- หน้าแรก
- เนตรจุติสะท้านโลก ยกระดับพลังข้ามขีดจำกัดสวรรค์
- บทที่ 10: โอเอซิสมรณะ กวาดล้างฝูงอสุรกาย!
บทที่ 10: โอเอซิสมรณะ กวาดล้างฝูงอสุรกาย!
บทที่ 10: โอเอซิสมรณะ กวาดล้างฝูงอสุรกาย!
ด้วยการเกื้อหนุนจาก 《 ปราณอัสนี 》 ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเซี่ยฉีนั้นรวดเร็วราวกับภูตพรายและว่องไวปานสายลม ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของประกายไฟและสายฟ้าที่ลากผ่านเป็นทางยาว
ไม่ถึงสิบนาที โอเอซิสที่ดูเหมือนอยู่ไกลสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ในระหว่างทาง เซี่ยฉียังได้กำจัดฝูงอาวุโสมนุษย์กิ้งก่าไปหลายระลอกอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ค่าประสบการณ์ของเขาพุ่งขึ้นมาถึง 【 ระดับ 6 (10.00%) 】
เขาคลายทักษะ 《 ปราณอัสนี 》 ลง ก่อนจะก้าวเดินมุ่งหน้าเข้าหาโอเอซิสด้วยจังหวะปกติ พลางกวาดล้างมอนสเตอร์ที่ขวางทางจนกระทั่งมาถึงชายขอบของโอเอซิสในที่สุด
ท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง โอเอซิสเปรียบเสมือนตาน้ำแห่งชีวิต แต่ในความเป็นจริง มันคือแหล่งกบดานชั้นยอดของเหล่าสัตว์ประหลาด
เป็นไปตามคาด เมื่อเซี่ยฉีเงยหน้าขึ้น เขาพบกับฝูงมนุษย์กิ้งก่าจำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาวุโสมนุษย์กิ้งก่าระดับ 8 พวกอสุรกายเหล่านี้ที่มีสัญชาตญาณหวงถิ่นอย่างรุนแรง กลับอยู่ร่วมกันอย่างสันติหน้าโอเอซิสแห่งนี้
เพียงแค่กวาดสายตาดู เซี่ยฉีประเมินคร่าวๆ ว่ามีพวกมันรวมตัวกันอยู่ไม่ต่ำกว่าหลายร้อยตัว
วินาทีนั้น เซี่ยฉีรู้สึกได้ทันทีว่าเขาไม่ได้มาเสียเที่ยว
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งค่าประสบการณ์ที่ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ แม้แต่ผู้สร้างดันเจี้ยนแห่งนี้ก็คงจินตนาการไม่ถึงว่า สถานที่ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เหล่านักเรียนรู้จักถอยเมื่อเผชิญความยากลำบาก และเรียนรู้ว่าการเอาชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเติบโต กลับกลายมาเป็นประโยชน์ต่อเซี่ยฉีอย่างมหาศาล
《 อสนีบาตเก้าชั้นฟ้า 》!
เขาพุ่งทะยานเข้าหาฝูงอสุรกายพร้อมกับเปิดใช้งาน 《 เกราะกระดูกปีศาจ 》 ห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่าง นัยน์ตาของเซี่ยฉีโชติช่วงไปด้วยกระแสไฟฟ้า เขาระเบิดท่าไม้ตายออกมาโดยไม่รั้งรอ!
ตูม!
เสียงกัมปนาทกึกก้องกัมปนาท แม้แต่อากาศรอบด้านยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ถูกเผาไหม้ กว่าพวกมนุษย์กิ้งก่าที่เคยอยู่อย่างสุขสบายจะทันรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
ในทะเลทรายที่มีอากาศแห้งแล้ง ไอออนไฟฟ้าจะนำกระแสได้เร็วกว่าปกติ ส่งผลให้พลังแห่งอสนีบาตกลายเป็นอาวุธทำลายล้างที่ทรงพลานุภาพที่สุด เซี่ยฉีแทบไม่ต้องออกแรงรวบรวมพลังเลยด้วยซ้ำ สายฟ้าโดยรอบก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาด้วยความเร็วสูง ในชั่วพริบตานั้น เขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกอัศจรรย์ของการได้ควบคุมพลังแห่งฟ้าดิน
พลังธาตุสายฟ้าอันไร้ขอบเขตควบแน่นและปะทะกันด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ประกายไฟฟ้าความถี่สูงเริ่มสั่นสะเทือนรอบกายเซี่ยฉี พร้อมกับส่งเสียงแตกเปรี้ยะดังสนั่น วินาทีถัดมา พลังงานที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดก็แผ่กระจายออกไปปกคลุมรัศมีหนึ่งร้อยเมตรในทันที
เปรี้ยง!
เสียงคำรามฟาดฟันนภาดังระงม พื้นที่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นขุมนรกสายฟ้าที่จุติลงสู่โลกมนุษย์
ในพริบตาเดียว เหล่าอาวุโสมนุษย์กิ้งก่าต่างเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ พวกมันไม่มีแม้แต่เวลาจะสวดอ้อนวอนต่อรูนอาคม หรือตั้งกลุ่มรุมล้อมสังหารผู้บุกรุก แม้แต่ดาบในมือก็ยังไม่ทันได้กำให้แน่น ก่อนจะถูกกลุ่มสายฟ้าอันหนาแน่นฟาดฟันและแผดเผาจนกลายเป็นศพไหม้เกรียม
“สุดยอดจริงๆ!”
เมื่อเห็นค่าประสบการณ์พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งพร้อมกับการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นนับไม่ถ้วน เซี่ยฉีที่ได้ปลดปล่อยพลังของ 《 อสนีบาตเก้าชั้นฟ้า 》 ออกมาอย่างเต็มสูบเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกได้ถึงความสะใจที่ยากจะถอนตัว
เมื่อมองไปรอบด้าน ในรัศมีร้อยเมตรเต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกราด แม้แต่ปลาในสระน้ำของโอเอซิสยังต้องหงายท้องลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
การโจมตีเพียงครั้งเดียวคร่าชีวิตมนุษย์กิ้งก่านับร้อยตัว ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้บนพื้นดินอย่างสยดสยอง มนุษย์กิ้งก่าที่เหลือรอดในพื้นที่อื่นของโอเอซิส ซึ่งกำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวและขบคิดว่าจะไป 'สืบพันธุ์' กับตัวเมียตัวไหนดี ต่างตกตะลึงกับเทวานุภาพที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้านี้
พวกมันแข็งค้างไปตามๆ กัน จ้องมองมายังจุดที่เซี่ยฉียืนอยู่ด้วยสายตาที่ไม่ยากจะเชื่อ
“หึๆ ในเมื่อพวกแกไม่ขยับ ฉันจะเดินไปหาเองแล้วกัน”
เซี่ยฉีในสถานะ 《 ปราณอัสนี 》 พ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว ก่อนจะพุ่งเข้าหาฝูงมนุษย์กิ้งก่ากลุ่มต่อไปอย่างเยือกเย็น
ภายนอกดันเจี้ยน ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า แสงสีแดงฉานสาดส่องราวกับหยาดเลือด
นับตั้งแต่เวลาเก้าโมงเช้าที่เริ่มเข้าดันเจี้ยน จนถึงตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น รวมเวลาผ่านไปแล้วแปดชั่วโมงเต็ม
หวังชางหยวนและเหล่าอาจารย์ประจำชั้นต่างนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กเพื่อรอคอย โดยไม่มีใครลุกหนีไปไหน หากกระหายก็จิบชา หากหิวก็ให้โรงอาหารจัดส่งอาหารมาให้ เป็นเช่นนี้เกือบทุกปีในวันแห่งการปลุกพลัง
แม้ดันเจี้ยนฝึกหัดจะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเหล่านักเรียน แต่ไม่มีสิ่งใดในโลกที่สมบูรณ์แบบ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ในการต่อสู้ย่อมมีการบาดเจ็บ และมอนสเตอร์ก็ไม่มีมนุษยธรรมพอที่จะเรียกหมอมาให้หากใครได้รับบาดเจ็บ
ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา เรื่องของการสูญเสียชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ในฐานะสถานศึกษา พวกเขาจึงไม่อาจวางใจได้ เหลอาจารย์และครูใหญ่จึงต้องมาเฝ้าดูด้วยตนเอง
“หวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนที่ปลุกพลังได้ล้วนเป็นขุมกำลังสำคัญในอนาคต” หวังชางหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ ในฐานะครูใหญ่มากว่าสิบปี สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดคือการสูญเสียลูกศิษย์
“ครูใหญ่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ เด็กสมัยนี้ฉลาดจะตาย พวกที่พรสวรรค์น้อยหน่อยเขาก็รู้จักจับกลุ่มเลเวลกัน ไม่เกิดอุบัติเหตุง่ายๆ หรอก”
“นี่ยังเชู่อยู่นะครับ กว่าดันเจี้ยนจะปิดก็อีกหลายชั่วโมง ครูใหญ่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ ทางนี้พวกผมดูแลเองได้”
“ใช่ครับครูใหญ่ ป่านนี้ภรรยาคงรอทานข้าวเย็นอยู่ กลับไปก่อนเถอะครับ” อาจารย์แต่ละห้องต่างพากันเกลี้ยกล่อมหวังชางหยวน
“ในฐานะครูใหญ่ ฉันต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง เด็กๆ ยังไม่ออกมา แล้วฉันจะทิ้งไปได้ยังไง ไม่ต้องพูดแล้ว” หวังชางหยวนโบกมือปฏิเสธ สายตาจดจ้องไปที่ประตูทางออกดันเจี้ยนอย่างแน่วแน่
เหตุผลสำคัญที่เขาเลือกปักหลักอยู่ที่นี่ ก็เพราะเซี่ยฉี! เขายากรู้ว่าพรสวรรค์ระดับ S จากชนชั้นสามัญชนอย่างเด็กหนุ่มคนนี้ จะสามารถไปได้ถึงระดับไหนในวันนี้
ระดับ 5 คงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าไปถึงระดับ 6 ได้ล่ะก็ เรื่องเดิมพันระหว่างเซี่ยฉีกับซูหยวนเฉิน เขาพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที ความหมายของการได้รับความไว้วางใจจากผู้มีพรสวรรค์ระดับ S ต่อโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ในอนาคตนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบรรยาย
“เอ๊ะ มีคนออกมาแล้วเหรอ?”
“เดี๋ยวนะ เพิ่งผ่านไปแปดชั่วโมงนิดๆ เอง ไม่น่าจะมีใครออกมาเร็วขนาดนี้”
“หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น? ดันเจี้ยนฝึกหัดนี่ใช้งานมาสิบกว่าปี ในที่สุดก็เกิดปัญหาจนได้งั้นเหรอ?”
“เร็ว! ไปดูซิว่าเป็นใคร แล้วถามดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน!”
เหล่าอาจารย์ที่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์ต่างเห็นร่างหนึ่งเดินออกมาจากประตูทางออกของดันเจี้ยน
ดันเจี้ยนฝึกหัดมีทางเข้าออกสองทาง ทางหนึ่งคือทางออกที่อยู่ลึกที่สุด ซึ่งต้องข้ามผ่านทะเลทรายไปจึงจะพบประตูวาร์ป ส่วนอีกทางคือทางเข้าเดิมที่สามารถเดินย้อนกลับออกมาได้ ทีมที่ไร้กำลังหากรู้สึกว่าไปต่อไม่ไหว ก็มักจะถอยออกมาทางเดิมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ทว่าเซี่ยฉีกลับเดินออกมาจากประตูวาร์ปที่อยู่ลึกที่สุดด้วยท่าทางสงบนิ่ง
หลังจากแสงวาร์ปจางหายไป เขาก็ถูกรุมล้อมด้วยเหล่าอาจารย์ประจำชั้นทันที
“เอ๊ะ นั่นเซี่ยฉีจากห้อง 4 นี่ ทำไมเธอถึงออกมาเร็วนักล่ะ?”
“เกิดอะไรขึ้น? ผ่านไปแค่แปดชั่วโมงเองนะ แม้แต่เธอก็ยังรับมือไม่ไหวอย่างนั้นเหรอ?”
“บ้าน่ะ พรสวรรค์ระดับ S ไม่มีทางล้มเหลวในดันเจี้ยนฝึกหัดหรอก นอกเสียจากว่าจะไปเจอมอนสเตอร์ระดับ 8 เข้า”
“เร็วเข้า บอกครูมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น”
เซี่ยฉีชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปเรียบๆ ว่า “เอ่อ... มอนสเตอร์ในนั้นถูกผมฆ่าตายหมดแล้ว ไม่ให้ออกมาแล้วจะให้ผมทำอะไรต่อล่ะครับ?”
ฆ่าตายหมดแล้ว?
เหล่าอาจารย์: “???”
สิ้นคำพูดนั้น อาจารย์ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เขาหมายความว่ายังไงกันแน่?
วินาทีถัดมา อาจารย์คนหนึ่งก็ตาเบิกโพลนด้วยความตกใจ พร้อมกับอุทานลั่น “ทุกคน! ดูระดับของเซี่ยฉีเร็ว!”
สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปที่ตัวเขาพร้อมกันในทันใด
【 เซี่ยฉี ระดับ 7 】