เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3190 - ท่อส่งน้ำมันสายหนึ่ง

บทที่ 3190 - ท่อส่งน้ำมันสายหนึ่ง

บทที่ 3190 - ท่อส่งน้ำมันสายหนึ่ง


บทที่ 3190 - ท่อส่งน้ำมันสายหนึ่ง

เครื่องบินร่อนลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินทหารทางตอนใต้ของเปอร์เซีย เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปจะเห็นกลุ่มคนยืนรอรับอยู่ไม่ไกล จากนั้นทุกคนจึงเตรียมตัวลงจากเครื่อง

"สหายทุกท่านครับ!"

ท่านผู้เฒ่าเฉินเดินมาที่ทางเดินกลางเครื่องบินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"ในเวลานี้ เมื่อก้าวเท้าลงจากเครื่องบินไปแล้ว สิ่งที่พวกคุณเป็นตัวแทนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ตัวคุณเอง แต่คือมาตุภูมิที่อยู่เบื้องหลังพวกเราครับ..."

"จะพูดจะทำอะไรขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอครับ..."

"ขอย้ำเรื่องกฎระเบียบวินัยอีกครั้งนะครับ..."

เมื่อพูดจบ ท่านผู้เฒ่าเฉินกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะพยักหน้าให้หยางเสี่ยวเทา

ทันทีที่ประตูห้องโดยสารเปิดออกและบันไดเลื่อนถูกนำมาเทียบเข้าที่โดยเจ้าหน้าที่ ท่านผู้เฒ่าเฉินก็เดินนำหน้าปรากฏตัวที่ประตูเครื่องบินเป็นคนแรก

เบื้องล่างมีกลุ่มคนพากันกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับอย่างรวดเร็ว

จากนั้นหยางเสี่ยวเทาก็จูงมือร่านชิวเย่ปรากฏตัวที่ประตูเครื่องบิน แล้วทอดสายตามองลงไปข้างล่าง

คนที่ยืนนำขบวนอยู่ข้างหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือมูฮัมหมัด ถัดไปข้างหลังคืออัลฟาเต้ และตามมาด้วยติงเวย หลี่หยุนหลง และขงเจี๋ยทั้งสามคน

ด้านหลังยังมีชาวเปอร์เซียอีกหลายคนที่เขาแทบจะไม่รู้จักเลย

"สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติ!"

"สวัสดีครับ คุณมูฮัมหมัด!"

ท่านผู้เฒ่าเฉินนำทีมเข้าทักทายเป็นอันดับแรก ทั้งคู่จับมือทักทายกันอย่างอบอุ่น

เมื่อหยางเสี่ยวเทาและภรรยาเดินลงมาถึง มูฮัมหมัดและอัลฟาเต้ก็รีบก้าวเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน

"หลานชาย นายมาได้น่ะดีจริงๆ เลย!"

มูฮัมหมัดพูดอย่างอบอุ่น ทว่าน้ำเสียงและสำนวนการพูดกลับทำให้หยางเสี่ยวเทารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มูฮัมหมัดพูดจาเป็น "ทางการ" ขนาดนี้?

แต่เมื่อนึกถึงฐานะตำแหน่งของอีกฝ่ายในปัจจุบัน ทุกอย่างก็ดูจะสมเหตุสมผลดี

"คุณอาเกรงใจไปแล้วครับ ผมตั้งใจจะมาเยี่ยมเยียนท่านนานแล้ว แต่ก็ติดขัดโน่นนี่อยู่ตลอด"

"ครั้งนี้ถือโอกาสมางานมงคลของอัลฟาเต้ เพื่อมาเยี่ยมท่านด้วยครับ!"

"ฮ่าๆๆ พวกนายมาในเวลาแบบนี้ได้ ฉันดีใจจริงๆ!"

มูฮัมหมัดกุมมือหยางเสี่ยวเทาไว้ ดูจะแสดงความกระตือรือร้นมากกว่าตอนต้อนรับท่านผู้เฒ่าเฉินเสียอีก

ทั้งสองฝ่ายสนทนากันด้วยภาษาเปอร์เซียอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเริ่มทักทายคนอื่นๆ ต่อ

"พี่เทา พี่สะใภ้!"

อัลฟาเต้ตื่นเต้นจนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก เขาก้าวเข้ามาหาเกือบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

"จะเป็นเจ้าบ่าวอยู่แล้วนะ ยังทำตัวกระโตกกระตากเหมือนเดิมเลย!"

อัลฟาเต้ยิ้มกว้าง ก่อนจะเหลือบมองไปข้างหลัง "พวกตวนอู่ไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?"

ร่านชิวเย่ยิ้มตอบ "เด็กๆ ติดเรียนจ้ะ แถมใกล้จะสอบแล้วเลยมาไม่ได้"

"แต่ว่ารอให้เธอพานีลูฟาร์กลับไปก่อนเถอะ พวกเขาเตรียมจะจัดงานฉลองใหญ่ให้อีกรอบแน่นอนจ้ะ"

เรื่องเหล่านี้มีการตกลงกันไว้ก่อนเดินทางแล้ว หยางเสี่ยวเทาจึงเพียงแค่ยิ้มรับ

อัลฟาเต้เองก็เข้าใจสถานการณ์ในเปอร์เซียดี และรู้ถึงความกังวลของหยางเสี่ยวเทา เขาจึงพยักหน้าเข้าใจ "ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็เตรียมของขวัญไว้ให้พวกเขาเหมือนกัน!"

หลังจากคุยกันสั้นๆ หยางเสี่ยวเทาก็เดินเข้าไปหาหลี่หยุนหลง

เจ้านี่ก็ยังคงทำหน้าตากวนประสาท วางท่าไม่ยอมใครเหมือนเดิม ทว่าพอเห็นหยางเสี่ยวเทาเดินเข้ามา เขาก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที

"กลายเป็นคุณหยางไปเสียแล้วนะเนี่ย พัฒนาไปไวขิงๆ เลยนะ"

"ธรรมดาครับธรรมดา ถ้าเทียบกับพี่ในตอนนั้น ผมยังห่างชั้นอีกเยอะครับ!"

เหล่าหลี่ฟังแล้วก็ฉีกยิ้มจนเห็นฟัน ขงเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ ถึงกับเบ้ปาก "คำพูดแบบนี้ก็มีแต่มันนั่นแหละที่เชื่อ!"

หลี่หยุนหลงหันไปถลึงตาใส่ขงเจี๋ย ขงเจี๋ยก็จ้องกลับตาเป็นมัน ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว!

ติงเวยพยักหน้าทักทายหยางเสี่ยวเทา ก่อนจะหันไปมองอวี่เจ๋อเฉิงที่เดินตามมาข้างหลัง

"หัวหน้าอวี่ครับ ผมติงเวยครับ!"

"สวัสดีครับสหายติงเวย เรียกผมว่าเหล่าอวี่ก็ได้ครับ!"

ทั้งสองคนรีบจับมือทักทายกัน

แม้จะเคยโทรศัพท์คุยกันจนรู้เรื่องราวของกันและกันมาบ้างแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันตัวเป็นๆ

"พวกเราไปคุยกันเถอะครับ!"

"ได้ครับ!"

ทุกคนทักทายกันสั้นๆ ก่อนจะพากันขึ้นรถออกจากสนามบินไป

ในระหว่างทาง มูฮัมหมัดนั่งรถคันเดียวกับท่านผู้เฒ่าเฉิน

หยางเสี่ยวเทาและร่านชิวเย่นั่งไปกับอัลฟาเต้

ส่วนติงเวยและแก๊งสามสหายรวมถึงอวี่เจ๋อเฉิงก็นั่งรถคันถัดมาด้วยกัน

"รถคันนี้คือรุ่นเวโลซีแรปเตอร์รุ่นไหนแล้วล่ะ?"

หยางเสี่ยวเทามองดูการตกแต่งภายในรถที่หรูหราแล้วเอ่ยถามขึ้น

รถระดับนี้ไม่มีทางได้เห็นในประเทศแน่นอน และก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ด้วย

เดินทางปกติใช้รถจี๊ปก็นับว่าเพียงพอแล้ว รถดีๆ แบบนี้เก็บไว้ขายส่งออกหาเงินเข้าประเทศน่ะดีที่สุด

"นี่รุ่นที่สี่แล้วครับ โครงสร้างหลักยังเหมือนเดิม แต่สไตล์เปลี่ยนไปเยอะ ส่วนใหญ่จะรับเอาองค์ประกอบบางอย่างมาจากฝรั่งเศสน่ะครับ..."

อัลฟาเต้ขับรถพลางอธิบายให้หยางเสี่ยวเทาฟัง

หยางเสี่ยวเทาพยักหน้าเข้าใจ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างดูบ้านเรือนและผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็นระยะ

เห็นได้ชัดว่าหลายคนที่เห็นขบวนรถวิ่งผ่าน ต่างก็พากันยิ้มออกมาด้วยความเคารพศรัทธา หยางเสี่ยวเทามองออกว่ารอยยิ้มเหล่านั้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ

"การยกเลิกภาษีการเกษตร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นมากครับ"

"พวกเขารู้ดีว่าใครเป็นคนมอบสิ่งนี้ให้ จึงให้การสนับสนุนแนวทางการบริหารของพ่ออย่างเต็มที่ครับ..."

"อ้อจริงด้วย!"

จู่ๆ อัลฟาเต้ก็หันมายิ้มให้ร่านชิวเย่ที่นั่งเบาะหลัง "พี่สะใภ้ครับ เรื่องการศึกษาในชนบทที่พี่ทำอยู่ ตอนที่ผมกลับมาผมเคยคุยกับพ่อมาบ้างแล้ว ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นมากครับ"

"พ่อให้การอนุมัติแล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึกผมยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่"

"พี่สะใภ้มาพอดีเลย ไว้หาโอกาสไปเล่ารายละเอียดให้พ่อฟังหน่อยนะครับ"

"โดยเฉพาะเรื่องเงินอุดหนุนการเรียนนั่น ผมว่ามันน่าจะเอามาปรับใช้ที่นี่ได้ดีเลยล่ะครับ!"

ร่านชิวเย่ที่กำลังดื่มด่ำกับทัศนียภาพและภูมิศาสตร์ของเปอร์เซียอยู่นั้น พอได้ยินอัลฟาเต้พูดแบบนี้เธอก็ถึงกับตั้งตัวไม่ติด

"ฉัน... คือ เรื่องนี้มันจะดีเหรอจ๊ะ!"

ร่านชิวเย่รู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย เพราะที่นี่ไม่ใช่ประเทศตัวเอง เธอไม่มีความรู้เรื่องสถานการณ์ของที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียว เกิดพูดอะไรผิดพลาดไปจนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะทำอย่างไรดี?

"เมียจ๋า ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ก็แค่เล่าสถานการณ์การศึกษาในชนบทให้ท่านฟังตามความเป็นจริงก็พอแล้ว!"

หยางเสี่ยวเทามองเห็นความลำบากใจของภรรยาจึงรีบเอ่ยปลอบ

เมื่อได้ยินหยางเสี่ยวเทาพูดเช่นนั้น ร่านชิวเย่จึงเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง

"อ้อจริงสิ พี่เทา พี่สะใภ้ เดี๋ยวอีกเดี๋ยวนีลูฟาร์ก็จะมาสมทบนะครับ..."

อัลฟาเต้ยังคงชวนคุยต่อไป บรรยากาศบนรถเป็นไปด้วยความอบอุ่น

ในรถคันหน้าสุด

มูฮัมหมัดก็กำลังสนทนาอยู่กับท่านผู้เฒ่าเฉิน ทว่าบนใบหน้ากลับแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน

"ท่านครับ ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านเห็นภาพไม่สู้ดีนัก!"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ประเทศที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และต้องแบกรับภาระดูแลประชากรมากมายขนาดนี้ ภาระบนบ่าย่อมต้องหนักอึ้งเป็นธรรมดาครับ!"

ท่านผู้เฒ่าเฉินกล่าวด้วยความรู้สึกเข้าใจอย่างสุดซึ้ง

โชคดีที่บนเส้นทางการปฏิวัติเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง

เขายังมีสหายร่วมรบอยู่เคียงข้าง และมีผู้สืบทอดอุดมการณ์ที่ไว้ใจได้รออยู่เบื้องหลัง!

เพราะเหตุนี้ เขาจึงสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้

ทว่ามูฮัมหมัดนั้นดูจะขาดปัจจัยเหล่านี้ไปบ้าง

แม้ภูมิหลัง ฐานะ และความสามารถจะไม่ได้ด้อยกว่าใคร แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เขายังห่างไกลจากคำว่ายอดเยี่ยมอยู่นัก

สาเหตุหลักที่เขาสามารถมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะ "โชคชะตา" ที่ทำให้เขามายืนอยู่ในจุดที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมที่สุด จนสามารถพุ่งทะยานขึ้นมาได้พร้อมกับกระแสลม

ทว่าโชคชะตาเช่นนี้อาจส่งผลดีในช่วงที่ยุคสมัยกำลังเลือกผู้นำเท่านั้น

แต่ในยามที่ต้องประลองกันด้วยศักยภาพที่แท้จริงเช่นในตอนนี้ จำเป็นต้องงัดความสามารถออกมาพิสูจน์ให้เห็น

หากความสามารถไม่ถึง สุดท้ายก็จะกลายเป็นเพียงนักฉวยโอกาสที่ไม่สามารถยืนหยัดได้ในระยะยาว

และในตอนนี้ ก็คือบททดสอบความสามารถของเขา

หากผ่านด่านนี้ไปได้ เขาจึงจะสามารถรักษาตำแหน่งไว้อย่างมั่นคง

แต่ถ้าผ่านไม่ได้ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการถอยออกมาอย่างสง่างาม เพื่อไปใช้ชีวิตในฐานะผู้อาวุโสที่สงบสุขต่อไป

เมื่อได้รับคำปลอบประโลมจากท่านผู้เฒ่าเฉิน มูฮัมหมัดจึงค่อยๆ สงบจิตใจลงและรวบรวมพละกำลังกลับมาอีกครั้ง

"นั่นสินะครับ ทุกครั้งที่ผมนึกถึงความหวังของผู้คนมากมายที่ฝากไว้บนบ่า และการทุ่มเทแรงกายแรงใจของพวกเขา ผมก็รู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่กดทับอยู่ในใจ จนไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองหยุดนิ่งได้เลย ต้องยุ่ง ต้องทำงาน ต้องพบปะผู้คนไม่เว้นแต่ละวัน"

มูฮัมหมัดพูดไปพลางยิ้มขมขื่นไปพลาง "พูดกันตามตรง ผมไม่ใช่ผู้นำที่เก่งกาจ และก็ไม่ใช่นักการเมืองที่เก่งอะไรเลยครับ"

"ผม..."

"ถ้าเลือกได้ ผมอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน พาลูกๆ เดินทางท่องเที่ยวไปต่างแดน สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนไปเรื่อยๆ..."

มูฮัมหมัดยกมือขึ้นปิดหน้า พ่อบ้านชราที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเข้าถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเงียบๆ ในใจรู้สึกขมขื่นอย่างบอกไม่ถูก

นี่คือผู้นำของพวกเขา ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของมวลชน!

ท่านผู้เฒ่าเฉินเอ่ยปลอบโยนว่า "ประเทศจีนของพวกเรามีคำกล่าวโบราณว่า หากคิดจะสวมมงกุฎ ก็ต้องแบกรับน้ำหนักของมันให้ได้!"

"ความหมายนั้นเรียบง่ายมาก หมวกใบใหญ่แค่ไหน ภาระที่ต้องรับผิดชอบก็หนักอึ้งตามไปด้วย"

"ในตอนนี้สำหรับเปอร์เซีย ไม่ใช่แค่คุณที่เลือกเปอร์เซีย แต่เป็นประชาชนชาวเปอร์เซียต่างหากที่เลือกคุณครับ!"

"จงนำพาประชาชนเดินไปบนเส้นทางที่ถูกต้องเถอะครับ อย่าทำให้ความไว้วางใจที่พวกเขามีต่อคุณต้องสูญเปล่า"

"นี่คือภารกิจของคุณครับ!"

มูฮัมหมัดลดมือลง "ท่านครับ สิ่งที่ท่านพูดมาผมเข้าใจทั้งหมดครับ"

ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ "แต่มัน ยากเหลือเกินครับ!"

"การพัฒนาประเทศนั้นมีหลายแง่มุมเหลือเกิน!"

"ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การแพทย์ การศึกษา การทหาร และอื่นๆ ทุกอย่างล้วนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมดครับ"

"การสร้างอุตสาหกรรมต้องใช้เครื่องจักร ภาคเกษตรต้องใช้เงินทุน เครื่องมือแพทย์ก็ไม่เพียงพอ การศึกษาเองก็ต้องลงทุนมหาศาล..."

"ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้นครับ!"

"ทว่าในตอนนี้ อุตสาหกรรมเดียวที่จะช่วยหาเงินให้พวกเราได้ ก็มีเพียงน้ำมันที่อยู่ใต้พื้นดินเท่านั้นครับ!"

"แต่ถึงกระนั้น ในเวทีระหว่างประเทศก็ยังพยายามบีบคั้นการค้าระหว่างประเทศของพวกเรา หลายประเทศยอมควักเงินซื้อน้ำมันแพงๆ จากประเทศอื่น แต่กลับไม่ยอมนำเข้าน้ำมันจากพวกเรา"

"ในขณะนี้ สถานะการคลังของพวกเราขาดดุลอย่างหนัก หากไม่รีบแก้ไข ความขัดแย้งในสังคมต้องระเบิดออกมาแน่นอนครับ..."

มูฮัมหมัดราวกับหาที่ระบายความอัดอั้นตันใจได้ เขาไม่ได้เห็นท่านผู้เฒ่าเฉินเป็นคนอื่นคนไกลเลย จึงระบายความในใจออกมาไม่หยุด

ขณะที่ท่านผู้เฒ่าเฉินเพียงแต่รับฟังอยู่อย่างสงบ

ในเรื่องของประเทศเปอร์เซียนั้น ทางประเทศจีนได้มีมติเห็นพ้องต้องกันแล้ว

ว่าที่นี่คือพันธมิตรที่สำคัญยิ่ง!

ดังนั้น หากช่วยอะไรได้ก็ควรจะช่วย

ก็นะ อีกฝ่ายน่ะรวยจริงอะไรจริง

ทว่าตอนนี้ได้ยินมูฮัมหมัดบอกว่าเงินจะหมดแล้ว มันก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน

แต่เมื่อลองนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าหลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ในตลาดโลกกลับไม่ค่อยเห็นน้ำมันจากเปอร์เซียหลั่งไหลออกมาเท่าไหร่นัก

หรือว่า เรื่องนี้จะมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง?

ท่านผู้เฒ่าเฉินเริ่มแฝงความระมัดระวังไว้ในใจ และเริ่มแบ่งปันประสบการณ์พร้อมกับให้กำลังใจแก่มูฮัมหมัด

"การก่อสร้างอุตสาหกรรมไม่เคยสำเร็จได้ในวันเดียวครับ ต้องค่อยเป็นค่อยไป..."

"แน่นอนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องมีการชี้นำและคุ้มครองจากนโยบายภาครัฐด้วยครับ"

เมื่อท่านผู้เฒ่าเฉินพูดจบ มูฮัมหมัดก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะจ้องมองท่านผู้เฒ่าเฉินด้วยสายตาจริงจัง "ท่านครับ พูดได้ถูกต้องที่สุดเลยครับ บางเรื่องจำเป็นต้องอาศัยการบังคับลงทุน เหมือนอย่างที่ท่านว่า การยกเลิกภาษีการเกษตรช่วยลดความขัดแย้งในสังคมลงได้มากจริงๆ"

"ทว่าหลังจากยกเลิกภาษีการเกษตรไปแล้ว เศรษฐกิจภายในประเทศก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยครับ"

"โชคดีที่พวกเราปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที"

สีหน้าของท่านผู้เฒ่าเฉินไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทว่าในใจกลับรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย

ก็นะ เรื่องนี้เป็นคำแนะนำของหยางเสี่ยวเทา เขาเป็นเพียงแค่คนส่งข่าวให้เท่านั้นเอง

"ผมได้ยินมาว่า ทางคุณกำลังก่อสร้างท่อส่งก๊าซสายหนึ่งอยู่ใช่ไหมครับ?"

จู่ๆ มูฮัมหมัดก็เปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน ทำให้ท่านผู้เฒ่าเฉินเริ่มระแวดระวังขึ้นมา

เรื่องโครงการส่งก๊าซจากตะวันตกไปตะวันออกนั้นมีคนรู้ไม่น้อย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อีกฝ่ายจะรู้ข่าว

ทว่าการมาพูดถึงในตอนนี้ อีกฝ่ายต้องการจะทำอะไรกันแน่?

แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ใบหน้ายังคงนิ่งขรึมอยู่ดังเดิม

"ใช่ครับ ในประเทศของเรากำลังก่อสร้างท่อส่งก๊าซสายหนึ่ง เพื่อลำเลียงทรัพยากรจากพื้นที่ภาคตะวันตกไปยังภาคตะวันออก เพื่อเร่งความเร็วในการก่อสร้างและพัฒนาของทั้งสองพื้นที่ครับ..."

"ทว่าโครงการนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้งกำลังคนและทรัพยากร รวมถึงอุปสรรคที่ต้องเผชิญก็มีมากมายเหลือเกินครับ"

"พวกเราเองก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้และก้าวผ่านความยากลำบากไปทีละก้าวเหมือนกันครับ"

ท่านผู้เฒ่าเฉินไม่ได้เลี่ยงคำถาม แต่อธิบายสถานการณ์ของโครงการส่งก๊าซจากตะวันตกไปตะวันออกให้ฟังคร่าวๆ

มูฮัมหมัดตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ เมื่อท่านผู้เฒ่าเฉินพูดจบ เขาจึงพูดต่อว่า "ผมยังได้ยินมาอีกว่า ทางคุณเตรียมจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากเติร์กเมนิสถานด้วยใช่ไหมครับ?"

ท่านผู้เฒ่าเฉินเลิกคิ้วขึ้น ในใจไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายกำลังจะมาไม้ไหนกันแน่!

"ใช่ครับ ทางเติร์กเมนิสถานติดต่อพวกเรามาหลายครั้งแล้ว เพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย พวกเราจึงกำลังพยายามผลักดันความร่วมมือในครั้งนี้อยู่ครับ"

"ทว่าท่อส่งสายนี้ยังต้องพาดผ่านประเทศอื่นอีก ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการเจรจา รายละเอียดต่างๆ ยังต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของทั้งสองฝ่ายด้วยครับ"

"นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าธรรมเนียมในการผ่านแดนอีกด้วย ถ้ามันแพงเกินไปพวกเราเองก็คงสู้ราคาไม่ไหวหรอกครับ จริงไหมครับ?"

เมื่อได้รับคำตอบจากท่านผู้เฒ่าเฉิน มูฮัมหมัดก็มีท่าทีกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบถามต่อว่า "หากการเจรจาสำเร็จ ท่อส่งสายนี้ต้องใช้เวลาสร้างนานแค่ไหนครับ?"

ท่านผู้เฒ่าเฉินเริ่มตามไม่ทันแล้ว เจ้าหมอนี่สนใจเรื่องท่อส่งก๊าซขนาดนี้ หรือว่าในเปอร์เซียก็อยากจะสร้างขึ้นมาสักสายเหมือนกัน?

เขาไม่ได้ขัดข้องอะไรอยู่แล้วถ้าจะส่งทีมวิศวกรมาช่วยงานเพื่อหาเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ

แต่ประเด็นสำคัญคือ อีกฝ่ายพูดถึงเติร์กเมนิสถานขึ้นมา หรือว่าคิดจะมาร่วมแจมด้วยอย่างนั้นหรือ?

ในขณะที่ท่านผู้เฒ่าเฉินกำลังสงสัย มูฮัมหมัดก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ท่านครับ ไม่ทราบว่าทางประเทศของคุณเคยคิดบ้างไหมครับว่า จะสร้าง ท่อส่งน้ำมัน ขึ้นมาสักสายหนึ่ง!"

"ท่อส่งน้ำมัน?"

รูม่านตาของท่านผู้เฒ่าเฉินหดตัวลงทันที ในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง

เจ้าหมอนี่คงไม่ได้คิดจะ...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3190 - ท่อส่งน้ำมันสายหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว