- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ปลุกระบบเทพทหาร
- บทที่ 10 - บ้าเอ๊ย! ทำไมแกถึงแรงเยอะขนาดนี้!
บทที่ 10 - บ้าเอ๊ย! ทำไมแกถึงแรงเยอะขนาดนี้!
บทที่ 10 - บ้าเอ๊ย! ทำไมแกถึงแรงเยอะขนาดนี้!
บทที่ 10 - บ้าเอ๊ย! ทำไมแกถึงแรงเยอะขนาดนี้!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
จัดการจับทหารรบพิเศษมัดไปแล้วถึงหกนาย ตอนนี้ยังเหลือเป้าหมายอีกสี่นาย
ฉีถงเหว่ยไม่อยากรอ และก็ไม่กล้ารอด้วย
ใครจะไปรู้ว่าเดี๋ยวผู้กองเกาจะส่งคนมาเพิ่มอีกเท่าไหร่
แถมกลุ่มคนที่กำลังจะมาถึงก็คงต้องระมัดระวังตัวแจ คงไม่ยอมให้เขาเล่นงานง่ายๆ แบบนี้อีก เผลอๆ เขาอาจจะโดนรวบตัวเสียเอง
วิธีที่ดีที่สุดก็คือการเป็นฝ่ายบุกโจมตีก่อน
ฉีถงเหว่ยแหงนมองท้องฟ้า ก็พบว่ามีโดรนสอดแนมบินวนเวียนอยู่ด้านบนตลอดเวลา
หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉีถงเหว่ยก็รีบถอดชุดฝึกของตัวเองออก แล้วหันไปหาหมาป่าดิน "หมาป่าดิน ขอยืมชุดฝึกนายหน่อยสิ"
มีหรือที่หมาป่าดินจะไม่รู้ว่าฉีถงเหว่ยคิดจะทำอะไร เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบถอดชุดให้แต่โดยดี
เมื่อฉีถงเหว่ยเปลี่ยนชุดเสร็จ หมาป่าดินก็ยังกวักมือเรียกฉีถงเหว่ยเข้าไปหา "มาๆ เดี๋ยวฉันช่วยทาสีพรางหน้าให้"
"ไม่อย่างนั้นถ้านายไปเจอคนของเราเข้า จะโดนจับได้ทันทีเลยนะ"
ฉีถงเหว่ยถึงกับทำหน้าไม่ถูก
"หมาป่าดิน นายให้ความร่วมมือดีขนาดนี้ ฉันชักจะระแวงแล้วนะว่านายกำลังวางหลุมพรางอะไรอยู่หรือเปล่า"
หมาป่าดินหัวเราะร่วน "ฉันตายไปแล้ว จะไปวางหลุมพรางอะไรนายได้ล่ะ"
"ฉันก็แค่มองว่า จะให้พวกเราไม่กี่คนต้องมานั่งเจ็บใจอยู่ฝ่ายเดียวมันก็กระไรอยู่นี่นา"
ฉีถงเหว่ยได้แต่ยิ้มขำ
หลังจากหมาป่าดินช่วยแต่งหน้าพรางตัวให้ฉีถงเหว่ยเสร็จ ทหารรบพิเศษที่ถูกมัดอยู่ก็หัวเราะเยาะหมาป่าดิน "หมาป่าดิน ถ้านี่เป็นสงครามจริง แกมันก็คือคนทรยศขายชาติชัดๆ"
หมาป่าดินถ่มน้ำลาย "ถุยๆๆ หรือพวกนายอยากให้พอจบการทดสอบแล้วมีแค่พวกเราที่โดนไอ้พวกนั้นหัวเราะเยาะกันล่ะ"
"ลากคนอื่นมาร่วมชะตากรรมด้วยเยอะๆ แบบนี้แหละ พวกมันจะได้หัวเราะไม่ออก ฮ่าๆๆ ฉันนี่ฉลาดจริงๆ"
ส่วนผู้กองเกาและหมาป่าเทาที่เฝ้าดูอยู่ก็ถึงกับกุมขมับ หมาป่าเทาสบถออกมา "ไอ้หมาป่าดินนี่มันเล่นพิเรนทร์อะไรของมันเนี่ย"
ผู้กองเกากลับโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเอ่ยอย่างมีความหมายแฝงว่า "แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ให้ฉีถงเหว่ยช่วยทดสอบความตื่นตัวและไหวพริบของไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนพวกนี้หน่อย"
"ถ้าไม่จัดหนักให้สักตั้ง พวกมันคงหลงระเริงคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานไปแล้ว"
หมาป่าเทาชะงักไป "หมายความว่าจะไม่ส่งคนอื่นไปตามจับตัวเขาแล้วหรือครับ"
"จับงั้นหรือ"
ผู้กองเกาหัวเราะแห้ง "ถ้าไม่ใช้ปืน จะเอาอะไรไปจับมันล่ะ"
"พวกเรามีคนแค่นี้ ถ้าแห่กันไปล้อมจับมันคนเดียว แล้วไก่อ่อนคนอื่นๆ จะทำยังไงล่ะ"
"ปล่อยมันไปเถอะ ถือเสียว่าให้โอกาสมันได้ฝึกฝนก็แล้วกัน"
ทางด้านฉีถงเหว่ย หลังจากเปลี่ยนมาใส่ชุดปฏิบัติการพิเศษแล้ว เขาก็เดินอาดๆ ไปทั่วป่าอย่างสบายใจเฉิบ
แต่เขาก็ยังไม่พบทหารรบพิเศษคนอื่นเลย
เพราะทหารรบพิเศษผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ทักษะการพรางตัวและการซ่อนเร้นจึงเหนือชั้นกว่าคนทั่วไปมากนัก
แม้ฉีถงเหว่ยจะเคยเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดมาปีกว่า แต่ในเรื่องการสอดแนม เขาก็ยังถือว่าเป็นแค่ไก่อ่อนตัวหนึ่ง
นี่แหละคือเหตุผลที่เขาต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดปฏิบัติการพิเศษ
เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทหารรบพิเศษที่ซุ่มซ่อนอยู่ลอบโจมตี จนไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
ขณะที่ฉีถงเหว่ยกำลังหงุดหงิดที่ยังหาตัวทหารรบพิเศษไม่เจอ จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังลอดออกมาจากพงหญ้า
"เฮ้ สหาย นายอยู่หน่วยไหนน่ะ ทำไมฉันไม่เคยหน้าเลย"
ฉีถงเหว่ยเพ่งมองไปตามเสียง ถึงได้เห็นทหารรบพิเศษในชุดลายพรางนายหนึ่งกำลังหมอบซุ่มอยู่ในกอหญ้า
ถ้าอีกฝ่ายไม่ชะโงกหน้าขึ้นมา ฉีถงเหว่ยคงไม่มีทางสังเกตเห็นแน่ๆ
ฉีถงเหว่ยไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันถูกส่งตัวมาจากกองร้อยปฏิบัติการพิเศษให้มาช่วยงานน่ะ"
กองพลรบพิเศษเขี้ยวหมาป่ามีกำลังพลกว่าพันนาย เทียบเท่ากับขนาดของหนึ่งกรมทหาร
นอกจากหน่วยจู่โจมเคลื่อนที่เร็วไม่กี่หน่วยแล้ว ยังมีกองร้อยปฏิบัติการพิเศษอีกกว่าสิบกองร้อยที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการทำสงครามเต็มรูปแบบ
เมื่อได้ยินฉีถงเหว่ยตอบเช่นนั้น ทหารนายนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะฉันถึงไม่คุ้นหน้านายเลย"
ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่สงสัย
ในการคัดเลือกครั้งก่อนๆ เนื่องจากกำลังพลของหน่วยจู่โจมไม่เพียงพอ จึงต้องขอยืมตัวทหารจากกองร้อยปฏิบัติการพิเศษมาช่วยงานอยู่เสมอ
และโดยปกติแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันฝึกฝนและใช้ชีวิตต่างหาก ปีหนึ่งๆ แทบจะไม่ได้เจอกันเลย
ยิ่งตอนนี้ต่างฝ่ายต่างทาสีพรางหน้า การจะจำกันไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ
และเขาก็ยิ่งไม่คิดไปไกลว่าฉีถงเหว่ยจะเป็นไก่อ่อนที่ปลอมตัวมา
เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีไก่อ่อนคนไหนสามารถจัดการทหารรบพิเศษจนหมอบ แล้วขโมยชุดมาใส่เดินเพ่นพ่านได้แบบนี้
จะมีไก่อ่อนที่เก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ
เขาไม่มีทางเชื่อหรอก
"นายจับไก่อ่อนได้กี่ตัวแล้ว" ทหารนายนั้นเอ่ยถาม
ฉีถงเหว่ยตอบ "ได้ตัวเดียวเอง แล้วนายล่ะสหายรุ่นพี่"
ทหารนายนั้นลุกขึ้นยืนพลางหัวเราะ "ฉันโชคดีกว่านายหน่อย ดักซุ่มจับได้สามตัวแล้ว"
"ไก่อ่อนพวกนี้ทักษะการสอดแนมห่วยแตกมาก เดินมาถึงตรงหน้ายังไม่รู้ตัวเลย ฉันก็เลยรวบตัวมาได้อย่างง่ายดาย"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉีถงเหว่ยก็แอบโล่งใจที่ตัวเองเปลี่ยนมาใส่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ไม่อย่างนั้นก็คงโดนหมอนี่ดักซุ่มโจมตีเข้าให้เหมือนกัน
"แล้วนี่นายจะซุ่มรอเหยื่อต่อ หรือว่าจะไปตระเวนหาพวกไก่อ่อนด้วยกันกับฉันล่ะ" ฉีถงเหว่ยลองหยั่งเชิงดู
ทหารนายนั้นตอบ "ไปด้วยกันเถอะ แถวนี้น่าจะไม่มีไก่อ่อนหลงเข้ามาแล้วล่ะ"
"รีบจับให้หมด จะได้รีบเลิกงานเสียที"
พูดจบเขาก็โบกมือเรียก "ไปเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปจับไก่อ่อนเอง ฉันมีประสบการณ์เยอะ"
"รับทราบครับ ขอบคุณครับสหายรุ่นพี่"
ฉีถงเหว่ยแสร้งทำเป็นดีใจและเอ่ยรับคำอย่างว่าง่าย
แต่พอลับหลังทหารนายนั้น ฉีถงเหว่ยก็พุ่งตัวเข้าไปประชิด คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขน แล้วกดไหล่อีกฝ่ายลงอย่างแรง "ขอโทษทีนะสหายรุ่นพี่ นายถูกจับแล้ว"
ทหารนายนั้นรู้ตัวทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "แกเป็นไก่อ่อนงั้นหรือ"
ฉีถงเหว่ยหัวเราะหึหึ "ก็ต้องโทษที่พวกนายประมาทและดูถูกไก่อ่อนอย่างพวกเราเกินไป"
ทหารรบพิเศษแค่นเสียงเย็นชา "คิดว่าแกคนเดียวจะจับฉันได้งั้นหรือ"
พูดจบ เขาก็เตรียมจะออกแรงสะบัดให้หลุด
แต่ทันทีที่เขาขยับตัว ฉีถงเหว่ยก็กดไหล่เขาลงอย่างแรงพร้อมกับกระชากแขน
พริบตาเดียว เขาก็รู้สึกราวกับมีหินก้อนมหึมากดทับลงมาที่ไหล่ เข่าขวาอ่อนยวบจนต้องทรุดลงไปกองกับพื้น
ส่วนท่อนแขนก็ถูกล็อกแน่นจนขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"บ้าเอ๊ย ทำไมแกถึงแรงเยอะขนาดนี้"
ทหารรบพิเศษสบถออกมาด้วยความเจ็บใจ
ฉีถงเหว่ยยิ้มกริ่ม "ไม่อย่างนั้นนายคิดว่าทำไมฉันถึงกล้าเดินอาดๆ อยู่แถวนี้ล่ะ"
พูดจบ ฉีถงเหว่ยก็ไม่รอช้า เขากดร่างอีกฝ่ายลงกับพื้น ใช้หัวเข่าทับท่อนแขนและแผ่นหลังไว้ ก่อนจะดึงสายสะพายเป้ออกมามัดตัวทหารนายนั้นไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อมองดูแผ่นหลังของฉีถงเหว่ยที่เดินจากไป ทหารรบพิเศษนายนั้นก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้ไก่อ่อน ฝากไว้ก่อนเถอะ คอยดูนะว่ารอบหน้าฉันจะเอาคืนแกให้สาสมเลย"
[จบแล้ว]