- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 491 สงครามระดับประเทศในสมรภูมิระดับสองเปิดฉากขึ้นแล้ว
บทที่ 491 สงครามระดับประเทศในสมรภูมิระดับสองเปิดฉากขึ้นแล้ว
บทที่ 491 สงครามระดับประเทศในสมรภูมิระดับสองเปิดฉากขึ้นแล้ว
บทที่ 491 สงครามระดับประเทศในสมรภูมิระดับสองเปิดฉากขึ้นแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงวันรุ่งขึ้น!
และยังเป็นวันที่ 1 ของเดือนที่เจ็ด นับตั้งแต่หลิงหยุนเข้าสู่สมรภูมิระดับสอง
เพิ่งจะเลยเวลาแปดโมงเช้า เสียงประกาศของสมรภูมิก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์
"ประกาศจากสมรภูมิ: กิจกรรมสงครามระดับประเทศเปิดฉากขึ้นแล้ว ระยะเวลาจัดกิจกรรมคือหนึ่งเดือน"
"ในช่วงสงครามระดับประเทศ ลอร์ดจากทุกประเทศจะถูกบังคับเทเลพอร์ตเข้าสู่มิติสงครามระดับประเทศ ภายในมิตินั้นจะมีการรีเฟรชพื้นที่น่านฟ้า 50 แห่งที่เรียงติดกัน โดยน่านฟ้าที่อยู่ติดกันจะมีประตูเทเลพอร์ตเชื่อมต่อถึงกัน"
"ลอร์ดจากทุกประเทศจะทำศึกโดยใช้ประเทศเป็นหน่วยรบหลัก การยึดครองธงของน่านฟ้า จะถือว่าประเทศนั้นๆ ได้ครอบครองน่านฟ้าดังกล่าว จนกว่ากิจกรรมจะสิ้นสุดลง หากธงของน่านฟ้าเป็นของประเทศใด น่านฟ้านั้นก็จะตกเป็นของประเทศนั้น"
"มิติสงครามระดับประเทศเป็นสมรภูมิจำลอง ลอร์ด ฮีโร่ และกองทหารทั้งหมดที่พลีชีพอยู่ภายในนั้น หลังจากกลับสู่โลกหลักแล้ว จะคืนชีพขึ้นมาใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ ลอร์ดแต่ละคนจะมีโอกาสเข้าสู่มิติสงครามระดับประเทศได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากถูกคัดออก จะไม่สามารถเข้ามาได้อีก"
"กระดานจัดอันดับสงครามระดับประเทศ (แบบประเทศ) เปิดใช้งาน..."
"กระดานจัดอันดับสงครามระดับประเทศ (แบบบุคคล) เปิดใช้งาน..."
สิ้นเสียงประกาศ ช่องแชตโลกก็เดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา
"โยชิ! ในที่สุดกิจกรรมสงครามระดับประเทศก็เปิดฉากขึ้นสักที ถึงเวลาที่ประเทศพันธมิตรของพวกเราจะได้แสดงแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่อีกครั้งแล้ว"
"ประเทศพันธมิตรจัดทีมเข้าร่วมศึก ไร้เทียมทาน!"
"ช็อตโตะมัตเตะ ฉันได้ยินมาว่าในสงครามระดับประเทศของสมรภูมิระดับหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว หลิงหยุนพาประเทศเซี่ยไล่ฆ่าลอร์ดต่างชาติจนหมดเกลี้ยง และกลายเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวของสงครามระดับประเทศ แล้วสงครามระดับประเทศของสมรภูมิระดับสองในครั้งนี้ มันจะเป็นแบบนั้นอีกหรือเปล่า?"
ช่องแชตโลกที่เดิมทีกำลังเดือดพล่านอย่างต่อเนื่อง หลังจากประโยคนี้ปรากฏขึ้นมา ก็พลันชะงักงันและเงียบกริบไปในพริบตา
ไม่ต้องถามเลยว่าทำไม!
ถ้าจะให้ตอบก็คือ ลอร์ดของประเทศพันธมิตรถูกหลิงหยุนอัดจนเกิดแผลในใจไปแล้วน่ะสิ
ตั้งแต่ดันเจี้ยนบาป 7 ประการ มิติลี้ลับในตอนแรกเริ่ม...
ต่อด้วยซากโบราณสถานเผ่ามนุษย์แห่งแสง กลุ่มล่าสังหารของเรย์นาร์ด...
และหลังจากนั้นก็ยังมี ศึกโต้กลับของเผ่าแมงป่องดำ และเหตุการณ์ล้างบางเผ่าจันทร์สีเงิน ซึ่งประเทศพันธมิตรไม่ได้เข้าร่วม
ถึงแม้ว่าสองเหตุการณ์หลัง ทางประเทศพันธมิตรจะไม่ได้มีส่วนร่วมก็ตาม
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ในทางตรงกันข้าม เป็นเพราะเผ่าแมงป่องดำและเผ่าจันทร์สีเงินต่างก็มีความเกี่ยวข้องกับประเทศพันธมิตร
ดังนั้น เรื่องที่พวกมันถูกล้างเผ่าพันธุ์ ทางประเทศพันธมิตรจึงได้ส่งคนไปสืบสวนอย่างเจาะจง
และในที่สุดก็ได้รับรู้ว่า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหลิงหยุน! จากจุดนี้ก็สามารถเห็นได้ชัดเลยว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนได้พัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว
ตอนนี้สงครามระดับประเทศเปิดฉากขึ้น ประเทศพันธมิตรจะต้องเผชิญหน้ากับหลิงหยุนแบบตรงๆ
สิ่งนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้ลอร์ดของประเทศพันธมิตรรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ
แต่ไม่นาน ก็มีลอร์ดของประเทศพันธมิตรที่ปากแข็ง ยืนหยัดขึ้นมาทำลายความเงียบ
"ฟักยู! จะไปกลัวหาหอกอะไรวะ ประเทศพันธมิตรในสมรภูมิระดับหนึ่งที่แพ้ ก็เพราะว่าพวกมันไม่ได้เตรียมตัว พวกเราต่างก็รู้สไตล์การต่อสู้ของหลิงหยุนกันอยู่แล้ว หากวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า มันจะชนะได้ก็แปลกแล้ว!"
"พูดได้ดี ประเทศเซี่ยต่อให้ดึงมาจนหมดก็มีลอร์ดอยู่แค่ประมาณสามร้อยล้านคน แต่ประเทศพันธมิตรของพวกเราเมื่อรวมกันแล้ว มีมากกว่าหนึ่งพันล้านคน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต พวกเราก็สามารถแลกชีวิตล้างบางประเทศเซี่ยได้ทั้งประเทศ"
"อาชิ ยังมีอีกจุดหนึ่ง หลิงหยุนจะต้องพุ่งเป้าไปที่การเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวอย่างแน่นอน นั่นก็หมายความว่า เขาจะต้องฆ่าล้างลอร์ดจากประเทศอื่นๆ ทั้งหมดนอกจากประเทศเซี่ย @ลอร์ดประเทศหมีขาว, ประเทศช้างเผือก, ประเทศปาเถี่ย, ประเทศอูฐ พวกแกจะยอมนั่งรอความตายงั้นเหรอ?"
"กู๊ด! นายไม่พูดฉันก็ไม่ทันสังเกต @พี่น้องประเทศหมีขาว, ประเทศช้างเผือก, ประเทศปาเถี่ย, ประเทศอูฐ ถ้าพวกแกไม่อยากถูกประเทศเซี่ยบดขยี้ ก็มาจับมือเป็นพันธมิตรกับพวกเราสิ! พวกเราจะลงนามในสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน แล้วร่วมมือกันต่อต้านประเทศเซี่ย"
ณ อาณาจักรแห่งความตาย
หลิงหยุนที่แอบซุ่มดูจออยู่เงียบๆ มองดูข้อความของลอร์ดประเทศพันธมิตรที่เลื่อนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่องแชตโลก แล้วก็ขมวดคิ้ว ลอร์ดประเทศพันธมิตรพวกนี้ช่างเจ้าเล่ห์ซะจริงๆ
ถึงขั้นยื่นไมตรีไปให้กับลอร์ดของประเทศหมีขาว, ประเทศช้างเผือก, ประเทศปาเถี่ย, และประเทศอูฐ
หวังที่จะดึงตัวพวกมันให้มาร่วมกันต่อต้านประเทศเซี่ย
หากการดีลลับหลังครั้งนี้สำเร็จลุล่วงล่ะก็ มันอาจจะสร้างความคุกคามบางอย่างให้กับแผนการของหลิงหยุนได้จริงๆ ยังไงซะ การสู้กับลอร์ดที่แตกคอกันก็สามารถแยกกันตีให้แตกได้ง่ายกว่า
แต่ถ้าพวกมันรวมกันเป็นแผ่นเหล็กเนื้อเดียว มันก็จะเคี้ยวได้ยากขึ้นมาก แต่เพียงไม่นาน หลิงหยุนก็เข้าใจว่าตัวเองกังวลมากเกินไป
เพราะหลังจากที่ลอร์ดของประเทศพันธมิตรยื่นไมตรีออกไป ลอร์ดของประเทศหมีขาวและประเทศอื่นๆ ก็เริ่มออกมาแสดงจุดยืนกันอย่างต่อเนื่อง
• ลอร์ดประเทศหมีขาว: "พันธมิตรพ่อง! ประเทศหมีขาวของพวกเราจะไม่เป็นพันธมิตรกับประเทศไหนทั้งนั้น พวกเราจะสู้ด้วยตัวเอง อูร่า!"
• ลอร์ดประเทศปาเถี่ย: "แม่งเอ๊ย ประเทศพันธมิตรรังแกพวกเรามาน้อยหรือไง? ในทางกลับกัน ประเทศเซี่ยต่างหากที่เคยช่วยเหลือพวกเรามาหลายต่อหลายครั้ง ยังไงซะฉันก็จะไม่ขอร่วมเป็นพันธมิตรกับพวกแก ฉันยอมถูกประเทศเซี่ยบดขยี้ แล้วให้ประเทศเซี่ยได้เป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวดีกว่า"
• ลอร์ดประเทศปลาแกะ: "ประเทศปลาแกะของฉันก็ด้วย หรือพวกเราอาจจะช่วยประเทศเซี่ยตีประเทศพันธมิตรด้วยซ้ำ ประเทศเซี่ยดีต่อพวกเรา การปล่อยให้พวกเขามีความแข็งแกร่งมากขึ้น จะสามารถปกป้องพวกเราได้ดียิ่งขึ้น"
• ลอร์ดประเทศอูฐ: "สนับสนุนการกวาดล้างของประเทศเซี่ย ให้ได้เป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ประเทศอูฐของฉันยินดีที่จะเป็นทัพหน้าคอยรับใช้ หลังจากเข้าสู่มิติสงครามระดับประเทศ ลอร์ดประเทศอูฐทุกคน ห้ามปะทะกับประเทศเซี่ยเด็ดขาด ให้บุกโจมตีลอร์ดประเทศพันธมิตรให้หมด แลกชีวิตกับพวกมันซะ"
นอกจากลอร์ดของประเทศช้างเผือก ที่เป็นเพราะความอิจฉาริษยาที่มีต่อประเทศเซี่ย
จึงได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าพร้อมจะร่วมหัวจมท้ายกับประเทศพันธมิตร เพื่อต่อต้านประเทศเซี่ยร่วมกันแล้ว
ประเทศอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด ล้วนแสดงจุดยืนว่าขออยู่ข้างประเทศเซี่ย
ยิ่งไปกว่านั้น บางประเทศยังถึงขั้นประกาศจุดยืนโดยตรงเลยว่า พวกเขายินดีที่จะช่วยเหลือประเทศเซี่ยในการต่อสู้กับประเทศพันธมิตรร่วมกัน ต่อให้พวกเขาจะไม่สามารถยึดครองน่านฟ้าได้เลยแม้แต่แห่งเดียวก็ตาม!
ลอร์ดประเทศพันธมิตรที่เดิมทีคิดว่าตัวเองค้นพบวิธีแก้เกมแล้ว ในเวลานี้พอได้เห็นข้อความเหล่านี้... ก็ถึงกับหน้าเหวอไปตามๆ กัน