เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ทั้งเสียดายและเสียใจ

บทที่ 15 ทั้งเสียดายและเสียใจ

บทที่ 15 ทั้งเสียดายและเสียใจ


บทที่ 15 ทั้งเสียดายและเสียใจ

แม้ว่าบุตรชายจะร้องไห้งอแงอย่างหนัก แต่หญิงสาวหน้ากลมก็ไม่มีความตั้งใจจะซื้อบะหมี่ต่อจากเพื่อนบ้านผู้นี้

เธอปลอบโยนลูกทั้งสองคน แล้วออกไปซื้อถุงผ้าขนาดใหญ่ที่ตลาด จากนั้นจึงรีบไปยังโรงแรมเซียนหยวน เพื่อจะไปซื้อบะหมี่จำนวนมากกลับมา

แต่ปรากฏว่าด้านหน้าโรงแรมเซียนหยวน เธอเห็นชายห้าคนกำลังขนของที่ซื้อมาจากตู้ขายสินค้าอัตโนมัติขึ้นเกวียน ซึ่งพวกเขาทำงานอย่างขะมักเขม้นจนเหงื่อท่วมตัว

เธอจำได้ว่า ชายที่คอยควบคุมงานอยู่คือเถ้าแก่โรงเตี๊ยมตระกูลหมิง

หญิงสาวหน้ากลมจึงหยุดยืนอยู่ห่าง ๆ ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา เธอรอคอยอย่างอดทน โดยไม่กล้าเข้าไปใกล้

อย่าได้คิดดูถูกเพียงเพราะเป็นโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ใครบ้างในเมืองแห่งนี้ที่ไม่รู้ว่าตระกูลเบื้องหลังโรงเตี๊ยมทรงอิทธิพลแค่ไหน?

นอกจากนี้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหมิงยังมีฝีมือไม่ธรรมดา และมีลูกน้องที่เก่งกาจอีกหลายคน ว่ากันว่ามีคนมากมายแล้วที่เคยถูกสั่งสอนหลังจากไปก่อเรื่อง

สามีของเธอเป็นเพียงตำรวจธรรมดา ถึงแม้จะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็จัดการได้แค่เรื่องทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถไปรุกรานเหล่าจอมยุทธเช่นนี้ได้

โดยทั่วไปแล้ว คดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภพ มักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยสืบสวนลับที่จะเข้าไปจัดการ

สามีของเธออยากเข้าร่วมหน่วยสืบสวนลับมาโดยตลอด ทว่าเขาไม่เคยผ่านการทดสอบเลย

แต่ก็ดีแล้วล่ะ พวกคนในยุทธภพที่ชอบทะเลาะวิวาทจะควบคุมได้ง่ายดายได้อย่างไร?  ตราบใดที่เธอยังคงรักษาสภาพที่เป็นอยู่ อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นม่ายกะทันหัน

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหมิงทานเยลลี่รวมมิตรหมดแล้ว จึงหยิบโยเกิร์ตลูกพีชเย็น ๆ มาทานต่อ

ถ้วยโยเกิร์ตในมือของเขาเย็นมาก ในฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ มันให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

เขาตักโยเกิร์ตผสมเนื้อผลไม้หนึ่งช้อนใส่เข้าปาก อันดับแรกที่ได้ลิ้มรสคือรสชาติของเนื้อลูกพีช เนื้อผลไม้ไม่กรอบเหมือนผลไม้สด แต่กลับนุ่มเมื่อเคี้ยว รสหวานหอมอบอวลอยู่ในปาก เมื่อทานคู่กับโยเกิร์ตหวานอมเปรี้ยวแล้ว ยิ่งทำให้อยากทานเพิ่มขึ้นไปอีก

ถ้วยโยเกิร์ตมีขนาดไม่ใหญ่นัก เขาตักทานไปเพียงไม่กี่ช้อนก็หมดถ้วยแล้ว จนรู้สึกว่ายังไม่หนำใจ

ถ้วยเล็กนิดเดียว ไม่พอทานเลย เขารู้สึกว่าสามารถทานได้อีกหลายถ้วย!

การมาครั้งนี้คุ้มค่ามาก โชคดีที่เขามาถึงก่อนที่สินค้าจะจำกัดการซื้อ และยังได้รับคำแนะนำจากเถ้าแก่ในนาทีสุดท้าย ทำให้สามารถซื้อสินค้าเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากทานโยเกิร์ตลูกพีชหมดถ้วย เขาเอื้อมไปหยิบโยเกิร์ตลูกพีชอีกถ้วยหนึ่งมาทานต่อทันที

หลังจากทานโยเกิร์ตเสร็จ เขาก็ทานล่าเถียวรสเผ็ด จากนั้นทานมันฝรั่งทอด และตามด้วยโค้กเย็น ๆ… เขากินและดื่มต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด

ยิ่งลูกน้องห้าคนขนของนานเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งได้ทานของอร่อยได้นานขึ้นเท่านั้น

หญิงสาวหน้ากลมมองจากระยะไกลอย่างอิจฉา เมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อย หน้าตาเต็มไปด้วยความสุข เธออดไม่ได้ที่จะอยากลิ้มลองบ้าง

เธอรอคอยอย่างทรมานเป็นเวลานาน จนกระทั่งลูกน้องของอีกฝ่ายขนของเสร็จ

โดยไม่คาดคิด ขณะที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหมิงกำลังดื่มโค้กเย็น ๆ พร้อมกับทานมันฝรั่งทอดกรอบ ๆ อย่างเพลิดเพลิน เขาพลันเงยหน้าขึ้นมาออกคำสั่งว่า “ขนเสร็จแล้วเหรอ? เช่นนั้นพวกเจ้าไปซื้อกันใหม่ทีละคน ซื้อทุกอย่างให้ครบจำนวนที่ซื้อได้”

หลังจากลูกน้องได้รับคำสั่ง พวกเขาจึงเดินไปที่ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ แล้วเข้าแถวเพื่อซื้อของกันต่อ

หญิงสาวหน้ากลมรู้สึกท้อใจ

เธอจะต้องรออีกนานแค่ไหน?

แสงแดดอันร้อนแรงส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ และเธอก็รู้สึกคันยิบ ๆ เหมือนมีแมลงคลานอยู่บนใบหน้า ทั้งเส้นผมและเสื้อผ้าตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

หากไม่ใช่เพราะลูกชายเอาแต่ร้องไห้และยืนกรานที่จะกินบะหมี่ เธอคงล้มเลิกความคิดไปแล้ว

ลูกน้องคนแรกยังไม่ได้เริ่มซื้อของ ก็หันมาถามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมว่า “เถ้าแก่ขอรับ บะหมี่สำเร็จรูป หม้อไฟสำเร็จรูป และมันฝรั่งทอด พวกมันซื้อได้อย่างละสามชิ้นเท่านั้น ท่านจะให้ซื้อแบบไหนบ้าง?”

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหมิงตกใจ “เจ้าเลือกเอาเลย”

หญิงสาวหน้ากลมก็ตกใจเช่นกัน ซื้อได้แค่สามชิ้น? หมายความว่ายังไง?

ชายคนแรกซื้อของเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาขนของที่ซื้อกลับออกมา จากนั้นคนที่สองก็เริ่มทำการซื้อ

หญิงสาวหน้ากลมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอจึงรอกระทั่งคนทั้งห้าซื้อของเสร็จและขับเกวียนออกไป แล้วรีบวิ่งเข้าไปในโรงแรม

เมื่อมาถึงตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ เธอก็ได้รับข้อมูลประกาศกฎใหม่ที่ว่า แต่ละคนสามารถซื้อสินค้าชนิดเดียวกันได้วันละไม่เกินสามชิ้น

หญิงสาวหน้ากลม “!!!”

เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอคงจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาด้วยตั้งแต่แรก

แต่พอคิดอีกที เธอก็เข้าใจเหตุผลของเถ้าแก่โรงแรม

เธอเดาว่า อาจเป็นเพราะมีคนคิดไม่ดีเหมือนหญิงสาวหน้ารูปไข่อยู่มากมาย เถ้าแก่จึงต้องจำกัดจำนวนการซื้อของแต่ละคน

เถ้าแก่โรงแรมคงไม่ชอบคนที่คิดจะหาผลประโยชน์แบบหญิงสาวหน้ารูปไข่แน่ ๆ

แม้จะตั้งราคาถูกขนาดนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ใครมาซื้อไปขายต่อเพื่อหวังผลกำไรเสียหน่อย?

อย่างไรเสียบ้านเธอก็อยู่ใกล้ ๆ แค่นี้ วันหลังค่อยพาคนในบ้านมาซื้อก็ยังได้

นอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว เธอก็เลือกซื้ออย่างอื่นอีกสามชิ้น

หลังจากนำของที่ซื้อใส่ถุงและหันหลังกลับ เธอพลันเห็นชายสามคนเดินตรงมาจากระยะไกล ซึ่งนำมาโดยเด็กหนุ่มหน้าตาดี

นี่มัน… นี่มันบุตรชายคนเดียวของท่านหมอกัวจากหมู่บ้านการแพทย์ไม่ใช่หรือ? ดูเหมือนเขาจะมีนามว่ากัวอี้ถัง เขามักเดินเที่ยวเล่นในเมืองบ่อย ๆ ทำให้คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี

แต่หากเทียบกับท่านหมอกัวผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว กัวอี้ถังถือเป็นคนธรรมดาสามัญ เขาชอบพาลูกน้องสองคนออกมาเที่ยวเล่น โดยไม่ค่อยสนใจเรียนรู้วรยุทธ์หรือการแพทย์อย่างจริงจัง

โชคดีที่เขาไม่ได้มีนิสัยเสียอะไรมากนัก แค่ชอบกินชอบเที่ยวเป็นพิเศษ

หญิงสาวหน้ากลมตกใจเล็กน้อย เธอฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงก้มหน้างุดพร้อมวิ่งออกจากโรงแรมไปทางประตูเมืองอย่างรวดเร็ว

เขาคงตั้งใจมาที่โรงแรมนี้เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าโรงแรมจำกัดการซื้อ เขาจะมาแย่งซื้อของจากเธอด้วยหรือเปล่า?

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปล้น เธอจึงรีบวิ่งหนีไปก่อนที่เขาจะมาถึง

กัวอี้ถัง “…”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกคนอื่นหลบเลี่ยงเสมือนเจออสรพิษ นี่… ช่างน่างุนงงจริง ๆ

เหตุใดจึงต้องรีบวิ่งหนีไปเช่นนั้น?

เขาประพฤติตนดีมาโดยตลอด และไม่เคยไปล่วงเกินสตรีนางใดมาก่อน ถึงแม้จะอยากจะทำแบบนั้น เขาก็ไม่คิดทำกับหญิงสาวอายุมากกว่า สตรีผู้นั้นช่างไม่รู้จักประมาณตนเอาเสียเลย

กัวอี้ถังส่ายหัว แล้วเดินไปยังตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ

ความจริงเขาไม่ได้อยากกลับมาเร็วขนาดนี้ แต่มันเป็นความผิดของพ่อแม่ผู้ใจร้ายของเขาเอง ที่ตั้งใจกลั่นแกล้งมานั่งกินอาหารกลิ่นหอมเย้ายวนตรงหน้า โดยไม่แบ่งให้เขากินสักคำ!

ที่แย่ที่สุดคือ เช้าวันนี้ พ่อของเขาเพิ่งแสดงท่าทีดูถูกและบอกให้เขาล้มเลิกความคิดเรื่องอาหารอร่อยในโรงแรม แต่พอหันหลัง พ่อของเขากลับย่องไปกินที่โรงแรมเซียนหยวนคนเดียว ไม่ได้นึกถึงลูกชายตัวเองเลย

ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ เขาก็ยังไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารอร่อยที่ถูกกล่าวขานว่าดีที่สุดในโลก

เขาทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ และอยากจะตบหน้าตัวเองซ้ำ ๆ

ก่อนหน้านี้เขามัวลังเลเรื่องอะไรอยู่? พ่อของเขาพูดถูกแล้ว เถ้าแก่มีวิชาเก่งกล้า แล้วจะมาทำร้ายคนธรรมดาอย่างเขาทำไมกัน?

กัวอี้ถังเดินเข้าไปใกล้ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ แล้วก็ต้องชะงักไป

แต่ละคนซื้อสินค้าชนิดเดียวกันได้วันละแค่สามชิ้นเองเหรอ?

แต่เมื่อกี้ เขาเพิ่งเจอคนจากโรงเตี๊ยมตระกูลหมิงที่เห็นแก่ตัวขนของกลับไปหลายเกวียนเลยนะ

ตอนที่ชายผู้เห็นแก่ตัวคนนั้นเห็นเขา ยังพูดติดตลกว่า “อ้าว คุณชายกัว จะไปโรงแรมนั้นเหมือนกันหรือขอรับ? บังเอิญที่ร้านข้าเพิ่งมีสินค้าเข้าใหม่มากมาย เชิญแวะมาที่ร้านได้นะขอรับ”

ตอนนั้นเขาตอบกลับไปด้วยความดูถูกว่า “ไร้สาระ คิดว่าข้าโง่เขลาหรือ? จะปล่อยให้เจ้ามาคดโกงได้อย่างไร?”

หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด ชายผู้เห็นแก่ตัวไม่ได้ปฏิเสธ แต่เพียงยิ้มอย่างลึกลับโดยไม่พูดอะไรสักคำ

แต่ตอนนี้ กัวอี้ถังเข้าใจความหมายในรอยยิ้มนั้นแล้ว

เกรงว่า พ่อค้าไร้ยางอายคนนั้นคงจะรู้เรื่องที่โรงแรมจำกัดการซื้อของก่อนแล้ว และเป็นสาเหตุที่พูดคำดังกล่าวออกมา

กัวอี้ถังแทบอยากกระอักเลือดออกมาเสียเดี๋ยวนี้

เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองตอนนั้นเสียจริง ๆ

หรือนี่จะเป็นกรรมตามสนอง?

แม้จะมีโอกาสเข้าห้องพักที่กล่าวกันว่ามีมนต์ขลังอย่างยิ่ง แต่เขากลับพลาดโอกาสนั้นไปเพราะความลังเลใจ

และทั้ง ๆ ที่มีโอกาสจะซื้ออาหารอร่อยจำนวนมากในคราวเดียว แต่สุดท้ายก็พลาดโอกาสเพราะความลังเลใจ

เขาต้องพลาดโอกาสดี ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนโลกนี้จะมีใครโง่เขลาไปกว่าเขาอีกไหมนะ?

ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เขาซื้ออาหารอันโอชะอย่างละสามชิ้นที่สามารถซื้อได้ และใส่พวกมันลงในถุงผ้าที่พกติดตัวมาโดยเฉพาะ

เขาไม่กล้ามีอคติกับอาหารมังสวิรัติอีกต่อไป ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ตอนนี้เขาจะซื้อมาให้หมดทุกอย่าง

หลังจากซื้อเสร็จ เขาก็ยัดถุงผ้าไปให้ผู้ติดตาม แล้วสั่งให้พวกเขาซื้อต่อ ขณะที่ตัวเองเดินเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรมเซียนหยวน

แต่ปรากฏว่าภายในล็อบบี้ของโรงแรมมีคนจำนวนมากมารวมตัวกัน เถ้าแก่โรงแรมและคนเหล่านั้นกำลังเดินไปที่ประตูบานหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าโรงแรมพอดี

กัวอี้ถังรีบเดินเข้าไปหาแล้วร้องเรียก “เถ้าแก่ขอรับ!” แล้วหันไปมององค์ชายไป๋ฮ่าวเกอ หลังจากลังเลเล็กน้อย เขาก็พูดทักทายว่า “ท่านพี่ไป๋”

องค์ชายไป๋ฮ่าวเกอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบยิ้ม ๆ ว่า “เรากำลังจะไปเยี่ยมชมลานบ้านด้านหลัง เจ้าอยากมาด้วยกันหรือไม่?”

ในขณะนี้ ยกเว้นว่านเทียนซิงแขกที่พักห้อง 204 ซึ่งยังไม่กลับมาจากข้างนอก แขกทุกคนจากห้อง 202 และ 203 ต่างได้รับเชิญจากเฟิงหยวนหนิงให้ไปสัมผัสประสบการณ์ในลานบ้านของโรงแรมด้วยกัน

กัวอี้ถังตาเป็นประกาย “อยากขอรับ ไปแน่นอน”

ล็อบบี้ของโรงแรมยังหรูหราอลังการขนาดนี้ แล้วนับประสาอะไรกับลานบ้านด้านหลังสำหรับชมวิวทิวทัศน์? มันคงจะสวยงามดั่งแดนสวรรค์เลยใช่ไหม?

เฟิงหยวนหนิงเปิดหน้าจอแสดงผลเสมือนจริงของระบบขึ้นมาดู

เงื่อนไขการอัปเกรดโรงแรม: รับรองแขกทั้งหมด 30/50 คน และทำภารกิจให้สำเร็จ 3/3 ภารกิจ

โอ้ เหลืออีกแค่ 20 คนที่จะครบตามเงื่อนไขแล้ว

เธอรู้สึกดีใจมาก

หลังจากที่บังคับใช้มาตรการจำกัดการซื้อ จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็เพิ่มขึ้นถึง 8 คนเลยทีเดียว ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดจริง ๆ

แม้ว่าจะไม่ได้บังคับใช้มาตรการจำกัดการซื้อตั้งแต่แรก ทำให้เธอล่าช้าไปบ้างในการทำภารกิจที่สอง แต่เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อของปริมาณมาก ทำให้การเผยแพร่ข่าวสารก็เป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ถ้ามีคนได้ลองใช้สินค้าของโรงแรมมากขึ้น และชื่อเสียงของโรงแรมค่อย ๆ แพร่กระจายออกไป ก็จะสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ดีและแข็งแกร่งได้

เธอแค่รอให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ขยายออกไปเหมือนก้อนหิมะก็พอ

เฟิงหยวนหนิงปิดหน้าจอระบบ แล้วกระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะบอกกับกัวอี้ถังว่า “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ตามกฎของทางโรงแรม ลานบ้านด้านหลังเปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าที่เข้าพักเท่านั้น และต้องใช้บัตรเข้าห้องพักของตัวเองในการเข้า”

ไม่ใช่ว่าเธอมีอคติกับกัวอี้ถัง แต่ประตูกระจกที่นำไปสู่ลานบ้านมีข้อจำกัดอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือต้องใช้บัตรเข้าห้องพักในการเข้าเท่านั้น

ลานบ้านธีม “สวนน้ำพุ” เปิดให้บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่เข้าพัก ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าพักโดยเฉพาะ

ในความจริง เพื่อที่จะปลดล็อกธีมใหม่ของลานบ้านได้เร็วขึ้น เธอต้องการให้คนภายนอกเข้ามาเที่ยวชมลานบ้านด้วยซ้ำ ทว่าด้วยข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ แล้วเธอจะทำอะไรได้?

“!!!” กัวอี้ถังรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางศีรษะ

เขาทั้งเสียดายและเสียใจมาก จนอยากจะย้อนเวลาไปตบหน้าตัวเองในอดีต

ทั้ง ๆ ที่เขามีโอกาสจะเข้าพักในโรงแรมนี้ตั้งแต่แรก เหตุใดเล่าจึงไม่คว้าโอกาสนั้นไว้?

ซ่งอวี้หลวนมองกัวอี้ถังด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าจำเจ้าได้ เจ้าเป็นคนแรกที่เข้าไปคุยกับเถ้าแก่ไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดตอนนั้นเจ้าถึงไม่เข้ามาพักล่ะ?”

เธอได้ยินแขกจากห้อง 202 เรียกเฟิงหยวนหนิงแบบนี้ จึงตัดสินใจจะเรียกแบบเดียวกัน เนื่องจากมันฟังดูเป็นเอกลักษณ์และให้เกียรติมากกว่า

**ตอนแรกซ่งอวี้หลวนเรียกเฟิงหยวนหนิงว่าเหลาป่าน(老板) ส่วนตอนนี้เรียกว่าเตี้ยนจู่(店主)ซึ่งแปลว่าเถ้าแก่หรือเจ้าของร้านได้เช่นกัน**

การเรียกว่านางว่าเถ้าแก่(เหลาป่าน)อาจดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะจะไปเรียกคนสูงส่งเช่นนี้ด้วยคำเรียกทางโลกได้อย่างไร?

กัวอี้ถัง “…”

พี่สาว จะกระทำสิ่งใดก็ควรมีมนุษยธรรมบ้าง อย่าเที่ยวมาทำร้ายจิตใจคนอื่นขนาดนั้นสิ!

จบบทที่ บทที่ 15 ทั้งเสียดายและเสียใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว