เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 411 จัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้อู๋ตัน

บทที่ 411 จัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้อู๋ตัน

บทที่ 411 จัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้อู๋ตัน


บทที่ 411 จัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้อู๋ตัน

แม่หลัวคอยเป่าหูหลัวเป่าหมินอยู่ข้างกายไม่เว้นแต่ละวัน เธอบอกว่าอู๋ตันเป็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย จะไม่มีเงินได้อย่างไร เธอแค่ไม่อยากให้ต่างหาก

เธอยังยุยงอีกว่า อู๋ตันไม่อยากให้เงินลูกสาวตัวเองแท้ ๆ เพราะตั้งใจจะเก็บเงินก้อนนั้นไว้ให้ผู้ชายคนใหม่ในอนาคตแน่ ๆ

สรุปสั้น ๆ คือ แม่หลัวพยายามใส่ร้ายป้ายสีอู๋ตันด้วยความอคติทุกรูปแบบ และในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จในการล้างสมองหลัวเป่าหมิน

หลัวเป่าหมินเทียวไล้เทียวขื่อไปรังควานอู๋ตันถึงมหาวิทยาลัยทุกวันเพื่อทวงเงิน พอไม่ได้เงินเขาก็จะอาละวาดวุ่นวาย จนอู๋ตันหวาดกลัวและไม่กล้าแม้แต่จะเข้าชั้นเรียน

วันหนึ่ง ขณะที่หลัวเป่าหมินไปหาเรื่องที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง เขาบังเอิญเห็นอู๋ตันกำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่ง หลัวเป่าหมินเห็นอู๋ตันที่วินาทีก่อนหน้ายังยิ้มแย้มคุยกับผู้ชายคนนั้น แต่พอหันมาเจอหน้าเขาเธอกลับหุบยิ้มทันที หัวใจของเขาก็ลุกเป็นไฟด้วยความริษยาและบันดาลโทสะจนลงมือทำร้ายเธออย่างรุนแรง และนั่นคือสาเหตุที่ขาข้างหนึ่งของอู๋ตันต้องหักคามือเขา

ทางด้านสหายจากสหพันธ์สตรีฯ เมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมดก็โกรธจนตัวสั่น พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จะปล่อยให้สตรีต้องมาทนรับการข่มเหงรังแกเช่นนี้ไม่ได้

พวกเขารับปากว่าจะประสานงานกับสหพันธ์สตรีในพื้นที่ที่ตระกูลหลัวอาศัยอยู่ เพื่อรายงานสถานการณ์และติดตามผลการจัดการอย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน สหายจากสหพันธ์สตรีฯ ก็แนะนำให้อู๋ตันแจ้งความกับตำรวจ เพราะพฤติกรรมของหลัวเป่าหมินนั้นเข้าข่ายพยายามฆ่า ซึ่งถือเป็นคดีอาญาอุกฉกรรจ์ ทว่าอู๋ตันกลับมีความลังเล

ในตอนที่เธอได้รับบาดเจ็บครั้งแรก ก็มีคนแนะนำให้เธอแจ้งความเช่นกัน

แต่เธอยังมีความกังวลใจ เพราะลูกสาวของเธอยังอยู่ในเงื้อมมือของตระกูลหลัว

อู๋ตันเกรงว่าถ้าทั้งสองฝ่ายฉีกหน้ากันจนขาดสะบั้น ตระกูลหลัวจะไประบายอารมณ์ใส่ลูกสาวของเธอแทน และเธออาจจะสูญเสียโอกาสในการเยี่ยมลูกไปตลอดชีวิต ซึ่งคนอย่างแม่หลัวน่ะ ทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างแน่นอน

อู๋ตันระบายความกังวลใจให้สหายจากสหพันธ์สตรีฯ ฟัง ซึ่งทางนั้นก็เกลี้ยกล่อมเธอว่าแจ้งความน่ะดีที่สุดแล้ว เพราะหากให้สหพันธ์สตรีจัดการเพียงอย่างเดียว มันจะถูกมองว่าเป็นแค่การไกล่เกลี่ยปัญหาภายในครอบครัว

แต่ถ้ามีการแจ้งความดำเนินคดี ความหมายจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

อู๋ตันสามารถไปตรวจพิสูจน์บาดแผลได้ หากผลออกมาว่าบาดเจ็บระดับปานกลางขึ้นไป หลัวเป่าหมินก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาทำอย่างสาสม

สหายจากสหพันธ์สตรีฯ พูดชัดเจนว่า หากไม่อยากให้ตระกูลหลัวตามมาจองล้างจองผลาญอีกในอนาคต เธอต้องมีความเด็ดเดี่ยว จัดการปัญหาให้จบสิ้นไปในคราวเดียว เพื่อให้พวกเขารู้สึกขยาดและไม่กล้ามารังควานเธออีก

นอกจากนี้ ในส่วนของเรื่องลูก หากหลัวเป่าหมินต้องโทษจำคุก นั่นเท่ากับว่าเขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองโดยอัตโนมัติ ทางสหพันธ์สตรีสามารถช่วยให้อู๋ตันเรียกร้องสิทธิ์การดูแลลูกกลับคืนมา เพื่อให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข

เมื่อสหายจากสหพันธ์สตรีฯ กางความจริงและทางออกทุกอย่างให้อู๋ตันเห็น คราวนี้เธอลังเลเพียงครู่เดียวก็ตอบตกลงทันที โอกาสที่จะได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกคืนมานั้น มันคือแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ

เธอไม่ได้เจอหน้าลูกสาวมาเกือบปีแล้ว ความคิดถึงลูกแทบจะทำให้เธอเป็นบ้า

ส่วนเรื่องหลัวเป่าหมินนั้น ความรักและความหวานชื่นที่เคยมีต่อกันในอดีตได้มลายหายไปสิ้นพร้อมกับการกระทำที่อำมหิตและการทุบตีอย่างทารุณ ในตอนนี้อู๋ตันไม่มีเยื่อใยใด ๆ หลงเหลือให้เขาอีกแล้ว สิ่งเดียวที่คงอยู่ในใจคือความเกลียดชัง

สหายจากสหพันธ์สตรีฯ ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ด้านหนึ่งรีบประสานงานกับพื้นที่ของตระกูลหลัว อีกด้านหนึ่งก็ช่วยอู๋ตันแจ้งความเพื่อให้ตำรวจเข้ามาทำคดีนี้

พร้อมกันนั้นยังพาอู๋ตันไปตรวจพิสูจน์บาดแผล ซึ่งผลสรุปออกมาว่าเป็น "การบาดเจ็บระดับปานกลาง"

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะเอาผิดทางอาญาได้แล้ว หลัวเป่าหมินจะต้องได้รับโทษจำคุกอย่างน้อย 3 ปี

เมื่อได้รับทราบข่าวนี้ ภายในใจของอู๋ตันนอกจากความรู้สึกเศร้าสร้อยเพียงเบาบางแล้ว เธอก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีก ไม่มีความยินดีที่แก้แค้นได้สำเร็จ และไม่มีความใจอ่อนเพราะอาลัยในรักเก่า สิ่งที่มีเพียงอย่างเดียวคือความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงต่อโชคชะตาที่นำพามาถึงจุดนี้

เจียงชิ่นรู้ดีว่าในใจอู๋ตันคงไม่สบายนัก เธอจึงสละเวลาไปขอยืมรถเข็นจากโรงพยาบาล เพื่อพาอู๋ตันออกไปสูดอากาศและเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก

นี่เป็นครั้งแรกที่อู๋ตันได้มาเยือนปักกิ่ง เจียงชิ่นจึงพาเธอตระเวนเที่ยวอยู่หลายวัน ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญน้อยใหญ่ และพาไปชิมของอร่อยขึ้นชื่อมากมาย

ทั้งคู่เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอู๋ตันที่ได้เห็นโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เคยเห็นแต่ในตำราเรียน เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจและชอบที่นี่เอามาก ๆ

ในวันหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นโปรแกรมเที่ยวของวัน ระหว่างทางกลับโรงพยาบาล เจียงชิ่นก็ได้เอ่ยถามอู๋ตันว่า "เธอรู้สึกยังไงกับปักกิ่งบ้างจ๊ะ ? "

อู๋ตันที่ยังคงมีความตื่นเต้นหลงเหลือจากการไปเที่ยว ตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้น "ดีมากเลยจ้ะ ฉันชอบที่นี่มาก ๆ เลย"

"ถ้าอย่างนั้น เธอสนใจจะย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ไหม ? "

"เอ๊ะ ? " อู๋ตันถึงกับอึ้งไป

เรื่องการย้ายมาเรียนที่ปักกิ่ง เธอไม่เคยกล้าคิดฝันถึงเลยสักนิด

แต่ว่ามหาวิทยาลัยที่เธอสอบติดนั้นตั้งอยู่ในเมืองหลวงของมณฑลบ้านเกิดของเธอ ซึ่งเป็นเมืองทางใต้ และไม่ได้อยู่ในปักกิ่งเสียหน่อย เธอจะย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยในปักกิ่งได้อย่างไรกัน ?

หรือว่าเจียงชิ่นตั้งใจจะให้เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่อีกรอบหนึ่ง ?

ในขณะที่อู๋ตันกำลังสับสนอยู่นั้น เจียงชิ่นก็เอ่ยต่อว่า "ฉันพอจะมีทางช่วยให้เธอย้ายมาเรียนที่ปักกิ่งได้จ้ะ ที่ปักกิ่งมีมหาวิทยาลัยการแพทย์อยู่หลายแห่ง แค่เลือกที่ที่มีระดับใกล้เคียงกับที่เดิมของเธอ โอกาสที่จะย้ายมาได้สำเร็จก็มีสูงมากเลยนะ"

ความจริงแล้ว ด้วยเส้นสายที่เจียงชิ่นมีในตอนนี้ การย้ายที่เรียนถือว่าทำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน

เพียงแต่ก่อนที่เรื่องจะสำเร็จเรียบร้อย เจียงชิ่นยังไม่อยากพูดจาฟันธงให้ดูเกินจริงไปนัก

อู๋ตันจ้องมองเธอด้วยความตกตะลึง "เธอ... เธอช่วยฉันย้ายที่เรียนได้จริง ๆ เหรอ ? "

เธอไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้

ที่ผ่านมาเธอเคยได้ยินแต่การย้ายโรงเรียนประถม มัธยมต้น หรือมัธยมปลาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินว่าระดับมหาวิทยาลัยก็ย้ายที่เรียนได้ด้วย

แต่ไม่นานนัก อู๋ตันก็เอ่ยถามด้วยความกังวล "เจียงชิ่น การย้ายมหาวิทยาลัยมันจะยุ่งยากมากไหม ? ฉันไม่อยากสร้างความลำบากให้เธออีกแล้ว ที่ผ่านมาเธอช่วยฉันมามากเหลือเกิน"

เจียงชิ่นแสร้งทำหน้าดุใส่เพื่อนรัก "จะมาเกรงใจอะไรกับฉันอีกล่ะ เรื่องย้ายที่เรียนน่ะไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เธอคิดหรอก ถ้าเธอขืนยังดึงดันจะกลับไปเรียนที่ทางใต้ต่อ ใครจะรับประกันได้ว่าคนตระกูลหลัวคนไหนจะตามมารังควานเธออีก อีกอย่างทางสหพันธ์สตรีฯ ก็รับปากจะช่วยทวงสิทธิ์เลี้ยงดูลูกคืนมาให้เธอแล้ว พอได้ลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน พวกเธอแม่ลูกก็ควรจะอยู่ห่างจากคนตระกูลหลัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชีวิตหลังจากนี้จะได้ไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"

สิ่งที่เจียงชิ่นพูดมาล้วนมีเหตุมีผลและเป็นการมองการณ์ไกลเพื่ออู๋ตันทั้งสิ้น

และความกังวลที่เจียงชิ่นพูดมา ก็คือสิ่งที่อู๋ตันเองก็กำลังพะวงอยู่เช่นกัน

ในที่สุด อู๋ตันจึงตัดสินใจเลือก มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง จากตัวเลือกสองแห่งที่เจียงชิ่นเสนอให้ โดยเธอตั้งใจจะเข้าเรียนในสาขาการแพทย์แผนจีน ซึ่งวิชาเดิมที่เธอเรียนมาก็คือการแพทย์แผนจีนเช่นกัน

เมื่อเลือกสถาบันได้แล้ว ขั้นตอนที่เหลือก็คือการดำเนินการ

เจียงชิ่นนำเรื่องนี้ไปไหว้วานอธิการบดีหนิง ซึ่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่งคนปัจจุบันนั้นมีความสนิทสนมกับอธิการบดีหนิงเป็นอย่างมาก และมักจะนัดดื่มสังสรรค์กันเป็นการส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง

นาน ๆ ทีเจียงชิ่นจะเอ่ยปากขอให้ช่วย อธิการบดีหนิงจึงตอบตกลงทันที พร้อมกับรับประกันอย่างมั่นใจว่าเขาจะจัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้สำเร็จแน่นอน

ไม่นานนัก อธิการบดีหนิงก็ส่งข่าวกลับมา

เรื่องการย้ายที่เรียนได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เนื้อหาการเรียนของมหาวิทยาลัยเดิมกับที่ปักกิ่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก อู๋ตันจึงจำเป็นต้องเริ่มเรียนในระดับชั้นปีที่ 1 ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

การต้องเริ่มเรียนใหม่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ ขอแค่ให้อู๋ตันได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ก็เพียงพอแล้ว

เจียงชิ่นตอบตกลงแทนอู๋ตัน และแจ้งว่าเมื่ออู๋ตันรักษาขาจนหายดีแล้วจะรีบไปรายงานตัวเข้าเรียนทันที

ส่วนทางมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มดำเนินการด้านเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ไปก่อนได้เลย

เรื่องของอู๋ตันถือว่าคลี่คลายไปได้ในระดับที่น่าพอใจ

และในตอนนี้ วันที่เฮ่อหยางซานและฟู่ซานจะแต่งงานกันก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ทางด้านโรงงานแปรรูปก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เฮ่อหยางซานจึงโทรศัพท์หาเจียงชิ่น เพื่อชวนให้เธอแวะไปดูสถานที่จริง หากมีจุดไหนที่ไม่เข้าท่าจะได้รีบเสนอแนะและปรับปรุงแก้ไขได้ทัน

เฮ่อหยางซานนั้นเชื่อมั่นในรสนิยมและมุมมองของเจียงชิ่นเป็นอย่างมาก เพราะสายตาของเธอนั้นเฉียบคมและสามารถมองเห็นปัญหาได้ในพริบตาเดียว

จบบทที่ บทที่ 411 จัดการเรื่องย้ายที่เรียนให้อู๋ตัน

คัดลอกลิงก์แล้ว