- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 396 บุรุษชุดม่วง
ตอนที่ 396 บุรุษชุดม่วง
ตอนที่ 396 บุรุษชุดม่วง
เสิ่นเยียนมองดูเสิ่นเทียนเฮ่า จู่ ๆ ลางสังหรณ์ใจคอไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในใจ นางนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้กะทันหัน นั่นก็คือความแข็งแกร่งของท่านพ่อ
รากฐานของท่านพ่อได้รับความเสียหายจนความแข็งแกร่งลดทอนลงไปมากแล้วไม่ใช่หรือ?
เหตุใดจู่ ๆ ตอนนี้ถึงได้แข็งแกร่งขึ้นมาเช่นนี้?
ยามนี้ กระบี่เทพหลิงหวงที่ร่วงหล่นลงบนพื้นได้กลับมาอยู่ข้างกายเสิ่นเยียนอีกครั้ง
ดวงตาของเสิ่นเยียนหดเกร็ง มองดูกระบี่เทพหลิงหวงที่ลอยอยู่เบื้องหน้า นางยื่นมือออกไปจับด้ามกระบี่ และรับรู้ถึงข้อความที่กระบี่เทพหลิงหวงสื่อออกมาอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่ท่านพ่อจะมอบกระบี่เทพหลิงหวงให้นาง เขาได้หลอมรวมเลือดจากหัวใจของตนเองหนึ่งหยดเข้าไปในกระบี่ ดังนั้น กระบี่เทพหลิงหวงจึงสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังท่านพ่อได้
เสิ่นเยียนใจกระตุกวูบ นางช้อนตามองเสิ่นเทียนเฮ่า เห็นเพียงเขาพุ่งทะยานร่างขึ้นไป เหยียบย่ำอยู่กลางความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองจงยวี่
"ข้าคือเสิ่นเทียนเหมิน เซี่ยโห่วตวนประมุขสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนถูกข้าสังหารแล้ว สมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนสูญสิ้นอำนาจ หากคนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนไม่มีความตั้งใจที่จะยอมจำนน เช่นนั้นก็ฆ่าทิ้งให้หมด—"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนทั่วทั้งเมืองจงยวี่ก็ตกตะลึงไปในทันที
เสิ่นเทียนเหมินในตำนานผู้นั้นกลับมาแล้ว?!
ประมุขสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนเซี่ยโห่วตวนถูกสังหารแล้ว?!
ผู้คนของเทียนเหมินและจ้วนเซิงเทียนต่างมีสีหน้ายินดีปรีดา ในขณะที่ผู้คนจากป้อมศักดิ์สิทธิ์ ป้อมซานชิง และสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนล้วนมีสีหน้าแปรเปลี่ยนยากจะคาดเดา
ผู้คนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนขวัญกำลังใจตกต่ำลงในพริบตา ซ้ำยังมีสถานการณ์ที่มีคนยอมจำนนด้วยตนเองเกิดขึ้นอีกด้วย
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงอันเกรี้ยวกราดของเซี่ยโห่วฟู่เวยผู้เป็นบรรพชนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนก็ดังก้องไปทั่วเมืองจงยวี่
"ไม่อนุญาตให้ยอมจำนน! ตาเฒ่าผู้นี้ยังไม่ตาย!"
"คือท่านบรรพชน!"
คนของสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนได้ยินคำพูดนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย
"ท่านบรรพชนยังอยู่!"
"แต่พวกเราจะสู้กับเสิ่นเทียนเหมินได้อย่างไร?"
"เสิ่นเทียนเหมินมีท่านบรรพชนรับมือ พวกเราจะกลัวอะไร?"
"สมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนยังไม่ล่มสลาย ฆ่ามันให้ข้า—"
ในเวลานี้ เสิ่นเทียนเฮ่ามองไปทางเซี่ยโห่วฟู่เวย สายตาของทั้งสองปะทะกัน แน่นอนว่าเต็มไปด้วยความเป็นศัตรู
เซี่ยโห่วฟู่เวยหรี่ตาทั้งสองข้าง ประกายแสงวาบขึ้นในแววตา น้ำเสียงเฉียบขาด
"เสิ่นเทียนเหมิน หากเจ้าสามารถทำลายสมาพันธ์ใหญ่กุยหยวนได้ ไฉนต้องทำเรื่องวุ่นวาย ป่าวประกาศเรื่องที่ตวนเอ๋อร์ถูกเจ้าสังหารให้ผู้คนรับรู้ ที่ทำไปก็เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของฝ่ายข้า เกรงว่าเจ้าคงจะไร้กำลังฮึดสู้แล้วกระมัง?"
แววตาของเสิ่นเทียนเฮ่าเย็นเยียบ เขาพุ่งเข้าโจมตีไปทางเซี่ยโห่วฟู่เวยทันที
ส่วนซานฉีผู้ก่อตั้งองค์กรซานทงมองเสิ่นเทียนเฮ่าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาสามารถรับรู้ได้อย่างเฉียบแหลมว่า กลิ่นอายพลังของเสิ่นเทียนเฮ่านั้นปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับมีผลกระทบตามมาหลังจากที่ฝืนทนจนเกินขีดจำกัด
กระบวนท่ากระบี่ของเสิ่นเทียนเฮ่าแฝงไปด้วยจิตสังหาร เขาฟาดฟันเข้าใส่เซี่ยโห่วฟู่เวยอย่างดุดัน
กระบี่ทั้งสองปะทะกัน
เกิดเป็นเสียงเสียดแก้วหูดังก้องไปในอากาศ
เสิ่นเทียนเฮ่าฟันลงมาอย่างแรง เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้น กระบี่ยาวในมือของเซี่ยโห่วฟู่เวยถูกกระแทกจนปริร้าว ทำให้สีหน้าของเซี่ยโห่วฟู่เวยแปรเปลี่ยนไป
และยังไม่ทันที่เซี่ยโห่วฟู่เวยจะได้ตอบสนอง เขาก็ถูกเสิ่นเทียนเฮ่าตวัดกระบี่ฟันจนกระเด็น ทิ้งบาดแผลลึกและยาวไว้บนหน้าอก
ซานฉีควบคุมเส้นด้ายวิญญาณพุ่งเข้าโจมตีเซี่ยโห่วฟู่เวย
สีหน้าของเซี่ยโห่วฟู่เวยดูไม่ได้อย่างยิ่ง ริมฝีปากซีดเผือด เขาซัดฝ่ามือกระแทกเส้นด้ายวิญญาณจนแตกซ่าน จากนั้นก็พลิกมือใช้กระบี่ต้านทานกระบวนท่ากระบี่อันดุดันเหลือคณาของเสิ่นเทียนเฮ่า!
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของเซี่ยโห่วฟู่เวย ร่างของเขาถูกฟันกระเด็นไปตกอยู่ในซากปรักหักพังของกำแพงเมือง และข้อเท้าซ้ายของเขาก็ถูกเส้นด้ายวิญญาณตัดขาด เลือดสด ๆ ไหลทะลัก!
เสิ่นเทียนเฮ่ากวาดกระบี่ไปทางเขาทันที คมกระบี่ขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ เสียง 'ตูม' ดังสนั่น ทว่ากลับเห็นเซี่ยโห่วฟู่เวยหลบพ้นไปได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
ในเวลาเดียวกัน เส้นด้ายวิญญาณก็พุ่งเข้าโอบล้อมเซี่ยโห่วฟู่เวยหมายจะสังหาร
เพื่อรักษาชีวิต เซี่ยโห่วฟู่เวยจึงนำสิ่งประดิษฐ์เทพป้องกันหลายชิ้นที่หาได้ยากในโลกออกมา
ชั่วขณะหนึ่ง เส้นด้ายวิญญาณไม่สามารถทะลวงทำลายสิ่งประดิษฐ์เทพป้องกันที่เซี่ยโห่วฟู่เวยควบคุมอยู่ได้
เมื่อเสิ่นเทียนเฮ่าเห็นเช่นนั้น ก็คิดจะพุ่งเข้าไปสังหารเซี่ยโห่วฟู่เวย ทว่าจู่ ๆ ร่างกายของเขาก็ชะงักงัน กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ เขาพยายามข่มมันเอาไว้ ไม่ยอมให้ใครเห็นพิรุธแม้แต่น้อย
แต่เสิ่นเยียนที่อยู่เบื้องล่าง กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเสิ่นเทียนเฮ่าอย่างเฉียบไว
นางใจหายวาบ
นางมองไปทางสัตว์อสูรอัญเชิญของท่านพ่อ แม้ว่าพวกมันยังคงอยู่ ทว่ากลิ่นอายพลังกำลังอ่อนลงอย่างรวดเร็ว ยกเว้น
อสูรบรรพกาลชิงเหยียน
สายตาของชิงเหยียนมองไปทางเสิ่นเทียนเฮ่า นัยน์ตาของสัตว์อสูรแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
เสิ่นเยียนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ นางกำกระบี่เทพหลิงหวงในมือแน่น ค่อย ๆ ดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของอวี๋ฉางอิงที่ประคองนางไว้
เมื่อพวกอวี๋ฉางอิงเห็นดังนั้น จึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
"เกิดอะไรขึ้น?"
เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นมองเห็นท่านพ่อของตนกำลังออกกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง หมายจะทำลายสิ่งประดิษฐ์เทพป้องกันของเซี่ยโห่วฟู่เวย ทว่าพลังของเขากลับอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
จุดนี้ ไม่เพียงแค่ซานฉีที่มองออก แม้แต่คณบดีสวี่เจ๋อกับคนอื่น ๆ ก็มองออกเช่นกัน
เสิ่นเทียนเหมินกำลังฝืนทน
หรือว่าเขามีอาการบาดเจ็บแอบแฝง?
หากไม่ใช่อาการบาดเจ็บแอบแฝง เช่นนั้นด้วยความแข็งแกร่งดั้งเดิมของเขา ย่อมเพียงพอที่จะทะลวงสิ่งประดิษฐ์เทพป้องกัน และสังหารเซี่ยโห่วฟู่เวยได้แล้ว
เซี่ยโห่วฟู่เวยเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มของเขายิ่งมายิ่งลึกล้ำ ตอนนี้ก็ต้องมาดูกันว่าใครจะยืนหยัดได้ถึงท้ายที่สุด!
ทว่าในตอนนั้นเอง อสูรบรรพกาลชิงเหยียนก็กางปีกโผบินมาอยู่ข้างกายเสิ่นเทียนเฮ่า แล้วพ่นเปลวเพลิงแผดเผาไปทางเซี่ยโห่วฟู่เวยโดยตรง
ตูม!
เสียงกึกก้องดั่งกัมปนาท รูม่านตาของเซี่ยโห่วฟู่เวยสั่นไหว สิ่งประดิษฐ์เทพป้องกันระเบิดแตกกระจายอย่างต่อเนื่อง
เป็นไปไม่ได้!
และเสิ่นเทียนเฮ่าก็อาศัยจังหวะนี้ตวัดกระบี่ คมกระบี่ขนาดมหึมากวาดม้วนออกไป
"ไม่"
เซี่ยโห่วฟู่เวยตะโกนร้องด้วยความตกใจ เขาอยากจะต้านทาน ทว่าก็สายเกินไปเสียแล้ว
เสียง 'ตูม' ดังสนั่น ร่างของเซี่ยโห่วฟู่เวยถูกฟันกระเด็นลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง เขากระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงหลายครั้ง เขาอยากจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทว่ากลับถูกกระบี่ยาวที่หลุดจากมือของเสิ่นเทียนเฮ่าพุ่งเข้าตรึงร่างติดกับพื้นดินอย่างแรง
"ไม่ ไม่..."
เขาไม่ยินยอม!
และในวินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็ถูกเส้นด้ายวิญญาณตัดขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
บรรพชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ร่วงโรยลงเช่นนี้เอง
ร่างของเสิ่นเทียนเฮ่าโอนเอน ขณะที่กำลังจะร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ อสูรบรรพกาลชิงเหยียนก็บินเข้ามารับตัวเขาไว้ได้ทัน
แม้ว่าเสิ่นเทียนเฮ่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสะกดกลั้นความผิดปกติของร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป เขากระอักเลือดสีดำออกมาคำโต
ระดับการฝึกตนของเขากำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายอ่อนแอลงถึงขีดสุด
"ท่านพ่อ!"
สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก
ทว่าในตอนนั้นเอง อสูรร้ายจูเยี่ยนที่เดิมทีถูกอสูรบรรพกาลชิงเหยียนควบคุมอยู่ จู่ ๆ ก็ระเบิดกลิ่นอายความดุร้ายอันทรงพลังออกมา กระแทกสัตว์อสูรอัญเชิญตัวอื่น ๆ ของเสิ่นเทียนเฮ่าจนกระเด็นถอยไป จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังทิศทางของเสิ่นเทียนเฮ่า
ดวงตาของชิงเหยียนเผยให้เห็นจิตสังหาร มันพ่นเปลวเพลิงแผดเผาเข้าใส่อสูรร้ายจูเยี่ยนระลอกแล้วระลอกเล่า
อสูรร้ายจูเยี่ยนที่ร่างกายอาบชุ่มไปด้วยเลือดถูกโจมตี และถูกเปลวเพลิงแผดเผาในชั่วพริบตา ในขณะที่ทุกคนคิดว่าอสูรร้ายจูเยี่ยนถูกเผาจนตายไปแล้วนั้น
เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านนอกเขตแดนของพวกกลุ่มอสูร ชั่วอึดใจเดียว เสียง 'เพล้ง' ก็ดังขึ้น เขตแดนแตกสลายลงในฉับพลัน
และเสิ่นเทียนเฮ่าที่อยู่บนหลังของชิงเหยียนก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด เขาลุกขึ้นอย่างโซเซ ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ทะยานร่างพุ่งไปทางเสิ่นเยียน
"เยียนเอ๋อร์!"
เขาตะโกนเรียกเสียงหลงปานจะขาดใจ
ทางด้านเสิ่นเยียนและพวกพ้องก็ตระหนักถึงอันตราย พวกเขาตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อต้านทาน
สีหน้าของเสิ่นเยียนแปรเปลี่ยนไป
"อูอิ่ง!"
มังกรวารีสีดำขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน พุ่งเข้ากัดกินจิตวิญญาณของอสูรร้ายจูเยี่ยน มันงับจิตวิญญาณของศัตรูไว้โดยตรง แล้วจับฟาดลงบนพื้นอย่างแรง เสียง 'ตึง' ดังสนั่น พื้นดินแตกร้าว
ทว่าอสูรร้ายจูเยี่ยนกลับตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วมาก มันชกหมัดเข้าที่หัวของมังกรวารีสีดำ
แต่อูอิ่งก็ไม่ได้คลายกรามลง ยังคงกัดจิตวิญญาณของอสูรร้ายจูเยี่ยนเอาไว้แน่น
สัตว์อสูรทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด!
อูอิ่งถูกทุบตีจนหัวแตกเลือดอาบ เจ็บปวดรวดร้าวอย่างยิ่ง มันทำได้เพียงส่งเสียงทางจิตอย่างเร่งร้อนบอกเสิ่นเยียน
"รีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า! นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะรับมือได้!"
เดิมทีอสูรร้ายจูเยี่ยนก็เป็นสัตว์ร้ายอยู่แล้ว จิตวิญญาณของมันยิ่งชั่วร้ายและทรงพลังมากยิ่งกว่า!
เสิ่นเยียนเห็นอูอิ่งได้รับบาดเจ็บ ใจของนางก็ดิ่งวูบ กระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นอีกนิด นางยังอ่อนแอเกินไปจริง ๆ
เวลานี้ เสิ่นเทียนเฮ่ารีบเข้ามาถึงข้างกายเสิ่นเยียน เขายื่นมือออกไปสวมกอดนาง น้ำเสียงของเขาสั่นเทา แฝงไปด้วยความหวาดหวั่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่
"เยียนเอ๋อร์ เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว"
เมื่อสายตาของชิงเหยียนสัมผัสกับอูอิ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ยังไม่ทันที่มันจะดึงสติกลับมาจากความตกใจ เสียงอันเกรี้ยวกราดของอูอิ่งก็ดังขึ้นในห้วงทะเลแห่งการรับรู้
"เจ้ายังไม่รีบมาอีก!"
เมื่อชิงเหยียนได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของสัตว์อสูรก็หรี่แคบลง ขณะที่กำลังจะกระโจนลงไปจัดการกับอสูรร้ายจูเยี่ยน จู่ ๆ สีตาของมันก็เปลี่ยนไป และอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเสิ่นเทียนเฮ่า
เวลานี้เสิ่นเทียนเฮ่าได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาแดงก่ำ ลมหายใจปั่นป่วน ร่างกายเย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริก แม้แต่มือที่จะจับเสิ่นเยียนก็ยังแทบไม่มีแรง
"ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไรไป?"
แววตาของเสิ่นเยียนเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกังวลในทันที นางรีบจับมือของเสิ่นเทียนเฮ่าตอบ
ยังไม่ทันที่เสิ่นเทียนเฮ่าจะตอบคำถาม อสูรร้ายจูเยี่ยนก็ซัดอูอิ่งจนกระเด็น และพุ่งโจมตีมาทางนี้
ชิงเหยียนพ่นเปลวเพลิงใส่อสูรร้ายจูเยี่ยนทันที หวังจะหยุดยั้งการโจมตีของมัน ทว่ากลับถูกหลบหลีกได้อย่างต่อเนื่อง และพุ่งตรงไปยังทิศทางของเสิ่นเทียนเหมินกับเสิ่นเยียน
เสิ่นเยียนดึงเสิ่นเทียนเฮ่ามาหลบอยู่ด้านหลังตนอย่างรวดเร็ว มือของนางกำกระบี่เทพหลิงหวงแน่น จ้องมองอสูรร้ายจูเยี่ยนด้วยแววตาเย็นชา นางไม่ถอยแต่กลับเดินหน้า เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น จึงจะทำให้ท่านพ่อหลบเลี่ยงการโจมตีของมันได้
ในชั่วพริบตานั้น นางกับไป๋เจ๋อก็ใช้วิชาอัญเชิญผสานร่าง
เด็กสาวผมขาวตวัดกระบี่ในมือ!
"เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ ทัณฑ์สวรรค์สังหาร—"
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ พวกกลุ่มอสูรหลายคนกลับเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปรับมือด้วยเช่นกัน
"ทะลวงปรโลก!"
"จตุรลักษณ์ผีดิบเขียว สังหาร!"
"เถาวัลย์กำเนิดหมื่นพฤกษา!"
"ยอมตายให้มารดาซะ!"
"แปดทิศฟ้าดินสังหาร!"
เสียงระเบิด 'ตูม' ดังสนั่น อสูรร้ายจูเยี่ยนทำลายการโจมตีทั้งหมดของพวกเขาด้วยหมัดเดียว ในขณะที่หมัดยักษ์ของมันกำลังจะร่วงหล่นลงบนร่างของพวกเขา
"เยียนเอ๋อร์!"
ชิงเหยียนได้รับคำสั่งจากเจ้านายของตน มันจึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเสิ่นเยียนอย่างรวดเร็ว ปรารถนาที่จะรับการโจมตีนี้แทนพวกเขา
ทว่าในตอนนั้นเอง จิตวิญญาณของอสูรร้ายจูเยี่ยนก็ถูกพลังอันทรงพลังที่มองไม่เห็นกระแทกลงไปในพื้นดินอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงร้องโหยหวน ดูเหมือนว่ามันกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
กลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
ทำให้ทุกคนในที่นั้นแข็งทื่อไปในทันที ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
รอบด้านตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนราวกับถูกสกัดจุดใบ้
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่กลางอากาศเหนือประตูเมือง ปรากฏบุรุษชุดม่วงผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาเหนือล้ำ ชายผู้นั้นมีกลิ่นอายอันทรงพลัง ราวกับผู้ยิ่งใหญ่ที่จุติลงมาปกครองใต้หล้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่เสิ่นเยียนโดยตรง