- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 115 เจ้ากำลังทำให้พั่งหู่ผู้นี้ลำบากใจนะ!
บทที่ 115 เจ้ากำลังทำให้พั่งหู่ผู้นี้ลำบากใจนะ!
บทที่ 115 เจ้ากำลังทำให้พั่งหู่ผู้นี้ลำบากใจนะ!
ฟ้าดินสับสนวุ่นวาย มรรคาอันยิ่งใหญ่เลือนราง เมิ่งชวนลืมตาขึ้น ภายในดวงตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ
"อืม ข้าไม่เป็นอะไรหรือ?" เมิ่งชวนตรวจสอบตนเอง พบว่าไม่ได้แขนขาดขาขาดแต่อย่างใด
"กระบี่กาลเวลาต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่?" เมิ่งชวนรู้สึกสงสัย ทำให้เขาสลบไป จากนั้นก็ปล่อยให้ฟื้นขึ้นมาอย่างราบรื่น ความทรงจำของเขาก็ไม่มีทางที่มันจะลอบมองได้ หรือว่ามันจะอยากได้ร่างกายของเขา?
กระแสจิตของเมิ่งชวนกวาดออกไปรอบด้าน หวังจะดูว่าที่นี่คือที่ใดกันแน่ ทว่ากลับพบความผิดปกติอย่างใหญ่หลวง
"เอ๊ะ? กฎเกณฑ์ฟ้าดินแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง? รู้สึกว่าขีดจำกัดสูงสุดสูงขึ้นมาก? ไม่มีความรู้สึกถูกกดทับแบบในยุคของเมิ่งฉีแล้ว?"
เมิ่งชวนสงสัย นี่เขาถูกกระบี่กาลเวลาส่งมายังจักรวาลอื่นแล้วหรือ?
เมิ่งชวนเก็บความสงสัยไว้ เดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งเขาสัมผัสได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตรวมตัวกันอยู่
"การต่อสู้ระหว่างป้าหวังและมัวจวิน ไม่รู้ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ สองยอดเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดเชียวนะ!"
"ป้าหวังกดข่มได้ทั้งยุค ย่อมต้องไร้เทียมทาน!"
"นั่นก็ไม่แน่ มัวจวินเองก็มีวิชามารสะท้านภพ! แม้ข้าจะหวังให้ป้าหวังชนะก็เถอะ!"
"หึ วิชามารอันใดจะหนีพ้นคมดาบป้าหวังไปได้!"
เมื่อเมิ่งชวนมาถึงเมืองแห่งนี้ ก็ได้ยินคนส่วนใหญ่พูดคุยกันถึงหัวข้อเดียว
"ป้าหวัง?" สายตาของเมิ่งชวนแข็งค้าง ในโลกหนึ่งคัมภีร์แห่งเกียรติยศผู้ที่กล้าเรียกขานว่าเป็นป้าหวัง อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด ก็น่าจะมีเพียงป้าหวังในยุคกลางผู้นั้นกระมัง?
"กระบี่กาลเวลาส่งข้ามาในยุคกลางงั้นหรือ?" เมิ่งชวนพูดไม่ออก นี่มันเรื่องอันใดกัน ส่งเขามาในยุคกลางเพื่อสิ่งใด? มาดูป้าหวังและมัวจวินตีกันงั้นหรือ?
เมิ่งชวนเข้าไปในเมือง ดึงเซียนปฐพีผู้หนึ่งมาสอบถามสถานการณ์ปัจจุบันแบบส่งเดช จึงทราบว่าการต่อสู้ระหว่างป้าหวังและมัวจวินดำเนินมาเนิ่นนาน คาดว่าตอนนี้คงสิ้นสุดลงแล้ว
เมิ่งชวนสัมผัสฟ้าดิน พบสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งกฎเกณฑ์ฟ้าดินผันผวนอย่างรุนแรงและแตกสลาย จึงเข้าใจว่าที่นั่นน่าจะเป็นจุดที่เซียนสวรรค์ทั้งสองต่อสู้กัน
"ไหนไหนก็มาแล้ว ไปดูเสียหน่อยแล้วกัน" เมิ่งชวนครุ่นคิด กระบี่กาลเวลาส่งเขามาที่นี่ไม่มีทางให้มาท่องเที่ยวพักผ่อนแน่ คาดว่าต้องเกี่ยวข้องกับป้าหวัง
"คงไม่ได้ให้ข้ามาช่วยชีวิตป้าหวังหรอกนะ..." ความคิดของเมิ่งชวนเตลิดเปิดเปิง หากเป็นเช่นนั้น นั่นมันเอาชีวิตตนเองไปทิ้งชัดชัด...
เมิ่งชวนกำลังเตรียมจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เซียนสวรรค์ทั้งสองแตกหักกัน ทันใดนั้นก็มีเสียง "แหมะ" ดังขึ้น เบื้องหน้าเขามีหนังสือเล่มหนึ่งหล่นลงบนพื้น
"หนังสือผู้ใดหล่น!" เมิ่งชวนตะโกนไปด้านหน้า ทุกคนหันกลับมามองเมิ่งชวนแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่พื้นตรงหน้าเมิ่งชวน แม้จะเกรงกลัวเพราะมองระดับของเมิ่งชวนไม่ออกจึงไม่พูดอะไร ทว่าสายตาล้วนสื่อความหมายเดียวกัน
ประสาทหรือเปล่า!
"......" เมิ่งชวนพูดไม่ออก ของหล่นข้าอุตส่าห์เตือนให้ ยังจะมองด้วยสายตาเช่นนี้อีก
"หรือว่าจะเป็นหนังสือต้องห้าม? เจ้าของหนังสือจึงไม่กล้ายอมรับ?" เมิ่งชวนหยิบหนังสือขึ้นมา ปัดฝุ่นสองสามที คิดอย่างมีอคติ จากนั้นพลิกดูหน้าปกหนังสือ
“……”
"......"
เมิ่งชวนพูดไม่ออกอีกครั้ง เมื่อมองดูคนด้านข้างสองสามคนที่พอได้ยินคำว่าหนังสือต้องห้ามก็เกิดสายตาอยากรู้อยากเห็นและกระหายใคร่รู้ เมิ่งชวนจึงกล่าวด้วยความกระดากอายเล็กน้อย
"ของข้าเอง ของข้าเอง ข้าทำหล่นเอง"
ภายในใจทุกคนล้วนแฝงความดูถูกเล็กน้อย คาดว่าคงคิดไม่ถึงว่าผู้แข็งแกร่งที่มีท่วงท่าสง่างามเช่นนี้จะอ่าน "หนังสือต้องห้าม"!
เมิ่งชวนเก็บหนังสือไว้ให้ดี รีบเผ่นหนี มุ่งหน้าไปยังจุดที่ป้าหวังอยู่อย่างรวดเร็ว
"ท่านผู้อาวุโสจะให้ของแก่ข้าก็ให้ตรงตรงก็ได้นี่! จะทำตัวตามสบายขนาดนี้ไปทำไม!" เมิ่งชวนร้องโอดครวญในใจ นี่เขาไม่สูญเสียชื่อเสียงอันโด่งดังมาทั้งชีวิตไปในยุคกลางแล้วหรือ?
ส่วนหนังสือนั่นคือหนังสืออะไร? บนหน้าปกหนังสือมีเพียงตัวอักษรสามตัวเท่านั้น!
คัมภีร์เต้าเต๋อจิง!
นี่ไม่ใช่การบอกเมิ่งชวนหรอกหรือ ว่าอย่าสับสนอย่าลนลาน ข้าจับตามองเจ้าอยู่ตลอด
แม้การจับตามองนี้จะดูชิลไปหน่อยก็เถอะ...
ทะเลตะวันออกยามอาทิตย์อัสดง รอยต่อระหว่างฟ้ากับดินถูกย้อมด้วยสีแดงเล็กน้อย ดูงดงามยิ่งนัก แต่ก็แฝงความอ้างว้างเล็กน้อยเช่นกัน
ภูเขาเทพสั่นคลอนจวนจะพังทลาย ถ้ำสวรรค์แดนศักดิ์สิทธิ์ถูกโจมตีจนดับสูญโดยตรง กลายเป็นผืนดินธรรมดา ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่องอาจผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ริมเขา ทอดสายตามองฟ้าดิน ชายผู้นี้มีโครงหน้าชัดเจนและแข็งแกร่ง ภายในดวงตาเต็มเปี่ยมด้วยความเหิมเกริม
นี่ก็คือป้าหวังแห่งยุคกลาง!
ด้านหลังป้าหวังมีสตรีผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตางดงามไร้ที่ติ นางกล่าวกับป้าหวังว่า
"เซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดปะทะเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุด ดาบไร้เทียมทานปะทะกรงเล็บมาร เก้าวิถีจักรพรรดิมารปะทะหกดาบป้าหวัง มัวจวินอู๋เต้าหมิงก็ยังคงพ่ายแพ้ ยากหนีพ้นความตาย ท่านพี่สมควรเป็นเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์!"
นี่คือเทพธิดาเสวียนหนวี่รุ่นที่ห้า คนรักของป้าหวัง
ป้าหวังมองเทพธิดาเสวียนหนวี่รุ่นที่ห้า ความดุดันเหิมเกริมในดวงตาจางหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนและรักใคร่
"ขีดจำกัดขอบเขตเซียนสวรรค์ข้าได้สัมผัสแล้ว ขอบเขตนี้ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ ไม่มีสิ่งใดให้ต้องอาลัยอาวรณ์ กลับไปข้าก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับตำนานเสียที!" น้ำเสียงของป้าหวังเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างแรงกล้า
"ในขอบเขตเซียนสวรรค์ ข้าต้องแข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน!"
"โอ้? กล้าเรียกตนเองว่าแข็งแกร่งที่สุด? ไม่ทราบว่าเจ้าเคยถามพั่งหู่อย่างข้าแล้วหรือยัง?"
ป้าหวังพูดจบ เสียงชายหนุ่มอันกังวานใสก็ดังขึ้นตามมา ดึงดูดความสนใจของป้าหวังและเทพธิดาเสวียนหนวี่รุ่นที่ห้าโดยตรง
เมื่อมองเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เดินเข้ามาทีละก้าวแต่ไกล เทพธิดาเสวียนหนวี่รุ่นที่ห้าก็ยิ้มออกมา เป็นคนโง่เขลาที่คิดท้าทายป้าหวังอีกคนแล้ว
ทว่าป้าหวังที่อยู่ข้างเสวียนหนวี่กลับมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น ยอดฝีมือ นี่คือยอดฝีมือที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
"เจ้าคือผู้ใด? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเจ้า ยอดฝีมือเช่นเจ้าไม่ควรจะไร้ชื่อเสียง!" ป้าหวังมีสีหน้าเคร่งขรึม ทว่าเจตจำนงการต่อสู้ก็ปะทุขึ้นมา!
"ท่านพั่งหู่งั้นหรือ?"
เทพธิดาเสวียนหนวี่รุ่นที่ห้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป แม้แต่อู๋เต้าหมิงที่เพิ่งจะตายไปได้ไม่นาน เถ้าถ่านยังปลิวไปไม่ไกล ป้าหวังยังไม่เคยจริงจังถึงเพียงนี้!
"......" เมิ่งชวนมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เจ้าเรียกข้าว่าพั่งหู่จริงจริงหรือ? ใครแม่มชื่อพั่งหู่กัน!
"ข้าเพียงมาดูการต่อสู้ของเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกปัจจุบัน ไม่คิดว่าจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง" เมิ่งชวนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ถือว่าได้ทำความเข้าใจบางอย่างให้กระจ่างขึ้นด้วย
แม้จะถูกขนานนามว่าเป็นเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ยุคกลางมา ป้าหวังก็ไม่ใช่คู่มือของเขา แน่นอนว่า เมิ่งชวนและป้าหวังล้วนไม่มีความเป็นสากล ไม่อาจเป็นตัวแทนของกลุ่มเซียนสวรรค์และมหาจักรพรรดิโดยรวมได้
ทว่าเมื่อมองจากส่วนน้อย จากความรู้สึกของเมิ่งชวนแล้ว ป้าหวังไม่มีทางเทียบได้กับระดับมหาจักรพรรดิในโลกปิดฟ้าข้ามสวรรค์อย่างแน่นอน
"มหาจักรพรรดิสูงกว่าเซียนสวรรค์มาก ทว่าก็ยังห่างชั้นกับระดับตำนานมาก..." เมิ่งชวนเกิดความกระจ่างแจ้ง แม้จะเป็นเซียนสวรรค์อย่างป้าหวัง ก็ทำได้เพียงล้างบางระบบสุริยะอย่างง่ายดายเท่านั้น ซึ่งสำหรับมหาจักรพรรดิแล้ว ยังห่างไกลนัก!
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่เดินอยู่บนเส้นทางเซียนนักรบโลกมนุษย์อย่างเมิ่งชวน เมิ่งชวนมีพลังทำลายล้างโลกได้อย่างแท้จริง! ดับสูญจักรวาลแห่งหนึ่งได้เลย!
ส่วนคุณลักษณะพิเศษต่างต่างเหล่านั้น ที่ทำให้เจ้าได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จในระดับเดียวกัน และสามารถเอาชนะศัตรูในระดับที่สูงกว่าได้ ทว่าเมื่อมีพลังมากพอที่จะบดขยี้ คุณลักษณะพิเศษใดก็ไร้ประโยชน์!
เป็นไปไม่ได้ที่พอเจ้ามีคุณลักษณะพิเศษบางอย่าง แล้วจะสามารถไล่ตบผู้ฝึกตนในโลกอื่นที่แข็งแกร่งกว่าเจ้ามากมากได้ นี่ไม่ใช่วิถีแห่งการฝึกเซียน
เจ้ามีเคล็ดวิชาสารพัด ข้าก็ใช้เพียงพลังเดียวทำลายมัน!
"ยังไม่ได้ต่อสู้กับท่านพั่งหู่ จะนับว่าเป็นเซียนสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้อย่างไร!" ป้าหวังมองเมิ่งชวน เจตจำนงการต่อสู้ลุกโชนดั่งเปลวไฟ
เมิ่งชวนอึ้งไป เจ้าไม่คิดว่าการกล่าววาจาเช่นนี้ แต่กลับเรียกขานชื่ออย่างพั่งหู่มันขัดแย้งกันหรอกหรือ?
ป้าหวังไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น ด้วยความหยิ่งผยองของป้าหวัง เขาไม่เคยคิดเลยว่านี่จะเป็นชื่อปลอม เพียงแค่รู้สึกว่าชื่อนี้ดูเรียบง่ายไปสักหน่อย ไม่ค่อยเข้ากับยอดฝีมือเช่นนี้เท่าใดนัก
"ข้าไม่ใช่เซียนสวรรค์" เมิ่งชวนส่ายหน้า ปฏิเสธที่จะต่อสู้กับป้าหวัง มันไร้แรงกดดัน เขาจึงไม่อยากสู้ด้วย
"ทว่าเจ้าก็ไม่ใช่ระดับตำนานเช่นกัน!" น้ำเสียงป้าหวังแข็งกร้าว ภายในดวงตาเปล่งแสงเทพเจิดจรัส เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนคนหนึ่งที่ยังไม่บรรลุระดับตำนานจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้
เมื่อมองดูร่างกายอันใหญ่โตของพั่งหู่ที่ราวกับบรรจุจักรวาลแห่งหนึ่งไว้ภายใน ภายในใจป้าหวังก็ร้อนรุ่ม ยังไม่บรรลุระดับตำนานยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ราวกับสามารถดับสูญจักรวาลได้ หากบรรลุระดับตำนานแล้วเล่าจะเป็นเช่นไร?
ป้าหวังไม่คาดคิดว่าตนจะได้พบกับยอดฝีมือเช่นนี้ เขารู้สึกว่าเลือดทั่วร่างกำลังเดือดพล่าน จิตใจตื่นตัวอย่างผิดปกติ ทั้งร่างแทบจะทะยานไปถึงจุดสูงสุดแล้ว!