- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- ตอนที่ 785 ผู้พลีชีพตัวจริง
ตอนที่ 785 ผู้พลีชีพตัวจริง
ตอนที่ 785 ผู้พลีชีพตัวจริง
ตอนที่ 785 ผู้พลีชีพตัวจริง
ตำรวจสอบถามข้อมูล? ทำไมมันช่างประจวบเหมาะขนาดนี้?
ถ้าเขาเดาไม่ผิด ตำรวจคนนั้นร้อยละแปดสิบต้องเป็นจ้าวอวิ๋นหรือไม่ก็คนจากโรงพักของพวกเธอแน่นอน
เห็นแบบนี้เขาก็อดทึ่งไม่ได้ โลกใบนี้มันช่างกลมเหลือเกิน ทำไมไปไหนก็เจอแต่คนรู้จัก
จากนั้นเขาส่งข้อความหาเหอเสี่ยวเยว่ ถามเลขชั้นที่พวกเธออยู่ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
เมื่อเขาลงมาถึง รอบตัวคุณหนูหยวนก็มีคนมามุงล้อมอยู่ไม่น้อยแล้ว
"แม่หนู สิ่งที่เธอกินอยู่นี่คืออะไรเหรอ ทำไมมันหอมขนาดนี้ล่ะ?" คุณตาคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
เมื่อได้ยิน คุณหนูหยวนก็ยิ้มแฉ่ง "คุณตาคะ นี่เนื้อหมาค่ะ ลองสักหน่อยไหม!"
"ไม่ล่ะๆ ฉันป่วยอยู่ หมอไม่ให้กิน" พูดไป คุณตาก็ลอบกลืนน้ำลายไป เห็นได้ชัดว่าต้องอดทนอย่างหนัก
ไม่นาน ก็มีชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่ง ร่างกายกำยำเดินเข้ามา ดูท่าทางน่าจะเป็นญาติคนป่วย "น้องสาว นี่เนื้อหมาเหรอ? เนื้อหมาพี่ก็เคยกินนะ แต่มันไม่ยักกะหอมขนาดนี้แฮะ?"
"พี่ชายคะ นี่มันเนื้อ! พุด! เดิ้ล! ค่ะ! ที่ดีที่สุดคือต้องให้รถชนตาย เนื้อจะสดใหม่ อย่างที่เขาว่ากันว่าเนื้อหมาตุ๋นจนเดือด เทพบนฟ้ายังนั่งไม่ติด!" คุณหนูหยวนพูดเสียงดัง จงใจให้ใครบางคนในห้องพักฟื้นได้ยิน
เมื่อได้ยิน พี่ชายคนนั้นก็เกาหัวล้านของตัวเอง "พี่รู้ว่ากินเนื้อหมาเขามีลำดับความอร่อยคือ หนึ่งเหลือง สองดำ สามลาย สี่ขาว แล้วเนื้อพุดเดิ้ลนี่มันจะหอมได้ขนาดนี้เลยเหรอ?"
"แน่นอนสิคะ แต่ต้องเป็นตัวที่โดนรถชนตายถึงจะหอม พี่ชายลองหามาลองดูสิคะ!" คุณหนูหยวนพูดจาหลอกล่อ
เพราะเนื้อหมาที่หลินโม่ทำนี้ติดผลจากบัฟเทพแห่งอาหารของเมื่อวานวันพุธมาด้วย ประกอบกับเป็นการตุ๋น รสชาติจึงหอมจนเกินบรรยาย คนรอบข้างพากันเข้ามาถามว่าซื้อที่ไหน หรือถามวิธีทำกันใหญ่
แน่นอนว่า ต่อให้คนรอบข้างจะหิวโซขนาดไหน ก็ไม่มีใครหน้าด้านพอจะขอแบ่งคุณหนูหยวนกิน คนบ้านเรายังมีความยับยั้งชั่งใจในเรื่องนี้สูงมาก
ถึงขั้นที่มีบางคนเชื่อไปแล้ว และตัดสินใจว่าจะกลับไปหาพุดเดิ้ลมาลองทำดูบ้าง
ในที่สุด ภายใต้ความพยายามอย่างไม่ลดละของคุณหนูหยวน ในห้องพักฟื้นฝั่งตรงข้ามก็มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างโศกเศร้าดังออกมา
"ลูกแม่!! ลูกของแม่!!"
"ไอ้พวกใจยักษ์ใจมาร ยัยเด็กเหลือขอ พวกแกต้องตายไม่ดี ลูกชายของฉัน พวกแกคือฆาตกร ฉันจะฟ้องพวกแก!"
ไม่นาน คุณป้าผมดัดคนหนึ่ง ดวงตาบวมแดงกำลังเกาะขอบประตู ชี้หน้าด่าคุณหนูหยวนทั้งสองคน
สำหรับเรื่องนี้ คุณหนูหยวนทำเป็นหูทวนลม ตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป แบ่งเนื้อหมากับเหอเสี่ยวเยว่ที่อยู่ข้างๆ อย่างสบายใจ
แต่เหอเสี่ยวเยว่ทำได้เพียงนั่งมองตาปริบๆ กินเนื้อชิ้นเล็กๆ ที่ถูกแบ่งมา รู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดจากร่าง
พวกผู้จัดการหม่าที่อยู่ข้างๆ ยืนตัวตรงราวกับทวารบาลประจำประตู ทันทีที่มีใครลงมือ พวกเขาจะพุ่งเข้าใส่ทันที
"พวกแกต้องการอะไรกันแน่? ไร้มารยาทขนาดนี้เลยเหรอ? พวกแกมันใจดำอำมหิต มาที่นี่เพื่อยั่วโมโหแม่ฉันเหรอ? แกยังกล้าตีคนแก่อีก แกจงใจหาเรื่องใช่ไหม? หาเรื่องใช่ไหม!"
คราวนี้ลูกชายของคุณป้าเดินออกมา ตะโกนใส่คุณหนูหยวน
ที่พูดแบบนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขามีมารยาทหรอกนะ แต่เป็นเพราะผู้จัดการหม่าและคนอื่นๆ กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ดุร้ายอยู่ข้างๆ ต่างหาก
ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของคนครอบครัวนี้ คงจะพ่นคำหยาบคายออกมาเต็มปากและลงมือฉุดกระชากไปนานแล้ว
อย่างที่เขาว่ากันว่า คนประเภทเดียวกันมักจะอยู่ด้วยกัน คุณป้าเป็นแบบนี้ คนในครอบครัวเธอก็คงนิสัยไม่ต่างกันนักหรอก
จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดว่า กำลังคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกคนงี่เง่ารู้จักพูดจาดีๆ
เมื่อได้ยิน คุณหนูหยวนลุกขึ้นยืน ส่งปิ่นโตเก็บความร้อนให้เหอเสี่ยวเยว่ที่อยู่ข้างๆ แล้วเอามือป้องหู "แก~ พูด~ อะ~ ไร~ นะ~ ฉัน~ ไม่~ ได้~ ยิน~ เลย~~"
"ปากเป็นของฉัน ฉันอยากจะพูดอะไรก็พูด โรงพยาบาลนี่บ้านแกสร้างเหรอไง ไม่อยากฟังก็เอาอะไรอุดหูไว้สิ แกมายุ่งกับแม่แกเถอะ!"
ถึงจุดนี้ คนรอบข้างก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนพากันมามุงดูเรื่องสนุก
คุณหนูหยวนอาศัยรูปลักษณ์ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู เป็นฝ่ายได้เปรียบไปโดยปริยาย!
สุดท้ายคุณป้าคนนั้นไม่รู้ว่าแกล้งทำหรือโกรธจนทนไม่ไหว ดวงตาเหลือกขึ้น แล้วล้มฟุบลงไปทันที
เมื่อเห็นดังนั้น คนรอบข้างก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ คุณหนูหยวนชูแขนขึ้นร้องไชโย พอหันไปมองเห็นเหอเสี่ยวเยว่กำลังแอบกินเงียบๆ ก็โกรธจัด "ไอ้โจรใจกล้า เจ้ายอมรับผิดซะ!!"
เหอเสี่ยวเยว่: "บรรพบุรุษของฉันเป็นชาวนามาหลายชั่วอายุคน กลัวความหิวโหยจะตายอยู่แล้ว~~"
คุณหนูหยวน: .
หลินโม่: .
"พอเถอะพี่หยวน รีบไปเถอะ ไม่เห็นเหรอว่าคุณป้าโดนความหอมของเนื้อหมาเล่นงานจนสลบไปแล้วน่ะ"
เมื่อได้ยิน คุณหนูหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง รีบคว้าปิ่นโตเก็บความร้อนคืนมา แล้วพากันเดินขึ้นลิฟต์กลับไปข้างบนอย่างเอิกเกริก
"สะใจจริง สมกับเป็นฉันจริงๆ ฉันนี่มันอัจฉริยะชัดๆ แต่ว่านะ เสี่ยวเยว่ เธอแอบกินน่ะมีความผิดมหันต์ ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอเด็ดขาด"
ในห้องพักฟื้นด้านบน คุณหนูหยวนหัวเราะร่วนไปพลางกินข้าวไปพลาง
สำหรับเรื่องนี้ เหอเสี่ยวเยว่ไม่ได้ใส่ใจเลย ล้อเล่นหรือไง ยังไงฉันก็กินจนอิ่มแล้วล่ะ จะบอกให้ เนื้อหมานี่หอมจริงๆ นะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่างไฉคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภล่ะก็ เธอก็อยากจะลองทำกินเองดูบ้างเหมือนกัน
เพราะทั้งคู่ต้องมาอยู่ที่เมืองนี้ เหอเสี่ยวเยว่จึงฝากให้พนักงานนิติบุคคลช่วยให้อาหารว่างไฉแทน จึงไม่ต้องกลัวว่าต้นไม้เงินต้นไม้ทองจะอดตาย
"ผมว่าพี่หยวน พี่กะจะอยู่สู้กับพวกเขานานแค่ไหนเนี่ย?" หลินโม่ถามขึ้น
เมื่อได้ยิน คุณหนูหยวนค้อนขวับใส่เขา "นายรีบเหรอ?"
"ปะ... เปล่าครับ?"
"งั้นมันจะมีปัญหาอะไรล่ะ ยังไงช่วงนี้ฉันก็กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี ควนเม่ยและคนอื่นๆ ก็ไปต่างจังหวัดกันหมด อยู่เล่นกับยัยป้านี่แก้เซ็งหน่อยจะเป็นไรไป
เรื่องนี้ฉันคิดไว้หมดแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านไป
หรือไม่ ป้าก็ต้องจ่ายค่าล้างรถให้ฉัน 200 หยวน ส่วนฉันจะจ่ายค่าหมาให้ป้า 300 หยวน แต่หมานั่นฉันต้องเอาตัวไป ยายแก่คนนั้น อ้าปากก็ด่าคนเป็นเด็กเหลือขอ คิดว่านี่คือเมื่อร้อยปีก่อนหรือไง
ถ้าฉันเป็นเด็กเหลือขอ แล้วป้าเป็นตัวอะไรล่ะ? ฉันต้องทำให้ป้ารู้ซึ้งว่า คนอย่างฉันน่ะมีค่าแค่ไหน!" คุณหนูหยวนพูดอย่างไม่แยแส
คดีนี้แต่เดิมมันก็เป็นเรื่องที่คลุมเครืออยู่แล้ว ตำรวจจราจรตัดสินตามกฎหมาย ย่อมต้องให้ฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ แต่เพื่อมนุษยธรรมและอยากให้จบคดีเร็วๆ จึงเน้นไปที่การไกล่เกลี่ยมากกว่า
แต่คุณหนูหยวนดูเหมือนจะให้ทางเลือกอีกฝ่ายไว้สองทาง แต่ความจริงแล้วมันมีแค่ทางเดียวเท่านั้น
ด้วยนิสัยรักหมาเหมือนลูกแบบนั้นของอีกฝ่าย ย่อมไม่มีทางยอมรับส่วนต่างร้อยหยวนแล้วให้คุณหนูหยวนเอาตัวหมาไปหรอก
ในตอนนั้นเอง จ้าวอวิ๋นก็ผลักประตูเข้ามา เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าก็หัวเราะร่วน "โอ้ อยู่กันครบเลยนี่นา นี่ไม่ใช่แม่นางเนื้อหมาหรอกเหรอ เป็นไงล่ะ อยู่โรงพยาบาลมีความสุขไหม?"
เมื่อเห็นดังนั้น ท่าทีของคุณหนูหยวนก็อ่อนลงทันที "เอ่อ... พี่อวิ๋น พี่มาได้ไงคะ เชิญ... เชิญนั่งค่ะ พอดีพวกเรากำลังกินข้าวกันอยู่ กินด้วยกันไหมคะ เนื้อหมาตุ๋นที่โม่ไจ๋ทำเองเลยนะ!"
พูดไปพลางเธอก็หยิบปิ่นโตเก็บความร้อนขึ้นมา เพียงแต่ข้างในมันว่างเปล่าไปหมดแล้ว คุณหนูหยวนเห็นดังนั้นก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาทันที
"ไม่ล่ะ ฉันมาทำธุระนิดหน่อย เลยแวะมาหาเธอด้วย เธอจะยังไงก็ได้แต่อย่าทำอะไรแผลงๆ เข้าใจไหม?" จ้าวอวิ๋นลูบหัวคุณหนูหยวนพลางกำชับ
สำหรับเรื่องนี้ คุณหนูหยวนพยักหน้ารับราวกับไก่จิกข้าว "วางใจเถอะค่ะพี่อวิ๋น หนูเป็นเด็กดีที่สุดเลย!"
เหอเสี่ยวเยว่:
หลินโม่: .
คุณท่านช่วยหันไปมองคุณป้าข้างล่างหน่อยเถอะว่าตายหรือยังค่อยพูดคำนี้ออกมา? ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างเหรอ?
"จริงสิพี่อวิ๋น เมื่อกี้พี่ไปสอบถามข้อมูลจากศิษย์พี่ของผมมาใช่ไหมครับ?" หลินโม่เอ่ยปากถาม
เมื่อได้ยิน จ้าวอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง "ศิษย์พี่?"
"ศิษย์พี่ผมชื่อเฉิ่นชิงหนาน เป็นหมอแมะประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ เป็นคนสวยมากครับ" หลินโม่อธิบาย
พอได้ยินคำนี้ จ้าวอวิ๋นมองหน้าเขา แล้วพยักหน้า "ก็จริง แต่สบายใจได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ พวกเราแค่สอบถามตามระเบียบเฉยๆ!"
"เรื่องอะไรเหรอคะพี่อวิ๋น?" คุณหนูหยวนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
จ้าวอวิ๋นได้ยินก็ค้อนขวับใส่ "ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กอย่าสอด ไปกินมันเผาไป เอาล่ะ ฉันไปก่อนนะ เพื่อนร่วมงานรอนานแล้ว!"
พูดจบ จ้าวอวิ๋นก็ลุกขึ้นเดินจากไป
พอจ้าวอวิ๋นไปปุ๊บ ต่อมอยากรู้อยากเห็นของคุณหนูหยวนก็ทำงานทันที
"โม่ไจ๋ เกิดอะไรขึ้นเหรอ? รีบเล่ามาเร็ว"
"ไม่รู้เหมือนกันครับ แค่พี่อวิ๋นบอกว่าตอนนี้กำลังรับผิดชอบคดีฆาตกรรมอยู่ เรื่องอื่นพี่เขาก็ไม่ได้บอกนะ?"
"งั้นนายก็รีบไปถามศิษย์พี่ของนายสิ เร็วๆ เข้า!"
เห็นดังนั้น บอกตามตรงหลินโม่เองก็อยากรู้ใจจะขาด จึงส่งข้อความหาศิษย์พี่ ไม่นาน เฉิ่นชิงหนานก็มาปรากฏตัวที่ห้องพักฟื้นของพวกเขา
"ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เห็นว่าภรรยาของหัวหน้าแผนกหวังในโรงพยาบาลเรา โดนคนไข้คนหนึ่งของเขาขับรถชนตาย"
เมื่อเจอทุกคนซักไซ้ เฉิ่นชิงหนานจึงบอกออกมาเรียบๆ
เมื่อได้ยิน ทั้งสามคนเบิกตากว้าง หลินโม่ถามด้วยความตกใจ "คนไข้คลั่งอาละวาดเหรอครับ?"
เฉิ่นชิงหนาน: "เปล่าหรอก หัวหน้าหวังเป็นคนสุภาพอ่อนน้อม ไม่มีเรื่องทะเลาะกับคนไข้ แต่ฉันได้ยินเพื่อนร่วมงานซุบซิบกันว่า ภรรยาของหัวหน้าหวังนอกใจไปมีสัมพันธ์กับผู้บริหารบริษัท หัวหน้าหวังขอหย่า แต่อีกฝ่ายไม่ยอมแถมยังอยากจะได้ทรัพย์สินเพิ่มอีก
ส่วนคนที่ขับรถชนภรรยาเขาตาย ก็คือคนไข้ของหัวหน้าหวังนั่นแหละ เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้าย ตอนนี้เลิกรักษาแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณสองเดือน
ส่วนสาเหตุที่มาถามฉัน เพราะตอนนี้คนไข้คนนั้นกำลังใช้วิธีประคับประคองอาการด้วยการกินยาจีนที่ฉันเป็นคนดูแลให้
เรื่องมันเกิดเมื่อคืนนี้ หัวหน้าหวังเข้าเวร พอได้ยินข่าวว่าภรรยาเกิดเรื่อง มีเพื่อนร่วมงานตามไปดูด้วย ได้ยินว่าคนขับรถคนนั้นดื่มเหล้าเข้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว!"
เมื่อได้ยิน ทั้งสามคนเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน
หลินโม่: "ปรมาจารย์ที่อายุขัยใกล้สิ้นสูญ นำพาอาวุธจักรพรรดิสูงสุดมาเพื่อจบเรื่องเหรอ?"
เหอเสี่ยวเยว่: "เพื่อสนองน้ำใจท่านบนแท่นบูชาทองคำ ยอมสละชีพเป็นมังกรหยกเคียงคู่ท่านจนตัวตาย?"
คุณหนูหยวน: "แถมยังดื่มเหล้าอีก? แบบนี้ประกันก็เคลมไม่ได้ด้วย โหดจริงๆ! นี่แหละคือผู้พลีชีพตัวจริง!"