- หน้าแรก
- จากไอ้หนุ่มยาจก สู่เสี่ยใหญ่ที่ดาวมหาลัยยังต้องเหลียวมอง
- บทที่ 250 - นายกล้าหลอกลวงชายหนุ่มผู้ใสซื่ออย่างฉันงั้นเหรอ
บทที่ 250 - นายกล้าหลอกลวงชายหนุ่มผู้ใสซื่ออย่างฉันงั้นเหรอ
บทที่ 250 - นายกล้าหลอกลวงชายหนุ่มผู้ใสซื่ออย่างฉันงั้นเหรอ
บทที่ 250 - นายกล้าหลอกลวงชายหนุ่มผู้ใสซื่ออย่างฉันงั้นเหรอ
★★★★★
หลังจากที่เฉาหมิงเดินจากไปแล้ว
หลินเฟิงถึงค่อยสงบสติอารมณ์และเริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาเรื่องบุคลากรในทีมอย่างจริงจัง
ในเมื่อต้องการจะทำโปรเจกต์พัฒนาที่ดิน
แถมยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในอนาคตอีก
ดังนั้นย่านศูนย์กลางการค้าแห่งนี้ก็จะต้องพึ่งพาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความอยู่รอด
มีเพียงชื่อเสียงของสถานที่ท่องเที่ยวและชื่อเสียงของย่านศูนย์กลางการค้าที่คอยส่งเสริมซึ่งกันและกันเท่านั้น
ถึงจะสามารถสร้างผลประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
ดังนั้นหลินเฟิงจึงตระหนักได้ว่าภายในทีมโปรเจกต์นี้จำเป็นจะต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะด้านอยู่ด้วย
อย่างเช่นบุคลากรระดับสูงที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อีกอย่างหลินเฟิงก็รู้ดีจากการอ่านข้อมูลว่าสาเหตุที่ทำให้เมืองชิงซานกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตได้นั้น
ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะการถ่ายทำคลิปวิดีโอสั้นๆ
หลินเฟิงรู้ดีว่าในยุคปัจจุบันแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเหล่านี้สามารถสร้างผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
ดังนั้นลึกๆ ในใจของหลินเฟิงจึงหวังว่าจะสามารถหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการแพลตฟอร์มเข้ามาร่วมทีมได้
เพราะหลินเฟิงตั้งใจจะสร้างย่านศูนย์กลางการค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมาบนที่ดินแปลงนี้
สมมติว่าในอนาคตสถานที่ท่องเที่ยวเมืองชิงซานเกิดหมดความนิยมขึ้นมา
ย่านศูนย์กลางการค้าก็ยังคงมีจุดแข็งในการแข่งขันและสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาได้ด้วยตัวเอง
ความทะเยอทะยานของหลินเฟิงนั้นยิ่งใหญ่นัก
เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถสร้างย่านศูนย์กลางการค้าที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาได้
หลังจากที่หลินเฟิงใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินออกจากห้องทำงาน จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
มันคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบตอนที่มีภารกิจใหม่นั่นเอง
[ติ๊ง...]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ปลดล็อกภารกิจเสริม ค้นหาบุคลากรผู้มีความสามารถเฉพาะด้าน]
[โฮสต์ต้องการจะตอบรับภารกิจนี้หรือไม่]
[คำใบ้ ในภารกิจเสริมครั้งนี้ระบบจะสุ่มมอบเบาะแสที่เกี่ยวข้องให้เป็นระยะเพื่อช่วยให้โฮสต์สามารถค้นหาบุคลากรที่ต้องการได้เร็วขึ้น]
พอได้ยินแบบนั้นหลินเฟิงก็ตอบรับภารกิจทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด
ตั้งแต่ที่อัปเกรดระบบ ภารกิจบางอย่างที่ระบบมอบหมายให้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว
หลินเฟิงสามารถสัมผัสได้ว่าภารกิจที่ระบบมอบให้ในตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็เพื่อช่วยปูทางให้เขาในอนาคตสามารถก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น
แถมตอนนี้หลังจากที่ระบบมอบหมายภารกิจนี้ให้แล้วก็ยังบอกอีกว่าจะคอยให้คำใบ้เป็นระยะๆ
ถ้าอย่างนั้นภารกิจนี้ก็คงไม่ได้ยากเย็นอะไรแล้วล่ะ
อีกอย่างต่อให้ระบบจะไม่มอบหมายภารกิจนี้มาให้ ตัวหลินเฟิงเองก็ตั้งใจจะไปตามหาบุคลากรที่มีความสามารถและดึงตัวเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้อยู่แล้ว
นี่มันตรงกับสิ่งที่หลินเฟิงต้องการจะทำพอดี การตอบรับภารกิจนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
[โฮสต์ได้ตอบรับภารกิจค้นหาบุคลากรผู้มีความสามารถแล้ว ตอนนี้ความคืบหน้าของภารกิจคือสองในห้า]
หลินเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแถบความคืบหน้าของภารกิจ
เพิ่งจะตอบรับภารกิจไปเมื่อกี้ ทำไมตอนนี้ถึงทำสำเร็จไปแล้วตั้งสองคนล่ะเนี่ย
แต่หลินเฟิงก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม
แค่ลองคิดทบทวนดูเขาก็เข้าใจทันทีว่าสองคนนี้หมายถึงใคร
หนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นเถียนเสี่ยวอู่ที่หลินเฟิงเพิ่งจะค้นพบในไซต์งานก่อสร้างฮวานเล่อเฉิงอย่างแน่นอน
เพราะตอนนั้นหลินเฟิงก็ใช้ฟีเจอร์ประเมินคะแนนของระบบตรวจสอบจนรู้ว่าเถียนเสี่ยวอู่เป็นบุคลากรที่มีพรสวรรค์
ลึกๆ ในใจของหลินเฟิงตั้งใจจะดึงตัวคนคนนี้เข้ามาร่วมในโปรเจกต์ตั้งนานแล้ว
ส่วนอีกคนนึงนั้น...
หลินเฟิงก็พอจะเดาออกอยู่เหมือนกัน
และเพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจของตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่
หลินเฟิงจึงต่อสายหาฮุ่ยจื่อทันที
"ฮุ่ยจื่อ ตามตัวเฉาหมิงมาพบฉันที ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขาสักหน่อย"
หลังจากฮุ่ยจื่อวางสายเธอก็ลองนึกดูและรีบเดินตรงดิ่งไปยังโซนทำงานของทีมการลงทุนระยะสั้นของรองประธานหวังทันที
และก็เป็นไปตามคาด เธอเห็นเฉาหมิงกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงานของเจียงเชา
"นายดูนายสิยังต้องนั่งทำงานหัวฟูอยู่เลย ส่วนประธานหลินเพิ่งจะเอ่ยปากชมฉันมาหมาดๆ ว่าแผนการพัฒนาของฉันทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก"
เจียงเชารัวนิ้วพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
พลางตวัดสายตามองเฉาหมิงอย่างเคืองๆ "เลิกมาโอ้อวดต่อหน้าฉันได้แล้ว ตอนนี้ฉันกลายเป็นทาสบริษัทเต็มตัวแล้วเนี่ย"
"ขืนนายยังเอาแต่โอ้อวดแบบนี้ต่อไปนายจะต้องโดนกรรมตามสนองแน่"
เฉาหมิงเบิกตากว้าง "จะเป็นไปได้ยังไงกัน"
"หุบปากกาของนายไปเลย ฉันไม่มีทางโดนกรรมตามสนองหรอก"
แต่ผลปรากฏว่าพอพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
"เฉาหมิง ประธานหลินเรียกตัวให้ไปพบที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้น่ะ"
เฉาหมิงรู้สึกเหมือนร่างกายแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันขวับกลับไปช้าๆ และเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของฮุ่ยจื่อ
"ฉันเพิ่งจะออกมาจากห้องทำงานของประธานหลินเองนะ ทำไมถึงเรียกฉันกลับไปอีกล่ะเนี่ย"
ฮุ่ยจื่อเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ฉันเพิ่งจะได้รับสายเมื่อกี้นี้เอง ประธานหลินบอกให้คุณไปพบเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
ฮุ่ยจื่อจงใจเน้นเสียงคำว่าเมื่อกี้นี้เป็นพิเศษ
เฉาหมิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องกลับไปสินะ"
จนกระทั่งเฉาหมิงเคาะประตูห้องทำงานของหลินเฟิง เขาก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าทำไมหลินเฟิงถึงเรียกเขากลับมาอีก
"ประธานหลิน คุณเรียกผมมามีธุระอะไรเหรอครับ"
เฉาหมิงนั่งลงฝั่งตรงข้ามหลินเฟิงพลางเอ่ยถาม
เขามองเห็นหลินเฟิงกำลังจ้องหน้าเขาด้วยรอยยิ้มโดยไม่ยอมพูดอะไร
ชั่วขณะหนึ่งเฉาหมิงก็รู้สึกขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว
"มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ ทำแบบนี้ผมชักจะกลัวแล้วนะ"
เฉาหมิงยกมือขึ้นลูบแขนตัวเอง เขารู้สึกเหมือนไก่กำลังจะออกไข่เป็นตัว
รอยยิ้มที่มีความหมายแอบแฝงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเฟิงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้นายทำโปรเจกต์พัฒนาที่ดินเมืองชิงซานแล้ว พรุ่งนี้นายก็ไปทำงานกับรองประธานหวังพร้อมกับเจียงเชาเลยก็แล้วกัน"
เฉาหมิงถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าที่หลินเฟิงเรียกตัวเขามาก็เพื่อจะประกาศเตะเขาออกจากโปรเจกต์นี้
หลังจากที่เฉาหมิงดึงสติกลับมาได้เขาก็เอ่ยถามหลินเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"พี่เฟิง เรื่องนี้ไม่จริงใช่ไหม พี่กำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหมเนี่ย"
ตอนนี้เฉาหมิงเลิกเรียกประธานหลินแล้ว เพราะเขาตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้วจริงๆ
สิ่งที่เฉาหมิงไม่รู้ก็คือหลังจากที่หลินเฟิงประกาศว่าจะเตะเฉาหมิงออกจากโปรเจกต์นี้ไปแล้ว
หลินเฟิงก็เห็นแถบความคืบหน้าของภารกิจในระบบลดลงจากสองในห้าเหลือเพียงหนึ่งในห้าทันที
ในตอนนี้หลินเฟิงก็เข้าใจเกณฑ์การประเมินของระบบอย่างแจ่มแจ้งแล้ว
น่าจะเป็นเพราะตราบใดที่บุคคลนั้นถูกหลินเฟิงดึงตัวเข้ามาร่วมโปรเจกต์พัฒนาที่ดินแปลงนี้ ก็จะถูกนับว่าเป็นบุคลากรที่หลินเฟิงหามาได้
แต่หลินเฟิงก็รู้ตัวดีว่ามาตรฐานของเขานั้นค่อนข้างสูง
ไม่ใช่ว่าใครหน้าไหนเขาก็จะดึงตัวเข้ามาร่วมทีมหมด
ความจริงที่เรียกตัวเฉาหมิงมาก็เพื่อจะทดสอบข้อสันนิษฐานของตัวเองเท่านั้นแหละ
ตอนนี้หลังจากที่แกล้งเตะเฉาหมิงออกจากโปรเจกต์ชั่วคราว หลินเฟิงก็เข้าใจข้อสันนิษฐานของตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว
แต่ในตอนนี้เมื่อเห็นสีหน้าของเฉาหมิง
จู่ๆ หลินเฟิงก็เกิดอยากจะแกล้งเฉาหมิงขึ้นมา
สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ เขาพยักหน้าด้วยความจริงจังก่อนจะพูดขึ้น
"ฉันลองอ่านแผนการพัฒนาที่นายเขียนมาก่อนหน้านี้อย่างละเอียดแล้ว ถึงแม้นายจะทำออกมาได้ดีแต่ฉันรู้สึกว่าแนวคิดของนายมันไม่ค่อยตอบโจทย์กับแผนการของฉันสักเท่าไหร่"
"นายเป็นคนมีความสามารถนะ เพียงแต่นายไม่ค่อยเหมาะกับโปรเจกต์ของฉันก็เท่านั้นเอง"
เฉาหมิงเบิกตากว้างจ้องมองหลินเฟิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาพยายามจับจ้องใบหน้าของหลินเฟิงเพื่อค้นหาร่องรอยของการล้อเล่น
แต่ท่าทีขึงขังจริงจังของหลินเฟิงก็ทำให้เฉาหมิงหลงเชื่อเข้าอย่างจัง
"อย่าทำแบบนี้สิพี่เฟิง ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ อย่าทำร้ายผมแบบนี้เลย"
เฉาหมิงจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาตัดพ้อ
ในตอนนี้ลึกๆ ในใจของเฉาหมิงรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย
ดูท่าคงจะโดนปากกาของเจียงเชาสาปแช่งเข้าให้แล้วจริงๆ สินะ
ตัวเขาก็แค่แวะไปโอ้อวดต่อหน้าเจียงเชานิดๆ หน่อยๆ เอง
ผลปรากฏว่าตอนนี้เขาต้องมาสูญเสียโอกาสในการร่วมทีมไปเสียแล้ว
กรรมตามสนองเร็วจนเฉาหมิงรู้สึกขมขื่นใจไปหมด
"พี่จะไม่รั้งผมไว้จริงๆ เหรอครับ"
ประกายความหวังในดวงตาของเฉาหมิงหม่นแสงลง
เขาก้มหน้ามองดูเท้าของตัวเองด้วยความสิ้นหวัง
ในตอนนี้
ในใจของเฉาหมิงกำลังพยายามหาข้ออ้างต่างๆ นานามาแก้ตัว เพื่อไม่ให้เจียงเชาหัวเราะเยาะเขาได้ถนัดนัก
แต่ผลปรากฏว่าเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจากหลินเฟิงเสียที พอเงยหน้าขึ้นไปเขาก็เห็นหลินเฟิงกำลังกลั้นขำอยู่
เฉาหมิงลองคิดทบทวนดูครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มจะเข้าใจปฏิกิริยาของหลินเฟิงแล้ว
"พระเจ้าช่วย นี่นายหลอกฉันงั้นเหรอ"
"นายกล้าหลอกลวงชายหนุ่มผู้ใสซื่ออย่างฉันงั้นเหรอ"
เฉาหมิงโอดครวญออกมาพร้อมกับชี้หน้าหลินเฟิงด้วยมือที่สั่นระริก ราวกับกำลังต่อว่าชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจก็ไม่ปาน
หลินเฟิงกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ "เอาล่ะๆ ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นแหละ"
"ฉันก็แค่อยากจะทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของนายดูหน่อย"
เฉาหมิงถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก
หลินเฟิงสังเกตเห็นว่าตอนที่เขาตัดสินใจดึงตัวเฉาหมิงกลับเข้ามาร่วมทีมอีกครั้ง
แถบความคืบหน้าของภารกิจในระบบก็ขยับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ดูท่าเกณฑ์การประเมินก็คงจะเป็นอย่างที่เขาสันนิษฐานเอาไว้จริงๆ ด้วย
"เอาล่ะ ที่ฉันเรียกนายมาครั้งนี้ก็มีธุระสำคัญจริงๆ นั่นแหละ"
หลินเฟิงหุบรอยยิ้มและพูดกับเฉาหมิงด้วยใบหน้าจริงจัง
ตอนนี้พอเฉาหมิงเห็นสีหน้าจริงจังของหลินเฟิงเขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
แต่โชคดีที่หลังจากนั้นหลินเฟิงก็พูดแต่เรื่องงาน
"ตอนนี้โปรเจกต์ของเรายังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอยู่อีกหลายคน"
"ฉันหวังว่านายจะสามารถไปหาคนที่มีความสามารถและสามารถแสดงฝีมือในโปรเจกต์ที่ดินแปลงนี้ออกมาได้นะ"
หลินเฟิงเห็นว่าก่อนหน้านี้เฉาหมิงก็ทำงานด้านบุคคลของบริษัทออกมาได้ค่อนข้างดี
ดังนั้นเขาจึงอยากให้เฉาหมิงช่วยสอดส่องหาบุคลากรเหล่านี้ให้หน่อย
แน่นอนว่าเรื่องนี้เฉาหมิงย่อมต้องตอบตกลงอย่างไม่ลังเล "วางใจเถอะ เรื่องนี้ฉันจะคอยเป็นหูเป็นตาให้แน่นอน"
"ถ้าเจอคนที่มีฝีมือเมื่อไหร่ ฉันจะรีบคว้าตัวมาให้เร็วที่สุดเลย"
เฉาหมิงพูดด้วยใบหน้ามุ่งมั่น
หลินเฟิงพยักหน้ารับ
ครั้งนี้หลังจากที่เดินออกจากห้องทำงานของหลินเฟิง เฉาหมิงก็ไม่ได้เดินเตร็ดเตร่ไปมาในบริษัทอีกแล้ว
แต่กลับเดินตรงดิ่งกลับไปที่มหาวิทยาลัยอย่างว่าง่าย
เพราะกลัวว่าหลินเฟิงจะเรียกเขากลับไปแล้วล้อเล่นอะไรบ้าๆ บอๆ อีก
[จบแล้ว]