- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 416 ไอ้คนสารเลวขอคืนดีกับฟู่ซาน
บทที่ 416 ไอ้คนสารเลวขอคืนดีกับฟู่ซาน
บทที่ 416 ไอ้คนสารเลวขอคืนดีกับฟู่ซาน
บทที่ 416 ไอ้คนสารเลวขอคืนดีกับฟู่ซาน
ผู้ชายคนนั้นตัวไม่เตี้ยนัก สูงประมาณ 176 เซนติเมตรได้ แต่เนื่องจากเจียงชิ่นชินกับการที่ฟู่เส้าตั๋วสูงร้อยแปดสิบกว่า ๆ พอมาเจอผู้ชายคนนี้เธอจึงรู้สึกว่าเขาดูตัวเล็กไปถนัดตา
หน้าตาของเขาจัดว่าดูสะอาดสะอ้าน ทรงหน้าได้รูป ออกแนว "พวกหน้าขาว" ซึ่งเป็นสเปกที่สาว ๆ หลายคนหลงใหล
ทันทีที่เห็นเจียงชิ่น ชายคนนั้นก็แผดเสียงคำรามอย่างดุร้าย "ธุระไม่ใช่ ! ไสหัวไปให้พ้นหน้าซะ ! "
ทว่าในวินาทีต่อมา พอเขามองเห็นใบหน้าของเจียงชิ่นชัดๆ ดวงตาก็พลันเบิกค้าง คำด่าทอที่ติดอยู่ที่ลำคอถูกกลืนกลับลงไปทันที สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นนิ่งอึ้ง เขาจ้องมองเจียงชิ่นตาไม่กะพริบพลางเอ่ยถามว่า "เธอเป็นอะไรกับฟู่ซาน ? "
สายตาที่จดจ้องมานั้นดูเหนียวเหนอะหนะจนเจียงชิ่นรู้สึกรังเกียจและอึดอัด เธอไม่ยอมมองหน้าเขา แต่หันไปถามฟู่ซานแทน
"คนนี้ใคร ? "
ฟู่ซานในตอนนี้โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม พอจะอ้าปากพูดน้ำเสียงก็สั่นเครือตามไปด้วย
"เขาคือเย่จวิ้น... เย่จวิ้นคนที่หนูเคยเล่าให้พี่ฟังไงคะ"
เย่จวิ้น ?
เจียงชิ่นนึกออกทันที นี่มันไอ้ผู้ชายสารเลวที่มาหลอกเดตกับฟู่ซานแค่หนึ่งสัปดาห์คนนั้นนี่นา
ไอ้คนที่คอยกั๊กฟู่ซานไว้เป็น "ตัวสำรอง" บอกว่าเป็นแฟนกันแต่กลับสั่งห้ามไม่ให้ฟู่ซานบอกใครเรื่องความสัมพันธ์ ทำเหมือนเป็นคู่รักใต้ดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วตัวมันเองแอบไปจีบลูกสาวหัวหน้าแผนกอยู่
ตอนนั้นฟู่ซานเชื่อคำเตือนของเจียงชิ่น จึงลองแกล้งเลียบเคียงถามจนได้เห็นธาตุแท้ของเย่จวิ้น และบอกเลิกทันที ตอนที่ฟู่ซานขอเลิก เย่จวิ้นก็ไม่ได้ยี่หระอะไร กลับตอบตกลงอย่างง่ายดายเสียด้วยซ้ำ
ตามหลักแล้วผู้ชายคนนี้ไม่ควรจะโผล่หัวมาอีก แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาปรากฏตัวที่หน้าเรือนหอของฟู่ซานกับเฮ่อหยางซานได้ล่ะ ?
เจียงชิ่นขมวดคิ้วมุ่น ฟู่ซานกำลังจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้แล้ว ถ้าไอ้หมอนี่ตั้งใจมาพังงานแต่งล่ะก็ อย่าหาว่าเธอไม่เกรงใจ
ในจังหวะนั้น ฟู่ซานก็โพล่งใส่เย่จวิ้นว่า "เย่จวิ้น นายไปซะเถอะ พวกเราจบกันไปนานแล้ว การที่นายกลับมาขอคืนดีตอนนี้มันน่าตลกสิ้นดี ฉันกำลังจะแต่งงาน และนายเองก็มีแฟนอยู่แล้ว ต่างคนต่างอยู่เถอะ"
เจียงชิ่นถึงได้เข้าใจกระจ่าง ที่แท้ไอ้คนสารเลวนี่ก็กลับมาขอคืนดีกับฟู่ซานนี่เอง
ตอนนั้นทำตัวเลวทราม ทำร้ายจิตใจฟู่ซานขนาดนั้น ตอนนี้ยังมีหน้ากลับมาขอโอกาสอีกเหรอ ?
ใครมอบความกล้าให้แก ? เหลียงจิ้งหรู (นักร้องชื่อดัง) หรือไง ?
แม้ฟู่ซานจะพูดชัดถ้อยชัดคำเพียงใด แต่เย่จวิ้นกลับทำเป็นหูทวนลม แถมยังพยายามจะยื่นมือมาดึงแขนเธออีก
"เสี่ยวซาน ตอนนั้นผมถูกนังผู้หญิงแพศยาคนนั้นหลอก ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกันนะ พอตอนหลังผมตาสว่าง ผมถึงรู้ว่าผมทำผิดต่อคุณมาก และผมอยากจะชดเชยให้คุณ คุณให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ? "
พูดไปพูดมา เย่จวิ้นถึงกับพยายามบีบน้ำตาออกมาสองสามหยด
เจียงชิ่นเห็นแล้วแทบอยากจะลุกขึ้นตบมือให้กับการแสดงระดับรางวัลตุ๊กตาทองของเขาจริง ๆ
ฟู่ซานปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่มีทาง ! ระหว่างเรามันคืออดีตไปแล้ว อดีตมันเป็นไปไม่ได้ อนาคตก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ รีบไสหัวไปซะ อย่ามาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก"
แต่เย่จวิ้นยังไม่ยอมรามือ เขาพ่นคำพูดต่อไปว่า "ผมรู้ว่าคุณมีคู่หมั้นและกำลังจะแต่งงานแล้ว แต่ผู้ชายคนนั้นน่ะเหมาะกับคุณจริง ๆ เหรอ ? คุณเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่เท่าไหร่ แต่เราสองคนรู้จักกันมานานแค่ไหน ? ความผูกพันสิบกว่าปีของเรา คุณย่อมแยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน กลับมาหาผมเถอะเสี่ยวซาน ผมนี่แหละคือคนที่รักคุณที่สุด"
พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของฟู่ซานก็เปลี่ยนเป็นพะอืดพะอมทันที เหมือนเพิ่งไปกินของเสียมาแล้วเกิดอาการมวนท้องจนอยากจะอาเจียน
เจียงชิ่นเองก็รู้สึกคลื่นไส้ไม่ต่างกัน
บ้าเอ๊ย ! ทำไมมันถึงน่ารังเกียจได้ขนาดนี้ !
เจียงชิ่นจ้องหน้าเย่จวิ้นพลางสวนกลับอย่างเจ็บแสบ "นายยังกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายอีกเหรอ ? ตอนที่นายกั๊กเสี่ยวซานไว้เป็นตัวสำรอง นายจำความผูกพันสิบกว่าปีที่ว่านั่นได้มั้ยล่ะ ? รีบไสหัวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างนาย ! "
ต่อให้เย่จวิ้นหน้าหนาแค่ไหน เจอคำพูดจี้ใจดำต่อหน้าฝูงชนที่เริ่มมามุงดูเยอะขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าเขาก็เริ่มเปลี่ยนสีไปมาอย่างอับอาย เย่จวิ้นยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางสายตาผู้คน เขารู้สึกเสียหน้าจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
วินาทีนี้เขาแอบนึกเสียใจที่มาหาฟู่ซาน แต่ถ้าไม่มาขอคืนดี เย่จวิ้นก็หมดหนทางแล้วจริง ๆ
เมื่อก่อนเขาเคยมองฟู่ซานเป็นแค่ตัวเลือกสำรองเท่านั้น แม้ฟู่ซานจะนิสัยดี แต่เขากระหายความก้าวหน้า อยากถีบตัวเองขึ้นไปในสังคม ซึ่งฐานะทางบ้านที่แสนธรรมดาของฟู่ซานช่วยเขาไม่ได้เลย
พอเขามีโอกาสได้รู้จักกับลูกสาวของหัวหน้า เขาจึงรีบไปเกาะแกะทันที และเลิกสนใจฟู่ซานอย่างสิ้นเชิง
เขาวาดฝันว่าถ้าได้แต่งกับลูกสาวคนใหญ่คนโต หน้าที่การงานของเขาจะรุ่งโรจน์แบบก้าวกระโดด จนลืมฟู่ซานไปเสียสนิท
ตอนที่ฟู่ซานขอเลิก เขาไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด กลับรู้สึกโล่งใจเสียด้วยซ้ำที่ตัวเองไม่ต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกเอง
ใครจะไปนึกว่า ถึงแม้ลูกสาวของหัวหน้าจะชอบเขา แต่ตัวหัวหน้ากลับรังเกียจเขาเข้าไส้ และคัดค้านความสัมพันธ์นี้อย่างหัวชนฝา
ต่อมา เมื่อโรงงานเริ่มมีผลประกอบการไม่ดีและมีการลดจำนวนพนักงาน หัวหน้าคนนั้นก็จัดการ "คัดชื่อ" เย่จวิ้นออกเป็นคนแรกทันที สรุปคือ เย่จวิ้นต้องกลายเป็นคนตกงาน
การตกงานทำให้เย่จวิ้นแทบคลั่ง ฝันหวานที่จะก้าวหน้าพังทลาย แถม "ชามข้าวเหล็ก" ของตัวเองยังถูกทุบทิ้งไปอีก
เขาใช้ชีวิตอย่างซึมเศร้าไปพักใหญ่ จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขารู้ข่าวว่า ฟู่ซานกลายเป็นผู้อำนวยการโรงงานแปรรูปที่มีกิจการรุ่งเรือง
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รู้ว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ของฟู่ซานล้วนเป็นบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นบุคคลระดับหัวกะทิที่ได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐ ถึงขนาดที่พักอาศัยของพวกเขายังมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา
ทันทีที่ได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ เย่จวิ้นถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาเพิ่งตระหนักว่าเขาทำเพชรหลุดมือไปก้อนใหญ่ จนแทบจะบ้าตายด้วยความเสียดาย เขาจึงเที่ยวสืบเสาะหาที่อยู่จนรู้พิกัดเรือนหอของฟู่ซาน และมาดักรอเพื่อกะจะ "รวบหัวรวบหาง" ให้ฟู่ซานกลับมาหาเขา
เขาคิดว่าถ้าฟู่ซานยอมแต่งงานกับเขา เขาจะไปสนใจไอ้งานเฮงซวยนั่นทำไมอีก
ทว่าฝันกลางวันของเขาก็ต้องดับสลายเมื่อเจอความจริงตบหน้าฉาดใหญ่
ฟู่ซานไม่แม้แต่จะมองเขา แถมยังยืนด่าเขากลับ พอพี่สะใภ้เธอมาถึง ทั้งคู่ก็ร่วมมือกันต้อนเขาจนมุม
ถึงจุดนี้ เย่จวิ้นรู้ตัวแล้วว่าคงไม่ได้ตัวฟู่ซานคืนมาแน่ๆ แต่เขาก็คิดว่าอุตส่าห์ดั้นด้นมาแล้วจะกลับมือเปล่าไม่ได้ อย่างน้อยต้องไถเงินกลับไปให้ได้สักก้อน
เขาจึงทำตัวเป็นอันธพาลหน้าด้าน ๆ ทันที "ฟู่ซาน อย่าคิดนะว่าจะไล่ฉันไปง่าย ๆ ส่งเงินมาให้ฉันหนึ่งพันหยวนเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปบอกแฟนใหม่เธอว่า เธอกับฉันน่ะเคยทำอะไรกันมาบ้าง ! "
"แกกับฉันเคยทำอะไรกัน ? ! พวกเราคบกันแค่สัปดาห์เดียว แม้แต่มือฉันแกยังไม่เคยได้จับเลยด้วยซ้ำ ! "
ฟู่ซานถึงกับอึ้งจนคำบรรยายหมดสิ้น ไม่นึกว่ามนุษย์จะหน้าด้านไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้
นี่เหรอคือผู้ชายที่เธอแอบรักข้างเดียวมาตั้งหลายปี ?
"เหอะ! ลองฉันพูดออกไปสิ เธอทายดูสิว่าเขาจะเชื้อมั้ยล่ะ ? "
เย่จวิ้นตั้งท่าจะยิ้มอย่างผู้ชนะ ทว่าจู่ ๆ ก็มีลมแรงวูบหนึ่งพุ่งมาจากด้านหลัง วินาทีต่อมาหมัดหนัก ๆ ก็กระแทกเข้าที่โหนกแก้มขวาของเขาอย่างแรงจนหน้าหัน หมัดนั้นรุนแรงมหาศาลทำเอาเขาถึงกับมึนหัว เซถลาไปหลายก้าวกว่าจตั้งหลักได้
เขายังไม่ทันได้ยืนให้มั่น หมัดที่สองก็พุ่งเข้าใส่หน้าอีกชุด พร้อมกับเสียงคำรามอันเหี้ยมเกรียมของชายหนุ่มที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
"มึงก็ทายดูสิว่ากูจะเชื่อมั้ย ! "
คราวนี้เย่จวิ้นถูกต่อยจนคว่ำคะมำลงกับพื้น เลือดกำเดาไหลเป็นทาง
แต่เฮ่อหยางซานยังไม่หายแค้น เขาตามเข้าไปกระหน่ำเตะใส่ร่างที่นอนกองอยู่บนพื้นอีกหลายทีใหญ่ !