เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 ความใจร้อนของคุณปู่

บทที่ 301 ความใจร้อนของคุณปู่

บทที่ 301 ความใจร้อนของคุณปู่


หลังจากนั้น ไม่ว่าป้าเย่จะบอกราคาสินค้าชิ้นไหน คนในลานบ้านก็อดส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจไม่ได้ และไม่มีใครยกมือปฏิเสธเลยสักคน

ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย นอกจากราคาที่ถูกแสนถูก

ผลิตภัณฑ์นมซึ่งถือเป็นของบำรุงร่างกายราคาแค่หนึ่งถึงสองเหมา เนื้อวัวตากแห้งราคาหนึ่งหยวนหนึ่งเหมา ของพวกนี้ต่อให้ไม่ได้กินเอง เอาไปขายต่อในตลาดมืดก็ยังได้กำไรบานเบอะ

ป้าเย่เห็นของในถุงใกล้จะหมดแล้ว และทุกคนก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ จึงพูดขึ้นตรงๆ ว่า "เอาล่ะ ป้าว่าไม่ต้องบอกราคาต่อแล้วมั้ง พวกเราเอามาหารแบ่งเท่าๆ กันแล้วคิดเงินเลยดีกว่า"

"ป้าเย่ ป้าน่าจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ" อวี๋กุ้ยเฟินหัวเราะร่าตอบรับ

"หล่อนนี่มีส่วนร่วมทุกเรื่องเลยนะ!"

ป้าเย่แกล้งถลึงตาใส่ ก่อนจะหันไปสั่งการ "มาช่วยกันหลายๆ คนหน่อย พวกเรามาแยกประเภทของแล้วชั่งน้ำหนักกัน"

สิ้นเสียง บรรดาคุณป้าที่คล่องแคล่วว่องไวในลานบ้านก็ก้าวออกมาถกแขนเสื้อลงมือทำทันที

อวี๋กุ้ยเฟินไม่ได้โกรธเคืองที่ถูกดุ หล่อนยิ้มแย้มเดินเข้าไปช่วยด้วยความเต็มใจ

เพียงไม่นาน ของทั้งหมดก็ถูกแบ่งออกเป็นหกส่วน แต่ละส่วนหนักประมาณเจ็ดถึงแปดชั่ง

หลังจากแจกจ่ายของให้ทุกคนเสร็จเรียบร้อย

ป้าเย่ตบมือเบาๆ แล้วยิ้มถาม "ทุกคนได้รับของครบแล้วนะ คราวนี้พอใจกันแล้วใช่ไหม"

"พอใจจ้ะ พอใจมาก!" อวี๋กุ้ยเฟินกอดส่วนแบ่งของตัวเองไว้แน่น ยิ้มจนหุบปากไม่ลง

เพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พากันยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย

แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของป้าเย่ก็หายไป แทนที่ด้วยความจริงจัง

"ป้ารู้ว่าทุกคนดีใจ แต่มีบางเรื่องที่ป้าต้องขอพูดดักคอไว้ก่อนนะ"

หล่อนหยุดไปนิดหนึ่ง กวาดสายตามองทุกคน

"การที่ไคซินยอมแบ่งของให้พวกเราในราคานี้ เป็นเพราะเขามีน้ำใจและเห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้าน"

"ถ้าหลังจากนี้ใครริจะทำตัวเลียนแบบป้าเฉียนอีกล่ะก็ อย่าว่าแต่ไคซินเลย ป้านี่แหละจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอม เข้าใจไหม"

คำพูดนี้ทำให้คนในลานบ้านเงียบกริบไปชั่วขณะ

"ป้าเย่พูดถูกแล้ว!" อวี๋กุ้ยเฟินเป็นคนแรกที่ส่งเสียงตอบรับ "ถ้าใครกล้าคิดไม่ซื่อกับไคซินอีกล่ะก็ เท่ากับเป็นศัตรูกับคนทั้งลานบ้านเรา!"

"ใช่ๆ! ใครทำตัวเหมือนป้าเฉียน ขอให้ลูกหลานเกิดมาไม่มีรูทวาร!" จูเสี่ยวฮวาตะโกนเสียงดังลั่น พูดจบก็ไม่ลืมแอบชำเลืองมองไปทางหลี่ไคซิน

ตอนแรกหล่อนมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เพราะเคยไปล่วงเกินหลี่ไคซินเอาไว้ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่ถือสาหาความ พอสบโอกาสหล่อนจึงรีบประจบประแจงทันที

เพื่อนบ้านคนอื่นๆ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบแย่งกันพูด

"ใช่แล้ว ถ้าใครกล้าก่อเรื่องอีก อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจนะ!"

"ป้าเย่ไม่ต้องห่วง พวกเรารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร"

ขณะที่คนในลานบ้านกำลังคุยกันอย่างออกรส ป้าเฉียนก็เดินกระเซอะกระเซิงเข้ามาจากทางประตูใหญ่ด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง

ทุกคนเห็นเข้าก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนไปชั่วขณะ แต่พอก้มลงมองกองของในมือ ความรู้สึกผิดบาปเหล่านั้นก็มลายหายไปจนเกือบหมด

จูเสี่ยวฮวาไม่เกรงใจอีกต่อไป หล่อนยิ้มเยาะแล้วพูดว่า

"แหม ป้าเฉียนกลับมาแล้วเหรอ! วันนี้ต้องขอบคุณป้าจริงๆ นะ ที่ทำให้พวกเราได้ส่วนแบ่งของดีๆ เพิ่มขึ้นตั้งเยอะ"

"จูเสี่ยวฮวา หล่อนหมายความว่ายังไง" ป้าเฉียนหน้าเขียวปัด

เมื่อกี้โดนพวกคนลาน 95รุมทึ้งอยู่ข้างนอก ในใจก็เต็มไปด้วยความโกรธอยู่แล้ว

จูเสี่ยวฮวาแสร้งทำหน้าซื่อ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย "ก็ขอบคุณป้าไงล่ะ มีปัญหาอะไรเหรอ"

พูดพลางชูเนื้อแกะตากแห้งในมือขึ้นสูง

"ดูสิ เนื้อแกะตากแห้งที่ฉันเพิ่งได้ส่วนแบ่งมา แค่ชั่งละห้าเหมาเอง ถูกจะตายไป ในนี้มีส่วนของป้ารวมอยู่ด้วยนะเนี่ย!"

"หล่อน... หล่อน..." ป้าเฉียนชี้หน้าหล่อน โกรธจนพูดไม่ออก

เพื่อนบ้านคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็มุมปากกระตุก นึกเหยียดหยามจูเสี่ยวฮวาอยู่ในใจ การประจบหลี่ไคซินมันก็ไม่น่าจะทำกันแบบนี้ไหม

แต่พวกหล่อนกลับลืมไปว่าเมื่อกี้ตัวเองก็ผสมโรงพูดไปไม่น้อยเหมือนกัน

"พอได้แล้ว จูเสี่ยวฮวา" ป้าเย่ขมวดคิ้ว พูดขัดขึ้น "เอาแค่นี้พอ หุบปากไปเลย"

จูเสี่ยวฮวายังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่พอโดนป้าเย่ถลึงตาใส่ ก็ต้องยอมหุบปากไปอย่างเสียดาย

จากนั้นป้าเย่ก็หันไปหาป้าเฉียน พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ป้าเฉียน กลับบ้านไปเถอะ! ต่อไปก็หัดทำตัวดีๆ หน่อย"

ป้าเฉียนมองดูคนทั้งลานบ้านที่อุ้มของกันถ้วนหน้า ท้ายที่สุดก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร หล่อนก้มหน้าเดินกลับเข้าบ้านตัวเองไป

เมื่อเห็นหล่อนเดินไปไกลแล้ว ป้าเย่ถึงหันกลับมา ยิ้มพลางยื่นเงินในมือให้ "ไคซิน เงินนี่เธอลองนับดูนะ"

"ป้าเย่เป็นคนจัดการ ผมเชื่อใจครับ"

หลี่ไคซินตอบพลางรับเงินยัดใส่กระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ "งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ"

เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากลานบ้านหมายเลข 94 หลี่ไคซินก็ต้องเจอกับรถจี๊ปหลายคันแล่นตรงมาทางนี้

รถคันแรกเพิ่งจะจอดสนิท ประตูก็เปิดออก เฉินหย่งไท่กับเฉินหย่งอันสองพี่น้องก้าวลงมาจากรถ

รถคันอื่นๆ ที่ตามมาก็ทยอยจอด หงกั๋วอิง เฉินเว่ยตง และใบหน้าที่คุ้นเคยอีกหลายคนก้าวลงมาจากรถ

"น้องไคซิน เราเจอกันอีกแล้วนะ" เฉินหย่งไท่เดินก้าวยาวๆ เข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หลี่ไคซินชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่หย่งไท่ พวกพี่มาทำอะไรกันครับเนี่ย"

"ก็เอาโสมป่ามาส่งไง!" เฉินหย่งไท่ล้วงกล่องใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "น้องไคซิน นายคงไม่ลืมเรื่องที่รับปากพวกคุณปู่ไว้หรอกนะ"

หลี่ไคซินได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ "พี่หย่งไท่ พวกพี่จะใจร้อนเกินไปแล้วมั้ง"

"จะไม่ให้ร้อนใจได้ไงล่ะ" หงกั๋วอิงที่อยู่ด้านหลังยิ้มสมทบ "รีบเอามาส่งให้เร็วหน่อย คุณปู่จะได้รีบได้ใช้ยาเร็วๆ ไง"

"ได้เลยครับ!" หลี่ไคซินยิ้มอย่างจนใจ "พวกพี่เอาโสมป่ามาให้ผมให้หมดเลยครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยมารับยานะครับ"

เฉินหย่งไท่กับพรรคพวกมาเร็วเคลมเร็ว หลังจากมอบโสมป่าให้หลี่ไคซินแล้ว พูดคุยทักทายกันได้ไม่กี่คำ ก็ขึ้นรถกลับไป

หลี่ไคซินมองตามหลังรถจี๊ปหลายคันที่แล่นออกไป ก่อนจะหอบกล่องกองโตในอ้อมแขน หันหลังเดินกลับเข้าลานบ้านหมายเลข 93ไป

เวลาล่วงเลยไปจนถึงมื้อค่ำ ครอบครัวหลี่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวต้มอยู่ในห้องโถงกลาง

หลี่หมิงเต๋อวางชามลงแล้วเอ่ยขึ้น "ไคซิน พรุ่งนี้พ่อกับแม่ต้องไปทำงาน คงต้องให้ลูกเอาของไปให้บ้านคุณยายเองแล้วล่ะ"

วันนี้เพราะไปร่วมงานวันเกิดของคุณปู่หลิว ของที่หลี่ไคซินตั้งใจจะเอาไปฝากคุณตาคุณยายจึงยังไม่ได้เอาไปให้

"ได้ครับพ่อ!" หลี่ไคซินรับคำ พลางซดข้าวต้มในชามจนหมด

ตอนนั้นเอง หลี่ข่ายน้องชายก็ชะโงกหน้ามาถามตาแป๋ว "พี่ใหญ่ งั้นพรุ่งนี้พี่จะไปส่งผมที่โรงเรียนได้ไหมครับ"

"เสี่ยวข่าย!" หลี่หมิงเต๋อทำหน้าขรึม "พรุ่งนี้พี่เขาต้องไปทำธุระสำคัญ ไม่มีเวลาไปส่งแกหรอก"

หลี่ข่ายถูกพ่อถลึงตาใส่ก็หดคอลง ไม่กล้าพูดอะไรอีก

ครั้งนี้หลี่ไคซินก็ไม่ได้พูดอะไร พรุ่งนี้เช้าเขายังต้องรอเฉินหย่งไท่มารับยา คงจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้จริงๆ

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสียงแตรรถปลุกให้หลี่ไคซินตื่นจากความฝัน

เมื่อหันไปมอง ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่างเท่านั้น

จากนั้นก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยของเฉินหย่งไท่ดังมาจากนอกลานบ้าน "น้องไคซิน! ตื่นหรือยัง"

หลี่ไคซินสวมเสื้อผ้าแล้วรีบเดินออกไปที่ลานบ้าน

หน้าประตูมีรถจี๊ปหลายคันจอดอยู่ หลิวเจี้ยนหมิง เฉินหย่งไท่ และอีกหลายคนยืนอยู่ข้างรถ กำลังถูมือเป่าไอร้อนออกจากปาก

"พี่หย่งไท่ พวกพี่มาเช้าเกินไปแล้วมั้ง" หลี่ไคซินเดินยิ้มเข้าไปทักทาย "ฟ้ายังไม่สว่างเลยนะเนี่ย"

"ก็มันใจร้อนอยากได้ยานี่นา"

เฉินหย่งไท่หัวเราะแฮะๆ "เมื่อคืนพอกลับไปเล่าให้คุณปู่ฟัง ท่านก็เร่งให้ฉันรีบมาตั้งแต่เช้าตรู่ กลัวว่าจะมาสาย"

หลี่ไคซินได้ยินดังนั้น ก็รีบล้วงเอาขวดยาขวดเล็กๆ หลายขวดออกมาจากอกเสื้อ "นี่ครับ ผมติดป้ายชื่อคุณปู่แต่ละท่านไว้หมดแล้ว"

เหตุผลหลักก็เพราะโสมป่าที่คุณปู่แต่ละท่านส่งมามีอายุไม่เท่ากัน จึงต้องแยกยาให้ชัดเจน

เฉินหย่งไท่รับขวดยาไป จากนั้นก็ล้วงปึกเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือหลี่ไคซิน

"น้องไคซิน นี่เป็นค่ายาที่คุณปู่ฝากมาให้ ลองดูสิว่าพอไหม"

"ไม่ต้องหรอกครับ ไม่ต้อง!" หลี่ไคซินรีบดันเงินคืนไป "สมุนไพรอื่นๆ ที่ใช้เป็นส่วนผสมก็ไม่ใช่ของมีราคาอะไร"

"แบบนั้นได้ไงล่ะ!"

เฉินหย่งไท่ดันเงินกลับมาอีกรอบ "นายอุตส่าห์ลงแรงปรุงยา จะให้ทำฟรีๆ ได้ยังไง รับไปเถอะ รับไป!"

ทั้งสองผลักกันไปผลักกันมา สุดท้ายหลี่ไคซินก็ต้านทานความดื้อดึงของอีกฝ่ายไม่ไหว จำต้องรับเงินมา

เฉินหย่งไท่เห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้าง "ต้องแบบนี้สิ งั้นพวกเราไปก่อนนะ ไว้มีเวลาค่อยมาหาดื่มกัน!"

"ตกลงครับ พี่หย่งไท่ เดินทางปลอดภัยนะครับ" หลี่ไคซินโบกมือลา

ไม่นาน รถจี๊ปหลายคันก็หายลับไปจากปากซอย

จบบทที่ บทที่ 301 ความใจร้อนของคุณปู่

คัดลอกลิงก์แล้ว