บทที่ 6 คำทักทาย
บทที่ 6 คำทักทาย
บทที่ 6 คำทักทาย
"วู้ววว!"
หลู่เถามองดูข้อมูลดินแดนใหม่ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข เขากวาดสายตามองวัสดุในคลังและดำเนินการอัปเกรดหอสังเกตการณ์ทันที เนื่องจากรัศมีการมองเห็นรอบด้านแบบเดิมนั้นไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ขยายออกไปอีกต่อไปแล้ว
มันถูกอัปเกรดขึ้นสู่ระดับสามเช่นกัน
หากปราศจากการมองเห็นรอบด้าน หลู่เถาจะรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยนัก เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ดินแดนของเขาก็มีรัศมีถึงสามกิโลเมตร ซึ่งหมายความว่ามีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึงหกกิโลเมตร นับว่าใหญ่กว่าตอนเริ่มต้นมากทีเดียว
ระมัดระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ—
ผู้พัฒนาเกมอย่างเป็นทางการยังไม่ได้มอบช่วงเวลาคุ้มครองผู้เล่นใหม่ให้แก่เหล่าลอร์ดที่เพิ่งมาถึงเหล่านี้เลย
แม้จะผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน แต่ความจริงคือมีลอร์ดจำนวนนับสิบล้านคนได้จบชีวิตลงแล้วในช่วงเวลาสั้นๆ นี้
สาเหตุที่เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความแตกตื่นในช่องแชทโลกมากนัก เป็นเพราะเมื่อเทียบกับจำนวนลอร์ดทั้งหมดหลายหมื่นล้านคน ข่าวการถูกกำจัดและเสียชีวิตของคนไม่กี่ล้านจึงไม่ได้ดูเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความคิดของคนจำนวนมากยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์
พวกเขายังคงยึดติดกับอัตลักษณ์การเป็น "ภัยพิบัติที่สี่" และดูแคลนทุกสรรพสิ่ง โดยอาจมองข้ามไปว่านี่คือเกมแห่งความตายที่ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานคนเหล่านี้จะค่อยๆ ตื่นจากภวังค์และเริ่มจริงจังกับเกม "การแข่งขันแห่งทวยเทพ" นี้อย่างแท้จริง
"เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนเสียที!"
หลังจากตรวจสอบความปลอดภัยของดินแดนผ่านการมองเห็นรอบด้าน และเห็นเหล่าทหารโครงกระดูกเริ่มจัดกำลังป้องกันด้วยตัวเอง หลู่เถาก็รู้สึกเบาใจและเตรียมตัวพักผ่อน
ข้างกายเขา
ฟูลิยาซึ่งเฝ้ารออยู่ก่อนแล้วมองมาที่หลู่เถา ใบหน้าของเธอแฝงแววแห่งความคาดหวังเล็กน้อย "นายท่านคะ ให้หม่อมฉันรับใช้ปรนนิบัติการพักผ่อนของท่านไหมคะ?"
เอ่อ—
หลู่เถาถึงกับชะงักไป
เมื่อมองดูฟูลิยาที่มีทั้งรูปร่างและหน้าตาระดับท็อป กอปรกับท่าทางที่เชื่อฟังอย่างไร้ที่ติ อีกทั้งเธอยังมีเส้นผมสีขาวนุ่มสลวยที่มาพร้อมกับเครื่องประดับผมชุดเมด มันช่างตรงสเปกของหลู่เถาเข้าอย่างจัง
แต่ปัญหาคือเขาเพิ่งจะมาถึงทวีปแห่งทวยเทพวันนี้ และยังไม่มีอารมณ์คิดเรื่องพรรค์นั้น อีกทั้งเขายังแอบกังวลว่าร่างที่แท้จริงของฟูลิยาอาจจะเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้
ดังนั้น แม้จะรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่หลู่เถาก็ยังคงปฏิเสธไป "ไม่ต้องหรอก"
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง
หลู่เถาจึงสั่งการว่า "ดินแดนของข้าเพิ่งเริ่มพัฒนาและยังมีปัญหาอีกมาก ความแข็งแกร่งของเจ้านั้นยอดเยี่ยม ข้าจะแบ่งปันการมองเห็นรอบด้านของหอสังเกตการณ์ให้แก่เจ้า ฝากเจ้าช่วยใส่ใจสถานการณ์ภายในดินแดนให้มากขึ้นด้วยนะ"
ฟูลิยาย่อตัวลงอย่างสง่างามและตอบอย่างจริงจังว่า "ตามบัญชาค่ะ นายท่าน!"
หลังจากฝากฝังความปลอดภัยของดินแดนไว้กับฟูลิยา หลู่เถาก็เข้าไปยังห้องนอนใหญ่ที่ฟูลิยาเตรียมไว้เพื่อพักผ่อน โดยไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
จะว่าอย่างไรดีล่ะ?
ฟูลิยาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา หากมีอันตรายใดที่ฟูลิยาไม่อาจแก้ไขได้ การที่เขาอยู่ด้วยก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี สู้เข้านอนให้เต็มอิ่มจะดีกว่า
หลังจากส่งหลู่เถาเข้าห้องนอนใหญ่และช่วยส่งเขาเข้านอนเรียบร้อยแล้ว ฟูลิยาก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องนอนใหญ่ของหลู่เถา ความอ่อนโยนและสง่างามบนใบหน้าของฟูลิยาก็เลือนหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเด็ดขาด
เธอครุ่นคิด "แบบนี้ไม่ได้การ นายท่านยังไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวกะทิที่สามารถจัดการงานสำคัญๆ ได้เลย ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าคงต้องเสียเวลาไปกับการบริหารจัดการดินแดนโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะทำให้เวลาที่ข้าจะได้อยู่เคียงข้างนายท่านลดน้อยลงไปด้วย"
ไม่นานนัก
ฟูลิยาก็ตัดสินใจ หากหลังจากนายท่านอัญเชิญผู้ใต้บังคับบัญชาใหม่ในวันพรุ่งนี้แล้วยังไม่มีใครที่มีความสามารถพอจะรับหน้าที่ภายนอกได้ เธอจะลงมือฝึกฝนทหารโครงกระดูกบางตนด้วยตัวเองเพื่อให้เลื่อนขั้นเป็นนักรบโครงกระดูก และให้นักรบโครงกระดูกเหล่านั้นนำทัพทหารโครงกระดูกไปทำภารกิจกวาดล้างดินแดนแทน เพื่อที่เธอจะได้อยู่ปรนนิบัตินายท่านได้อย่างสบายใจ
ส่วนเรื่องการเพิ่มระดับความแข็งแกร่งของตัวเองนั้น ฟูลิยาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
เพราะอย่างไรเสีย เธอก็เป็นเพียงเมดของนายท่านเท่านั้น
...
ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบสุข
ในวันรุ่งขึ้น หลู่เถาตื่นขึ้นตามนาฬิกาชีวิตของตนเอง
หลังจากลุกขึ้นล้างหน้าและรับประทานอาหารโดยมีฟูลิยาคอยดูแล หลู่เถาก็เดินไปยังค่ายทหารระดับต้นที่ตั้งอยู่ใต้หอคอยอัญเชิญอันเดด
"อัญเชิญ!" หลู่เถามองไปที่หอคอยอัญเชิญอันเดดด้วยรอยยิ้มแห่งความคาดหวัง "หวังว่าครั้งนี้จะติดคริติคอลทางคุณภาพนะ จะได้มีบุคลากรระดับบัญชาการบ้าง... หรืออย่างน้อยก็ขอพวกอัจฉริยะที่สามารถนำทัพกองกำลังของฉันได้"
ฟูลิยารู้ดีว่าทหารโครงกระดูกไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากขาดผู้นำระดับหัวกะทิ และแน่นอนว่าหลู่เถาก็ตระหนักในเรื่องนี้เช่นกัน
ดังนั้น ในตอนนี้เขาจึงคาดหวังการติดคริติคอลทางคุณภาพมากกว่าทางจำนวนเสียอีก
วูบ—
หอคอยอัญเชิญอันเดดเปล่งแสงสีฟ้าเยือกเย็นออกมา
ในเวลาเดียวกัน เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของหลู่เถา
การอัญเชิญสำเร็จ กระตุ้นการติดคริติคอลคุณภาพหนึ่งร้อยเท่า! ท่านได้รับ: อัศวินไร้หัว 1 นาย, องครักษ์โครงกระดูก 9 นาย, นักรบโครงกระดูก 20 นาย
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ—
แสงสีมืดมิดสามสิบสายพุ่งกระจายออกมาจากหอคอยอัญเชิญอันเดดโดยตรง หลังจากตกลงสู่พื้น พวกมันก็เปลี่ยนร่างเป็นนักรบอันเดดสามสิบตนที่ทำความเคารพหลู่เถาอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ขอน้อมคำนับนายท่านผู้สูงส่งและทรงอำนาจสูงสุด!"
หลู่เถามองดูอัศวินไร้หัวที่เป็นคนพูดด้วยความสงสัยว่าเขาพูดออกมาได้อย่างไร แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป
อัศวินไร้หัว—
ชื่อบุคคล: อาเบล
ระดับความแข็งแกร่งปัจจุบัน: ระดับสี่
ความจงรักภักดี: 100 (จงรักภักดีอย่างสมบูรณ์)
ศักยภาพการเติบโตปัจจุบัน: ระดับนักบุญขั้นสูงสุด
"เป็นระดับหัวกะทิที่มีชื่อเฉพาะตัวด้วย!" ดวงตาของหลู่เถาเป็นประกายในขณะที่เขามองดูอัศวินไร้หัว - อาเบล ด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
เมื่อมีอาเบล เขาก็สามารถมอบหมายทหารโครงกระดูกทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การบัญชาการของอาเบล เพื่อไปกวาดล้างทุกสิ่งภายในดินแดน หรือแม้แต่ออกไปสำรวจและพิชิตพื้นที่ภายนอกที่ไกลออกไปได้
จากนั้นหลู่เถาก็กวาดสายตามองนักรบอันเดดตนอื่นๆ
องครักษ์โครงกระดูก—
ระดับความแข็งแกร่งปัจจุบัน: ระดับสาม
ความจงรักภักดี: 100 (จงรักภักดีอย่างสมบูรณ์)
ศักยภาพการเติบโตปัจจุบัน: ระดับราชันช่วงต้น
...
นักรบโครงกระดูก—
ระดับความแข็งแกร่งปัจจุบัน: ระดับหนึ่ง
ความจงรักภักดี: 100 (จงรักภักดีอย่างสมบูรณ์)
ศักยภาพการเติบโตปัจจุบัน: ระดับเก้าขั้นสูงสุด
...
หลังจากดูข้อมูลของพวกมันคร่าวๆ แล้ว หลู่เถาก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่อาเบล "อาเบล"
อาเบลก้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด:
"นายท่าน อาเบลรอน้อมรับคำบัญชาครับ!"
หลู่เถากล่าวว่า "องครักษ์โครงกระดูก นักรบโครงกระดูก และทหารโครงกระดูกทั้งหมด ข้ามอบหมายให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการและนำทัพ"
"จงกำจัดภัยคุกคามทั้งหมดภายในดินแดน รวบรวมทรัพยากรและวัสดุต่างๆ และจงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรวบรวมวัสดุทั้งหมดที่จำเป็นในการอัปเกรดหอคอยอัญเชิญอันเดดให้ครบก่อนเที่ยงคืนของวันนี้"
ฟึ่บ—
อาเบลรับคำสั่งทันที "ตามบัญชาครับ นายท่าน!"
หลู่เถาพยักหน้าให้พรางมองอาเบล "ไปได้!"
หลังจากทำความเคารพอีกครั้ง อาเบลก็จูงม้าศึกที่มีเปลวไฟวิญญาณลุกโชนในดวงตา พร้อมนำเหล่าองครักษ์โครงกระดูก นักรบโครงกระดูกระดับหัวกะทิ และทหารโครงกระดูกทั้งหมดที่เฝ้าปราสาทโบราณออกเดินทางไป
หลู่เถามองตามกองทัพโครงกระดูกที่เกรียงไกรเดินจากไปพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ในขณะเดียวกัน เขาก็หันไปหาฟูลิยาที่อยู่ข้างกาย "ความปลอดภัยของปราสาทโบราณรวมถึงความปลอดภัยของข้า ฝากไว้กับเจ้าด้วยนะ ฟูลิยา!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ใบหน้าของฟูลิยาก็เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส "ถือเป็นเกียรติของฟูลิยาค่ะ นายท่าน"
หลู่เถามองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของฟูลิยา เขารู้สึกว่าวันนี้เธอดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก แม้เขาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม
อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ติดใจอะไร เพราะอย่างไรเสียความจงรักภักดีแบบสัมบูรณ์ 100% ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามอบความไว้วางใจในความปลอดภัยของตนให้แก่ฟูลิยาและกองกำลังของเขาได้อย่างเต็มที่
ก็นะ นอกจากวิธีนี้แล้ว ดูเหมือนเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี