- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 252: ตกลงว่าจะช่วยใครกันแน่
บทที่ 252: ตกลงว่าจะช่วยใครกันแน่
บทที่ 252: ตกลงว่าจะช่วยใครกันแน่
บทที่ 252: ตกลงว่าจะช่วยใครกันแน่
สายถูกตัดไปอย่างกะทันหัน ทางฝั่งนั้นเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ปัง !
ผู้รับผิดชอบหน้าดำคร่ำเครียด ยกมือขึ้นทุบโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง แทบจะตะคอกออกมา: "ยังจะมัวยืนบื้ออะไรกันอยู่อีก ? เร็วเข้า ! ไปช่วยคนสิ ! "
ในพริบตาเดียว บอดี้การ์ดทั้งหมดของคฤหาสน์ตระกูลเหยียนก็ถูกเรียกมารวมตัวกัน คนที่ตรวจกล้องวงจรปิดก็ตรวจไป คนที่หาเบาะแสก็หาไป และยังมีคนที่ถูกส่งตรงไปยังที่เกิดเหตุ... โดยมีผู้รับผิดชอบของทางคฤหาสน์เป็นคนนำทีมไปเอง
ขับรถฝ่าความเร็วราวกับพายุบุเต็งมาจนถึงที่เกิดเหตุ สภาพรถติดได้รับการคลี่คลายจนหมดแล้ว
ผู้รับผิดชอบหน้าดำทะมึนกระโดดลงจากรถ โทรศัพท์สายแรกก็ต่อสายหาหมิงเกอทันที น้ำเสียงหดหู่สิ้นหวังราวกับพ่อแม่เสียก็ไม่ปาน
"นายน้อยหมิง เกิดเรื่องแล้วครับ..."
หมิงเกอหน้าดำคร่ำเครียด ฟังสายที่โทรมาซึ่งนับว่าเป็นข่าวร้ายอย่างแน่นอนนี้ แต่สุดท้ายกลับน่าประหลาดใจที่เขาไม่ได้โกรธ และไม่ได้โมโหเลย
แต่กลับพูดกับผู้รับผิดชอบคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบไปประโยคหนึ่งว่า: "แก รอความตายได้เลย ! "
สายถูกตัดไปอีกครั้ง ผู้รับผิดชอบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา ขาอ่อนจนแทบจะยืนไม่อยู่
จบ... จบเห่แล้ว
ทางฝั่งหมู่บ้านใจกลางเมือง สายลับใต้บังคับบัญชาของหมิงเกอเห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดี ก็เลยเอ่ยถามเสียงเบา: "นายน้อยหมิง อาการบาดเจ็บของคุณยังไม่หายดีเลย ดูสีหน้าคุณแย่มาก เอาเป็นว่า ไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับ ? "
"ไม่ต้อง ! "
เค้นสองคำนี้ออกมาจากไรฟัน หมิงเกอกระโดดลงมาจากรถ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปที่ตำแหน่งชั้นบนสุดของตึกพักอาศัย
ชั้นสามสิบไฟสว่างอยู่ ชั้นสามสิบเอ็ดก็ไฟสว่างอยู่เช่นกัน
พอมองจากข้างล่างขึ้นไป ก็มองไม่เห็นเลยว่าข้างในสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง
ต่อให้หมิงเกอจะร้อนใจแค่ไหน ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว !
"SHIT ! "
สบถด่าเสียงต่ำอย่างหงุดหงิด หมิงเกอไม่มีทางเลือก ต้องรายงานสถานการณ์ทางฝั่งนี้กลับไป "นายน้อยเหยียน คุณปู่กับพ่อบ้านหมิงเกิดเรื่องแล้วครับ..."
สาเหตุและเรื่องราวภายใน เขาเล่าได้อย่างใจเย็น เป็นกลาง และไม่ได้ใส่สีตีไข่เพิ่มเลยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุด ก็วิเคราะห์ไปประโยคหนึ่ง: "นายน้อยเหยียน เป็นลูกไม้ที่ฟางซีหยวนมักจะใช้เป็นประจำครับ"
เพราะงั้น มิน่าล่ะตาเฒ่าเหยียนถึงได้พลาดท่า !
อายุอานามก็ไม้ใกล้ฝั่งแล้ว จะออกมาสร้างความวุ่นวายทำไมกัน... ห้ามก็ไม่ฟัง ยังดึงดันจะออกมากระโดดโลดเต้นให้ได้
ทีนี้ก็ดีเลย ถูกคนเขาจับจุดอ่อนไว้ได้หมดแล้ว ทางฝั่งนายน้อยเหยียนจะต้องถูกลิดรอนอำนาจแน่ ๆ
"หมิงเกอ เรื่องนี้จะโทษนายไม่ได้ คุ้มครองเนี่ยนเนี่ยนให้ดีก็พอ ทางฝั่งคุณปู่กับพ่อบ้านหมิง ฉันจะจัดการเอง"
เหยียนเหวยหานพูดเสียงเรียบ ตัดสายไป รังสีอำมหิตรอบตัวแผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก ๆ จนแทบจะจับต้องได้
ชิงจวินอดไม่ได้ที่จะขยับริมฝีปาก รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงไปในพริบตา
ทนไม่ไหวอีกต่อไป: "นี่ ! นายพอได้แล้วนะ ! ขืนนายยังเป็นแบบนี้ต่อไป กลายเป็นเครื่องผลิตความเย็นเดินได้ นายคิดจะแช่แข็งฉันให้ตายหรือไง ? "
เหยียนเหวยหานไม่สนใจเขา
สายตาดำมืดมองไปที่ความมืดมิดยามค่ำคืนที่ปลายฟ้า เวลาก็ใกล้จะถึงแล้ว
"นี่ ฉันกำลังคุยกับนายอยู่นะ ! ปู่แท้ ๆ คนเดียวในโลกของนายถูกคนจับตัวไปแล้ว นายยังจะทนได้อีกเหรอ ? "
ชิงจวินขมวดคิ้วมองเขา รู้สึกว่าแผลที่หน้าท้องของตัวเองกำลังปวดตุบ ๆ
อืม !
จู่ ๆ เขาก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
"ไม่รีบ..."
น้ำเสียงของเหยียนเหวยหานเรียบเฉย เยือกเย็นจนน่าขนลุก "จุดประสงค์ที่ฟางซีหยวนจับตัวพวกเขาไป ก็แค่เพื่อต้องการจะควบคุมฉัน แต่ว่าถ้าเกิด... ฉันไม่ยอมให้ถูกควบคุมล่ะ ! "
ชิงจวินเบิกตาโต สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ: "เหยียนเหวยหาน ! นายกำลังพูดอะไร ? ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม ! นายบ้าไปแล้วเหรอ ? ถ้านายไม่ยอมถูกควบคุม คนที่จะต้องตาย ก็คือปู่แท้ ๆ ของนายเลยนะ ! "
"แต่ถ้าฉันยอมทำตามที่เขาจัดฉาก คนที่จะต้องตายก็คือตู้โต้ว"
เหยียนเหวยหานพูดอย่างใจเย็น ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดและเงียบสงัดเช่นนี้ ทั้งตัวเขาดูโดดเดี่ยวและเหน็บหนาว ห้ามคนแปลกหน้าเข้าใกล้ ไม่เพียงแต่แข็งกร้าว แต่ยังไร้ความปรานีจนทำให้คนอกสั่นขวัญแขวน
ถึงกับ... สามารถทิ้งปู่แท้ ๆ ของตัวเองได้ลงคอจริง ๆ !
ชิงจวินสะดุ้งเฮือก ยกนิ้วชี้หน้าเขา: "นาย..."
อยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก
เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ ?
ปู่กับลูกชาย ใครสำคัญกว่ากัน ?
ต่อให้ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่า ลูกชายคือดอกไม้แห่งอนาคตของชาติ เป็นคนที่ต้องช่วยให้ได้ ส่วนตาแก่ก็อายุมากแล้ว อยู่ต่อไปได้อีกไม่กี่ปี จะตายก็ตายไปเถอะ... แต่ว่า เขาคิดแบบนี้ได้ แต่เหยียนเหวยหานไม่มีทางทำแบบนี้ได้เด็ดขาด !
"เหยียนเหวยหาน ! ฉันขอพูดอีกประโยคนะ เป็นคนเราจะใจเย็นเกินไปไม่ได้หรอก ฉันยอมรับว่าชิงจวินคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ฉันก็ทำเรื่องที่ทนดูตาแก่ไปตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอกนะ..."
"แล้วยังไงล่ะ ? " เหยียนเหวยหานถาม สายตาดุดันคุกคาม ราวกับดวงดาวที่หนาวเหน็บ
ชิงจวินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา วิเคราะห์: "แผนการของฟางซีหยวน รัดกุมไปทุกส่วน และตอนนี้พวกเรากลับตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก"
หลังมือหน้ามือก็คือเนื้อทั้งนั้น ! (รักพี่เสียดายน้อง)
ไม่ช่วยใครสักคน ก็จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
"ใช่ นายพูดถูกเผงเลย แต่ตอนนี้จะมาพูดอะไรมันก็สายไปแล้ว... สุดวิสัยที่จะช่วยได้ทัน ! ตอนนี้พวกเราอยู่ที่เมือง C ส่วนคุณปู่ที่ถูกจับตัวไปอยู่ที่เมืองอันเฉิง ! นายคิดว่าต่อให้ตอนนี้พวกเราติดปีกบินกลับไป เขาจะปลอดภัยไร้เรื่องราวเหรอ ? "
ชิงจวิน: ……
ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แทบจะกราบกรานเลยทีเดียว !
เชี่ย !
หมอนี่เกิดมาเพื่อจะประสบความสำเร็จโดยแท้ !
จิตใจเย็นชาไร้ความปรานี โหดเหี้ยมและมีสติปัญญาเฉียบแหลม เกิดมาก็เหมาะกับสมรภูมิแบบนี้โดยแท้ ไม่ว่าจะออกรบครั้งไหน ก็ไร้พ่ายมาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิการค้า หรือสมรภูมิรบ
"เอาเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่ปู่ฉัน และไม่ใช่ลูกชายฉันด้วย ฉันขี้เกียจจะยุ่งกับนายแล้ว ! "
ชิงจวินหลับตาลง เอนหลังพิงเบาะหนังด้านหลัง หอบหายใจอย่างโกรธเคือง
เหยียนเหวยหานปรายตามองเขาแวบหนึ่ง พอเห็นว่าเวลาใกล้จะได้ที่แล้ว ก็เชิดคางขึ้น: "ชิงจวิน ฉันต้องการให้นายช่วย"
"ทำอะไร ? "
ชิงจวินลืมตาขึ้น เอ่ยถามอย่างระแวดระวัง
รู้อยู่แล้วว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้เรียกเขามาฟรี ๆ แน่ ๆ ต้องมีแผนการลับอะไรแน่ ๆ ... โอ๊ย ปวดท้องอีกแล้ว
เหยียนเหวยหานพูดเสียงเรียบ: "ฟางซีหยวนจะมีไม้ตายก้นหีบ ฉันก็มีเหมือนกัน... ชิงจวิน พวกเราจะยอมถูกคนเขาจับยัดเป็นไส้เกี๊ยวไม่ได้นะ ? "
สายตาที่แหลมคมของเขามองตรงมา กระพริบตาเพียงครั้งเดียวก็กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับสีสันของค่ำคืนที่หนาวเหน็บนี้
เย็นชาอำมหิต หนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ
ชิงจวินแค่นเสียง "หึ" เข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร
ลุกขึ้นจากเบาะ ชี้หน้าเขาแล้วพูดว่า: "หนึ่งร้อยล้าน ! "
"ได้ ! "
ผู้ชายรับปากโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด ชิงจวินถึงกับสะอึก โกรธจนบ่นอุบอิบ "บรรพบุรุษแกสิ ! รู้อย่างนี้ว่านายจะตกลงง่ายดายขนาดนี้... พ่อก็น่าจะเรียกไปเลยสักพันล้าน"
โยนปืนสไนเปอร์ให้เขากระบอกหนึ่ง เหยียนเหวยหานพูดเสียงต่ำ ด้วยความจริงใจอย่างสุดซึ้ง: "ชิงจวิน ครั้งนี้ พึ่งนายแล้วนะ"
ชีวิตของทุกคน มอบให้นายทั้งหมดเลย
"โอเค ฉันรู้แล้ว ! นายไม่ต้องมาบิ้วอารมณ์หรอก รีบไปได้แล้ว ! "
ชิงจวินหันหลังเดินจากไป ไม่นานก็หายตัวไปซ่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
รถค่อย ๆ แล่นไปข้างหน้า ในที่สุดก็มองเห็นประตูใหญ่ของคฤหาสน์หมิงจู... รวมไปถึง ป่าหน้าคฤหาสน์ที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ก็ยังมีควันไฟลอยกรุ่นอยู่
"ใคร ? "
ในวินาทีที่รถแล่นเข้ามา สายลับเพลิงทมิฬหน้าประตูก็หรี่ตาลงทันที ปากกระบอกปืนเล็งตรงไปที่ผู้ชายที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่อย่างกะทันหัน
ชุดลำลองสีดำสนิททั้งชุด สะอาดสะอ้านและดูคล่องแคล่ว ทำให้ทั้งตัวของเขาดูมีออร่าความเป็นประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล และก็มีมุมของความหล่อเหลาร้ายกาจในแวดวงสังคมชั้นสูงด้วย
เมื่อนำทั้งสองอย่างมารวมกัน นี่คือผู้ชายที่มีอารมณ์แปรปรวน คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ และยากที่จะควบคุม
"อย่าเพิ่งยิง ฉันเอง เหยียนเหวยหาน ! "
เหยียนเหวยหานชูมือทั้งสองข้างขึ้น สีหน้าเรียบเฉย ค่อย ๆ ก้าวเดินออกมา
ระบบขับขี่อัตโนมัติของรถถูกเปิดใช้งาน ประตูรถทั้งสี่บานรวมถึงกระโปรงหลังเปิดออกทั้งหมด ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องด้วยความตึงเครียดของสายลับเพลิงทมิฬ ค่อย ๆ แล่นผ่านไปอย่างช้า ๆ
"ไม่ต้องกลัว ในรถไม่มีคน แน่นอนว่า ถ้าพวกนายกลัว จะลองยิงดูก็ได้นะ"
เหยียนเหวยหานเสนอแนะ สายตาเย็นชา ความหยิ่งยโสแผ่ซ่านคุกคาม