- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 64 โฉมหน้าโรงพยาบาลจิตเวช
บทที่ 64 โฉมหน้าโรงพยาบาลจิตเวช
บทที่ 64 โฉมหน้าโรงพยาบาลจิตเวช
หลังจากก้าวผ่านประตูใหญ่ของศูนย์ฟื้นฟูจิตใจสำหรับชนชั้นสูงเข้ามา ก็จะพบกับสวนหย่อมสำหรับให้คนไข้เดินเล่นพักผ่อน
ภายในสวนหย่อมมีแม้กระทั่งศาลาพักใจ ตกแต่งอย่างมีระดับ ราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลจิตเวช แต่เป็นคฤหาสน์ของใครสักคน
แต่ทว่าในสวนหย่อมกลับไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก มีเพียงคนแก่สองสามคนนั่งอยู่บนรถเข็น หรือไม่ก็นั่งอยู่บนม้านั่งหินในศาลา จับจ้องมองมาที่กลุ่มของไป๋อู้
ถัดจากสวนหย่อมเข้าไป จะเป็นอาคารสำนักงานของเหล่าแพทย์และพยาบาล และเมื่อเดินทะลุอาคารเหล่านี้ไป ถึงจะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้——
กำแพงสูงตระหง่านปรากฏขึ้นตรงหน้ากลุ่มของไป๋อู้ โครงสร้างของมันดูแปลกประหลาดมาก กำแพงสูงล้อมรอบพื้นที่บริเวณหนึ่งเอาไว้ ราวกับว่าที่นี่คือเรือนจำ
"ดูเหมือนโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ จะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ ขังคนไว้ข้างในเพียบเลย" ไป๋อู้หันไปมองอู่จิ่ว
อู่จิ่วพยักหน้ารับ:
"สมมติว่าถ้านายมีอำนาจล้นฟ้า แล้วมีศัตรูทางการเมือง หรือหมากตัวไหนที่หมดประโยชน์แล้ว แต่ก็ฆ่าทิ้งไม่ได้ นายก็แค่ยัดเยียดข้อหาคนบ้าให้พวกมัน แล้วจับขังไว้ในโรงพยาบาลจิตเวชที่ไม่มีวันได้ออกมาก็สิ้นเรื่อง"
ไป๋อู้นึกถึงหนังสายลับในชาติก่อน ที่องค์กรอย่างเคจีบีก็มักจะใช้วิธีแบบนี้อยู่บ่อยๆ
"แสดงว่าในโรงพยาบาลแห่งนี้ มีคนใหญ่คนโตอยู่เพียบเลยสินะครับ?"
"ต้องเรียกว่า 'อดีต' คนใหญ่คนโตต่างหากล่ะ"
การจะเข้าไปด้านในกำแพงสูงได้ มีเพียงทางเดียวคือต้องผ่านประตูเหล็กที่ปิดทึบ ซึ่งนี่ก็คือทางเข้าออกเพียงแห่งเดียวของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้
ที่ประตูเหล็ก มีช่องเล็กๆ สำหรับให้ยื่นบัตรประจำตัวเท่านั้น
หลังจากพวกอู่จิ่วแสดงบัตรประจำตัวแล้ว ประมาณสามสิบวินาที ประตูเหล็กก็ค่อยๆ เปิดออก
สายตาของไป๋อู้ยังคงจับจ้องไปที่กำแพงสูง:
【กำแพงสูงที่มีความหนาถึง 6.2 เมตร ต่อให้นายจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า นายก็ไม่มีทางพังกำแพงนี้เข้าไปได้หรอก】
หมายเหตุไม่ได้บรรยายว่ากำแพงสูงแค่ไหน แต่กลับบอกความหนาของกำแพงแทน... จู่ๆ ไป๋อู้ก็รู้สึกเหมือนกำลังออกไปสำรวจโลกภายนอกหอคอยยังไงยังงั้น
ความคิดของเขาแล่นอย่างรวดเร็ว
"ถ้าระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้มันแน่นหนาขนาดนี้... แล้วลูกสาวของคนใหญ่คนโตคนนั้น ถูกลักพาตัวออกไปได้ยังไง ก็ต้องผ่านกำแพงสูงกับประตูเหล็กนี่ไปให้ได้สิ ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ"
หลังจากเดินผ่านกำแพงสูงเข้ามา อู่จิ่วก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า:
"จากนี้ไป พวกเราตกอยู่ในสายตาของกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วนะ"
ไป๋อู้ไม่ได้ใส่ใจนัก ถือโอกาสทดสอบพลังของพรสวรรค์ลำดับไปในตัวเลยก็แล้วกัน ยิ่งไปกว่านั้น:
"การถูกจับตามอง จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันนะ ขอแค่แสดงละครได้เนียนพอ รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงแน่ๆ"
ตอนที่ไป๋อู้พูดประโยคนี้ ท่าทางของเขาดูกะล่อนและยียวนกวนประสาท แตกต่างจากมาดขรึมๆ ปกติอย่างสิ้นเชิง
อู่จิ่วขมวดคิ้ว ถึงแม้ตอนที่ไป๋อู้ข่มขวัญติงไท่เซิง ท่าทางของเขาก็ดูเป็นพวกอันธพาลเหมือนกันก็เถอะ
เมื่อเดินผ่านกำแพงสูงเข้ามา ก็จะพบกับลานกว้างขนาดประมาณสนามบาสเกตบอล แต่ไม่ได้ดูหรูหราเหมือนสวนหย่อมด้านนอก แถมยังดูคึกคักวุ่นวายกว่ามาก
ในลานกว้างเล็กๆ แห่งนี้ มีคนกำลังเล่นหมากรุก แต่ตัวหมากบนกระดานกลับไม่ได้เรียงตามกฎเกณฑ์การเล่นใดๆ เลย แต่กลับถูกเอามาต่อเป็นรูปอะไรสักอย่าง บางคนก็กำลังอ่านหนังสือ แต่ดันถือหนังสือกลับหัว บางคนก็น้ำลายยืด ยืนยิ้มแหยๆ จ้องมองอู่จิ่วกับไป๋อู้
ไป๋อู้มองดูคนพวกนี้ ไม่เห็นหมอเลยสักคน แถมคนพวกนี้ก็ไม่ได้แกล้งบ้าด้วย บ้าจริงจังกันทั้งนั้น
ในตอนนั้นเอง ก็มีหมอคนหนึ่งเดินตรงดิ่งเข้ามาหา พร้อมกับตวาดถามว่า:
"หยุดนะ! พวกนายเป็นคนไข้ตึกไหน ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นหน้าพวกนายเลย!"
อู่จิ่วกำลังจะอธิบาย แต่ไป๋อู้ยกมือขึ้นห้ามไว้ แล้วส่งยิ้มกะล่อนให้หมอคนนั้น
"เจิ้งตั๋วสี่ แกกลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้เลยนะ บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าห้ามขโมยเสื้อกาวน์ของหัวหน้าแผนกมาใส่"
พยาบาลคนหนึ่งดึงตัวหมอคนนั้นไว้ ท่าทางของเธอดูรุนแรงไม่เบา
"ปล่อยนะ! ฉันเป็นหมอ! ฉันเป็นหมอ! ช่วยด้วย! คนไข้ก่อกบฏแล้ว!" เจิ้งตั๋วสี่แหกปากโวยวายเสียงดังลั่น
อู่จิ่วถึงเพิ่งจะเข้าใจว่า นี่คือคนไข้ที่ขโมยเสื้อกาวน์หมอมาใส่นี่เอง
โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ มีคนบ้าของแท้เยอะจริงๆ แฮะ
หลังจากพยาบาลคนนั้นจัดการพาคนไข้กลับเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินกลับออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเล็กน้อย เธอเดินมาหาพวกอู่จิ่ว แล้วถามขึ้นว่า:
"ขอโทษด้วยนะคะ พอดีคนไข้อาละวาดนิดหน่อยน่ะค่ะ คุณหมอติดธุระออกไปข้างนอก พวกคุณคือ...?"
"พวกเรามาจากกองกำลังสำรวจ รับหน้าที่มาสืบคดีที่คุณหนูเยี่ยนหายตัวไปครับ"
อู่จิ่วแสดงบัตรประจำตัว ส่วนไป๋อู้ก็จ้องมองพยาบาลสาวด้วยสายตาแทะโลม
"ใหญ่จัง" เขาจ้องไปที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วพูดออกมาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
หลินอู๋โหรวขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็ทำหน้างงๆ
พยาบาลสาวไม่ได้สนใจไป๋อู้ เธอหันไปพูดกับอู่จิ่วว่า:
"อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ ตามฉันมาสิคะ เมื่อก่อนเธอพักอยู่ที่ชั้นหกค่ะ"
พยาบาลสาวเดินนำทางไป
พอเธอหันหลังให้ ไป๋อู้ก็จ้องไปที่บั้นท้ายของเธอ แล้วพูดออกมาตรงๆ อีกครั้งว่า:
"เด้งซะด้วย"
หลินอู๋โหรวถลึงตาใส่ไป๋อู้ แต่ไป๋อู้ก็ไม่แคร์หรอก การแสดงความน่ารังเกียจแบบนี้ จะช่วยเพิ่มความสมจริงได้มากยิ่งขึ้น ระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นหก เขาก็ชวนพยาบาลสาวคุยเจ๊าะแจ๊ะไปเรื่อยเปื่อย
ทำตัวเหมือนพวกเฒ่าหัวงูหื่นกามไม่มีผิด
เยี่ยเว่ยหมิงเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว ส่วนอู่จิ่วก็ยังคงตีหน้าขรึมเหมือนเดิม
พอลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นหก พยาบาลสาวก็ขอตัวไปทำธุระอื่น ไป๋อู้ก็ยังทำหน้าเสียดาย แลบลิ้นเลียริมฝีปาก:
"ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบพยาบาลใส่ถุงน่องสีขาวน่ะ?"
"นี่แกมักมากจนสมองกลับไปแล้วหรือไงฮะ?" หลินอู๋โหรวด่าทอ
หลินเม่ยเม่ยนี่ใสซื่อจริงๆ ไป๋อู้ไม่ถือสาหรอก เพราะความรังเกียจของเขา จะช่วยเพิ่มความเนียนให้กับการแสดงครั้งนี้ ส่วนพี่เตี้ยกับเสี่ยวเยี่ยจื่อ น่าจะเดาเจตนาของเขาออกแล้วล่ะ
ไป๋อู้เริ่มสำรวจโครงสร้างของชั้นหก ชั้นนี้มีห้องพักทั้งหมดยี่สิบสองห้อง
แต่ละห้องห่างกันสี่เมตร เขาและเยี่ยเว่ยหมิงลองทดสอบดู โดยเข้าไปอยู่ในห้องที่ติดกันสองห้อง ก็พบว่าห้องเก็บเสียงได้ดีมาก แทบจะไม่ได้ยินเสียงจากห้องตรงข้ามเลย
ทั่วทั้งชั้นหกดูเงียบเหงาและว่างเปล่า ในยี่สิบสองห้องนั้น มีคนไข้พักอยู่แค่สามห้องเท่านั้น
เป้าหมายที่ถูกลักพาตัวไป ชื่อว่า เยี่ยนจิ่ว
ที่น่าสนใจก็คือ ห้องของเยี่ยนจิ่ว อยู่ระหว่างห้อง 6-17 และ 6-19 และทั้งสองห้องนี้ ก็มีคนไข้อาศัยอยู่
นั่นหมายความว่า เดิมทีชั้นนี้มีคนพักอยู่สี่คน สามคนพักอยู่ติดกัน ส่วนอีกคนหนึ่งพักอยู่ที่ห้อง 6-4 ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลจากสามคนนี้
"เป้าหมายมีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ ถึงจะไม่มีกล้องวงจรปิด แต่เราก็อาจจะถามหาเบาะแสจากเพื่อนบ้านได้บ้าง"
หลินอู๋โหรวพยายามเสนอความคิดเห็น
เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดว่า:
"พยาบาลสาวคนเมื่อกี้ก็น่าจะรู้อะไรบ้างเหมือนกันนะ ถ้าเราลองถามคนไข้กับพนักงานในโรงพยาบาลจิตเวชดู ก็อาจจะเจอเบาะแสอะไรบ้างก็ได้ใช่ไหมครับ?"
ส่วนอู่จิ่วก็ทำหน้าเหมือนจะถามว่า "ตี๋เหรินเจี๋ย ท่านเห็นเป็นประการใด" แล้วหันไปมองไป๋อู้
ไป๋อู้ยังคงทำตัวกะล่อน ส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะเบาๆ :
"เดี๋ยวฉันจะบอกอะไรให้ฟังอย่างนึง แล้วพวกนายก็จะเข้าใจเอง ว่าทำไมพวกกองกำลังรักษาการณ์ ถึงได้ยอมปล่อยให้พวกเราเข้ามาสืบคดีในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ได้หน้าตาเฉยแบบนี้"
"เรื่องอะไรล่ะ?" อู่จิ่วถาม
"เจิ้งตั๋วสี่ หมอที่เราเจอที่ชั้นล่างเมื่อกี้นี้ คือหมอจริงๆ ส่วนพยาบาลที่มาต้อนรับพวกเรานั่นแหละ... คือคนไข้ที่ปลอมตัวมา"
ตอนที่ไป๋อู้อยู่ชั้นล่าง แล้วมองไปที่ตึกนี้และเจิ้งตั๋วสี่ หมายเหตุก็เด้งข้อความนี้ขึ้นมา
【ในตึกนี้ไม่มีคนปกติอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เมื่อก่อนเคยมีอยู่คนนึง แต่สุดท้ายก็บ้าตามไปแล้ว และคนๆ นั้นก็อยู่ตรงหน้านายนี่แหละ กำลังถูกโอตาคุที่คลั่งไคล้การคอสเพลย์เป็นพยาบาลสาวรุ่นเดอะลากตัวไป】
(จบบท)