- หน้าแรก
- ข้าเล่นเกมออนไลน์ในโลกบำเพ็ญเพียร
- บทที่ 25 ระบบอัปเดต, ภูตระบบ
บทที่ 25 ระบบอัปเดต, ภูตระบบ
บทที่ 25 ระบบอัปเดต, ภูตระบบ
บทที่ 25 ระบบอัปเดต, ภูตระบบ
เขาดูออกว่า ดอกไม้ทุกดอกผ่านการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน เติบโตได้ดีมาก... ยกเว้นอยู่ดอกหนึ่ง
ไม่ต้องรอให้เจียงหลงหลิงชี้บอก ไป๋เซี่ยก็มองเห็นดอกไม้สีเขียวเล็กๆ สองสามดอกที่เหี่ยวเฉาอยู่บนเถาวัลย์สีแดงเพลิงตรงมุมแปลงดอกไม้ได้ในพริบตา
เจียงหลงหลิงพานำเขาเดินไปข้างดอกไม้นั้น แล้วกล่าวว่า: “ดอกไม้นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังดีอยู่เลย วันนี้จู่ๆ ก็กลายเป็นเช่นนี้ เจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่?”
“ข้าน้อยจะลองดูขอรับ” ไป๋เซี่ยไม่รับปากเต็มคำ เขาย่อตัวลงตรวจสอบอย่างละเอียด
แต่ความจริงก็แค่แสร้งทำไปอย่างนั้น เพราะเขาใช้เนตรทำลายมายามองดูตั้งนานแล้ว
พฤกษาขนวิหคเซียน: พืชประเภทไลเคน บุปผาระดับเซียนของดีขึ้นชื่อแห่งมหาโลกมิ่งหลัน ใกล้จะสูญพันธุ์
(ในขณะนี้อยู่ในช่วงโตเต็มวัย ต้องการต้นสนระดับเซียนมาช่วยปรับสมดุลหยินหยางอย่างเร่งด่วน เพื่อดูดซับพลังหยินขีดสุดที่ล้นเกินภายในดอกไม้)
“บัดซบ! ดอกไม้นี่สำเร็จวิชาเป็นปีศาจแล้วหรือไง? นี่มันอาการของพวกตัณหาค้างจนธาตุไฟเข้าแทรกชัดๆ” มุมปากของไป๋เซี่ยกระตุกเล็กน้อย จากนั้นจึงจบการตรวจสอบที่แสร้งทำขึ้น
“ท่านผู้อาวุโสเจียง...” เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดในใจ จะให้ไปบอกคนเขาตรงๆ ว่า “ดอกไม้บ้านท่านมันโหยหาบุรุษ ไปหาต้นสนมาช่วยระบายให้มันหน่อย” แบบนั้นมีหวังคงถูกยอดฝีมือแก่นทองคำตรงหน้าตบจนจมดินกลายเป็นปุ๋ยดอกไม้แน่นอน
“เป็นอย่างไรบ้าง? มองเห็นสาเหตุของปัญหาแล้วรึ?” เพราะความกังวลทำให้ว้าวุ่น เจียงหลงหลิงไม่สนว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงศิษย์รับใช้ตัวเล็กๆ ก่อนหน้านี้นางหาคนมาช่วยตั้งมากมายก็ไร้หนทาง เมื่อเห็นสิ่งที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดกำลังจะพังพินาศ ในใจจึงร้อนรนยิ่งนัก
ไป๋เซี่ยไม่เล่นตัว กล่าวอย่างอ้อมค้อมว่า: “พืชบางชนิดหากอยู่ต้นเดียวโดดๆ มักจะเติบโตไม่ได้ จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน เช่นเดียวกับพฤกษาขนวิหคเซียนต้นนี้ของท่าน หากไม่มีต้นสนระดับเซียนมาคอยเกื้อหนุน ต่อให้ท่านจะดูแลเอาใจใส่อย่างไร สุดท้ายมันก็ต้องล้มตายไปอยู่ดีขอรับ”
“ต้นสนรึ?” เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เจียงหลงหลิงกลับมีท่าทีลังเลกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
พฤกษาขนวิหคเซียนต้นนี้คือนางบังเอิญได้รับมา จึงทะนุถนอมเป็นอย่างยิ่ง เริ่มเพาะเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด ใช้เวลาถึงสิบปีถึงเติบโตมาได้ขนาดนี้ ประดุจลูกในไส้ของนางเอง แต่ในช่วงไม่กี่วันนี้มันกลับเหี่ยวเฉาลงอย่างปริศนา เพราะความหายากยิ่งยวดของมัน จึงไม่มีบันทึกประสบการณ์การปลูกของคนรุ่นก่อนหลงเหลือไว้ แม้แต่ผู้อาวุโสในสำนักที่มีความรู้เรื่องบุปผาก็ยังจนปัญญา
ในยามนี้ ศิษย์รับใช้หนุ่มคนหนึ่งเดินมาดูเพียงไม่กี่แวบก็บอกวิธีแก้ไขออกมา พูดตามตรงนางทำใจเชื่อได้ยากจริงๆ
ไป๋เซี่ยคร้านจะไปสนใจว่านางจะเชื่อหรือไม่ อย่างไรเสียวิธีเขาก็ให้ไปแล้ว หากเจียงหลงหลิงเชื่อ มันย่อมรอดแน่นอน หากไม่เชื่องั้นก็โทษเขาไม่ได้ เขาเพียงยืนดูอยู่ด้านข้าง รอดูว่าเจียงหลงหลิงจะเลือกอย่างไร
เจียงหลงหลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวกับไป๋เซี่ยว่า: “เจ้าไปก่อนเถอะ ข้าต้องไปที่เขตสิบสักรอบ ที่นั่นน่าจะขอยืมไม้กระถางต้นสนระดับเซียนมาได้”
ไป๋เซี่ยโหยหาสิ่งนี้อยู่พอดี เขาเอ่ยลาแล้วเดินจากไปทันที เดินออกจากประตูไปได้ไม่ไกล ก็เห็นตู้จื้อกั๋วยืนรอเขาอยู่ตรงนั้น
“เป็นอย่างไรบ้าง? ช่วยให้รอดได้ไหม?” เขาถามด้วยความห่วงใย เพราะเรื่องนี้เขาก็พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
“ข้าพยายามเต็มที่แล้วขอรับ” ไป๋เซี่ยยักไหล่ กล่าวอย่างคลุมเครือ
ตู้จื้อกั๋วนึกว่าเขาทำไม่สำเร็จ จึงได้แต่ถอนหายใจ: “นั่นสินะ อย่างไรเสียก็เป็นของวิเศษของบ้านเซียน ปุถุชนอย่างพวกเราจะไปจัดการได้อย่างไร ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ”
ไป๋เซี่ยไม่ได้พูดอะไรมาก เดินตรงกลับห้องของตนเองทันที เขายังไม่ได้กินมื้อค่ำเลยนะ
หลังจากกินเสร็จก็นอนหลับ เที่ยงคืนมาเยือนอย่างเงียบเชียบ คืนนี้ทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนต่างเงียบสงัดเป็นพิเศษ
“เชื่อมต่อสำเร็จ”
……
“เริ่มการลงชื่อเข้าสู่ระบบ”
……
“ยินดีต้อนรับสู่ 《ยุคสมัยแห่งการรุกรานของเหล่ามาร》”
เมื่อไป๋เซี่ยลืมตาขึ้น เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงที่กว้างขวางไร้ที่สิ้นสุด พื้นของห้องโถงนี้ปูด้วยหยกขาวทั้งหมด ทั้งสี่ทิศมีเสาโทเท็มสีขาวตั้งตระหง่านดุจเสาค้ำฟ้า บนเสามีพลังงานอันเจิดจ้าวนเวียนอยู่เป็นสาย
ทั้งสี่ด้านของห้องโถงมีประตูขนาดใหญ่สูงสิบเมตร กว้างกว่าร้อยเมตร จากภายในห้องโถงสามารถมองเห็นถนนอันรุ่งเรือง อาคารบ้านเรือนที่ตั้งเรียงราย รวมถึงฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ด้านนอกได้ชัดเจน
“ที่นี่คือทวีปหรูอี้สินะ? ไม่รู้ว่าถูกเคลื่อนย้ายมาที่เมืองไหนกันแน่?” ไป๋เซี่ยกำลังจะเดินออกไปดู ทันใดนั้นก็มีดวงแสงสีเขียวมรกตดวงหนึ่งพุ่งออกมาจากที่ใดไม่ทราบ ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“สวัสดีเจ้าค่ะ เจ้านายของข้า ภูตระบบหมายเลข 9527001 ยินดีให้บริการเจ้าค่ะ”
“ตัวอะไรกันเนี่ย!?” ไป๋เซี่ยถูกทำให้ตกใจโดยไม่ทันตั้งตัว
ได้ยินดวงแสงสีเขียวตอบกลับว่า: “ระบบได้อัปเกรดเป็นเวอร์ชันโอเพ่นเบต้าอย่างเป็นทางการแล้ว ในเวอร์ชันนี้เราได้แก้ไขจุดที่ยังไม่สมบูรณ์บางประการ เนื่องจากมีผู้เล่นจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจการใช้งานพื้นฐานของเกม ระบบจึงได้จัดเตรียมผู้ช่วยส่วนตัวไว้ให้สำหรับทุกคน หน้าที่ของข้าคือแนะนำการใช้งานพื้นฐานของเกมนี้และตอบคำถามบางประการที่ท่านพบในเกมเจ้าค่ะ”
ข่าวนี้ประดุจสายฟ้าฟาด ทำให้ไป๋เซี่ยตั้งตัวไม่ติด
“บัดซบ!” ไป๋เซี่ยยังคิดจะเก็บความลับนี้ไว้อีกสักพัก คำนวณมานับพันนับหมื่นกลับนึกไม่ถึงว่าระบบจะชิงตัดหน้าเขาไปก้าวหนึ่ง สร้างระบบผู้ช่วยออกมาเสียก่อน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนจากโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนก็ย่อมปรับตัวเข้ากับเกมนี้ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรเสียสติปัญญาของพวกเขาก็ปกติ ที่ติดขัดอยู่นานก็เพียงเพราะไม่มีแนวคิดเรื่องนี้อยู่ในหัวเท่านั้นเอง
“ท่านมีโอกาสหนึ่งครั้งในการตั้งชื่อและกำหนดรูปลักษณ์ของภูตระบบใหม่ ต้องการเริ่มการตั้งค่าหรือไม่คะ?”
ภูตระบบย่อมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงส่งข้อความแจ้งเตือนตามโปรแกรม
“ช่างเถอะ เรื่องที่ขัดขืนไม่ได้แบบนี้ข้าจะกลัดกลุ้มไปทำไม ตอนนี้ข้านำหน้าพวกเขาอยู่ 9 ระดับ ขอเพียงรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ก็พอแล้ว” ไป๋เซี่ยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรเสียการมานั่งกลุ้มใจย่อมไร้ประโยชน์
เรื่องการตั้งค่ารูปลักษณ์และชื่อของภูตระบบใหม่ ย่อมต้องเลือกใช่แน่นอน นี่ก็เหมือนกับการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่แล้วเปลี่ยนวอลเปเปอร์นั่นแหละ การเปลี่ยนเป็นสาวสวยมายืนบนหน้าจอย่อมเจริญหูเจริญตากว่ามาก แน่นอนว่าคนปกติย่อมไม่ตกหลุมรักวอลเปเปอร์อยู่แล้ว ใช่ไหม?
เขาเลือกโมเดลเด็กสาวจากแม่แบบที่ระบบให้มา ปรับขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นนิด ขาให้ยาวขึ้นหน่อย เลือกผมสีทอง ดวงตาเป็นรูปดาวสี่แฉก จากนั้นปรับเครื่องหน้าให้ใกล้เคียงกับความชอบของตนเองที่สุด ชุดเลือกเป็นเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น ปรับกระโปรงให้สั้นเป็นพิเศษ สุดท้ายติดตั้งปีกเอลฟ์เข้าไปคู่หนึ่ง ภูตระบบผู้ช่วยส่วนตัวเวอร์ชันใหม่แกะกล่องก็เสร็จสมบูรณ์!
“ชื่อก็ให้ชื่อว่า ‘โชคุโฮ’ แล้วกัน” ไป๋เซี่ยหยิบยืมชื่อตัวละครหญิงที่เขาชื่นชอบมาใช้อย่างหน้าด้านๆ
(โชคุโฮ มิซากิ - Shokuhou Misaki เป็นตัวละครจากซีรีส์ A Certain Magical Index - อินเดกซ์ คัมภีร์คาถาต้องห้าม และตัวละครหลักในสปินออฟ A Certain Scientific Railgun - เรลกัน แฟ้มลับคดีวิทยาศาสตร์ เธอเป็นเอสเปอร์ระดับ 5 อยู่อันดับ 5 ของเมืองอะคาเดมี่ซิตี้ ฉายา "ราชินี" ผู้ครองพลัง "Mental Out" ซึ่งเป็นความสามารถทางจิตที่แข็งแกร่ง)
น่าเสียดาย ขนาดของภูตระบบนั้นใหญ่เท่าขวดเบียร์เท่านั้น ไม่ใช่ขนาดตัวเท่าคนจริงอย่างที่เขาคาดหวังไว้
“ระบบขยะ” ไป๋เซี่ยด่าเบาๆ คำหนึ่ง
“ภูตระบบ ‘โชคุโฮ’ ยินดีให้บริการเจ้านาย ต้องการให้ข้าแนะนำการใช้งานพื้นฐานของเกมนี้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ต้อง มีอะไรข้าจะถามเอง”
“ยืนยันข้ามการแนะนำพื้นฐาน ต่อไป ขออนุญาตแนะนำจุดที่ปรับปรุงในการอัปเกรดระบบครั้งนี้เจ้าค่ะ”
“อืม ว่ามา” ไป๋เซี่ยเลือกยืนยัน เขาเองก็อยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
“ได้เลยเจ้าค่ะ จุดที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในการอัปเกรดเวอร์ชันครั้งนี้มีทั้งหมด 4 จุดเจ้าค่ะ” ภูตระบบตัวน้อยดูมีชีวิตชีวามาก ยามพูดจายังไม่ลืมทำท่าทางน่ารักประกอบ
“อย่างแรก ลดบทลงโทษจากการตาย เดิมทีหลังจากตายระดับตัวละครจะกลายเป็นศูนย์ และจะถูกเตะออกจากเกมทันทีโดยไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ใหม่ได้ในวันนั้น ตอนนี้เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ในระดับขั้นปัจจุบันจะถูกล้างว่างเปล่า และต้องรออยู่ที่จุดเกิดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเจ้าค่ะ”
“ระดับขั้นปัจจุบัน? หมายความว่าอย่างไร?” ไป๋เซี่ยยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
ภูตระบบโชคุโฮกะพริบตา แล้วตอบว่า: “อธิบายง่ายๆ คือ หากตายในช่วงระดับ 1 ถึง 10 ระดับจะลดลงเหลือระดับ 1 หากตายในช่วงระดับ 11 ถึง 20 ระดับจะลดลงเหลือระดับ 11 เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว ต่อเลย”
“อย่างที่สอง เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการแบ่งระดับคุณภาพของไอเทม การแบ่งระดับในปัจจุบันคือ สีขาวระดับทั่วไป, สีน้ำเงินระดับสูง, สีม่วงระดับหายาก, สีเขียวระดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์, สีชมพูระดับเทพ, สีดำระดับมาร, สีส้มระดับตำนาน และสีทองระดับมหากาพย์เจ้าค่ะ”
“ในบรรดานั้น สีเขียวระดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นระดับที่เพิ่มขึ้นใหม่ อุปกรณ์ระดับหายากที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและอุปกรณ์ระดับกึ่งเทพจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาสตราเทพและศาสตรามารอยู่ในระดับเดียวกัน ไอเทมระดับตำนานแต่ละชิ้นจะมีข้อจำกัดด้านจำนวน ส่วนไอเทมระดับมหากาพย์ทั้งหมดล้วนมีเพียงชิ้นเดียวในโลกเจ้าค่ะ”
ไป๋เซี่ยลองตรวจสอบดู ปรากฏว่า เกราะผลึกมารราชันสมุทรที่เดิมทีเป็นตัวอักษรสีชมพู ในตอนนี้ได้กลายเป็นอุปกรณ์ตัวอักษรสีเขียวไปแล้ว คุณภาพระบุว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง แน่นอนว่าคุณสมบัติไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ บนร่างของเขายังมีอุปกรณ์อีกชิ้นที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำ นั่นคือป้ายผู้บัญชาการที่ดรอปมาจากอสูรวิญญาณทะเล เครื่องประดับส่วนเอวที่สามารถอัญเชิญทหารเลวได้นั่นเอง หากกระบี่เหล็กนิลชิงหลงยังอยู่ ไป๋เซี่ยคิดว่ามันคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน อย่างไรเสียอุปกรณ์ชิ้นนี้หลังจากตีบวกด้วยผลึกปราณมารแล้วก็ได้วิวัฒนาการเป็นศาสตรามารโดยตรง
“โชคุโฮ มีอุปกรณ์ระดับไหนบ้างที่มีการแบ่งลำดับขั้นย่อย?”
“ไอเทมคุณภาพระดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ระดับเทพ และระดับมาร ทั้งสามระดับนี้จะมีการแบ่งลำดับขั้นย่อยเป็น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง เจ้าค่ะ”
“แล้วมอนสเตอร์ล่ะ? มอนสเตอร์มีการแบ่งระดับอย่างไร?” ไป๋เซี่ยรีบถามต่อ
“ไอ้หยา เจ้านายใจร้อนจังเลยนะเจ้าคะ ข้ากำลังจะพูดถึงอยู่พอดีเลย” ภูตระบบโชคุโฮส่งสายตาหวานเชื่อมให้ทีหนึ่ง แล้วตอบว่า “ระดับของมอนสเตอร์แบ่งออกเป็น สีขาวระดับทั่วไป, สีน้ำเงินระดับหัวหน้า, สีม่วงระดับลอร์ด, สีเขียวระดับราชา, สีชมพูสัตว์เทพ และสีดำสัตว์มาร รวมถึงสีส้มสัตว์อสูรเหนือเทพและสัตว์อสูรเหนือมารค่ะ”
“มอนสเตอร์ในแต่ละระดับสามารถดรอปไอเทมที่มีระดับสูงกว่าสีของตนเองได้สูงสุดหนึ่งระดับ ยกเว้นสัตว์อสูรเหนือเทพและสัตว์อสูรเหนือมาร เพราะช่องทางการได้รับไอเทมระดับมหากาพย์นั้นแตกต่างจากระดับอื่นเจ้าค่ะ”
“แตกต่างอย่างไร?” ไป๋เซี่ยถาม
แต่ครั้งนี้โชคุโฮกลับไม่ตอบเขา แต่นางกลับใช้นิ้วจิ้มที่ริมฝีปากล่าง: “เรื่องนี้เจ้านายต้องไปสำรวจด้วยตนเองนะเจ้าคะ โชคุโฮตอบไม่ได้”
“ก็ได้ ต่อเลย”
“จุดปรับปรุงที่สาม เปิดใช้งานฟังก์ชันเว็บบอร์ดของเกม ในเว็บบอร์ดท่านสามารถโพสต์กระทู้เพื่อสนทนาเรื่องต่างๆ ที่ท่านชื่นชอบกับผู้เล่นคนอื่นได้เจ้าค่ะ”
ไป๋เซี่ยขยับความคิด หน้าต่างเว็บบอร์ดพลันเด้งขึ้นมาทันที ในขณะนี้บนนั้นกลับมีกระทู้ปรากฏขึ้นไม่น้อยแล้ว
《สวัสดีสหายเต๋าทุกท่าน ข้าคือท่านปรมาจารย์โยวเสวียนแห่งสำนักเจิ้นอี้ สหายเก่าโปรดเข้ามา》
……
《ใครคือคนแรกที่บรรลุระดับ 10? มีใครรู้บ้าง?》
……
《โลกที่สมจริงขนาดนี้ มันเป็นเพียงเกมจริงๆ หรือ?》
……
《ใครเป็นผู้สร้างโลกใบนี้? เขามีจุดประสงค์อะไร?》
……
《นิกายกระบี่เพลิงของข้าไร้เทียมทาน คนจากเขาเพลิงพิโรธรายงานตัวหน่อย!》
……
《ข้าที่หิวโหยอยู่ที่นี่มาห้าปี รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าโง่เลย!》