- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 426 การเคลื่อนย้ายของโชคชะตา
บทที่ 426 การเคลื่อนย้ายของโชคชะตา
บทที่ 426 การเคลื่อนย้ายของโชคชะตา
บทที่ 426 การเคลื่อนย้ายของโชคชะตา
อู๋เล่อเล่อนั้นถึงวัยที่ควรจะเข้าเรียนอนุบาลตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากแม่ของหลัวเป่าหมินรังเกียจว่าเธอเป็นลูกผู้หญิงและมองว่าเป็น "ตัวล้างผลาญ" การส่งเข้าเรียนจึงเป็นการสิ้นเปลืองเงินทอง ยายแก่คนนั้นจึงไม่เคยยอมให้หลานสาวได้ไปโรงเรียนเลยสักครั้ง
เจียงชิ่นจึงยื่นมือเข้าช่วยส่งอู๋เล่อเล่อเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลข้างบ้านพักรวม ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่หยางหยางและหน่วนหน่วนเรียนอยู่ เนื่องจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่งที่อู๋ตันเรียนอยู่นั้นตั้งอยู่ไกลจากโรงเรียนอนุบาลมาก เจียงชิ่นจึงตัดสินใจให้อู๋เล่อเล่อมาพักอยู่ที่บ้านของเธอ เพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นกับหยางหยางและหน่วนหน่วนไปในตัว
การทำแบบนี้ช่วยให้อู๋ตันสามารถพักในหอพักของมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ อู๋ตันค่อยแวะมานอนที่บ้านเจียงชิ่นเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูก
สมัยที่ยังอยู่บ้านตระกูลหลัว อู๋เล่อเล่อไม่เคยได้รับความเมตตาจากย่าเลย แม้แต่พ่อที่เคยทำดีกับเธอในช่วงแรก ๆ ตอนหลังก็เริ่มอารมณ์เกรี้ยวกราดและลงไม้ลงมือกับเธออยู่บ่อยครั้ง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเช่นนั้น เด็กหญิงตัวน้อยจึงมีนิสัยขี้ขลาดและหวาดระแวงเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกที่มาอยู่บ้านเจียงชิ่น เธอเอาแต่หลบอยู่ตามมุมห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดกับใคร
จนกระทั่งหยางหยางจูงมือหน่วนหน่วนเข้าไปชวนเธอเล่นด้วยบ่อย ๆ เมื่อเด็กทั้งสามคนเริ่มเข้ากันได้ อู๋เล่อเล่อถึงได้ค่อย ๆ กล้าแสดงออกมากขึ้น ประกอบกับการที่เจียงชิ่น ฟู่เส้าตั๋ว และแม่ฟู่ต่างก็ดูแลเอ็นดูเธอเป็นอย่างดี ในที่สุดนิสัยของอู๋เล่อเล่อก็กลับมาร่าเริงสดใส และฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาที่เด็กในวัยนี้ควรจะมีได้สำเร็จ
ในภาคการศึกษาแรกของระดับปริญญาโท เจียงชิ่นยังคงต้องเข้าชั้นเรียนตามปกติ ความจริงด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในตอนนี้ การจะเรียนเนื้อหาในตำราให้จบก่อนกำหนดล่วงหน้าถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก แต่เนื่องจากนี่เป็นการเรียนปริญญาโทครั้งแรกในชีวิต เธอจึงอยากจะดื่มด่ำกับประสบการณ์การเป็นนักศึกษา ป.โท อย่างเต็มที่ เจียงชิ่นจึงตั้งใจว่าจะหาเวลาเข้าเรียนในห้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทว่าหลังจากเข้าเรียนไปได้เพียงไม่กี่วัน แผนงานเกี่ยวกับ ดาวเทียมสื่อสาร ก็ได้รับการอนุมัติกลับมา
ครั้งนี้การพิจารณาแผนงานใช้เวลานานกว่าปกติ เพราะโครงการนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่กองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหน่วยงานการบินและอวกาศ รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำให้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับโครงการที่ผ่านมา โครงการนี้ถือว่ามีขนาดมหึมาและต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลในระดับร้อยล้านหยวนขึ้นไป
แผนการระยะแรกที่ได้รับอนุมัติคือการส่งดาวเทียมขึ้นไปก่อน 7 ดวง โดยจะมีแผนการระยะที่สอง สาม สี่ และห้าตามมา เพื่อทยอยส่งดาวเทียมให้ครบทั้งหมด 55 ดวง ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ทั้งหมดนี้คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 ปี
เจียงชิ่นคำนวณดูแล้ว ต่อให้ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ประเทศจีนก็ยังสามารถสร้างระบบนำทางผ่านดาวเทียมที่ครอบคลุมทั่วโลกได้สำเร็จก่อนประเทศอื่น ๆ อยู่ดี ถือว่าเวลามีเหลือเฟือมาก
อย่างไรก็ตาม ด้านการบินและอวกาศถือเป็นอาณาเขตใหม่สำหรับเธอ เธอจึงต้องกลับเข้าไปในมิติเพื่อติวเข้มความรู้ด้านนี้กับ "อาจารย์หมอก" อย่างหนัก
เมื่อเห็นเจียงชิ่นกลับมาเรียนในมิติ ระบบจอมกวนก็อดไม่ได้ที่จะค่อนแคะออกมา
【 โฮสต์ครับ ไม่ได้กลับมาเข้าเรียนเสียนานเลยนะ ขอให้มีความสุขกับเทอมใหม่นะครับ 】
ช่วงที่ผ่านมาเจียงชิ่นยุ่งมากจนแทบไม่ได้คุยกับระบบเลย นึกไม่ถึงว่าระบบจะยังคง "กวนประสาท" ได้เสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้ เธอไม่ได้ต่อปากต่อคำกับมันและตั้งใจฟังบรรยายต่อ แต่ก่อนจะเริ่มเรียน เจียงชิ่นก็นึกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ที่ต้องถามระบบให้แน่ใจ
"ระบบ นายเคยบอกว่าโชคชะตาของเซียวเฉาหยางจะลดน้อยลงเรื่อย ๆ ส่วนฟู่เส้าตั๋วจะเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าแทนที่ในที่สุด ตอนนี้พระเอกของเรื่องเดิมหนีไปกินทรายอยู่ที่ตะวันตกแล้ว นั่นหมายความว่าฟู่เส้าตั๋วได้กลายเป็นพระเอกของโลกใบนี้อย่างเต็มตัวแล้วใช่ไหม ? "
ระบบส่ายหัวกลมโตของมันไปมา 【 โฮสต์ครับ ผมก็นึกว่าคุณจะไม่ถามเรื่องนี้เสียแล้ว 】
"อย่ามาลีลา รีบพูดมาเถอะน่า"
【 ใช่ครับ ฟู่เส้าตั๋วได้เข้าแทนที่เซียวเฉาหยางในฐานะ 'พระเอก' ของหนังสือเล่มนี้เรียบร้อยแล้ว และตัวโฮสต์เอง... ก็ได้เข้าแทนที่เว่ยจิงจิงในฐานะ 'นางเอก' ของเรื่องนี้เช่นกัน 】
เป็นไปตามที่เจียงชิ่นคาดไว้จริง ๆ
"ถ้าอย่างนั้น โชคชะตาของเซียวเฉาหยางและเว่ยจิงจิง ก็ได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ที่ฉันกับฟู่เส้าตั๋วหมดแล้วงั้นเหรอ ? "
【 ใช่ครับ... แต่มันยังไม่พอ... 】
ระบบทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นแล้วก็เงียบไป
"ยังไม่พอ ? หมายความว่าไง ? "
ไม่ว่าเจียงชิ่นจะคาดคั้นอย่างไร ระบบก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีก มันทำเพียงกระพริบตาโต ๆ แล้วหายวับไปจากมิติทันที ทิ้งให้เจียงชิ่นจมอยู่กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในใจ เธอจำได้ว่าเคยมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นหนึ่งหรือสองครั้งมาก่อนหน้านี้ เธอเริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ ว่าระบบกำลังมีความลับบางอย่างปกปิดเธออยู่
เจียงชิ่นขมวดคิ้ว เธอค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่ระบบปิดบังต้องเกี่ยวข้องกับตัวเธอแน่นอน และสักวันเธอจะกระชากความลับของมันออกมาให้ได้
เจียงชิ่นใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มในการเรียนรู้ความรู้ด้านการบินและอวกาศแบบรวบรัด เนื้อหาที่ซับซ้อนและน่าเบื่อเหล่านั้น เมื่ออยู่ภายใต้พลังจิตที่แข็งแกร่งของเธอก็กลายเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ง่ายดายและลื่นไหล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขอบเขตงานส่วนนี้กว้างขวางเกินไป เจียงชิ่นไม่ได้ตั้งใจจะทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว
เธอกะว่าจะสร้างทีมวิจัยขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยเธอจะรับหน้าที่ควบคุมทิศทางการวิจัยและพัฒนาในภาพรวม ส่วนขั้นตอนการทดลองและปฏิบัติการในรายละเอียดจะมอบหมายให้นักวิจัยท่านอื่น ๆ เป็นผู้ดำเนินการ
ในช่วงหนึ่งเดือนที่เจียงชิ่นมุ่งมั่นกับการเรียน ผลิตภัณฑ์ไฮเทคอย่าง โทรศัพท์มือถือ ก็ได้สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนไปทั่วตลาดสากลอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ประเทศจีนได้รับสัญญาสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไปพร้อม ๆ กับการเซ็นสัญญาจ้างวานสร้างสถานีฐานกับประเทศเหล่านั้นด้วย
ทุกครั้งที่ขายโทรศัพท์มือถือให้ประเทศใด ประเทศนั้นก็ย่อมต้องให้ประเทศจีนเป็นผู้สร้างสถานีสัญญาณโทรศัพท์ให้โดยปริยาย ในช่วงเวลาสั้น ๆ ประเทศจีนสามารถกอบโกยเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกโทรศัพท์มือถือได้เป็นจำนวนมหาศาลจนน่าตกใจ
ขณะที่ภายในประเทศจีนเอง โทรศัพท์มือถือก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มจาก 16 เมืองใหญ่ที่เป็นโครงการนำร่องในการสร้างสถานีฐานก่อน หลังจากนั้นจะใช้เมืองเหล่านี้เป็นศูนย์กลางในการกระจายสัญญาณออกไปยังพื้นที่รอบข้าง เพื่อสร้างเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 5 ปี
การขยายตัวที่รวดเร็วเช่นนี้ทำให้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในประเทศเริ่มไม่เพียงพอ ท่านผู้นำจึงได้ออกคำสั่งให้ขยายการรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นไป จะมีการขยายจำนวนการรับนักศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ของปัจจุบัน และจะมีการเน้นหนักไปที่สาขาวิชาที่ขาดแคลนเป็นพิเศษ
ข่าวการขยายการรับนักศึกษามหาวิทยาลัยถูกประกาศออกไปทางหนังสือพิมพ์และวิทยุจนสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งประเทศจีน นี่คือข่าวใหญ่ที่เป็นรองเพียงแค่การฟื้นฟูระบบการสอบเกาเข่าเท่านั้น
การขยายโควตารับนักศึกษาหมายความว่า ผู้คนจำนวนมากที่เคยพลาดโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยในอดีต จะมีโอกาสได้กลายเป็นนักศึกษาอีกครั้ง เรื่องนี้ทำให้นักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศต่างมีไฟลุกโชนและทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะในยุคนี้ บัณฑิตมหาวิทยาลัยเปรียบเสมือน "ปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร" ใครสอบติดชีวิตก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ใครบ้างล่ะจะไม่อยากลองสู้ดูสักตั้ง
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจียงชิ่นโดยตรงแล้ว ในตอนนี้เธอต้องแบ่งเวลาเพื่อเรียนปริญญาโทให้จบ ควบคู่ไปกับการเตรียมการวิจัยดาวเทียมสื่อสารในก้าวต่อไป โดยเจียงชิ่นรับหน้าที่สร้างทีมวิจัย และมีฟู่เส้าตั๋วคอยเป็นผู้ช่วยประสานงานให้เธอ
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งกลับจากการประชุมระดับโลกที่ประเทศ M ด้วยความภาคภูมิใจหลังจากได้หน้าได้ตามาอย่างล้นหลาม ก็ถูกเจียงชิ่นเรียกตัวมาเข้าทีมทันที
นานาประเทศที่เคยคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีต่อประเทศจีน ต่างพากันเข้ามาประจบประแจงและแสดงความประสงค์อยากจะร่วมพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับประเทศจีน แต่แน่นอนว่าเหล่าผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ของประเทศจีนต่างพากันเมินใส่
ตลกสิ้นดี ! เทคโนโลยีที่พวกเราวิจัยเองได้ จะไปร่วมมือกับพวกนายทำไมกัน โดยเฉพาะพวกที่เคยแอบเก็บเทคโนโลยีไว้คนเดียวแล้วสั่งปิดกั้นพวกเราน่ะนะ !