เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ

บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ

บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ


โจวเยี่ยนวางซาลาเปาในมือลง แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ผมจะบอกพวกคุณให้นะ ข้าวต้มมันเทศนี่ไม่เหมือนเดิมจริง ๆ ผมต้มตามวิธีโบราณ รับรองว่าทุกคนกินชามแรกแล้วก็ยังอยากกินชามที่สองอีกแน่”

ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะ เมื่อหลายปีก่อนฐานะไม่ค่อยดี ไม่มีข้าวสวยกิน ก็เลยเอามันเทศมาต้มข้าวต้มกิน กินเจ็ดวันต่อสัปดาห์ กินแต่ข้าวต้มมันเทศกับผักกวางตุ้งทุกมื้อ จนเอียนไปเลย

สองปีมานี้กลับมาเปิดให้ฆ่าวัวได้อีกครั้ง ฐานะของแต่ละครอบครัวก็ดีขึ้น ปกติก็เลยไม่ค่อยจะชายตามองของสองอย่างนี้สักเท่าไหร่

แต่วันนี้ข้าวต้มมันเทศที่โจวเยี่ยนต้ม ดูแล้วมันไม่ค่อยเหมือนเดิมจริง ๆ แฮะ

ใส่มันเทศไม่ค่อยเยอะ แถมยังหั่นเป็นชิ้นค่อนข้างเล็ก โรยประดับอยู่ประปราย

น้ำซุปใสแจ๋วไม่ขุ่นมัว เมล็ดข้าวต้มจนบาน แต่ก็ยังเรียงเม็ดสวยงาม ไม่ได้เละจนกลายเป็นแป้งเปียก เวลาตักขึ้นมาก็ให้ความรู้สึกข้นหนืดติดช้อนนิด ๆ

“เรื่องต้มโจ๊กนี่ฉันถนัดนักล่ะ ทั้งโจ๊กหมูเด้งไข่เยี่ยวม้า โจ๊กข้าวฟ่าง ทำได้สบายมาก ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าราชาโจ๊กแห่งเขตซีหู” เซี่ยหวาเฟิงทำหน้ามั่นใจ

โจวเยี่ยนได้ยินก็รีบบอก “ราชาโจ๊กแห่งเขตซีหู โปรดชี้แนะด้วยครับ”

“ได้ เดี๋ยวฉันขอลองชิมดูหน่อย” เซี่ยหวาเฟิงหยิบช้อน ตักทั้งมันเทศและข้าวต้มขึ้นมาพร้อมกัน เป่าไล่ความร้อน แล้วก็ส่งเข้าปาก

ข้าวต้มใส่มันเทศ วิธีกินแบบนี้ทั้งเรียบง่ายและทำให้อิ่มท้อง มันเทศปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง เมื่อก่อนตอนที่ไม่มีเงินกินข้าว นี่แหละคืออาหารหลักที่สำคัญที่สุด

แต่ก็เป็นเพราะว่ากินเยอะเกินไป กินจนจุก ทุกคนก็เลยไม่ได้รู้สึกชื่นชอบมันสักเท่าไหร่

เซี่ยหวาเฟิงไม่เชื่อหรอก ข้าวต้มมันเทศแค่ชามเดียว โจวเยี่ยนจะต้มออกมาให้เลิศหรูได้สักแค่ไหนเชียว

พอข้าวต้มเข้าปาก เซี่ยหวาเฟิงก็ค่อย ๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

รสสัมผัสของข้าวเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ มันเทศชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูเป็นก้อน พอเอาปลายลิ้นดุนเบา ๆ ก็ละลายหายไป ความหอมหวานของมันเทศผสมผสานเข้าไปในตัวข้าวต้ม หอมหวานเป็นธรรมชาติ ลื่นคอสดชื่น!

เดี๋ยวนะ?

นี่มันรสสัมผัสที่ข้าวต้มมันเทศควรจะมีเหรอ?

นี่มันจะหอมเกินไปแล้วมั้ง?!

“เดี๋ยวสิ ในนี้มีแค่มันเทศกับข้าวต้มจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยหวาเฟิงคนดูข้าวต้มในชามอย่างละเอียด พอมั่นใจแล้วว่ามีแค่มันเทศกับข้าวต้มจริง ๆ เขาก็ถึงกับงงไปเลย มองโจวเยี่ยนแล้วถาม “ทำได้ยังไงเนี่ย?”

“ราชาโจ๊กครับ นี่มันเป็นขั้นตอนพื้นฐานไม่ใช่เหรอครับ?” โจวเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “หรือว่าโจ๊กที่คุณอาต้มมันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ?”

“เอ่อ...” เซี่ยหวาเฟิงค่อย ๆ กำช้อนแน่นขึ้น “ก็คล้าย ๆ กันแหละ ปกติฉันไม่ค่อยทำข้าวต้มมันเทศหรอก จือหลานไม่ชอบกินน่ะ...”

“เหล่าเซี่ย! ข้าวต้มมันเทศนี่อร่อยมากเลย คุณไปหัดทำดูสิ ฉันชอบกิน” เมิ่งจือหลานถือช้อนตักข้าวต้มมันเทศขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนไปพลาง หันไปพูดกับเซี่ยหวาเฟิงไปพลาง

เซี่ยหวาเฟิง: “...”

โจวเยี่ยนเม้มปาก ก้มหน้ามองข้าวต้มตรงหน้า พยายามกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์

[ข้าวต้มมันเทศที่สมบูรณ์แบบหนึ่งที่]

ช่วยไม่ได้นี่นา ต่อให้มันจะเป็นแค่ข้าวต้มมันเทศ แต่มันก็ต้านทานความจริงที่ว่ามันเป็นเมนูข้าวต้มมันเทศที่สมบูรณ์แบบไม่ได้!

เหล่าเซี่ยจะทำยังไงได้ล่ะ ภรรยาเอ่ยปากมาขนาดนี้แล้ว ก็ทำได้แค่กลั้นใจพูดว่า “เสี่ยวโจว...”

โจวเยี่ยนพยักหน้า “คุณอาเซี่ย ผมเข้าใจครับ เดี๋ยวผมจะเขียนสูตรให้ ตั้งแต่การคุมไฟไปจนถึงเวลา รับรองว่าไม่ให้คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”

เซี่ยหวาเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสี่ยวโจวมีจุดหนึ่งที่ทำให้เขาค่อนข้างพอใจ นั่นก็คือการรู้ใจและเข้าสังคมเป็น

“โจวเยี่ยน เดี๋ยวช่วยบอกพวกเราบ้างสิ ข้าวต้มมันเทศนี่ต้มออกมาได้อร่อยมากจริง ๆ คุมเวลายังไงเนี่ย” โต๊ะข้าง ๆ ลุงใหญ่โจวชิงเอ่ยขึ้น เขาตักข้าวต้มชามที่สองไปเรียบร้อยแล้ว

โจวเยี่ยนตอบด้วยรอยยิ้ม “ได้เลยครับ เดี๋ยวค่อยเปิดชั้นเรียนสอนต้มข้าวต้มมันเทศ ใครอยากเรียนก็มาได้เลย”

ข้าวต้มมันเทศถือว่าเหนือความคาดหมายไปหน่อย ส่วนซาลาเปากลับเป็นตัวจุดประกายให้มื้อค่ำ

ซาลาเปาไส้เนื้อสดที่หอมอร่อย กับซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองที่เค็มหอมกลมกล่อม ทำเอาทุกคนเอ่ยปากชมกันไม่ขาดปากจริง ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่โจวเยี่ยนกลับมาทำซาลาเปาที่บ้านเกิด คนในตระกูลโจวหลายคนก็เพิ่งจะเคยกินซาลาเปาที่โจวเยี่ยนทำเป็นครั้งแรก สีหน้าตื่นตะลึงบนใบหน้าปิดบังเอาไว้ไม่อยู่เลย

“ซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยจังเลย” เถียนเจียวถือซาลาเปาไส้เนื้อ กินอย่างเอร็ดอร่อย หันกลับไปมองเถียนฮุยแล้วบอก “คุณพ่อ คุณพ่อไปหัดทำซาลาเปาไส้เนื้ออร่อย ๆ กับพี่เยี่ยนหน่อยสิคะ~ หนูชอบกินซาลาเปาไส้เนื้อ!”

“ถ้าลูกชอบกิน เดี๋ยววันหลังพ่อจะพาลูกไปกินที่บ้านพี่โจวเยี่ยนบ่อย ๆ ดีไหมล่ะ” เถียนฮุยหัวเราะอย่างจนใจ ให้คนที่ขนาดข้าวต้มมันเทศยังต้มไม่เป็นอย่างเขาไปเรียนทำซาลาเปา นี่มันจงใจทำให้เขาลำบากชัด ๆ

“เฮ้อ” เถียนเจียวถอนหายใจ ดวงตาสองข้างมีน้ำตาคลอเบ้า มองโจวโม่โม่แล้วบอก “โม่โม่ วันหลังเราไปอยู่ครอบครัวเดียวกับเธอดีกว่า พ่อเราเป็นคนโง่เขลา คงจะเรียนไม่เป็นหรอก”

“โอ๋ ๆ เธอกินซาลาเปาไส้เนื้อสดอีกสักลูกสิ” โจวโม่โม่คีบซาลาเปาใส่ชามให้เธออีกลูก ปลอบใจว่า “ถึงเขาจะโง่เขลาแค่ไหน แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อของเธอนะ~”

ทุกคนได้ยินดังนั้นก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่

กินมื้อค่ำเสร็จ พวกป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองก็อาสารับหน้าที่ล้างจานไปทำเอง เพื่อให้พวกโจวเยี่ยนได้กลับไปพักผ่อนก่อน

“โม่โม่ ลาก่อนนะ เธอต้องไปเล่นกับเราที่เจียโจวด้วยล่ะ” เถียนเจียวจับมือโจวโม่โม่ ดวงตาสองข้างน้ำตาคลอเบ้า

“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ เดี๋ยวเราจะไปเล่นด้วย” โจวโม่โม่ยิ้มพลางลูบแก้มเธอ “ถ้าเธอคิดถึงเรา ก็ให้แม่พามาเล่นกับเราสิ”

“อื้อ” เถียนเจียวพยักหน้าเล็ก ๆ ถึงได้กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

หลี่ซือหนานยิ้มกล่าวลาทุกคน อุ้มเถียนเจียวขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เล็กตรงคานหน้ารถจักรยาน

พวกหลี่เซียนโหย่วอาศัยจังหวะที่ฟ้ายังไม่มืดสนิท เดินทางกลับเจียโจวไปก่อน

โจวหมิงก็เดินทางกลับไปพร้อมกัน โดยมีซ่งหว่านชิงซ้อนท้ายกลับไปด้วย

“คุณย่า คุณอา พรุ่งนี้เย็นทั้งสองคนไปกินข้าวที่บ้านพวกเราดีไหมครับ” โจวเยี่ยนมองหญิงชรากับโจวเว่ยกั๋วแล้วเอ่ยชวน

“ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้โจวชิงชวนไปกินข้าวที่บ้านเขาน่ะ ปีนี้มีโทรทัศน์ ตอนเย็นยังได้ดูงานเลี้ยงฉลองตรุษจีนด้วย ทุกคนบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะมาดูที่บ้านเรา พรุ่งนี้ต้องคึกคักมากแน่ ๆ” หญิงชราส่ายหน้ายิ้ม ๆ มองเขาแล้วบอก “พรุ่งนี้หลานไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก จัดการดูแลพ่อแม่ของเหยาเหยาให้ดีก็พอ”

“โจวเยี่ยน ถ้าอยู่ที่ตำบลมันน่าเบื่อ นายก็เรียกพวกคุณน้าคุณอามาเล่นด้วยกันสิ” โจวเจี๋ยขยับเข้ามาใกล้ พูดยิ้ม ๆ “ช่วงปีใหม่นี่นา อยู่ในหมู่บ้านยังไงก็คึกคักกว่า”

โจวไห่พูดเสริมขึ้นมาว่า “ใช่แล้ว พรุ่งนี้พวกเรากะว่าจะไปซื้อดอกไม้ไฟกับประทัดมาจุดกัน แถวโรงงานทอผ้าเขาไม่ให้จุดดอกไม้ไฟไม่ใช่เหรอ แบบนั้นมันจะไปมีบรรยากาศปีใหม่ได้ยังไง”

คำพูดของทั้งสองคน ทำเอาโจวเยี่ยนเริ่มคล้อยตามนิดหน่อย

ช่วงปีใหม่นี่นา ยังไงก็ต้องให้ครอบครัวใหญ่มารวมตัวกันคึกคัก ๆ หน่อย ถึงจะได้บรรยากาศปีใหม่

โจวโม่โม่ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกาย “เกอเกอ! หนูอยากจุดดอกไม้ไฟ! พวกเรากลับมาฉลองปีใหม่ที่นี่เถอะค่า”

“จุดประทัด! แม่ครับ ผมก็อยากจุดประทัด!”

“ผมก็เหมือนกัน! พรุ่งนี้พวกเรามาเล่นที่หมู่บ้านโจวกันอีกเถอะนะครับ!”

หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิงเริ่มเข้าไปเกาะแกะอ้อนเมิ่งอันเหอกันแล้ว

“จุดดอกไม้ไฟ!” เซี่ยเหยาตาก็เป็นประกายเหมือนกัน พอเห็นโจวเยี่ยนเริ่มสนใจ ก็รีบหันไปปรึกษากับเซี่ยหวาเฟิงและเมิ่งจือหลานทันที “พ่อคะ แม่คะ พวกเรามาฉลองปีใหม่ที่หมู่บ้านกันดีไหมคะ? รู้สึกว่าจะน่าสนุกกว่านะคะ!”

โจวเยี่ยนได้ยินก็หันมองตาม “คุณอาเซี่ย คุณน้าครับ พวกคุณคิดว่ายังไงครับ?”

“ได้สิ ก็ดีเหมือนกันนะ” เมิ่งจือหลานพยักหน้า ก่อนจะถามต่อว่า “ตอนโต้รุ่งข้ามปีมีตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอกไหมล่ะ?”

จ้าวเถี่ยอิงรีบรับช่วงพูดต่อทันที “เล่นสิ ต้องเล่นอยู่แล้ว! จือหลาน คืนพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันรับหน้าที่หาขาไพ่ให้เอง รับรองว่าจะให้คุณได้สนุกและเล่นให้เต็มที่ไปเลย!”

เมิ่งจือหลานตาเป็นประกาย พยักหน้าบอก “ตกลง! งั้นฉันมาแน่นอน”

เซี่ยหวาเฟิงทำหน้าจนใจ แต่ก็ทำได้แค่พยักหน้า จือหลานไปติดใจไพ่นกกระจอกตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?

เมิ่งฮั่นเหวินหัวเราะฮ่า ๆ “ตาเองก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ ทุกคนมาดูงานปีใหม่ด้วยกัน โต้รุ่งข้ามปีด้วยกัน แบบนั้นถึงจะน่าสนุก”

หลินจื้อเฉียงพูดเสริม “งั้นก็เยี่ยมไปเลย! พรุ่งนี้ฉันก็จะซื้อดอกไม้ไฟกับประทัดกลับมาด้วย”

ทีนี้ ทุกคนก็ตกลงเห็นพ้องต้องกันเรียบร้อยแล้ว

“ได้ครับ งั้นเอาตามนี้นะ พรุ่งนี้พวกเราก็กลับมากินมื้อค่ำวันสิ้นปีที่นี่เหมือนกัน!” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ หันไปบอกกับโจวชิงว่า “ลุงใหญ่ครับ งั้นมื้อค่ำวันสิ้นปีพรุ่งนี้ผมจัดการเองนะครับ พวกเรายังคงกินที่บ้านคุณย่าเหมือนเดิม ตั้งโต๊ะสักสี่ตัวก็พอแล้ว เตาไม่ต้องรื้อ ส่วนเรื่องกับข้าวพวกลลุงก็ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวตอนบ่ายผมจะเอามาจัดการเอง วันนี้เดิมทีก็ทำหมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองกับหมูสามชั้นนึ่งหวานเผื่อไว้เยอะอยู่แล้ว เนื้อพวกนี้เก็บไว้ให้ผมด้วยนะครับ”

โจวเยี่ยนกำชับโจวชิงอยู่ครู่หนึ่ง ก็เป็นอันจัดการเรื่องมื้อค่ำวันสิ้นปีพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย

ตอนกลางวันพรุ่งนี้โจวเยี่ยนมีธุระ ทำแค่มื้อค่ำวันสิ้นปีมื้อเดียวยังถือว่าง่ายสบาย ๆ

พวกเมนูพะโล้มีทำเตรียมไว้แล้ว คืนนี้ก็ทำเป็ดรมควันใบชาเพิ่มอีกสักสี่ตัว พรุ่งนี้เขายังจะได้ลองทำแผ่นปอดสามีภรรยาดูด้วย เมนูนึ่งก็ทำเตรียมล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว เดิมทีกะว่าจะแบ่งให้แต่ละบ้าน พรุ่งนี้ก็แค่เอามาอุ่นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว

พอทุกอย่างลงตัว ในหัวของโจวเยี่ยนก็วางแผนขั้นตอนหลัก ๆ เอาไว้เรียบร้อย

ช่วงปีใหม่นี่นา สิ่งที่ต้องการก็คือบรรยากาศของความเป็นปีใหม่นี่แหละ

ของพรรค์นี้ ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกนะ

“เย้!”

“กลับหมู่บ้านฉลองปีใหม่!”

เด็กน้อยทั้งสามคนดีใจสุด ๆ กระโดดโลดเต้นกันใหญ่

พวกโจวเยี่ยนก็เดินทางกลับเช่นกัน

รถของหลินจื้อเฉียงคันเดียวขนไม่หมด แต่จ้าวเถี่ยอิงก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเมิ่งอันเหอต้องรอ เธอให้เมิ่งอันเหอซ้อนท้าย ส่วนโจวเหมี่ยวก็ให้เด็กสองคนซ้อน แล้วก็กลับซูจีไปด้วยกันเลย

คืนนี้เซี่ยเหยาไปพักที่บ้านพักรับรองเป็นเพื่อนคุณยายของเธอ ส่วนเมิ่งอันเหอก็ถูกกล่อมให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเมิ่งจือหลาน

เพื่อไม่ให้เสียเวลาตั้งวงกินเหล้ารอบดึกของคุณอาเซี่ยและคุณอาหลิน โจวเยี่ยนจึงไม่กล้าชักช้า พอส่งเซี่ยเหยาถึงบ้านพักรับรองเสร็จ ก็กลับมาที่ร้านอาหาร เซี่ยวเหล่ยมานั่งรอที่ร้านอยู่ก่อนแล้ว

“อาจารย์ มาเร็วจังเลยนะครับ?” โจวเยี่ยนจอดรถ แล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

“โอกาสหายากขนาดนี้ ไม่ต้องมานั่งดูแลลูกเมียแล้วออกมาตั้งวงกินเหล้าทั้งที ยังไงก็ต้องมาเร็วหน่อยสิ” เซี่ยวเหล่ยฉีกยิ้มกว้าง เอามือถูไถกันไปมา “รีบไปเชือดเป็ดเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้พวกเหล่าเซี่ยต้องรอนาน!”

“แล้วพ่อผมล่ะครับ?” โจวเยี่ยนเอ่ยถาม

“กำลังต้มน้ำร้อนอยู่” เสียงของโจวเหมี่ยวดังมาจากในครัว “รีบไปปล่อยเลือดเป็ดก่อน เดี๋ยวน้ำร้อนก็เสร็จแล้ว!”

โจวเยี่ยน: “...”

ดูออกเลยว่า สหายเหล่าโจวก็คาดหวังกับวงเหล้ารอบดึกนี้มากเหมือนกัน

เชือดเป็ด หมักเป็ด โจวเยี่ยนเลือกเป็ดมาตัวหนึ่งให้อาจารย์ของเขาได้ลองทำตามขั้นตอนทั้งหมดด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นถึงแม้จะมีบางจุดที่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่โจวเยี่ยนก็ฝืนกลั้นใจไม่พูดอะไรออกไป

ชี้เป็นชี้ตายก็ตรงนี้แหละ เขาจะทำให้เสียเรื่องเพราะความปากมากของตัวเองไม่ได้เด็ดขาด

ดูจากนิสัยของระบบหมา ๆ นี่แล้ว ถ้าเขายื่นมือเข้าไปยุ่ง ดีไม่ดีสุดท้ายอาจจะโดนตัดสินว่าผิดกฎ แล้วภารกิจนี้ก็อาจจะล้มเหลวเอาได้

ไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร ขอแค่ไปถึงระดับ [รสชาติดีมาก] ก็พอแล้ว!

หมักเป็ดเสร็จ เอาฝาชีเหล็กมาครอบปิดไว้ สหายเหล่าโจวก็จัดการห่อเมนูพะโล้ที่เหลือจากเมื่อเช้าเตรียมไว้เรียบร้อย

“งั้นผมไม่ไปแล้วกันนะครับ” โจวเยี่ยนมองชายสองคนที่กำลังหิ้วตะกร้าแล้วบอก

“ไปเถอะ! จะพาไปเปิดหูเปิดตาวงเหล้าของลูกผู้ชายหน่อย!” เซี่ยวเหล่ยลากโจวเยี่ยนไปด้วย เดินไปพลางพูดไปพลาง “ฉันจะบอกให้นะ เมื่อก่อนพ่อตาของฉันก็ไม่ค่อยจะลงรอยกับฉันเท่าไหร่เหมือนกัน ตอนหลังพอพวกเราได้ตั้งวงกินเหล้าด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พอวันรุ่งขึ้นเขาก็มาเข้าข้างฉันเลย จนถึงตอนนี้ถึงแม่ยายฉันจะยังไม่ค่อยมองฉันในแง่ดีเท่าไหร่ แต่พอพ่อตาเจอหน้าฉันทีไร เขาก็มักจะเป็นฝ่ายยื่นบุหรี่ให้ฉันก่อนเสมอเลยล่ะ”

“อาจารย์ ขี้โม้อีกแล้วเหรอครับ?” โจวเยี่ยนหัวเราะ

“จริงดิ?” สหายเหล่าโจวก็ไม่เชื่อเหมือนกัน

“จริงสิโว้ย!” เซี่ยวเหล่ยลดเสียงลงหลายส่วน “คืนนั้นพ่อตาฉันดื่มไปเยอะ ปากก็เลยหลวมไปหน่อย เอาเรื่องที่เขามีกิ๊กเก่าหลายคนมาอวดฉัน ฉันก็เลยจดลงสมุดบัญชีหนังหมาไว้ให้เขาหมดเลย...”

จบบทที่ บทที่ 841 มนตร์รสมือลบภาพจำข้าวต้มมันเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว