เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 750 หวงของกินเหรอ? จะฟ้องแม่นาย!

ตอนที่ 750 หวงของกินเหรอ? จะฟ้องแม่นาย!

ตอนที่ 750 หวงของกินเหรอ? จะฟ้องแม่นาย!


ตอนที่ 750 หวงของกินเหรอ? จะฟ้องแม่นาย!

"อืม ปรับสมดุลได้ดีทีเดียว ช่วงนี้ก็กินข้าวให้อร่อย เสริมสารอาหารเข้าไปหน่อย สภาพร่างกายของเธอยังถือว่าอ่อนแออยู่นิดหน่อยนะ ตอนนี้เธอยังเด็ก ถ้าไม่ใส่ใจดูแลให้ดี พอแก่ตัวไป ร่างกายจะมีปัญหาเอานะ แล้วเธอก็ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีลูก สภาพร่างกายแบบนี้ ถ้าเทียบกับคนปกติแล้ว ถือว่าอ่อนแอไปหน่อย ผอมเกินไปแล้วนะ!"

ภายในห้องพักอาจารย์ของมหาวิทยาลัยการแพทย์ ศาสตราจารย์หลี่จับชีพจรที่ข้อมือหลิวหรูเยียนพลางเอ่ยปากบอก

เมื่อได้ยิน หลิวหรูเยียนก็หน้าแดงระเรื่อ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา พอได้ยินเรื่องมีลูก ในฐานะผู้หญิง หลิวหรูเยียนก็ย่อมต้องรู้สึกเขินอายเป็นธรรมดา

ถึงแม้จะคบกันเป็นแฟนแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่า พวกเขาสองคนยังห่างไกลจากคำว่ามีลูกอีกเยอะ

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ศิษย์พี่เฉิ่นชิงหนานที่กำลังจับชีพจรของหลิวหรูเยียนอยู่ จากเดิมที่สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ตอนนี้กลับมีสีหน้าที่หลากหลายมาก จากนั้นก็หันหน้าไปทางหลินโม่ แล้วชูนิ้วโป้งให้ เป็นการยอมรับในความสามารถของเขา

"ศิษย์น้อง สภาพร่างกายของแฟนนายไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงแล้วล่ะ แค่อ่อนแอไปนิด พยายามพักผ่อนให้เยอะๆ อย่างที่อาจารย์บอกนั่นแหละ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ค่อยๆ ปรับสมดุลไปก็พอแล้ว!"

พอได้ยินคำพูดนี้ บวกกับเห็นนิ้วโป้งของศิษย์พี่เฉิ่นชิงหนาน หลินโม่ที่เป็นถึงผู้ชายอกสามศอกก็ยังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเลย

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า เรื่องที่พวกเขาสองคนทำกันเมื่อวาน คงถูกคนอื่นรู้หมดไส้หมดพุงแล้ว อย่าว่าแต่ความถี่เลย ดีไม่ดีศิษย์พี่เฉิ่นชิงหนานอาจจะรู้ระยะเวลาคร่าวๆ ด้วยซ้ำ

"อะแฮ่มๆ โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว ผมจะระวังให้มากขึ้นครับ" หลินโม่เอ่ยปากตอบอย่างขัดเขิน

สำหรับเรื่องนี้ หลิวหรูเยียนที่อยู่ข้างๆ ก็รีบเอ่ยปากถาม "เอ่อ... ศาสตราจารย์หลี่คะ แล้วปกติฉันควรกินอะไรดีคะ? ไม่ต้องจัดยาจีนมาต้มกินเพื่อปรับสมดุลแล้วใช่ไหมคะ?"

ศาสตราจารย์หลี่ส่ายหน้า "ยาจีนน่ะไม่ต้องกินแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกเธอไปแล้วนี่ ว่าการหาแฟนมันได้ผลดีกว่าการกินยาจีนซะอีก ตอนนี้เธอก็คงรู้สึกได้แล้วใช่ไหมล่ะ? ส่วนเรื่องกิน ก็กินพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม ผลไม้ ผัก อะไรพวกนี้แหละ อย่าเลือกกินก็พอ จะได้เพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย ต่อไปตอนจะมีลูกก็จะได้ง่ายขึ้น แถมยังไม่ป่วยบ่อยๆ ด้วย!"

"ใช่ค่ะ ไม่ต้องกลัวอ้วนนะคะ ผู้หญิงเราควรจะมีไขมันสะสมที่หน้าท้องบ้าง เพื่อปกป้องมดลูกและรังไข่ แต่เธอน่ะผอมเกินไปแล้ว ตอนท้องยังไงก็ต้องอ้วนขึ้นอยู่แล้ว รูปร่างน่ะคลอดเสร็จค่อยลดก็ยังทัน แต่ร่างกายเป็นของเราเองนะ ต้องดูแลให้ดี" เฉิ่นชิงหนานเอ่ยปากเสริม

ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน โดยเฉพาะผู้หญิงสวยเหมือนกัน เธอย่อมเข้าใจดีว่าหลิวหรูเยียนกังวลเรื่องอะไร ใครบ้างล่ะจะอยากให้หุ่นพัง

ส่วนหลิวหรูเยียนน่ะเหรอ อย่าว่าแต่มีหน้าท้องเลย หน้าท้องเธอแบนราบยิ่งกว่าคุณหนูหยวนซะอีก ถึงแม้จะดูสวย แต่นี่ไม่ใช่สภาวะที่แข็งแรงเลยสักนิด

สองศิษย์อาจารย์ ศาสตราจารย์หลี่กับเฉิ่นชิงหนาน คนนึงก็พูดเรื่องมีลูก อีกคนก็พูดเรื่องฟื้นฟูหลังคลอด ทำเอาหลิวหรูเยียนเขินจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี

คนที่ไม่รู้คงนึกว่าสองคนนี้แต่งงานกันแล้ว กำลังเตรียมตัวจะมีลูกกันอยู่ซะอีก

"งะ...งั้นก็ตกลงค่ะ ขอบคุณศาสตราจารย์หลี่ ขอบคุณคุณหมอเฉิ่นนะคะ" หลิวหรูเยียนกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็พูดคุยทักทายกันอีกสองสามประโยค ก่อนจะขอตัวลา เตรียมตัวไปทำงานที่บริษัท

ตอนที่เดินออกมา แทบจะเรียกได้ว่าวิ่งหนีออกมาเลยทีเดียว ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ศาสตราจารย์หลี่เป็นอาจารย์ของหลินโม่ มองเธอเหมือนลูกหลานตัวเอง บังคับให้แต่งงานก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ถึงขั้นเร่งให้มีลูกแล้ว เธอรับมือไม่ไหวจริงๆ

เพราะขนาดอยู่ที่บ้าน เธอยังไม่เคยโดนพ่อแม่เร่งรัดเรื่องแต่งงานหรือมีลูกเลยสักครั้ง

พูดกันตามตรงนะ การที่เธอมีแฟนในวัยนี้ แถมยังพามาบ้านได้อีก ถือว่าเกินความคาดหมายของคุณนายเฉิงไปมากแล้ว

ด้วยความที่คุณนายเฉิงกับหลิวเจิ้งหยวนรู้จักลูกสาวของตัวเองดี พวกเขาเคยคิดว่าลูกสาวคงจะอายุสักสามสิบสี่สามสิบห้าถึงจะเริ่มคิดเรื่องชีวิตคู่ ไม่คิดเลยว่าจะมีเซอร์ไพรส์แบบนี้ ดังนั้นก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่เคยเร่งรัดอะไรเลย

พอหลินโม่ไปส่งหลิวหรูเยียนเสร็จแล้วเดินกลับมา ศิษย์พี่เฉิ่นชิงหนานก็อดตบไหล่เขาไม่ได้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก "ศิษย์น้อง เก่งไม่เบาเลยนะเนี่ย ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน ไตของนายมันทำด้วยอะไรกันเนี่ย ถึงได้สามารถรับมือกับยัยตัวสูบเลือดสูบเนื้อนั่นได้ แถมไม่เพียงแต่จะไม่โดนสูบจนหมดสภาพ ร่างกายก็ยังไม่ทรุดโทรมไปสักเท่าไหร่เลย หรือว่าทฤษฎีเรื่องกายบริสุทธิ์มันจะมีอยู่จริง?"

คำว่า 'กายบริสุทธิ์' ที่เธอพูดถึง เป็นแค่การเปรียบเปรยของเธอเท่านั้น เอาไว้ใช้อธิบายว่าระบบการทำงานของไตหลินโม่ดีเยี่ยม และมีพลังหยางในร่างกายสูงมาก

แต่หลินโม่ดันคิดว่าเป็นเรื่องจริง พอได้ยินก็อดสงสัยไม่ได้ "ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นเหรอครับ?"

"ศิษย์พี่เขาล้อเล่นน่ะ เธอยังเชื่ออีกเหรอ เธอก็แค่อาศัยความหนุ่มแน่น ฟื้นตัวไว พลังเยอะก็เท่านั้นแหละ มีคำกล่าวที่ว่า 'หนุ่มฉกรรจ์นอนเตียงเย็น ก็อาศัยพลังเยอะนี่แหละ' ตอนนี้เธอก็เป็นแบบนั้นแหละ ลองรอให้เธออายุเกินสามสิบดูสิ ถ้ายังหักโหมแบบนี้อีก รับรองว่าได้หมดสภาพแน่" ศาสตราจารย์หลี่ส่ายหน้าพลางหัวเราะร่วน

ทั้งเขาและเฉิ่นชิงหนานต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า หลินโม่มีพื้นฐานร่างกายดี บวกกับยังหนุ่ม ฟื้นตัวไว ถึงสามารถรับมือกับ 'ยัยตัวกินจุ' อย่างหลิวหรูเยียนได้โดยที่ร่างกายไม่พังทลาย

ถ้าหลินโม่อายุเท่าหลิวหรูเยียนล่ะก็ ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้

ก็อย่างที่หลายคนพูดนั่นแหละ ผู้ชายพออายุเลย 25 ก็จะเริ่มก้าวเข้าสู่วัย 60 แล้ว คำพูดนี้อาจจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีมูลความจริงเลย

อาจกล่าวได้ว่า หลินโม่กำลังอยู่ในช่วงอายุที่พลังหยางและพลังไตพุ่งถึงขีดสุด

พอได้ยินคำพูดนี้ หลินโม่ก็หน้ามุ่ย สรุปว่าปรมาจารย์ทั้งสองคนแกล้งหลอกเขาเล่นงั้นสิ?

แต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่า ถึงเขาจะไม่ได้มี 'กายบริสุทธิ์' อย่างที่ว่า แต่ก็ใกล้เคียงแล้วล่ะ เพราะวิชายืนหยัดบำรุงหยางคือท่าไม้ตายก้นหีบของเขา ที่สามารถช่วยรักษาระดับพลังไตให้เต็มเปี่ยมอยู่เสมอ

"เอาล่ะ เตรียมตัวเข้าเรียนได้แล้ว!" ศาสตราจารย์หลี่เรียกหลินโม่

จากนั้น หลินโม่ก็เดินตามศาสตราจารย์หลี่ไป ส่วนศิษย์พี่ของเขามีสอนแค่คาบเดียวในช่วงเช้า ว่างสุดๆ

แต่พอรู้ว่าหลินโม่มาที่นี่ พวกนักศึกษาในห้องทดลองก็พากันมาดักรอเขาที่หน้าประตู ฉวยโอกาสช่วงพักสิบนาทีและช่วงพักเที่ยง ลากตัวเขาไปที่ห้องทดลองให้ได้

เพราะพวกเขาค้นพบว่า ถึงแม้หลินโม่จะเป็นคนนอก ไม่รู้เรื่องการทดลองอะไรเลย แต่ขอแค่เป็นเครื่องจักรที่เขาเคยไหว้ มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ การทดลองก็จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

นานวันเข้า ชื่อเสียงของหลินโม่ก็เริ่มโด่งดังในคณะแพทยศาสตร์ ถึงขนาดนักศึกษาคณะอื่นก็ยังแวะเวียนมาดูเรื่องสนุกด้วย

ต่างก็ร่ำลือกันว่าทางฝั่งแพทย์แผนจีนมี 'คนดวงดีแห่งการทดลอง' โผล่มาแล้ว ถึงขนาดมีอาจารย์บางท่านตั้งใจมาขอยืมตัวเขาไปช่วยงานเลยทีเดียว

เขาถึงกับค้นพบว่า พวกนักศึกษาที่ควรจะเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ที่สุด ดันงมงายยิ่งกว่าพระในวัดซะอีก

ไม่เพียงแต่จะเชื่อว่าเขาสามารถนำความโชคดีมาให้ได้ แต่ยังถึงขั้นจดบันทึกการแต่งกายและท่าทางของเขาอย่างละเอียด พยายามจะเลียนแบบ หรือไม่ก็พยายามค้นหาความแตกต่างในตัวเขา เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างชั้นดีของ 'วิทยาศาสตร์ไสยศาสตร์' เลยทีเดียว

ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีตัวอย่างแบบนี้มาก่อนนะ มีห้องทดลองแห่งหนึ่งกำลังทำการทดลองชิ้นหนึ่งอยู่ ทุกคนทำไม่สำเร็จ มีแค่ผู้หญิงคนเดียวที่ทำสำเร็จ คนอื่นทำยังไงก็ไม่ได้ ต่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาลงมือเองก็ยังไม่ได้ พวกเขาถึงขั้นเลียนแบบการแต่งกายและท่าทางของผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ค้นพบว่าอุณหภูมิร่างกายของผู้หญิงคนนั้นสูงกว่าคนอื่น 0.5 องศา

ผลก็คือ พอปรับอุณหภูมิในห้องทดลองให้สูงขึ้น 0.5 องศา ทุกคนก็ทำสำเร็จหมด ยกเว้นผู้หญิงคนนั้นที่ทำยังไงก็ไม่สำเร็จ เล่นเอาเธอถึงกับสติแตกไปเลย

และคนพวกนี้ตอนนี้ก็กำลังพยายามไขความลับในตัวหลินโม่ หมกมุ่นกันจนแทบจะเสียสติอยู่แล้ว

หลินโม่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้เลย ได้แต่คิดในใจว่า ถ้าพวกนายไขความลับได้ ก็ถือว่าพวกนายเจ๋งจริง!

บ่ายสามโมง คลาสเรียนของหลินโม่สำหรับวันนี้ก็จบลง ส่วนผลลัพธ์น่ะเหรอ? แทบไม่มีเลย เพราะเขาเป็นแค่อัจฉริยะในสายตาคนอื่นเท่านั้น ตัวเขาเองเป็นยังไง เขาจะไม่รู้ตัวเองเชียวเหรอ? เขาก็แค่ไอ้พวกใช้โปรแกรมโกงเท่านั้นแหละ!

"อาจารย์ ศิษย์พี่ครับ อันนี้ผมเอามาให้ชิมครับ" หลินโม่หิ้วถุงพลาสติกใบหนึ่ง แล้วหยิบน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลออกมาสามขวด ยื่นให้ทั้งสองคน

ศาสตราจารย์หลี่กับเฉิ่นชิงหนานชะงักไปทั้งคู่

"นี่คืออะไรล่ะ?" เฉิ่นชิงหนานรับขวดที่ไม่มีฉลากอะไรเลยมาถาม

หลินโม่: "ของฝากจากบ้านเกิดเพื่อนที่เขาส่งมาให้น่ะครับ น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล เอาไว้ดื่มเป็นเครื่องดื่มเลยก็ได้ หรือจะใส่ในกับข้าวตอนทำอาหารก็ได้ ลองชิมดูสิครับ!"

ใช่แล้ว ตอนนี้เขาเอาของจากหน้าเพจช้อปปิ้งของวันนี้ออกมาแล้ว แค่ลอกฉลากออกไปเท่านั้นเอง

สำหรับเรื่องนี้ เฉิ่นชิงหนานก็รับไปเปิดฝา ลองจิบดูอึกหนึ่ง "รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ กลิ่นน้ำส้มสายชูชัดเจน รสชาติใช้ได้เลยนะ!"

ศาสตราจารย์หลี่ไม่ได้เปิดขวดดู หลินโม่ให้เขาสองขวด มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าตั้งใจจะเผื่อแผ่ไปถึงภรรยาของเขาด้วย

"เธอนี่เพื่อนฝูงเยอะดีนะ คราวนี้ไอ้น้ำส้มสายชูนี่คงไม่ใช่ของแพงหูฉี่อะไรอีกใช่ไหม?" ศาสตราจารย์หลี่ถาม

คราวที่แล้วหลินโม่เอาข้าวสาร 20 ชั่งมาให้เขาที่บ้าน มูลค่าตั้งเกือบสองแสนหยวน ทำเอาเขาแทบช็อก

ถึงแม้ฐานะที่บ้านของเขาจะไม่ได้ขัดสนอะไร แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะเอาข้าวสารราคาแพงขนาดนั้นมากินได้ลงคอ นั่นมันไม่ได้เรียกว่ากินข้าวแล้ว มันเรียกว่ากินเงินชัดๆ ดังนั้นคราวนี้เขาถึงต้องถามให้แน่ใจก่อน

"วางใจเถอะครับอาจารย์ คราวนี้ของไม่ได้แพงอะไรหรอกครับ นี่เป็นน้ำส้มสายชูหมักผลไม้ ทำกันเองในครอบครัว ไม่ใช่น้ำส้มสายชูหมักบ่มนานหลายสิบปีที่ราคาขวดละเป็นหมื่นๆ หรอกครับ" หลินโม่หัวเราะ

เพื่อที่จะเอาน้ำส้มสายชูนี้มาให้ทั้งสองคน เขาถึงกับไปค้นหาข้อมูลในเน็ตมาเลยนะ ปรากฏว่าดันมีน้ำส้มสายชูขวดละแสนจริงๆ ด้วย บ้าไปแล้ว

พอลองมาคิดดูดีๆ ผ้าไหมทอลายแสงเงาราคาเมตรละหมื่นที่เขาดูเมื่อเช้า ดูธรรมดาไปเลย โชคดีนะที่ไม่ซื้อ

"งั้นก็ตกลง ฉันจะเอากลับไปชิมกับอาจารย์หญิงของเธอแล้วกัน!" ศาสตราจารย์หลี่ยิ้มแย้ม

ขอแค่ไม่ใช่ของแพง เขาก็รับไว้ได้ ถ้าของแพงเกินไป เขาไม่กล้ารับหรอก!

"งั้นโอเคครับ ผมขอตัวก่อนนะครับอาจารย์ เจอกันวันจันทร์หน้าครับ" หลินโม่โบกมือลา แล้วก็เดินจากไป

วันนี้เขาไม่ได้ขับรถมา ก็เลยต้องเรียกแท็กซี่กลับเอง แต่ก่อนจะกลับ เขาแวะไปที่ร้านส่งพัสดุ ส่งน้ำส้มสายชูกลับไปให้พ่อแม่ที่บ้านสองขวด ของดีๆ ก็ต้องแบ่งปันให้คนที่เรารักสิ!

คราวนี้ ก็เหลือน้ำส้มสายชูแค่ห้าขวดแล้ว เขาเอามาดื่มเล่นขวดนึง ก็เลยเหลือแค่หกขวด

และในหกขวดนี้ ก็ต้องมีส่วนของหลิวหรูเยียน คุณนายเฉิง และหลิวเจิ้งหยวนด้วย นั่นก็หมายความว่า เขาเหลือสิทธิ์จัดการน้ำส้มสายชูอีกแค่สามขวดเท่านั้น

ให้ตายสิ พอรู้จักคนเยอะขึ้น ของดีๆ ก็แทบจะไม่พอแบ่งเลย

โชคดีที่สรรพคุณของน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลครั้งนี้ มีแค่ลดความดันโลหิต กระตุ้นความอยากอาหาร และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งไม่ได้เห็นผลชัดเจนนัก ก็เลยพอจะแบ่งให้พวกศาสตราจารย์หลี่ได้บ้าง

พูดได้เลยว่า ศาสตราจารย์หลี่ก็เสียเปรียบเพราะเป็นคนมีความรู้เหมือนกัน อย่างพวกสมุนไพรแช่เท้า สมุนไพรแช่ตัวก่อนหน้านี้ เขาไม่กล้าเอาไปให้ศาสตราจารย์หลี่ดูเลย

ก็แหงล่ะสิ อีกฝ่ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง แถมสรรพคุณก็ยังเห็นผลชัดเจนขนาดนั้น ย่อมต้องสงสัยเป็นธรรมดา

หลินโม่หิ้วถุงพลาสติก นั่งแท็กซี่กลับมาที่เขตที่พักอาศัย พอเพิ่งจะเดินเข้าประตูหมู่บ้าน ก็เห็นคุณหนูหยวนเดินออกมาจากทางนิติบุคคล โดยมีผู้จัดการหม่าเดินตามมาด้วย

"โม่ไจ๋ กลับมาแล้วเหรอ?" คุณหนูหยวนในชุดเสื้อกันหนาวตัวเล็กขนปุย สวมหมวกเชิดสิงโต ดูร่าเริงสดใสสุดๆ โบกมือทักทายเขา

เมื่อได้ยิน หลินโม่ก็ยิ้มตอบ "เพิ่งกลับมาถึงครับ หมวกพี่หยวนสวยดีนะ ดูร่าเริงสดใสเชียว ทำไม วันนี้มีเรื่องอะไรน่าดีใจเหรอครับ?"

"แน่นอนสิ ครอบครัวหลี่ต้าฟูน่ะ รู้จักไหม? ลูกชายมันติดการพนัน เข้าซังเตไปอีกรอบแล้ว ฉันให้คนไปแจ้งเบาะแสเองแหละ ฮี่ๆ! แล้วก็ไอ้หลี่เฉานั่นด้วย ทนายความส่งข่าวมาบอกว่า ตอนนี้ติดต่อผู้หญิงได้สิบกว่าคนแล้ว เตรียมจะยื่นฟ้องพร้อมกันเลย ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานกับมูลค่าความเสียหายอยู่ โชคสองชั้นชัดๆ ได้ยินว่างานของพ่อแม่มันก็ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนตัวมันก็โดนบริษัทไล่ออกแล้ว ดีไม่ดีครอบครัวมันคงต้องขายบ้านทิ้งแน่ๆ" คุณหนูหยวนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ท่าทางเหมือนจอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมที่เพิ่งทำความดีเสร็จแล้วรู้สึกภาคภูมิใจยังไงยังงั้น

เมื่อได้ยิน หลินโม่ก็อดชูนิ้วโป้งให้ไม่ได้ "พี่หยวนสุดยอดไปเลย จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำเพื่อชาติเพื่อประชาชน สมแล้วที่เป็นเจ้าของรางวัลพลเมืองดี"

"นายก็สุดยอดเหมือนกันนั่นแหละ ชมมาก็ชมกลับ วะฮ่าๆ!" คุณหนูหยวนเท้าสะเอว เงยหน้าหัวเราะลั่น

แต่พอเงยหน้าปุ๊บ หมวกเชิดสิงโตบนหัวก็ร่วงลงมา เธอรีบก้มเก็บแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ จากนั้นก็หัวเราะต่อ ท่าทางดูหลุดโลกไปนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ ก็แหม เธอเกิดมาพร้อมกับความหลุดโลกแบบนี้นี่นา จะหลุดโลกสักหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ!

"เอ๊ะ? นายถืออะไรมาน่ะ? ขอฉันดูหน่อยสิ?" พูดพลาง เธอก็เหลือบไปเห็นถุงพลาสติกในมือหลินโม่ ก็เลยเดินเข้าไปค้นดู "เครื่องดื่มเหรอ? ทำไมไม่มีฉลากเลยล่ะ?"

พูดพลาง เธอก็เปิดขวดนึงออก แล้วกระดกเข้าปาก

ขอแค่เป็นของกิน คุณหนูหยวนก็ไม่เคยรังเกียจหรอก อย่างน้อยก็ต้องลองชิมดูสักหน่อยว่ารสชาติเป็นยังไง

ท่าทางของเธอลื่นไหลเป็นธรรมชาติมาก จนหลินโม่ยังตั้งตัวไม่ทัน "เดี๋ยวก่อน นู่นมัน..."

"อ้า~~ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ ก็อร่อยดีนะ แต่ทำไมมีกลิ่นน้ำส้มสายชูล่ะ?" คุณหนูหยวนถาม

หลินโม่: .

"นี่คือน้ำส้มสายชูหมักผลไม้น่ะ ผมฝากคนให้หามาให้ ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพนะ ช่วยลดความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วย!"

สิ้นเสียง ดวงตาของคุณหนูหยวนก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที "นายได้ของดีมาอีกแล้วเหรอ? หลิวหรูเยียนยังไม่รู้ใช่ไหม? ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันขอเหมาหมดนี่แหละ ให้แสนนึง ของพวกนี้เป็นของฉันแล้ว!"

พูดจบ ก็ทำท่าจะแย่งของไป ล้อเล่นหรือไง ตั้งแต่หลินโม่คบกับหลิวหรูเยียน เธอก็ไม่ได้ของดีๆ จากเขามานานแค่ไหนแล้วเนี่ย?

พอได้เจอของดีแบบนี้ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด

ถ้าเป็นคนอื่นบอกว่าของพวกนี้มีสรรพคุณแบบนี้ เธอคงไม่เชื่อหรอก แต่ถ้าเป็นหลินโม่พูด เธอไม่มีข้อสงสัยเลยแม้แต่น้อย ก็แหม ตั้งแต่โฟมล้างหน้า ยาอานกงหนิวหวงหวาน ยาขี้ผึ้งหลงเฉวียน ยันสมุนไพรแช่ตัวบ้าบออะไรนั่น ล้วนแต่มีสรรพคุณที่เห็นผลชัดเจนทั้งนั้น

"ไม่ได้ครับ พี่หยวน อันนี้ให้ไม่ได้จริงๆ!" หลินโม่ปฏิเสธ เพราะในถุงนี้ยังมีของที่เผื่อไว้ให้ครอบครัวหลิวหรูเยียนทั้งสามคนอีกนะ

พอเห็นเขาปฏิเสธ คุณหนูหยวนก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่านี่คือของดี "โอ๊ะโห? หวงของกินเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะไปฟ้องป้าพานหง!"

หลินโม่: .

จบบทที่ ตอนที่ 750 หวงของกินเหรอ? จะฟ้องแม่นาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว