อ” เถียนเจียวพยักหน้าเล็ก ๆ ถึงได้กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
หลี่ซือหนานยิ้มกล่าวลาทุกคน อุ้มเถียนเจียวขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เล็กตรงคานหน้ารถจักรยาน
พวกหลี่เซียนโหย่วอาศัยจังหวะที่ฟ้ายังไม่มืดสนิท เดินทางกลับเจียโจวไปก่อน
โจวหมิงก็เดินทางกลับไปพร้อมกัน โดยมีซ่งหว่านชิงซ้อนท้ายกลับไปด้วย
“คุณย่า คุณอา พรุ่งนี้เย็นทั้งสองคนไปกินข้าวที่บ้านพวกเราดีไหมครับ” โจวเยี่ยนมองหญิงชรากับโจวเว่ยกั๋วแล้วเอ่ยชวน
“ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้โจวชิงชวนไปกินข้าวที่บ้านเขาน่ะ ปีนี้มีโทรทัศน์ ตอนเย็นยังได้ดูงานเลี้ยงฉลองตรุษจีนด้วย ทุกคนบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะมาดูที่บ้านเรา พรุ่งนี้ต้องคึกคักมากแน่ ๆ” หญิงชราส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเขาแล้วบอก “พรุ่งนี้หลานไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก จัดการดูแลพ่อแม่ของเหยาเหยาให้ดีก็พอ”
“โจวเยี่ยน ถ้าอยู่ที่ตำบลมันน่าเบื่อ นายก็เรียกพวกคุณน้าคุณอามาเล่นด้วยกันสิ” โจวเจี๋ยขยับเข้ามาใกล้ พูดยิ้ม ๆ “ช่วงปีใหม่นี่นา อยู่ในหมู่บ้านยังไงก็คึกคักกว่า”
โจวไห่พูดเสริมขึ้นมาว่า “ใช่แล้ว พรุ่งนี้พวกเรากะว่าจะไปซื้อดอกไม้ไฟกับประทัดมาจุดกัน แถวโรงงานทอผ้าเขาไม่ให้จุดดอกไม้ไฟไม่ใช่เหรอ แบบนั้นมันจะไปมีบรรยากาศปีใหม่ได้ยังไง”
คำพูดของทั้งสองคน ทำเอาโจวเยี่ยนเริ่มคล้อยตามนิดหน่อย
ช่วงปีใหม่นี่นา ยังไงก็ต้องให้ครอบครัวใหญ่มารวมตัวกันคึกคัก ๆ หน่อย ถึงจะได้บรรยากาศปีใหม่
โจวโม่โม่ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกาย “เกอเกอ! หนูอยากจุดดอกไม้ไฟ! พวกเรากลับมาฉลองปีใหม่ที่นี่เถอะค่า”
“จุดประทัด! แม่ครับ ผมก็อยากจุดประทัด!”
“ผมก็เหมือนกัน! พรุ่งนี้พวกเรามาเล่นที่หมู่บ้านโจวกันอีกเถอะนะครับ!”
หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิงเริ่มเข้าไปเกาะแกะอ้อนเมิ่งอันเหอกันแล้ว
“จุดดอกไม้ไฟ!” เซี่ยเหยาตาก็เป็นประกายเหมือนกัน พอเห็นโจวเยี่ยนเริ่มสนใจ ก็รีบหันไปปรึกษากับเซี่ยหวาเฟิงและเมิ่งจือหลานทันที “พ่อคะ แม่คะ พวกเรามาฉลองปีใหม่ที่หมู่บ้านกันดีไหมคะ? รู้สึกว่าจะน่าสนุกกว่านะคะ!”
โจวเยี่ยนได้ยินก็หันมองตาม “คุณอาเซี่ย คุณน้าครับ พวกคุณคิดว่ายังไงครับ?”
“ได้สิ ก็ดีเหมือนกันนะ” เมิ่งจือหลานพยักหน้า ก่อนจะถามต่อว่า “ตอนโต้รุ่งข้ามปีมีตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอกไหมล่ะ?”
จ้าวเถี่ยอิงรีบรับช่วงพูดต่อทันที “เล่นสิ ต้องเล่นอยู่แล้ว! จือหลาน คืนพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันรับหน้าที่หาขาไพ่ให้เอง รับรองว่าจะให้คุณได้สนุกและเล่นให้เต็มที่ไปเลย!”
เมิ่งจือหลานตาเป็นประกาย พยักหน้าบอก “ตกลง! งั้นฉันมาแน่นอน”
เซี่ยหวาเฟิงทำหน้าจนใจ แต่ก็ทำได้แค่พยักหน้า จือหลานไปติดใจไพ่นกกระจอกตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?
เมิ่งฮั่นเหวินหัวเราะฮ่า ๆ “ตาเองก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ ทุกคนมาดูงานปีใหม่ด้วยกัน โต้รุ่งข้ามปีด้วยกัน แบบนั้นถึงจะน่าสนุก”
หลินจื้อเฉียงพูดเสริม “งั้นก็เยี่ยมไปเลย! พรุ่งนี้ฉันก็จะซื้อดอกไม้ไฟกับประทัดกลับมาด้วย”
ทีนี้ ทุกคนก็ตกลงเห็นพ้องต้องกันเรียบร้อยแล้ว
“ได้ครับ งั้นเอาตามนี้นะ พรุ่งนี้พวกเราก็กลับมากินมื้อค่ำวันสิ้นปีที่นี่เหมือนกัน!” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ หันไปบอกกับโจวชิงว่า “ลุงใหญ่ครับ งั้นมื้อค่ำวันสิ้นปีพรุ่งนี้ผมจัดการเองนะครับ พวกเรายังคงกินที่บ้านคุณย่าเหมือนเดิม ตั้งโต๊ะสักสี่ตัวก็พอแล้ว เตาไม่ต้องรื้อ ส่วนเรื่องกับข้าวพวกลลุงก็ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวตอนบ่ายผมจะเอามาจัดการเอง วันนี้เดิมทีก็ทำหมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองกับหมูสามชั้นนึ่งหวานเผื่อไว้เยอะอยู่แล้ว เนื้อพวกนี้เก็บไว้ให้ผมด้วยนะครับ”
โจวเยี่ยนกำชับโจวชิงอยู่ครู่หนึ่ง ก็เป็นอันจัดการเรื่องมื้อค่ำวันสิ้นปีพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย
ตอนกลางวันพรุ่งนี้โจวเยี่ยนมีธุระ ทำแค่มื้อค่ำวันสิ้นปีมื้อเดียวยังถือว่าง่ายสบาย ๆ
พวกเมนูพะโล้มีทำเตรียมไว้แล้ว คืนนี้ก็ทำเป็ดรมควันใบชาเพิ่มอีกสักสี่ตัว พรุ่งนี้เขายังจะได้ลองทำแผ่นปอดสามีภรรยาดูด้วย เมนูนึ่งก็ทำเตรียมล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว เดิมทีกะว่าจะแบ่งให้แต่ละบ้าน พรุ่งนี้ก็แค่เอามาอุ่นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว
พอทุกอย่างลงตัว ในหัวของโจวเยี่ยนก็วางแผนขั้นตอนหลัก ๆ เอาไว้เรียบร้อย
ช่วงปีใหม่นี่นา สิ่งที่ต้องการก็คือบรรยากาศของความเป็นปีใหม่นี่แหละ
ของพรรค์นี้ ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกนะ
“เย้!”
“กลับหมู่บ้านฉลองปีใหม่!”
เด็กน้อยทั้งสามคนดีใจสุด ๆ กระโดดโลดเต้นกันใหญ่
พวกโจวเยี่ยนก็เดินทางกลับเช่นกัน
รถของหลินจื้อเฉียงคันเดียวขนไม่หมด แต่จ้าวเถี่ยอิงก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเมิ่งอันเหอต้องรอ เธอให้เมิ่งอันเหอซ้อนท้าย ส่วนโจวเหมี่ยวก็ให้เด็กสองคนซ้อน แล้วก็กลับซูจีไปด้วยกันเลย
คืนนี้เซี่ยเหยาไปพักที่บ้านพักรับรองเป็นเพื่อนคุณยายของเธอ ส่วนเมิ่งอันเหอก็ถูกกล่อมให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเมิ่งจือหลาน
เพื่อไม่ให้เสียเวลาตั้งวงกินเหล้ารอบดึกของคุณอาเซี่ยและคุณอาหลิน โจวเยี่ยนจึงไม่กล้าชักช้า พอส่งเซี่ยเหยาถึงบ้านพักรับรองเสร็จ ก็กลับมาที่ร้านอาหาร เซี่ยวเหล่ยมานั่งรอที่ร้านอยู่ก่อนแล้ว
“อาจารย์ มาเร็วจังเลยนะครับ?” โจวเยี่ยนจอดรถ แล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“โอกาสหายากขนาดนี้ ไม่ต้องมานั่งดูแลลูกเมียแล้วออกมาตั้งวงกินเหล้าทั้งที ยังไงก็ต้องมาเร็วหน่อยสิ” เซี่ยวเหล่ยฉีกยิ้มกว้าง เอามือถูไถกันไปมา “รีบไปเชือดเป็ดเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้พวกเหล่าเซี่ยต้องรอนาน!”
“แล้วพ่อผมล่ะครับ?” โจวเยี่ยนเอ่ยถาม
“กำลังต้มน้ำร้อนอยู่” เสียงของโจวเหมี่ยวดังมาจากในครัว “รีบไปปล่อยเลือดเป็ดก่อน เดี๋ยวน้ำร้อนก็เสร็จแล้ว!”
โจวเยี่ยน: “...”
ดูออกเลยว่า สหายเหล่าโจวก็คาดหวังกับวงเหล้ารอบดึกนี้มากเหมือนกัน
เชือดเป็ด หมักเป็ด โจวเยี่ยนเลือกเป็ดมาตัวหนึ่งให้อาจารย์ของเขาได้ลองทำตามขั้นตอนทั้งหมดด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นถึงแม้จะมีบางจุดที่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่โจวเยี่ยนก็ฝืนกลั้นใจไม่พูดอะไรออกไป
ชี้เป็นชี้ตายก็ตรงนี้แหละ เขาจะทำให้เสียเรื่องเพราะความปากมากของตัวเองไม่ได้เด็ดขาด
ดูจากนิสัยของระบบหมา ๆ นี่แล้ว ถ้าเขายื่นมือเข้าไปยุ่ง ดีไม่ดีสุดท้ายอาจจะโดนตัดสินว่าผิดกฎ แล้วภารกิจนี้ก็อาจจะล้มเหลวเอาได้
ไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร ขอแค่ไปถึงระดับ [รสชาติดีมาก] ก็พอแล้ว!
หมักเป็ดเสร็จ เอาฝาชีเหล็กมาครอบปิดไว้ สหายเหล่าโจวก็จัดการห่อเมนูพะโล้ที่เหลือจากเมื่อเช้าเตรียมไว้เรียบร้อย
“งั้นผมไม่ไปแล้วกันนะครับ” โจวเยี่ยนมองชายสองคนที่กำลังหิ้วตะกร้าแล้วบอก
“ไปเถอะ! จะพาไปเปิดหูเปิดตาวงเหล้าของลูกผู้ชายหน่อย!” เซี่ยวเหล่ยลากโจวเยี่ยนไปด้วย เดินไปพลางพูดไปพลาง “ฉันจะบอกให้นะ เมื่อก่อนพ่อตาของฉันก็ไม่ค่อยจะลงรอยกับฉันเท่าไหร่เหมือนกัน ตอนหลังพอพวกเราได้ตั้งวงกินเหล้าด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พอวันรุ่งขึ้นเขาก็มาเข้าข้างฉันเลย จนถึงตอนนี้ถึงแม่ยายฉันจะยังไม่ค่อยมองฉันในแง่ดีเท่าไหร่ แต่พอพ่อตาเจอหน้าฉันทีไร เขาก็มักจะเป็นฝ่ายยื่นบุหรี่ให้ฉันก่อนเสมอเลยล่ะ”
“อาจารย์ ขี้โม้อีกแล้วเหรอครับ?” โจวเยี่ยนหัวเราะ
“จริงดิ?” สหายเหล่าโจวก็ไม่เชื่อเหมือนกัน
“จริงสิโว้ย!” เซี่ยวเหล่ยลดเสียงลงหลายส่วน “คืนนั้นพ่อตาฉันดื่มไปเยอะ ปากก็เลยหลวมไปหน่อย เอาเรื่องที่เขามีกิ๊กเก่าหลายคนมาอวดฉัน ฉันก็เลยจดลงสมุดบัญชีหนังหมาไว้ให้เขาหมดเลย...”