เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

บทที่ 31 มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

บทที่ 31 มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย


บทที่ 31 มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ซ่งอวี้หลวนรีบวิ่งไปยังเครื่องขายตั๋วตามปากคำของเฟิงหยวนหนิง แล้วจ้องมองไปยังหน้าจอ

ปรากฏว่าหน้าจอของเครื่องขายตั๋วหันหลังให้ประตูกระจกพอดี เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ประตูกระจกก็จะมองเห็นได้ชัดเจน บนหน้าจอแสดงข้อความว่า “กรุณาซื้อตั๋วที่นี่เพื่อเข้าไปยังลานบ้าน ขณะนี้มีธีมให้เลือกดังนี้: สวนน้ำพุ (ชั่วโมงละ 50 เหวิน แขกโรงแรมใช้บัตรห้องพักเข้าได้ฟรี) น้ำพุน้ำแข็งและน้ำพุร้อน (ครั้งละ 500 เหวิน เข้าได้วันละหนึ่งครั้ง)”

อย่างหลังคงจะเป็นน้ำพุร้อนที่เถ้าแก่พูดถึงเป็นแน่ ซ่งอวี้หลวนอดไม่ได้ที่จะใจเต้นรัวลั่น

เธอรู้วิธีใช้งานเครื่องจำหน่ายตั๋วแล้ว เพียงแค่สัมผัสหน้าจอก็สามารถซื้อตั๋วได้ เห็นแล้วช่างน่าอัศจรรย์ใจ

เธอสงบสติอารมณ์และยกมือขึ้น ทว่านิ้วมือกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

ด้วยความยากลำบาก เธอจึงแตะเลือกที่ตัวอักษร “น้ำพุน้ำแข็งและน้ำพุร้อน” ทันใดนั้นเองหน้าจอก็แสดงข้อความเตือนขึ้นมาว่า “ต้องการซื้อตั๋วเข้าชม ‘น้ำพุน้ำแข็งและน้ำพุร้อน’ ใช่หรือไม่? (คำแนะนำที่เป็นประโยชน์: โปรดหยอดเหรียญก่อน มิฉะนั้นคำสั่งซื้อจะล้มเหลว) ยืนยัน ยกเลิก”

ซ่งอวี้หลวนใจสั่นจนแทบหายใจไม่ออก รีบเอามือกุมหน้าอกแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ นี่เธอกำลังจะมีโอกาสกลับมาใช้กำลังภายในได้อีกครั้งจริงหรือ?

ขณะนั้น หลิงจิ่งที่ติดตามเธอมา ก็หยิบเหรียญเงินหยอดลงในช่องหยอดเหรียญของเครื่อง “ศิษย์น้องหญิง ทำใจเย็น ๆ เข้าไว้ อย่าตื่นเต้นจนเกินเหตุ”

เขาช่วยซ่งอวี้หลวนกดปุ่ม “ยืนยัน” จากนั้นเครื่องจำหน่ายตั๋วก็คายตั๋วรูปลักษณ์งดงามออกมาใบหนึ่ง

ด้านหน้าของตั๋วพิมพ์ภาพสีสันสวยงาม เป็นบ่อน้ำทรงกลมที่มีรั้วหินโค้งแบ่งสระออกเป็นสองส่วน

ด้านข้างสองฝั่งของบ่อน้ำเรียงรายไปด้วยห้องหับ

ด้านหลังของตั๋วมีลวดลายและตัวอักษร โดยมีอักษรตัวเขื่องตรงกลางว่า “น้ำพุน้ำแข็งและน้ำพุร้อน” ขณะที่มุมขวาล่างเขียนว่า “โรงแรมเซียนหยวนยินดีต้อนรับ”

หลิ่งจิงยื่นตั๋วให้ซ่งอวี้หลวนพร้อมกล่าวคำ “รีบเข้าไปเถิด ศิษย์น้องหญิง แต่เจ้าอย่าคาดหวังมากเกินไปนัก หากครั้งนี้ไม่สำเร็จ ก็ขออย่าเพิ่งท้อถอยเป็นอันขาด ข้าจะไปสั่งอาหารกับเถ้าแก่ก่อน เมื่อเจ้าใช้บ่อน้ำพุเสร็จแล้ว จึงค่อยตามมากินด้วยกันที่ห้องของข้า”

“เจ้าราดน้ำเย็นใส่ข้าเช่นนี้ได้อย่างไร?” ในที่สุดซ่งอวี้หลวนก็สงบลงเล็กน้อย เธอเบ้ปากใส่หลิงจิ่งด้วยความโกรธพลางรับตั๋ว แล้วเดินไปเปิดประตูกระจก

ทันใดนั้นเองภาพฉากที่อยู่เบื้องหลังประตูพลันแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นพื้นที่ปูด้วยก้อนหินเรียงรายกว้างใหญ่ มองออกไปจะเห็นบ่อน้ำทรงกลม อาคารสองข้างทาง และต้นไม้เขียวขจี

ซ่งอวี้หลวนถึงกับอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์พี่ชาย เห็นภาพฉากด้านหลังประตูหรือไม่? ประตูบานเดียวกันกลับสามารถไปยังที่ต่างกันได้!”

หลิงจิ่งพยักหน้ารับหน้าเคร่งขรึม “ข้าเห็นแล้ว”

เขาลองก้าวเข้าไปข้างหน้า แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสประตู แต่แล้วก็ต้องพบกับแรงต้านที่มองไม่เห็น ราวกับมีฉากกั้นล่องหนกีดขวางทางไว้ เพื่อหยุดเขาในฐานะคนที่ไม่ได้ซื้อตั๋ว

ดูเหมือนว่า การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นั้นเป็นไปไม่ได้

หลิงจิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ศิษย์น้องหญิง เจ้ารีบเข้าไปเถิด”

บางทีหลังจากที่ศิษย์น้องหญิงฟื้นฟูเส้นลมปราณที่เสียหายได้แล้ว นางอาจจะรังเกียจเขาที่ด้อยฝีมือกว่า และสุดท้ายก็แยกจากเขาไป ถึงกระนั้นเขาก็จะไม่ขัดขวาง

เขาจะหักปีกของนาง ไม่ให้นางได้โบยบินไปไหน เพียงเพื่อกักขังนางไว้กับตัวได้อย่างไร? เขาไม่ต้องการให้ศิษย์น้องหญิงต้องเศร้าหมอง และสูญเสียรอยยิ้มนั้นไป

เขามองไปที่ซ่งอวี้หลวนอย่างลึกซึ้ง แล้วหันหลังมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร

ซ่งอวี้หลวนรู้สึกใจสั่นระรัวราวกับกลองศึก คล้ายกับว่าเท้าทั้งสองไม่ใช่ของตัวเอง และไม่รู้ตัวเลยว่าเดินเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร

เธอเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ตามป้ายบอกทางไปยังโซนน้ำพุร้อน แล้วใช้ตั๋วเปิดประตูห้องแรก

ภายในห้องมีพื้นสีส้ม กระจกเงาบานใหญ่ตั้งอยู่ทางซ้าย มีโต๊ะเตี้ย เก้าอี้ และราวตากผ้าอยู่ทางขวา ส่วนบริเวณตรงกลางห้องจะมีบ่อน้ำขนาดเล็ก

ซ่งอวี้หลวนเดินไปทางขวาของอ่างอาบน้ำด้วยความตื่นเต้นจนเกือบลื่นล้ม

เธอเปลื้องผ้าและนำไปแขวนไว้ที่ราว แล้วก้าวลงไปในบ่อน้ำ

ทันใดนั้นเองความเจ็บปวดรุนแรงก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ราวกับถูกมีดคมกรีดผ่านเนื้อหนัง ในเวลาเดียวกันกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยมาแตะจมูก

เธอเกือบจะอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน เมื่อก้มลงมองก็พบว่าผิวหนังของตนเองกำลังคายสิ่งสกปรกสีดำออกมา ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง

สิ่งสกปรกน่าขยะแขยงเช่นนี้ ออกมาจากร่างกายของเธอได้อย่างไร? เธอทั้งประหลาดใจและแทบไม่อยากเชื่อ

ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอกัดฟันอดทน จนในที่สุดก็หมดสติไป

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองกำลังพิงอยู่ขอบบ่อ และความเจ็บปวดรุนแรงเหล่านั้นได้หายไปแล้ว

เธอพยายามโคจรปราณแท้ทั่วร่างกาย

แม้ว่าเส้นลมปราณทั้งหมดจะเสียหาย แต่ไม่ส่งผลใดต่อปราณแท้ในตันเถียน เธอเพียงไม่สามารถโคจรปราณแท้ผ่านเส้นลมปราณ ทำให้ไม่สามารถฝึกฝน หรือใช้เคล็ดวิชาใด ๆ ได้

หากเส้นลมปราณเชื่อมต่อกันได้ดังเดิม ร่างกายของเธอจะกลับมาเป็นปกติ

เธอบังคับให้ปราณแท้ไหลออกจากตันเถียน และพยายามส่งเข้าไปทางเส้นลมปราณ ปรากฏว่ามันสามารถไหลเวียนได้อย่างง่ายดาย!

ซ่งอวี้หลวนมีความสุขมากจนต้องหยุดการโคจรปราณแท้เพื่อพยายามสงบสติอารมณ์

ด้วยบทเรียนจากการฝึกฝนผิดพลาดครั้งก่อน ทำให้เธอไม่กล้าปล่อยให้อารมณ์ผันผวนเกินไปขณะกำลังฝึกฝน

เธอพยายามทำให้ตนเองสงบลง และแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนก็สามารถทดลองได้

เธอยกมือขึ้นตีลงบนผิวน้ำในบ่อทันที เกิดละอองน้ำกระเซ็นขึ้นไปกระทบโคมไฟสีส้มบนเพดาน แล้วกลายเป็นละอองฝนโปรยปรายลงมา

ซ่งอวี้หลวนกลั้นหายใจ นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง เธอกลับมาใช้กำลังภายในได้แล้ว!

นี่กำลังฝันอยู่หรือเปล่า?

เธอยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเสียงดังฟังชัด มันเจ็บจริง ๆ

ชัดแจ้งแล้วว่าไม่ใช่ความฝัน ความเจ็บปวดในความฝันไม่น่าจะเหมือนจริงขนาดนี้?

ซ่งอวี้หลวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ล้างร่างกายให้สะอาด สวมเสื้อผ้า แล้วเดินไปยังกระจก

ในกระจกสะท้อนภาพของหญิงสาวที่มีพวงแก้มแดงก่ำ ใบหน้าเปล่งปลั่ง และแววตาที่แสดงถึงความยินดี

ซ่งอวี้หลวนขยี้ตาเบา ๆ พยายามจะขจัดความยินดีที่ปรากฏบนใบหน้า แต่ก็ทำไม่ได้ เธอยืนนิ่งอยู่ตรงหน้ากระจกสักครู่ แล้วจึงหันหลังเดินออกจากห้อง

เมื่อเธอเดินออกไป ประตูก็ปิดลงโดยอัตโนมัติ

เธอยืนอยู่หน้าประตูพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ที่นี่มีทั้งน้ำพุร้อนและน้ำพุน้ำแข็ง น้ำพุร้อนมีสรรพคุณวิเศษมากขนาดนี้ แล้วน้ำพุน้ำแข็งจะมีสรรพคุณอย่างไรกันนะ?

เธอเดินไปยังโซนน้ำพุน้ำแข็ง เมื่อเข้าใกล้บ่อน้ำทรงกลม เธอก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสรรพคุณของน้ำพุทั้งสอง

ปรากฏว่า น้ำพุน้ำแข็งสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ถึง 5 เท่า แต่มีข้อจำกัดคือ แต่ละครั้งสามารถแช่ในน้ำได้นานสุดเพียง 2 เค่อเท่านั้น (30 นาที)

ถึงกระนั้น สิ่งนี้ก็ยังน่าทึ่งอย่างยิ่ง การฝึกฝนในน้ำพุน้ำแข็งเพียง 2 เค่อ สามารถเทียบเท่ากับการฝึกฝนมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกฝนอย่างมาก และลดเวลาที่ใช้ในการฝึกฝนลงไป

สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์น้อย มันเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายในการมีชีวิตใหม่

แน่นอนว่า สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์สูงอย่างซ่งอวี้หลวน มันถือเป็นการเพิ่มพูนความสามารถยิ่งขึ้นไปอีก

ซ่งอวี้หลวนเดินเข้าไปในโซนน้ำพุน้ำแข็ง และเลือกห้องหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีคนอยู่แล้ว หลังจากเลือกอีกครั้งก็พบว่าห้องไม่ว่าง

ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะตื่นตัวกันมากเช่นกัน

เธอจึงเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องสุดท้ายในแถวหน้าสุด แล้วใช้ตั๋วเปิดเข้าไป

เมื่อเข้าไปในห้อง เธอถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ แล้วลงไปนั่งขัดสมาธิในบ่อน้ำกลางห้อง

ช่างสมกับชื่อน้ำพุน้ำแข็ง เพียงแค่ลงไปนั่งเท่านั้น เธอก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก จนทำให้ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด

ภายใต้ความเย็นเยือกนี้ ปราณแท้ในร่างกายกลับโคจรเองโดยอัตโนมัติ เพื่อต้านทานความหนาวเย็นของน้ำในบ่อ

แต่ความเร็วในการโคจรของปราณแท้ไม่ได้เร็วมากนัก เมื่อเทียบกับการฝึกปกติแล้ว อาจจะช้ากว่าเล็กน้อย

เธอพยายามสงบสติอารมณ์ และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จิตใจของเธอสงบลงอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่สมาธิได้ในทันทีเพื่อเริ่มต้นฝึกฝน

ครั้งนี้ ความเร็วในการโคจรของปราณแท้เพิ่มขึ้นอย่างมาก น่าจะเร็วขึ้นถึง 5 เท่าตามที่กล่าวอ้าง

หรือว่า จะลองใช้โอกาสนี้ในการบุกทะลวงขอบเขตอีกครั้งดี?

ระดับพลังยุทธ์ปัจจุบันของเธออยู่ที่ขั้นมานะสร้างเก้าชั้น ซึ่งห่างจากขั้นสวรรค์ประทานเพียงหนึ่งเก้า

อย่างไรก็ตาม ความพยายามสองครั้งก่อนหน้านี้ของเธอจบลงด้วยความล้มเหลว และครั้งที่สามยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม เนื่องจากไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้ ทำให้อารมณ์ไม่สงบนิ่งจนเกิดความผิดพลาด

เธอไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่อะไรกันแน่ บางทีอาจเป็นเพราะการรวบรวมปราณแท้ไม่เพียงพอ หรือจิตใจที่ยังไม่พร้อม

ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นศิษย์สำนักขุนเขากระบี่เหมือนกัน เหล่าศิษย์พี่และศิษย์น้องของเธอล้วนสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นสวรรค์ประทานได้สำเร็จ แต่เหตุใดตัวเธอซึ่งเป็นศิษย์รองกลับไม่สามารถทะลวงขอบเขต แถมยังล้มเหลวถึงสองครั้ง ครั้งสุดท้ายถึงกับกลายเป็นคนพิการ เสียทั้งหน้าและอนาคต

เมื่อนึกถึงความล้มเหลวในอดีต ทำให้เธอลังเลใจเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็ฝึกฝนต่อไปตามปกติ

เธอฝึกฝน และฝึกฝน เนื่องจากขอบเขตพลังอยู่ในขั้นสูงสุดมานานแล้ว จึงไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ หากยังไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้ เกรงว่าเธอคงจะติดแหง็กอยู่ระดับนี้ไปตลอดชั่วชีวิต

เธอกัดฟันกลั้นใจ พยายามรวบรวมกำลังเพื่อฝ่าทะลวงไปสู่ขั้นสวรรค์ประทานอีกครั้ง

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น การฝ่าทะลวงขอบเขตในครั้งนี้กลับราบรื่นราวกับน้ำไหลตามร่อง และประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย!

เธอไม่ได้พบกับความล้มเหลวอีกต่อไป ในที่สุดก็สามารถก้าวขึ้นสู่ขั้นสวรรค์ประทานได้สำเร็จ!

เธอพยายามสงบสติอารมณ์ และโคจรปราณแท้อีกหนึ่งรอบ ก่อนจะหยุดการฝึกฝนและเก็บปราณแท้กลับเข้าสู่ตันเถียน

ซ่งอวี้หลวนลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับปลดปล่อยความอึดอัดในใจออกไป

เมื่อเธอลุกขึ้นยืน กลับพบว่าตนเองถูกย้ายออกจากบ่อน้ำพุน้ำแข็งโดยไม่รู้ตัว เมื่อพยายามจะกลับเข้าไปในบ่ออีกครั้ง ก็ต้องพบกับอุปสรรคบางอย่างขวางกั้นไว้ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถกลับเข้าไปได้อีก

ดูเหมือนว่าเวลาในการฝึกฝนจะหมดลงแล้ว เธอจึงไม่ลังเลมากนัก หันหลังกลับไปสวมเสื้อผ้าและรองเท้า ก่อนเดินออกจากห้องไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ณ อำเภอเมืองฉ่างหลิงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเซียนหยวน

หลังจากที่ชีปั๋วหรงเข้าทำงานที่สำนักงานอำเภอแล้ว ก็ได้สั่งให้ลูกน้องทุกคนไปติดประกาศตามท้องถนน ซึ่งดึงดูดความสนใจของชาวบ้านจำนวนมาก

เนื้อหาในประกาศนั้นเกี่ยวข้องกับโรงแรมเซียนหยวน

ในฐานะสมาชิกของหน่วยสืบสวนลับ ชีปั๋วหรงได้รับคำสั่งจากหน่วยงานเมื่อคืนที่ผ่านมา

ดังนั้นเช้าวันนี้ เขาจึงนำลูกน้องมาติดประกาศตามท้องถนน เพื่อแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรงแรมเซียนหยวน เนื่องจากทางการได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าโรงแรมแห่งนี้ปลอดภัย

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหน่วยสืบสวนลับจึงออกคำสั่งเช่นนี้ ทว่าการกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการปลอบประโลมชาวบ้านได้บ้าง โรงแรมแห่งนั้นอยู่ใกล้ประตูเมืองทางทิศใต้มาก อย่างน้อยคงจะช่วยให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงรู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้างใช่หรือไม่?

นอกจากการติดประกาศในเมืองแล้ว ตามคำสั่งที่ได้รับ เขายังวางแผนที่จะนำคนไปเผยแพร่ข่าวสารในหมู่บ้านใกล้เคียงด้วย

แน่นอนว่าการรับรองจากทางการย่อมส่งผลดี

ในวันนั้น มีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ถูกดึงดูดไปยังโรงแรมเซียนหยวน ผู้ที่ไม่มีเงินก็ไปซื้อของที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่มีเงินทองก็เข้าไปทานอาหารเลิศรสในร้านอาหาร

ส่งผลให้เฟิงหยวนหนิงต้องให้บริการลูกค้าในร้านอาหารเพิ่มมากขึ้น

มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาในร้านอาหารอย่างไม่ขาดสาย

ลูกค้าบางรายสั่งวุ้นเย็นรสกุหลาบพันปีเพื่อยืนกิน หลังดื่มจนหมดก็จากไป ส่วนลูกค้าบางรายรอคอยอยู่นานแต่ก็ไม่มีที่นั่งว่าง จึงต้องจากไปด้วยความผิดหวัง

เฟิงหยวนหนิงทำงานหนักจนแทบหัวหมุน กระทั่งได้โอกาสพักผ่อนเล็กน้อยบนโซฟา แล้วจึงเปิดดูข้อมูลในระบบ

เงื่อนไขการอัปเกรดโรงแรม: ร้านอาหารรองรับลูกค้าทั้งหมด 174/3000 และทำภารกิจให้สำเร็จ 0/3 ภารกิจ

ภารกิจ: ขายปลาต้มพริกให้ลูกค้า 43/100 จาน เพื่อปลดล็อกเอฟเฟกต์พิเศษของโรงแรม “สี่ฤดูดุจดั่งฤดูใบไม้ผลิ”

ลานบ้านธีม “น้ำพุน้ำแข็งและน้ำพุร้อน” ช่วยเหลือผู้ฝึกยุทธ์ทะลวงขอบเขต 2/50 คน

เฟิงหยวนหนิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย มีผู้ที่สามารถทะลวงขอบเขตในลานบ้านได้ถึงสองคนแล้วหรือ?

เดิมทีเธอคิดว่าภารกิจการปลดล็อกธีมลานบ้านครั้งนี้คงจะยากเข็ญ เพราะการทะลวงขอบเขตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่แล้ว ภารกิจนี้กลับมีความคืบหน้ารวดเร็วเกินคาด

……….……….……….……….

ผู้แปล: โธ่ หลิงจิ่ง พ่อหนุ่มแสนดี

จบบทที่ บทที่ 31 มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

คัดลอกลิงก์แล้ว