- หน้าแรก
- ศิษย์น้องหญิงฟาดเรียบทั้งสนาม
- บทที่ 80 โดนงูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกปอไปสิบปี
บทที่ 80 โดนงูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกปอไปสิบปี
บทที่ 80 โดนงูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกปอไปสิบปี
บทที่ 80 โดนงูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกปอไปสิบปี
วันรุ่งขึ้น เว่ยเหมี่ยวเดินทางไปที่หอเชียนจีในเขตสำนักสายนอกเพื่อสั่งทำฝักกระบี่
หอเชียนจีคือสมาคมนักหลอมอาวุธที่โด่งดังที่สุดในดินแดนหลิงกู่ มีสาขาย่อยกระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของนักหลอมอาวุธแทบจะทั้งหมดในดินแดนหลิงกู่เลยก็ว่าได้
สาเหตุที่หอเชียนจีสามารถผูกขาดวงการหลอมอาวุธได้เบ็ดเสร็จขนาดนี้ ก็เพราะความมั่งคั่งอันมหาศาลของสมาคมนั่นเอง อาชีพนักหลอมอาวุธนั้นหาได้ยากยิ่งอยู่แล้ว หอเชียนจียังทุ่มเงินทองมหาศาลเพื่อเชิญชวนเหล่ายอดฝีมือที่เร้นกายปลีกวิเวกกว่าสิบชีวิตมาร่วมงานด้วย ทำให้เงินทองกว่าครึ่งของบรรดาผู้บำเพ็ญกระบี่ในดินแดนหลิงกู่ ล้วนไหลเข้าสู่กระเป๋าของหอเชียนจีทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่ทำให้หอเชียนจีเลื่องชื่อที่สุด ก็คือความสามารถในการเนรมิตสิ่งของที่น่าทึ่ง ขอเพียงแค่เจ้ามีหินปราณมากพอ หอเชียนจีก็สามารถรังสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าได้ตามต้องการ
เว่ยเหมี่ยวเดินสำรวจดูรอบๆ หอเชียนจี อาวุธวิเศษที่นี่มีหลากหลายประเภท ทั้งแบบป้องกันและแบบโจมตี กระบี่วิเศษหลากหลายระดับมีให้เลือกละลานตาไปหมด ฝักกระบี่ที่จัดเข้าชุดกันก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป
หญิงสาวในชุดเรียบหรูดูดีผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเว่ยเหมี่ยว ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มละมุน "แม่นางมาหาซื้อฝักกระบี่หรือเจ้าคะ"
"ข้ามาสั่งทำฝักกระบี่น่ะ"
เว่ยเหมี่ยวส่งแบบร่างที่วาดเตรียมไว้ให้นาง พลางเอ่ย "วัสดุที่ใช้ขอเป็นเกรดดีที่สุดเลยนะ เรื่องหินปราณไม่ใช่ปัญหา ถ้าท่านนักหลอมมีแนวคิดอะไรดีๆ ก็เพิ่มเติมเข้าไปได้เลย"
ฝักกระบี่สี่อัน วัสดุต้องเกรดดีที่สุด ประเมินดูแล้วคงต้องใช้เงินหลักล้านหินปราณแน่ๆ หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าดูอายุยังน้อย แถมยังสวมชุดลำลองธรรมดา ทั้งที่กฎของสำนักอู๋ซ่างระบุไว้ว่าศิษย์สายนอกต้องสวมเครื่องแบบ เหมยเหนียงจึงสันนิษฐานว่าเว่ยเหมี่ยวน่าจะเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในสำนักสายในเป็นแน่
คิดได้ดังนั้น นางก็รับแบบร่างมาด้วยท่าทีนอบน้อมยิ่งขึ้น "ได้เจ้าค่ะ ทางเราจะเร่งดำเนินการทำฝักกระบี่ให้ท่านอย่างเร็วที่สุด ฝักกระบี่ทั้งสี่อันนี้จะแล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน นักหลอมอาวุธที่รับผิดชอบงานของท่านจะติดต่อกลับไปหาท่านหลังจากที่ได้รับมอบหมายงานแล้วนะเจ้าคะ"
เว่ยเหมี่ยวกล่าวขอบคุณเหมยเหนียง ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "ที่หอของท่านพอจะมีวัสดุทำฝักกระบี่ที่สามารถสกัดกั้นรังสีอำมหิตได้ไหม พอดีข้ามีกระบี่อยู่เล่มหนึ่งที่ค่อนข้างพิเศษ รังสีอำมหิตของมันรุนแรงมาก ข้าก็เลยอยากจะลงมือทำฝักกระบี่ให้มันด้วยตัวเองน่ะ"
เหมยเหนียงชะงักไปนิด ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "มีก็มีอยู่หรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่วัสดุชนิดนี้หาได้ยากมาก แถมขั้นตอนการทำฝักกระบี่ก็ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านมอบหมายให้ท่านนักหลอมของเราเป็นคนจัดการให้จะดีกว่านะเจ้าคะ"
เว่ยเหมี่ยวเริ่มลังเล ถ้าให้ช่างของที่นี่ทำ ก็หมายความว่ากุ่ยจางจะต้องห่างจากนางไปเป็นเดือนๆ รูปลักษณ์ของ
กุ่ยจางนั้นแปลกประหลาดซับซ้อนมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นเวินจวินสือหลอมมันขึ้นมาด้วยวิธีพิสดารแบบไหน มองจากมุมที่ต่างกัน รูปทรงของกระบี่ก็จะเปลี่ยนไป ทำให้วาดแบบร่างออกมาได้ยากมาก
[กุ่ยจาง?]
เว่ยเหมี่ยวส่งกระแสจิตเรียกมัน กระบี่ทุกเล่มล้วนสื่อสารทางจิตกับนางได้ กุ่ยจางตอบรับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เห็นได้ชัดว่ามันรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกทั้งหมด และดึงดันจะไม่ยอมห่างจากเว่ยเหมี่ยวเด็ดขาด
[ข้าไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องตัวข้าทั้งนั้น!] กุ่ยจางโวยวายลั่น [ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้พวกนักหลอมอาวุธพวกนั้นมันจะทำมิดีมิร้ายอะไรกับข้าบ้าง ข้าเกลียดพวกมัน]
แผลใจที่เวินจวินสือฝากไว้ฝังรากลึกอยู่ในกระดูกของกุ่ยจาง เพียงเพราะคนๆ เดียว ทำให้มันพานเกลียดชังคนทั้งกลุ่มไปเลย
เว่ยเหมี่ยวลอบถอนหายใจ 'โดนงูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกปอไปสิบปี' จริงๆ นางปฏิเสธความหวังดีของเหมยเหนียง "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะเจ้าคะ แต่กระบี่ของข้ามันค่อนข้างดื้อรั้น ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาแตะต้อง เอาเป็นว่าข้าค่อยหาทางอื่นก็แล้วกัน"
เหมยเหนียงยิ้มรับอย่างไม่ถือสา เว่ยเหมี่ยวถือโอกาสซื้อน้ำหล่อเลี้ยงปราณและครีมบำรุงกระบี่ติดมือกลับมาด้วย จิตวิญญาณกระบี่ต้องการพลังปราณในปริมาณมากเพื่อใช้ในการก่อเกิดรูปร่าง น้ำหล่อเลี้ยงปราณเมื่อถูกดูดซับเข้าไป จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานให้กับตัวกระบี่ได้
ระหว่างทางกลับ เว่ยเหมี่ยวก็เริ่มคิดบัญชีรายรับรายจ่าย ในที่สุดนางก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมพวกผู้บำเพ็ญกระบี่ถึงได้ผลาญเงินเก่งกันนัก แค่น้ำหล่อเลี้ยงปราณคุณภาพดีขวดเดียวก็ปาเข้าไปหมื่นหินปราณแล้ว ค่าฝักกระบี่ก็ใช่จะย่อยเสียเมื่อไหร่ ขนาดว่านางได้ส่วนลดในฐานะศิษย์สำนักอู๋ซ่างแล้วนะ ของจุกจิกพวกนี้ยังสูบเงินนางไปตั้งร้อยกว่าล้านหินปราณ
ปกติค่าใช้จ่ายรายเดือนของนางไม่เคยเกินห้าร้อยหินปราณด้วยซ้ำ เว่ยเหมี่ยวมองดูเงินที่ไหลออกไปเป็นน้ำ พลางหลับตาลงปลอบใจตัวเองว่าทั้งหมดนี้มันคุ้มค่า นางมีภรรยารูปงามถึงห้าคน(?) การเปย์ภรรยาก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว
เงินหมดเดี๋ยวก็หาใหม่ได้ แต่ถ้าภรรยาหาย นั่นแหละถึงจะเรียกว่าฟ้าถล่มดินทลายของจริง
คิดได้ดังนั้น เว่ยเหมี่ยวก็ตั้งใจจะไปหอคัมภีร์ เพื่อค้นหาดูว่ามีวัสดุอะไรที่เหมาะจะนำมาทำฝักกระบี่ให้กุ่ยจางบ้าง การไม่มีฝักกระบี่จะทำให้ตัวกระบี่สึกหรอได้ง่าย เว่ยเหมี่ยวไม่อยากให้กระบี่ของนางต้องมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียว
ในหอคัมภีร์มีตำราเกี่ยวกับการหลอมอาวุธอยู่มากมาย เว่ยเหมี่ยวเลยลากเจียงซวี่มาช่วยหาด้วย พอดีกับที่วันนี้เขาหยุดพักจากการฝึกซ้อม
ในหอคัมภีร์ไม่มีคนนอก กุ่ยจางจึงได้รับอนุญาตให้ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้ มันเก็บซ่อนรังสีอำมหิตจนมิดชิด ก่อนจะหดตัวเล็กลงจนเหลือขนาดเท่ากำปั้น เกาะอยู่บนไหล่ของเว่ยเหมี่ยวด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
พวกจิงเฟยเสวี่ยไม่สามารถย่อส่วนได้ เว่ยเหมี่ยวเดาว่าน่าจะเป็นเพราะโครงสร้างกระบี่อันพิลึกพิลั่นของกุ่ยจางนั่นแหละ ไม่รู้ว่าตอนนั้นเวินจวินสือหลอมมันขึ้นมาด้วยวิธีพิสดารแบบไหนกันแน่
เจียงซวี่เห็นกุ่ยจางตัวกระจิ๋วหลิวก็อดใจไม่ไหว ยื่นมือไปดีดมันเบาๆ กุ่ยจางเกือบจะหงายหลังตกจากไหล่ของเว่ยเหมี่ยว มันถลึงตาใส่เจียงซวี่ ก่อนจะจ้องมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์
กุ่ยจางนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อพันปีก่อน มันเคยเจอกับพ่อของเจียงซวี่มาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเวินจวินสือพามันไปหาเรื่องพวกเผ่ามาร เพียงแต่ตอนนั้นเจียงซวี่ยังไม่เกิด กุ่ยจางลอยละลิ่วไปวนรอบตัวเจียงซวี่ พลางเดาะลิ้น "เจ้าหล่อกว่าพ่อเจ้าเยอะเลยนะเนี่ย"
เจียงซวี่น่ะบ้ายออยู่แล้ว โดนชมเข้าหน่อยก็ตัวลอยทันที "แน่นอนสิ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่ต้องดีกว่าต้นสิถึงจะถูก"
กุ่ยจางถูกใจกลิ่นอายพลังมารบนตัวของเจียงซวี่มาก ตัวมันเองก็เป็นสิ่งชั่วร้ายอยู่แล้ว พอได้มาอยู่ใกล้คนของเผ่ามารอย่างเจียงซวี่ ก็เลยรู้สึกเหมือนเจอพวกเดียวกัน เจียงซวี่ปล่อยพลังมารออกมาสายหนึ่งให้กุ่ยจางแทะเล่น พลังมารหรือไอพิษอะไรเทือกนั้นล้วนเป็นของโปรดของกุ่ยจางทั้งสิ้น ผ่านไปครู่เดียว กุ่ยจางก็กินจนตาแดงก่ำ เรอเอิ๊กออกมาหนึ่งที แล้วก็ผลุบกลับเข้าไปนอนตีพุงในกระบี่
เว่ยเหมี่ยวที่กำลังค้นตำราอยู่ข้างๆ ถึงกับพูดไม่ออก "..."
เอาเถอะ อย่างน้อยก็ดีกว่าไปแทะนิ้วเท้าศพก็แล้วกัน
เจียงซวี่และเว่ยเหมี่ยวช่วยกันค้นหาอยู่นาน ในที่สุดก็พบวัสดุที่ทั้งทำฝักกระบี่ได้ง่ายและสามารถสกัดกั้นรังสีอำมหิตได้ด้วย มันเป็นของเหลวที่สกัดมาจากสมุนไพรปราณชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปเคลือบลงบนวัตถุ มันจะสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างไปตามขนาดของวัตถุนั้นๆ ได้เอง มีชื่อเรียกว่า 'อู๋อิ๋น' (ไร้ร่องรอย) ซึ่งจะพบได้เฉพาะในดินแดนที่มีพลังหยางบริสุทธิ์เข้มข้นที่สุดเท่านั้น
"ในดินแดนหลิงกู่ สถานที่ที่มีพลังหยางบริสุทธิ์เข้มข้นที่สุดก็คือ ทะเลทรายจิ้นรื่อ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุดนั่นไง" เจียงซวี่เอ่ยขึ้น "แต่ในมิติเอกเทศของหอคอยฉีหลิงก็มีสถานที่แบบนี้อยู่เหมือนกันนะ ข้าจำได้ว่าเสวียนโม่เคยเข้าไปฝ่าด่านอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนออกมานี่ตัวดำเมี่ยมไปเลย"
เว่ยเหมี่ยวพยักหน้ารับ ทะเลทรายจิ้นรื่อนอกจากจะอยู่ไกลแล้วยังอันตรายมากอีกด้วย โชคดีที่ในหอคอยฉีหลิงมีสถานที่แบบนี้อยู่ พอฝ่าด่านออกมาก็ทำฝักกระบี่เสร็จพอดี สะดวกสบายสุดๆ รอให้เสวียนโม่กลับมาตอนเย็นค่อยถามรายละเอียดอีกทีแล้วกัน ตอนนี้เว่ยเหมี่ยวตั้งใจจะกลับไปฝึกกระบี่ที่ยอดเขาสู่หยุนก่อน
อุณหภูมิในลานเรือนลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ทันทีที่จิงเฟยเสวี่ยปรากฏกาย ต้นไม้ใบหญ้าในลานเรือนก็ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกล็ดหิมะเริ่มโปรยปรายลงมา จิงเฟยเสวี่ยหลุบตามองเว่ยเหมี่ยว ก่อนจะยื่นมือออกไปหานาง
ในวินาทีที่มือของเว่ยเหมี่ยวสัมผัสลงบนฝ่ามือของจิงเฟยเสวี่ย เส้นผมสีดำขลับของนางก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ขนตาสีขาวสั่นไหวเล็กน้อย แววตาอันเย็นชาและเย่อหยิ่งถอดแบบมาจากจิงเฟยเสวี่ยไม่มีผิดเพี้ยน เค้าโครงใบหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ดูงดงามประณีตและเย็นชามากขึ้นกว่าเดิม หากคนนอกมาเห็น คงไม่มีใครจำได้แน่ว่านี่คือเว่ยเหมี่ยว
"โห! มหัศจรรย์จังเลย!" เว่ยเหมี่ยวจับผมตัวเองดู ก่อนจะสร้างกระจกน้ำขึ้นมาส่องดูนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของตัวเอง พลางร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น "ข้ากลายเป็นจิงเฟยเสวี่ยไปแล้ว!"
จิงเฟยเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจ้านายก็ยังคงเป็นเจ้านาย เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปเท่านั้น"
นี่เป็นครั้งแรกที่เว่ยเหมี่ยวถูกจิตวิญญาณกระบี่สิงร่าง นางมองดูใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในกระจก แล้วก็พานนึกไปถึงกระบี่วิเศษอีกสี่เล่มที่เหลือ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "พวกเจ้าสามารถสิงร่างข้าได้หมดทุกคนเลยหรือ"
น้ำเสียงของจิงเฟยเสวี่ยราบเรียบ "ในตอนนี้มีเพียงข้ากับกู่เยว่ชุยเท่านั้นที่สามารถสิงร่างได้ รอให้ระดับพลังของเจ้านายเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ อวี้ซวีกับคนอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน"
สิงร่างได้หมดเลยงั้นหรือ เว่ยเหมี่ยวนึกถึงรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วของจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสี่เล่ม พลางคิดในใจว่า แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการสวมบทบาทแปลงโฉมในชาติก่อนเลยนี่นา